Home / มาเฟีย / รอยบาปใต้เงาทมิฬ / 14-คนรักในความลับ

Share

14-คนรักในความลับ

last update publish date: 2026-09-12 20:00:06

หญิงสาวผละตัวออกมาเล็กน้อย มือเรียวสองข้างยื่นไปประคองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของนับหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเย็นชาใส่คนทั้งโลก บัดนี้กลับฉายสะท้อนเพียงภาพของชายตรงหน้าด้วยความรักทั้งหมดที่มี

“ฉันรักคุณนะคะ นับหนึ่ง... ไม่ว่ายังไง ฉันก็รักคุณ... คุณคือรักแรก และเป็นรักเดียวในชีวิตของฉันตลอดไป”

คำสารภาพรักแผ่วเบาทว่าตราพึงในใจ...

ใช่แล้ว... ‘นับหนึ่ง’ ไม่ใช่แค่เพื่อนคนสนิท หรือแค่เจ้าของร้านกาแฟที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ

ทว่าเขาคือ ‘คนรัก’ เพียงคนเดียวของลูน่า... ความรักที่ถูกซ่อนไว้ในเงาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะถูกไซรัสเอาปืนจ่อหัวบังคับเข้าพิธีแต่งงาน และที่สำคัญที่สุด... ไซรัสไม่เคยล่วงรู้ความลับข้อนี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียว

มาเฟียหนุ่มเข้าใจมาโดยตลอดว่านับหนึ่งเป็นเพียง 'หมาก' และของเล่นที่ใช้ป่วนประสาทเพื่อตอกย้ำให้เธอเจ็บปวด ไซรัสแค่โชคดีก็เท่านั้น... โดยหารู้ไม่ว่า การดึงตัวนับหนึ่งเข้ามาในคฤหาสน์เดสมอนด์ด้วยความบ้าคลั่งของตัวไซรัสเองนั้น... คือการทำให้ลูน่าที่เคยสงบเงียบเดินเข้าสู่ความเกมแค้นเพื่อเอาคืนอย่างสาสมโดยไม่รู้ตัว

เพราะถ้าหากไซรัสล่วงรู้ความจริงแม้เพียงนิดว่านับหนึ่งคือดวงใจของเธอ... แผนการเอาคืนและพากันหนีไปจากนรกแห่งนี้ คงไม่มีวันสำเร็จลงได้เลย...

.

          บรรยากาศยามเช้าภายในห้องอาหารกว้างใหญ่ของคฤหาสน์เดสมอนด์อบอวลไปด้วยความเงียบสงัด...

ร่างโปร่งของนับหนึ่งเดินก้มหน้าก้มตาลงมาจากชั้นสอง มุ่งตรงเข้ามายังห้องอาหารอย่างเงียบเชียบ ทว่าเบื้องหน้า... บนเก้าอี้ตัวใหญ่หัวโต๊ะกลับไร้ซึ่งเงาร่างของมาเฟียหนุ่มที่เคยนั่งอยู่ประจำ นับหนึ่งรู้ดีอยู่ในอกว่าป่านนี้ไซรัสคงกำลังบ้าคลั่งปูพรหมค้นหาตัวลูน่าไปทั่วทุกตารางนิ้วจนไม่เป็นอันสนใจสิ่งอื่นใด

เวลาผ่านไปราวสิบห้านาที...

เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนเบาๆ ดังกังวานขึ้น ลูน่าเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านด้วยท่วงท่าสง่างาม มือเรียวประคองอุ้มเซมัสลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบเอาไว้ในอ้อมอก เด็กชายตัวน้อยสวมชุดนุ่มฟูน่ารัก ยิ้มร่าอย่างแจ่มใสหลังจากได้นอนหลับสนิทในห้องนอนกับนีน่าพี่เลี้ยงสาวตลอดทั้งคืน

ทันทีที่ร่างของลูน่าปรากฏขึ้นในห้องอาหาร... บอดี้การ์ดและคนรับใช้ที่ยืนคุมเชิงอยู่ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด พวกเขาพลิกแผ่นดินค้นหาเธอนอกคฤหาสน์กันยันรุ่งสว่าง แต่คุณนายเดสมอนด์กลับเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านอย่างนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ลูกน้องคนหนึ่งรีบวิ่งรวดเร็วไปรายงานเชน เพื่อให้ส่งข่าวถึงเจ้านายทันที

.

ภายในห้องทำงานหรูหรา...

ไซรัสนั่งกุมขมับอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผนังกระจกที่แตกละเอียดเข้ามาทับเรือนร่างสูงใหญ่ ฝ่ามือหนายกแก้ววิสกี้ขึ้นกระดกจิบแก้เครียด นัยน์ตาสีฟ้าแดงก่ำจากการไม่ได้หลับไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน ความอารมณ์เสียและความเจ็บใจที่ปล่อยให้ เหยื่อหลุดมือไป กัดกินสติสัมปชัญญะของเขาจนแทบบ้า

ปัง!

“นายท่านครับ! คุณนาย... คุณนายอยู่ที่ห้องอาหารครับ!”

สิ้นเสียงรายงานของเชน ไซรัสก็ผุดลุกขึ้นพรวดทันที แก้ววิสกี้ถูกวางกระทบโต๊ะเสียงดัง ชายหนุ่มก้าวออกจากห้องทำงานด้วยสภาพที่ไร้ซึ่งความเนี้ยบกริบอย่างเคย เสื้อเชิ้ตยับย่น ปล่อยกระดุมคอเปิดกว้าง เรือนผมสีเข้มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงสะท้อนความตื่นตระหนกและความเครียดที่ปิดไม่มิด

ร่างสูงใหญ่ก้าวไปหยุดยืนอยู่ตรงทางเข้าห้องอาหาร นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววยากที่จะคาดเดา...

ภาพเบื้องหน้า... คือลูน่าที่กำลังนั่งตักข้าวต้มป้อนลูกชายตัวน้อยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่นับหนึ่งนั่งเกร็งตักข้าวต้มกินเงียบๆ ยิ่งเห็นความสงบผ่อนคลายของคุณนายเดสมอนด์ โทสะปนความคลั่งไคล้ในอกของไซรัสก็ยิ่งระเบิดพล่าน

ไซรัสแค่นหัวเราะในลำคอ... ชายหนุ่มสาวเท้าก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่คุณนายเดสมอนด์นั่ง ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมาคร่อมร่างบางเอาไว้จากทางด้านหลังจนแผ่นอกกว้างแทบแนบชิดไหล่บาง ก่อนจะเอียงใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูระหงด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า...

“ปั่นหัวเก่งจังนะ... ที่รักของฉัน”

เสียงกระซิบราบเรียบปนเหี้ยมเกรียมดังขึ้นพอให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน ลูน่าชะงักมือที่กำลังถือช้อนเล็กน้อย ทว่าสีหน้าของเธอยังคงนิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น

“แด๊ดดี้! หม่ำๆ!”

เสียงสดใสแผดดังขึ้น เซมัสที่หันมาเห็นผู้เป็นพ่อ ก็จุดรอยยิ้มร่าเริง ชูมือไม้ทักทายพร้อมเอ่ยชวนกินอาหารเช้าตามประสาเด็กผู้บริสุทธิ์ ไซรัสปรับเปลี่ยนสีหน้ามืดมนในพริบตา ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอ่อนโยนส่งให้ลูกชายทายาทเพียงคนเดียวของเขาอย่างเอาใจใส่

“ครับลูกชาย...”

ไซรัสผละออกจากตัวลูน่า เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หัวโต๊ะตามเดิม ชายหนุ่มตวัดสายตาคมกริบมองนับหนึ่งที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา ก่อนจะปรายสายตากลับมาจับจ้องลูน่าที่ยังคงนั่งวางตัวเฉยชา ไร้ซึ่งรอยยิ้มหรืออารมณ์ใดๆ

“วันนี้คุณนายเดสมอนด์จะไปไหน? ฉันจะไปส่ง...”

ไซรัสเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าหรี่มองอย่างจับผิดยามที่แม่บ้านยกแก้วกาแฟดำร้อนๆ เข้ามาเสิร์ฟ ชายหนุ่มยกขึ้นจิบช้าๆ โดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวาน

ลูน่าวางช้อนลงเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสบสายตากับเขาตรงๆ ด้วยแววตาไร้อารมณ์ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบราบแกมประชดประชัน

“ฉันจะไป... ไหนก็เรื่องของฉันค่ะ คุณไซรัสคงไม่ว่างมาตามฉันหรอก... เพราะงานที่บริษัทคงจะเยอะน่าดู”

คำพูดแทงใจดำทำเอาไซรัสถึงกับแค่นยิ้มเหยียดตรงมุมปาก...

“หึ... ฉันจะบอกอะไรให้หนึ่งอย่างนะคุณนาย... ไม่ว่าเธอจะหนีไปที่ไหน ฉันก็จะล่าตามตัวเธอให้เจอ และเธอไม่มีทางหนีฉันพ้น...”

พูดจบ ไซรัสก็ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะจริงอย่างที่เธอว่า... วันนี้เขาไม่มีเวลาว่างพอที่จะนั่งตามติดเธอไปทุกที่จริงๆ เนื่องจากธุรกิจตระกูลเดสมอนด์มูลค่าหลายหมื่นล้านกำลังมีประชุมสำคัญที่เขาไม่อาจยกเลิกได้

ชายหนุ่มตวัดสายตาไปหาบอดี้การ์ดมือขวา เอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดแกมบังคับ

“ฟีนิกซ์... ดูแลคุณนายอย่าให้ขาดตกบกพร่องแม้แต่วินาทีเดียว”

เจตนาจงใจสั่งให้จับตาดูลูน่าทุกฝีก้าว ไม่ให้คลาดสายตาเหมือนเมื่อคืนเด็ดขาด ทำให้ฟีนิกซ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่หลุบสายตาลงต่ำ ค้อมศีรษะรับคำสั่งอย่างเสียไม่ได้

“ครับ... นายท่าน”

ก่อนที่ไซรัสจะหมุนตัวเดินผละออกไป ร่างสูงใหญ่ก้าวกลับเข้าไปประชิดตัวลูน่าอีกครั้ง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยของภรรยา ชายหนุ่มโน้มกายลงประชิดซอกคอหอมกรุ่น เอ่ยกระซิบข้างใบหูระหงด้วยน้ำเสียงต่ำเย็นเยียบชวนขนลุก

“เย็นนี้เจอกันนะครับที่รัก... ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเมื่อคืนเธอไปไหนมา...”

คำพูดคาดโทษแฝงความอำมหิตตอกย้ำชัดเจนว่า ค่ำคืนนี้เขาจะเค้นเอาความจริงทั้งหมดออกจากปากเธอให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการที่ป่าเถื่อนเพียงใดก็ตาม

ไซรัสหยัดกายลุกขึ้นยืนตรงเต็มความสูง ปรับเปลี่ยนรอยยิ้มเหยียดแสนแสยะให้กลายเป็นความตึงเครียด ชายหนุ่มตวัดสายตาคมกริบปานใบมีดไปจับจ้องร่างโปร่งของนับหนึ่งที่นั่งเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงกร้าวทรงอำนาจ

“ตามฉันขึ้นไปบนห้อง... เดี๋ยวนี้!”

นับหนึ่งสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน ร่างโปร่งแข็งเกร็งไปในทันตา นัยน์ตาบอบช้ำคู่สวยเต็มไปด้วยความหวาดผวา เพราะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าคำสั่งของอสูรร้ายหมายถึงนรกขุมเดิมที่เขากำลังจะต้องลงไปเผชิญอีกครั้งเพื่อรองรับอารมณ์คลั่ง

นับหนึ่งช้อนสายตาขึ้นมองลูน่าเพียงเสี้ยววินาที สายตาที่แผ่วเบาทว่าเปี่ยมไปด้วยความรัก ความอาลัย และความตั้งใจที่จะเสียสละตนเองเพื่อปกป้องเธอให้ถึงที่สุด ก่อนจะรีบหลุบสายตาลงต่ำ ก้มหน้านิ่งเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

“ครับ... คุณไซรัส...”

ร่างโปร่งผุดลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่ยังคงบอบช้ำ ก้าวเดินตามหลังแผ่นหลังกว้างของไซรัสขึ้นไปบนชั้นสองอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ลูน่านั่งจ้องมองตามแผ่นหลังของชายคนรักไปด้วยหัวใจที่บีบรัดและเพลิงแค้นที่สั่งสมอยู่ใต้ใบหน้าอันนิ่งสงบ... รอคอยเวลาที่จะระเบิดออก...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   15-แผน

    ลูน่านั่งนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ฝ่ามือเรียวทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนเล็บเกือบจิกเข้าเนื้อ ยามที่เสียงตวาดลั่นอย่างป่าเถื่อนของไซรัสเหวี่ยงลงมาจากชั้นบนคำสั่งระยำที่บีบคั้นให้นับหนึ่งครางชื่อของมันดังรอดออกมา พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนของหัวเตียงที่กระทบกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงกิจกรรมอันดิบเถื่อนและไร้ความปราณีที่กำลังเกิดขึ้น เสียงนั้นดังสนั่นเสียจนสะท้อนลงมาถึงชั้นล่าง ตอกย้ำความอัปยศและความเจ็บปวดร้าวลึกในใจของลูน่าอย่างโหดเหี้ยมหญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นทันที ความอุจาดเกินกว่าจะทนฟังต่อได้ เธอช้อนตัวอุ้มเซมัสขึ้นแนบอก พยายามบดบังใบหน้าของลูกน้อยไม่ให้รับรู้ถึงความโสมมของผู้เป็นพ่อ ลูน่าก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ที่เปรียบเสมือนนรกด้วยท่วงท่าสง่างามทว่าเร่งรีบ โดยมีฟีนิกซ์และนีน่าก้าวตามมาติดๆ“ไปห้าง Desmond Mall ฉันกับลูกจะไปนั่งทานข้าวข้างนอก”ลูน่าเอ่ยสั่งฟีนิกซ์ด้วยน้ำเสียงเรียบ เย็นชาไร้ความรู้สึก ฟีนิกซ์เพียงโค้งศีรษะรับคำเล็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ครับ คุณนาย”เขาทำหน้าที่อย่างรวดเร็วด้วยการวิทยุเรียกรถย

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   14-คนรักในความลับ

    หญิงสาวผละตัวออกมาเล็กน้อย มือเรียวสองข้างยื่นไปประคองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของนับหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเย็นชาใส่คนทั้งโลก บัดนี้กลับฉายสะท้อนเพียงภาพของชายตรงหน้าด้วยความรักทั้งหมดที่มี“ฉันรักคุณนะคะ นับหนึ่ง... ไม่ว่ายังไง ฉันก็รักคุณ... คุณคือรักแรก และเป็นรักเดียวในชีวิตของฉันตลอดไป”คำสารภาพรักแผ่วเบาทว่าตราพึงในใจ...ใช่แล้ว... ‘นับหนึ่ง’ ไม่ใช่แค่เพื่อนคนสนิท หรือแค่เจ้าของร้านกาแฟที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอทว่าเขาคือ ‘คนรัก’ เพียงคนเดียวของลูน่า... ความรักที่ถูกซ่อนไว้ในเงาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะถูกไซรัสเอาปืนจ่อหัวบังคับเข้าพิธีแต่งงาน และที่สำคัญที่สุด... ไซรัสไม่เคยล่วงรู้ความลับข้อนี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียวมาเฟียหนุ่มเข้าใจมาโดยตลอดว่านับหนึ่งเป็นเพียง 'หมาก' และของเล่นที่ใช้ป่วนประสาทเพื่อตอกย้ำให้เธอเจ็บปวด ไซรัสแค่โชคดีก็เท่านั้น... โดยหารู้ไม่ว่า การดึงตัวนับหนึ่งเข้ามาในคฤหาสน์เดสมอนด์ด้วยความบ้าคลั่งของตัวไซรัสเองนั้น... คือการทำให้ลูน่าที่เคยสงบเงียบเดินเข้าสู่ความเกมแค้นเพื่อเอาคืนอย่างสาสมโดยไม่

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   13-สงครามประสาท

    นับหนึ่งละล่ำละลักเอ่ยเสียงแผ่วพร่า สองเท้าก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความตื่นตระหนก“ทำไม... ทำไมถึงยังไม่หนีไปครับ! พวกการ์ดกับคุณไซรัสกำลัง...”ลูน่ายกนิ้วชี้เรียวขึ้นแตะริมฝีปากบางที่มีรอยแผลและคราบเลือดแห้งกรังของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาเงียบ นัยน์ตาคู่สวยทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนปนเรียบเย็น“ชูว์...” ลูน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวทว่าสงบนิ่ง “ยิ่งพวกมันปักใจเชื่อว่าฉันกระโดดหนีออกไปข้างนอก... คฤหาสน์หลังนี้ก็ยิ่งเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยที่สุด”นับหนึ่งมองรอยแผลคราบเลือดบนริมฝีปากและเสื้อผ้าของเธอด้วยความใจเสีย หยาดน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสารและเป็นห่วง“แต่คุณไซรัส... เขาบ้าคลั่งมากนะครับ ถ้าเขาจับคุณได้คราวนี้...”“ปล่อยให้มันคลั่งไป...” ลูน่าตัดบทพร้อมกับจุดรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก รอยยิ้มเหยียดหยันที่ท้าทายทุกสิ่งบนโลก“เกมล่าเหยื่อที่มันชอบ... ฉันจะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เอง”หญิงสาวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาสบตานับหนึ่งอีกครั้ง“เข้าไปพักผ่อนซะคุณนับหนึ่ง... คืนนี้ไม่มีใครท

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   12-ความรักที่บิดเบี้ยว

    “อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ...” เธอยังคงตอบเขานิ่งๆ“ตอบฉันมา! เมื่อกี้เธอกับมันกำลังจะทำอะไรกัน!”ไซรัสคำรามลั่นด้วยโทสะที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววคลั่งไคล้บิดเบี้ยว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะสยบความพยศของคนตรงหน้า ฝ่ามือหนาบีบกระชากเรือนร่างบางเข้ามาชิดกาย ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากหนาลงมากดทับริมฝีปากกระจับสวยงามของลูน่าอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนทว่าลูน่าในยามนี้กลับไม่ได้ยืนนิ่งเป็นหินอีกต่อไปหญิงสาวออกแรงดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สองมือเรียวยกขึ้นทุบตีและชกเข้าที่แผ่นอกกว้างและไหล่หนาของไซรัสอย่างไม่ย่อท้อ เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ ทว่ายิ่งเธอทุบตีและดิ้นรนมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งไปกระตุ้นความอยากเอาชนะและตัณหาอันมืดมนของอสูรร้ายให้พุ่งสูงขึ้นไซรัสแค่นเสียงเหี้ยมในลำคอ ชายหนุ่มออกแรงบดขยี้ริมฝีปากงามอย่างดุดัน ก่อนจะ ขบกัดริมฝีปากบางของเธออย่างแรงจนเลือดสดๆ ซึมไหลออกมารสชาติคาวเลือดหวานละมุนคละคลุ้งในโพรงปาก... ลูน่าเจ็บปวดจนคิ้วขมวดเป็นปม ทว่าความแค้นและความรักตัวเองกลับสั่งการให้เธอพลิกสถานการณ์ในเสี้ยววินาทีมือเรียวที่ว่า

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   10-อิสรภาพชั่วคราว

    ขณะเดียวกัน... ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองบรรยากาศสงบและสว่างไสวแตกต่างจากคฤหาสน์เดสมอนด์ราวฟ้ากับนรก เซมัสเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่ในร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์หรู โดยมีนีน่าพี่เลี้ยงสาวคอยดูแลและหยิบจับชุดน่ารักๆ ให้ลองอย่างเอาใจใส่ลูน่านั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ตรงโซนพักผ่อนของร้าน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยแววตาอ่อนโยน... เป็นเพียงมุมเดียวในชีวิตที่เผยให้เห็นความอบอุ่นของคุณนายเดสมอนด์ฟีนิกซ์ ยืนคุมเชิงสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลในระยะที่สุภาพ ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉย ทว่าร่องรอยความระบมบนใบหน้าและกิริยาการยืนที่ฝืนเกร็งเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันแหลมคมของลูน่าไปได้“ข้อเท้าฉัน... หายดีแล้วล่ะ” ลูน่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง “แล้วแผลของคุณล่ะ... ฟีนิกซ์”ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มหลุบสายตาลงต่ำ ค้อมศีรษะตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“ผมสบายดีครับ คุณนาย... ขอบคุณที่เป็นห่วง”ลูน่ายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยหมองลงเล็กน้อยยามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า รวมถึง

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   11-คนใจดี

    ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ ลูน่าก็เบิกตากว้าง ร่างบางรีบลุกพรวดพุ่งเข้าไปหาเขาทันที มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนับหนึ่งแล้วดึงเขาไปที่ซิงค์ล้างจาน จัดการเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำเย็นจัดไหลผ่านรอยแดงเถือกบนหลังมือของเขา“แช่น้ำไว้ก่อนนะคะ รอเดี๋ยว...”เธอเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นกังวล ก่อนจะรีบหันไปเปิดช่องฟรีซเพื่อหยิบน้ำแข็งมาประคบให้อย่างเบามือ นับหนึ่งทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวผ่านม่านน้ำตา... ทั้งตกตะลึง ทั้งซาบซึ้งใจจนหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยพากันร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ขอบคุณนะครับ...”ลูน่าเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาไหววูบด้วยความสงสารก่อนจะพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไรค่ะ... เดี๋ยวฉันทำแผลให้นะ”พูดจบ เธอก็จูงมือเขาให้เดินตามออกไปยังโซนห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างบางเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะกลับมานั่งลงตรงหน้าและเริ่มต้นทำแผลให้อย่างเงียบเชียบและเบามือตลอดเวลาที่เธอทำแผล ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ รู้ตัวอีกที... ใบหน้าของเขาก็โน้มเข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status