LOGINทันทีที่เห็นเหตุการณ์ ลูน่าก็เบิกตากว้าง ร่างบางรีบลุกพรวดพุ่งเข้าไปหาเขาทันที มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนับหนึ่งแล้วดึงเขาไปที่ซิงค์ล้างจาน จัดการเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำเย็นจัดไหลผ่านรอยแดงเถือกบนหลังมือของเขา
“แช่น้ำไว้ก่อนนะคะ รอเดี๋ยว...”
เธอเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นกังวล ก่อนจะรีบหันไปเปิดช่องฟรีซเพื่อหยิบน้ำแข็งมาประคบให้อย่างเบามือ นับหนึ่งทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวผ่านม่านน้ำตา... ทั้งตกตะลึง ทั้งซาบซึ้งใจจนหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยพากันร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
“ขอบคุณนะครับ...”
ลูน่าเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาไหววูบด้วยความสงสารก่อนจะพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไรค่ะ... เดี๋ยวฉันทำแผลให้นะ”
พูดจบ เธอก็จูงมือเขาให้เดินตามออกไปยังโซนห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างบางเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะกลับมานั่งลงตรงหน้าและเริ่มต้นทำแผลให้อย่างเงียบเชียบและเบามือ
ตลอดเวลาที่เธอทำแผล ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ รู้ตัวอีกที... ใบหน้าของเขาก็โน้มเข้าไปใกล้เธอจนห่างกันเพียงแค่คืบ นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อท้นก่อนจะไหลรินลงมาอาบแก้ม นับหนึ่งเผยอปากคล้ายอยากจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่ง ทว่าก้อนสะอื้นกลับตีตื้นจนคำพูดจุกอก
เมื่อลูน่าปิดแผลเสร็จเรียบร้อย เธอก็เงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาด้วยความฉงน เพราะท่าทีของเขาเหมือนมีคำพูดมากมายที่อยากจะบอกแต่กลับเงียบงัน นับหนึ่งรีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบซ่อนความอ่อนแอ ก่อนจะเค้นเสียงแผ่วสั่นเครือออกมา
“ขอบคุณครับ... ขอบคุณจริงๆ...”
เขาเอ่ยพลางขบกัดริมฝีปากล่างของตัวเองไว้แน่นเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดร้าวลึกในใจ
ลูน่าคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากหน้ากากใดๆ “ไม่เป็นไรเลยค่ะ... ฉันเต็มใจ”
คำพูดสั้นๆ แต่อบอุ่นนั้นทำให้นับหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความตกตะลึง ใบหน้างดงามของลูน่าไม่มีร่องรอยของความโกรธเคือง เกลียดชัง หรือรังเกียจเขาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังอ่อนโยนและใจดีกับเขาทั้งที่เขาตกอยู่ในสถานะที่น่ารังเกียจที่สุด
วินาทีนั้น... กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามฝืนกลั้นไว้ก็พังทลายลงมาราวกับเขื่อนแตก นับหนึ่งโผเข้าคว้าตัวหญิงสาวตรงหน้ามากอดไว้แน่น ร่างโปร่งสะอื้นไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร ความทุกข์ระทม ความอัปยศอดสู และความแหลกสลายที่ถูกกระทำย่ำยี ทำให้เขาโหยหาที่พึ่งพิงทางใจจนเลือกที่จะคว้าผู้หญิงใจดีเพียงคนเดียวในนรกขุมนี้มากอดไว้แน่น
ลูน่าไม่ได้ผลักไส เธอทำเพียงยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังที่สั่นเทาของเขาเบาๆ เพื่อปลอบประโลม พลางตบไหล่เขาเบาๆ เป็นจังหวะ ปล่อยให้เขาระบายความอัดอั้นออกมาจนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงสะอื้นจึงเริ่มขาดห้วงและสงบลง
นับหนึ่งค่อยๆ ผละตัวออกห่าง นัยน์ตาบอบช้ำจ้องมองใบหน้าหวานด้วยความซาบซึ้งสุดหัวใจ... เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ในคฤหาสน์ที่มืดมิดและโหดร้ายแห่งนี้ จะยังหลงเหลือแสงสว่างและความใจดีอยู่อีก
ทั้งสองประสานสายตากันนิ่งงัน ภายใต้ความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงหอบหายใจ ริมฝีปากที่สั่นระริกของนับหนึ่งค่อยๆ โน้มเลื่อนเข้าไปหาหญิงสาวตรงหน้าอย่างเผลอไผล... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน...
ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองแทบจะแตะกันนั้นเอง... เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็พาดผ่านเข้ามาทาบทับเบื้องหน้า
ไซรัสก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงทางเข้าห้องนั่งเล่น สายตาคู่คมกริบจ้องมองภาพชวนเข้าใจผิดตรงหน้าด้วยความตกใจและโมโหถึงขีดสุด นัยน์ตาสีฟ้าฉายแวววาวโรจน์บิดเบี้ยว ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับเรียบตึงจนน่ากลัว
“ไม่ทราบว่าทำอะไรกันอยู่หรือครับ... คุณนายเดสมอนด์?”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ ทว่าเย็นยะเยือกจนอากาศรอบข้างคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง
หมับ!
นับหนึ่งสะดุ้งสุดตัวด้วยความตื่นตระหนก ชายหนุ่มผละตัวออกห่างจากลูน่าทันที ร่างโปร่งสั่นสะท้าน ก้มหน้ามองพื้นด้วยความหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยสบสายตา
ไซรัสตวัดสายตาเย็นชาลงมองนับหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกสั่งเสียงเรียบราบ
“นับหนึ่ง... ถึงเวลาที่นายต้องทำหน้าที่ของนายแล้ว ฉันให้เวลาสิบห้านาที”
พูดจบ เขาก็ดึงสายตากลับมาจ้องมองภรรยาตามกฎหมายที่ยังคงนั่งสงบอยู่บนโซฟา
“คุณนายเดสมอนด์... รบกวนตามผมไปที่ห้องทำงานด้วย”
ลูน่ารับฟังคำสั่งนั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเรียบเฉย หญิงสาวเพียงแค่พยักหน้ารับคำเบาๆ แต่ยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมลุกขึ้นในทันที ท่าทางไม่แยแสและใจเย็นนั้นตบหน้าไซรัสเข้าอย่างจังจนโทสะในอกคุกรุ่น
“เดี๋ยวนี้!!”
ไซรัสเน้นย้ำคำสั่งด้วยการตวาดเสียงต่ำดุดัน ลูน่าขบฟันแน่น นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองเขาเขม็งด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืน ร่างบางก้าวเดินผ่านหน้าเขาและจงใจกระแทกไหล่หนาของไซรัสออกไปอย่างท้าทาย
ไซรัสตวัดสายตามองตามหลังแผ่นหลังบางของลูน่าที่เดินตรงไปยังห้องทำงานด้วยความกร้าวร้าว ก่อนจะหันกลับมาจ้องนับหนึ่งที่ยังคงนั่งสั่นเทาอยู่กับที่
“รออะไรอยู่ล่ะ? หรืออยากให้ฉันลงโทษนายตรงนี้... ที่ห้องนั่งเล่นนี่?”
คำขู่ป่าเถื่อนทำให้นับหนึ่งรีบผุดลุกขึ้นทันที ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาก้าวถอยหลัง แล้วรีบวิ่งกลับขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไซรัสหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องทำงานทันทีด้วยโทสะเดือดพล่าน รังสีอำมหิตแผ่กระจายไปทั่วทางเดิน พร้อมแล้วที่จะไปคิดบัญชีกับภรรยาผู้ไม่ยอมสยบให้เขาในห้องทำงานนั้น
ปัง!
ไซรัสผลักประตูห้องทำงานหรูหราเข้ามาอย่างแรง ก่อนจะเหวี่ยงปิดมันเสียงดังสะเทือนไปทั่วทั้งชั้น
ภายในห้องทำงานกว้างขวางเชนและฟีนิกซ์ยืนคุมเชิงลูน่าอยู่อย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เธอหลบหนีไปไหน ทันทีที่ผู้เป็นเจ้านายก้าวเข้ามาด้วยโทสะอันเดือดพล่าน ไซรัสก็ไม่รอช้า... ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธออย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มบุ๋มลงไปตามแรงอารมณ์
“เธอกำลังคิดจะทำบ้าอะไรอยู่ ลูน่า!!”
ไซรัสตวาดลั่นห้องด้วยความโมโหและหงุดหงิดถึงขีดสุด เขาหอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยอารมณ์โทสะ หลุบสายตาลงมองริมฝีปากกระจับสวยงามตรงหน้า... ริมฝีปากที่เมื่อครู่เกือบจะถูก 'ของเล่น' ที่เขาลากเข้ามาในบ้านลิ้มลองต่อหน้าต่อตา
...ก่อนจะออกแรงดึงร่างบางเข้ามาปะทะกับแผ่นอกแกร่งอย่างรุนแรง
“ออกไปให้หมด!” ไซรัสเค้นเสียงต่ำทรงอำนาจสั่งบอดี้การ์ดทั้งสองคนโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวาน
เชนและฟีนิกซ์สบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะค้อมศีรษะรับคำสั่งแล้วรีบถอยฉากก้าวออกจากห้องทำงานไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบอันหนักอึ้งและความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดออกทุกวินาที
เมื่ออยู่กันตามลำพัง ไซรัสก็เพิ่มแรงบีบบนต้นแขนบาง ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนระอุรดรินผิวกาย
“ตอบฉันมา! เมื่อกี้เธอกับมันกำลังจะทำอะไรกัน!”
ลูน่าไม่แสดงอาการเจ็บปวดจากแรงบีบมหาศาลเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเธอยังคงทอดมองเขาด้วยความเยือกเย็น ว่างเปล่า และไร้ซึ่งความเกรงกลัว หญิงสาวแค่นยิ้มบางตรงมุมปากรอยยิ้มประชดประชันที่ท้าทายโทสะของเขาได้อย่างร้ายกาจ
“ทำไมล่ะคะ...” ลูน่าเอ่ยเสียงเรียบราบ ทว่าสลักลึกเข้าไปในอกของคนฟัง “ทีคุณยังมีลีอา มีนับหนึ่ง... แล้วการที่ฉันจะมีใครสักคนมาช่วยเติมเต็มความอบอุ่นบ้าง มันผิดด้วยเหรอ ไซรัส?”
“ลูน่า!”
ไซรัสคำรามลั่น นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววคลั่งไคล้ผสมความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้โทสะ คำว่าเติมเต็มความอบอุ่นจากปากของเธอ เหมือนเข็มพิษที่ทิ่มแทงเข้ากลางหัวใจของอสูรร้ายอย่างจัง เพราะไม่ว่าเขาจะพยายามครอบครองเธอมากแค่ไหน ไม่ว่าเขาจะกักขังเธอไว้ในกรงทองคำนี้ยาวนานเท่าไร... สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยได้รับจากเธอเลย คือ ความอบอุ่นที่เธอคิดจะมอบให้ชายอื่นได้อย่างง่ายดาย
“เธอเป็นของฉัน! ทั้งร่างกาย จิตวิญญาณ และนัยน์ตาของเธอ... เป็นของฉันคนเดียว!”
ไซรัสเค้นเสียงทุ้มพร่า บีบกระชากเรือนร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบไร้ระยะห่าง
“ฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอ... ต่อให้ต้องฆ่ามันทิ้ง หรือบดขยี้เธอให้แหลกคามือก็ตาม!”
ลูน่านั่งนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ฝ่ามือเรียวทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนเล็บเกือบจิกเข้าเนื้อ ยามที่เสียงตวาดลั่นอย่างป่าเถื่อนของไซรัสเหวี่ยงลงมาจากชั้นบนคำสั่งระยำที่บีบคั้นให้นับหนึ่งครางชื่อของมันดังรอดออกมา พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนของหัวเตียงที่กระทบกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงกิจกรรมอันดิบเถื่อนและไร้ความปราณีที่กำลังเกิดขึ้น เสียงนั้นดังสนั่นเสียจนสะท้อนลงมาถึงชั้นล่าง ตอกย้ำความอัปยศและความเจ็บปวดร้าวลึกในใจของลูน่าอย่างโหดเหี้ยมหญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นทันที ความอุจาดเกินกว่าจะทนฟังต่อได้ เธอช้อนตัวอุ้มเซมัสขึ้นแนบอก พยายามบดบังใบหน้าของลูกน้อยไม่ให้รับรู้ถึงความโสมมของผู้เป็นพ่อ ลูน่าก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ที่เปรียบเสมือนนรกด้วยท่วงท่าสง่างามทว่าเร่งรีบ โดยมีฟีนิกซ์และนีน่าก้าวตามมาติดๆ“ไปห้าง Desmond Mall ฉันกับลูกจะไปนั่งทานข้าวข้างนอก”ลูน่าเอ่ยสั่งฟีนิกซ์ด้วยน้ำเสียงเรียบ เย็นชาไร้ความรู้สึก ฟีนิกซ์เพียงโค้งศีรษะรับคำเล็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ครับ คุณนาย”เขาทำหน้าที่อย่างรวดเร็วด้วยการวิทยุเรียกรถย
หญิงสาวผละตัวออกมาเล็กน้อย มือเรียวสองข้างยื่นไปประคองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของนับหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเย็นชาใส่คนทั้งโลก บัดนี้กลับฉายสะท้อนเพียงภาพของชายตรงหน้าด้วยความรักทั้งหมดที่มี“ฉันรักคุณนะคะ นับหนึ่ง... ไม่ว่ายังไง ฉันก็รักคุณ... คุณคือรักแรก และเป็นรักเดียวในชีวิตของฉันตลอดไป”คำสารภาพรักแผ่วเบาทว่าตราพึงในใจ...ใช่แล้ว... ‘นับหนึ่ง’ ไม่ใช่แค่เพื่อนคนสนิท หรือแค่เจ้าของร้านกาแฟที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอทว่าเขาคือ ‘คนรัก’ เพียงคนเดียวของลูน่า... ความรักที่ถูกซ่อนไว้ในเงาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะถูกไซรัสเอาปืนจ่อหัวบังคับเข้าพิธีแต่งงาน และที่สำคัญที่สุด... ไซรัสไม่เคยล่วงรู้ความลับข้อนี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียวมาเฟียหนุ่มเข้าใจมาโดยตลอดว่านับหนึ่งเป็นเพียง 'หมาก' และของเล่นที่ใช้ป่วนประสาทเพื่อตอกย้ำให้เธอเจ็บปวด ไซรัสแค่โชคดีก็เท่านั้น... โดยหารู้ไม่ว่า การดึงตัวนับหนึ่งเข้ามาในคฤหาสน์เดสมอนด์ด้วยความบ้าคลั่งของตัวไซรัสเองนั้น... คือการทำให้ลูน่าที่เคยสงบเงียบเดินเข้าสู่ความเกมแค้นเพื่อเอาคืนอย่างสาสมโดยไม่
นับหนึ่งละล่ำละลักเอ่ยเสียงแผ่วพร่า สองเท้าก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความตื่นตระหนก“ทำไม... ทำไมถึงยังไม่หนีไปครับ! พวกการ์ดกับคุณไซรัสกำลัง...”ลูน่ายกนิ้วชี้เรียวขึ้นแตะริมฝีปากบางที่มีรอยแผลและคราบเลือดแห้งกรังของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาเงียบ นัยน์ตาคู่สวยทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนปนเรียบเย็น“ชูว์...” ลูน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวทว่าสงบนิ่ง “ยิ่งพวกมันปักใจเชื่อว่าฉันกระโดดหนีออกไปข้างนอก... คฤหาสน์หลังนี้ก็ยิ่งเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยที่สุด”นับหนึ่งมองรอยแผลคราบเลือดบนริมฝีปากและเสื้อผ้าของเธอด้วยความใจเสีย หยาดน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสารและเป็นห่วง“แต่คุณไซรัส... เขาบ้าคลั่งมากนะครับ ถ้าเขาจับคุณได้คราวนี้...”“ปล่อยให้มันคลั่งไป...” ลูน่าตัดบทพร้อมกับจุดรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก รอยยิ้มเหยียดหยันที่ท้าทายทุกสิ่งบนโลก“เกมล่าเหยื่อที่มันชอบ... ฉันจะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เอง”หญิงสาวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาสบตานับหนึ่งอีกครั้ง“เข้าไปพักผ่อนซะคุณนับหนึ่ง... คืนนี้ไม่มีใครท
“อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ...” เธอยังคงตอบเขานิ่งๆ“ตอบฉันมา! เมื่อกี้เธอกับมันกำลังจะทำอะไรกัน!”ไซรัสคำรามลั่นด้วยโทสะที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววคลั่งไคล้บิดเบี้ยว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะสยบความพยศของคนตรงหน้า ฝ่ามือหนาบีบกระชากเรือนร่างบางเข้ามาชิดกาย ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากหนาลงมากดทับริมฝีปากกระจับสวยงามของลูน่าอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนทว่าลูน่าในยามนี้กลับไม่ได้ยืนนิ่งเป็นหินอีกต่อไปหญิงสาวออกแรงดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สองมือเรียวยกขึ้นทุบตีและชกเข้าที่แผ่นอกกว้างและไหล่หนาของไซรัสอย่างไม่ย่อท้อ เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ ทว่ายิ่งเธอทุบตีและดิ้นรนมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งไปกระตุ้นความอยากเอาชนะและตัณหาอันมืดมนของอสูรร้ายให้พุ่งสูงขึ้นไซรัสแค่นเสียงเหี้ยมในลำคอ ชายหนุ่มออกแรงบดขยี้ริมฝีปากงามอย่างดุดัน ก่อนจะ ขบกัดริมฝีปากบางของเธออย่างแรงจนเลือดสดๆ ซึมไหลออกมารสชาติคาวเลือดหวานละมุนคละคลุ้งในโพรงปาก... ลูน่าเจ็บปวดจนคิ้วขมวดเป็นปม ทว่าความแค้นและความรักตัวเองกลับสั่งการให้เธอพลิกสถานการณ์ในเสี้ยววินาทีมือเรียวที่ว่า
ขณะเดียวกัน... ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองบรรยากาศสงบและสว่างไสวแตกต่างจากคฤหาสน์เดสมอนด์ราวฟ้ากับนรก เซมัสเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่ในร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์หรู โดยมีนีน่าพี่เลี้ยงสาวคอยดูแลและหยิบจับชุดน่ารักๆ ให้ลองอย่างเอาใจใส่ลูน่านั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ตรงโซนพักผ่อนของร้าน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยแววตาอ่อนโยน... เป็นเพียงมุมเดียวในชีวิตที่เผยให้เห็นความอบอุ่นของคุณนายเดสมอนด์ฟีนิกซ์ ยืนคุมเชิงสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลในระยะที่สุภาพ ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉย ทว่าร่องรอยความระบมบนใบหน้าและกิริยาการยืนที่ฝืนเกร็งเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันแหลมคมของลูน่าไปได้“ข้อเท้าฉัน... หายดีแล้วล่ะ” ลูน่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง “แล้วแผลของคุณล่ะ... ฟีนิกซ์”ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มหลุบสายตาลงต่ำ ค้อมศีรษะตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“ผมสบายดีครับ คุณนาย... ขอบคุณที่เป็นห่วง”ลูน่ายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยหมองลงเล็กน้อยยามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า รวมถึง
ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ ลูน่าก็เบิกตากว้าง ร่างบางรีบลุกพรวดพุ่งเข้าไปหาเขาทันที มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนับหนึ่งแล้วดึงเขาไปที่ซิงค์ล้างจาน จัดการเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำเย็นจัดไหลผ่านรอยแดงเถือกบนหลังมือของเขา“แช่น้ำไว้ก่อนนะคะ รอเดี๋ยว...”เธอเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นกังวล ก่อนจะรีบหันไปเปิดช่องฟรีซเพื่อหยิบน้ำแข็งมาประคบให้อย่างเบามือ นับหนึ่งทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวผ่านม่านน้ำตา... ทั้งตกตะลึง ทั้งซาบซึ้งใจจนหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยพากันร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ขอบคุณนะครับ...”ลูน่าเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาไหววูบด้วยความสงสารก่อนจะพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไรค่ะ... เดี๋ยวฉันทำแผลให้นะ”พูดจบ เธอก็จูงมือเขาให้เดินตามออกไปยังโซนห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างบางเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะกลับมานั่งลงตรงหน้าและเริ่มต้นทำแผลให้อย่างเงียบเชียบและเบามือตลอดเวลาที่เธอทำแผล ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ รู้ตัวอีกที... ใบหน้าของเขาก็โน้มเข







