ANMELDENเมื่อเดินมาถึงที่โต๊ะ เจย์ เรย์ และก้องก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากทักทายหญิงสาวในชุดเดรสเด่นสะดุดตาก่อนทันที “หวัดดีเอ็ม” เรย์มองหน้าเธอขำๆ ก่อนจะแกล้งแซวต่อ “หรือว่าหลังจากนี้ พวกเราควรจะเรียกว่ามิณ...เหมือนที่เจ้ยี่หว่าเรียกดีฮะ” เจ้าของชื่อจุดรอยยิ้มบางๆ ตอบกลับอย่างเป็นกันเอง “เอาที่สะดวกเลยค่ะ” ทันทีที่ตอบกลับทุกคนเสร็จ มิณก็ตวัดสายตาหันหน้ามาทางพี่เอก ซึ่งที่นั่งถัดไปข้างๆ กันนั้นมีร่างสูงของวินนั่งกอดอกมองเธออยู่ก่อนแล้ว พี่เอกเอ่ยปากทักทายรุ่นน้องสาวอย่างร่าเริง ซึ่งมิณก็ทักทายกลับทว่ากลับจงใจทิ้งจังหวะเว้นชื่อของชายหนุ่มอีกคนไว้ดื้อๆ “หวัดดีค่ะพี่เอก... พี่...” ปรที่เดินหน้าแห้งตามหลังมาติดๆ เห็นท่าไม่ดีเลยรีบกระซิบช่วยบอกชื่อแทน “...วิน” “อ้อ... พี่วิน หวัดดีค่ะ” มิณแสร้งทำเป็นเพิ่งนึกออก พยักหน้าทักทายด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ เจ้ยี่หว่าที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลังเห็นจังหวะเหมาะๆ ก็เริ่มเปิดฉากแผนการปั่นประสาทวินเพื่อช่วยหนุนหลังมิณทันควัน เจ้แกขยับเข้าไปใกล้โต๊ะพลางเอ่ยปาก “ยังไงวันนี้เจ้ก็ฝากพนักงาน...เอ้ย หุ้นส่วนคนสวยของเจ้คนนี้ด้วยนะจ๊ะทุกคน” จากนั้นเจ้แกก็ป้องปากทำท่ากระซ
ตัดมาที่ทางด้านโต๊ะวีไอพีที่กลุ่มหนุ่มๆ นั่งกันอยู่ ไม่นานนักน้องพนักงานเสิร์ฟก็เดินประคองถาดเอาน้ำแก้วพิเศษมาเสิร์ฟเลื่อนวางตรงหน้าทุกคน “พี่ปรครับ... พี่มิณให้เอามาให้พี่ครับ” น้องเสิร์ฟบอกเสียงสุภาพ ปรเหลือบมองแก้วเหล้าพลางลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะถามหยั่งเชิง “เออ... แล้วมิณมันจะมาเมื่อไหร่วะ” “พี่มิณอ๋อครับ? เห็นว่าเหลือเคลียร์อีกแค่หนึ่งออร์เดอร์ก็เสร็จแล้วล่ะพี่” วินที่นั่งฟังบทสนทนาระหว่างปรกับพนักงานเสิร์ฟอยู่ข้างๆ ก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ นัยน์ตาคมกริบตวัดมาจับจ้องคนข้างตัว “เพื่อนแกทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านนี้หรอปร?” “จ๊อบเสริมเฉยๆ น่ะเฮีย... แฮะๆ เดี๋ยวผมขอตัวไปตามมันมาก่อนนะ พวกเฮียสั่งของกินกันได้ตามสบายเลยนะคร้าบ!” ทันทีที่ปรพูดจบ เจ้าตัวดีที่กลัวจะโดนเฮียวินซักไซ้จนความลับแตกก็รีบเด้งตัวลุกจากที่นั่งสี่คูณร้อย แล้วสาวเท้าตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์บาร์ที่มิณยืนอยู่ทันที โดยไม่ทันได้อยู่ฟังคำถามที่อีกฝ่ายกำลังจะเอ่ยปากทักท้วงต่อเลยสักคำ “มิ...” วินขยับปากส่งเสียงเรียกค้างไว้ สายตาคมมองตามหลังรุ่นน้องตัวแสบที่วิ่งหน้าตั้งไปที่บาร์ด้วยความนึกสงสัย ณ เคาน์เตอร์บ
ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับปรที่ทำหน้าที่เดินนำพาทุกคนเข้ามาด้านในร้าน เจ้ยี่หว่าเห็นดังนั้นก็ขยับสะโพกมนลุกขึ้นสลัดคราบจิ้งจอกเจ้าแผนการเมื่อครู่ แล้วโปรยรอยยิ้มพิมพ์ใจต้อนรับแขกตามสไตล์เจ้าของร้านผู้เฟรนด์ลี่ทันที “ยินดีต้อนรับทุกคนนะจ๊ะ... เพื่อนๆ ของมิณใช่ไหมจ๊ะเนี่ย” ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น สองนักแข่งตัวตึงอย่างเจย์กับเรย์ก็อุทานทวนคำสลับกันหน้างง “มิณ?” ก่อนเอยปากถามว่า มิณคือใคร ปรที่เดินนำหน้ามาอยู่แล้วรีบเอ่ยปากช่วยไขข้อข้องใจให้รุ่นพี่ทันควัน “เอ็มไงพี่เรย์... ยัยเอ็มชื่อจริงมันชื่อมิณ” หลังจากเคลียร์เรื่องชื่อเสร็จ ปรก็รีบทำหน้าที่แนะนำทุกคนให้เจ้ยี่หว่าได้รู้จักอย่างเป็นกันเอง “อ้อ! ผมลืมแนะนำให้เจ้รู้จักเลย นี่พี่เอก เฮียวิน พี่เจย์ พี่เรย์ แล้วก็นี่ไอ้ก้องครับ... ส่วนนี่เจ้ยี่หว่า เจ้าของร้านสุดสวยประจำร้านนี้” “สวัสดีครับเจ้” พวกหนุ่มๆ ประสานเสียงทักทายพร้อมกันยกเว้นวินที่ทำเพียงพยักหน้ารับยิ้มๆ “หวัดดีจ้าทุกคน เรียกว่าเจ้ พี่ยี่หว่า หรือเจ้ยี่หว่าก็ได้ตามสะดวกเลยนะ” เจ้ยี่หว่าฉีกยิ้มหวานตอบรับ ทว่าสายตาคมของเธอกลับแอบตวัดไปหยุดอยู่ที่ร่า
ณ ร้าน 9-1... ค่ำคืนนี้ที่ร้านดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เจ้ยี่หว่า...เจ้าของร้านสาวสุดแซ่บผู้มีเรือนผมดัดลอนยาวสลวยสีส้มอมแดงสะดุดตา วันนี้เจ้แกจัดเต็มด้วยเสื้อผ้าชีฟองสีดำสนิทแมตช์คู่กับกระโปรงทรงเอตัวยาวสีแดงสดที่แหวกข้างขึ้นสูงโชว์เรียวขา รับกับรองเท้าส้นเข็มสีดำพื้นแดงแบรนด์หรู เจ้แกกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์พลางทอดสายตามอง ‘มิณ’ หุ้นส่วนรุ่นน้องที่วันนี้แต่งตัวสวยผิดหูผิดตาในชุดเดรสกำมะหยี่เปิดไหล่สีดำสนิท มือบางกำลังขะมักเขม้นจัดเตรียมอุปกรณ์บนบาร์เพื่อต้อนรับกลุ่มแขกที่นัดเอาไว้ อันที่จริง... เจ้ยี่หว่าคือเจ้าของร้านเหล้าเดิมที่มิณเคยเข้ามาสมัครทำงานด้วยในตอนแรก แต่ด้วยความหัวไวและไอเดียทางธุรกิจอันเฉียบแหลมที่มิณเสนอให้ เจ้ยี่หว่าจึงไม่รอช้าที่จะอัปตำแหน่งให้น้องรักขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ก่อนที่มิณจะไปลากคอจูโน่ ราม และปรมาร่วมลงทุนทุบร้านเก่าทิ้ง แล้วรีโนเวตใหม่จนกลายมาเป็นร้านยอดฮิตประจำแก๊งอย่างร้าน 9-1 ในปัจจุบัน “วันนี้จัดเต็มเลยนะมิณ” เจ้ยี่หว่าเอ่ยปากทักยิ้มๆ สายตามองสำรวจชุดเดรสหรูของรุ่นน้อง “พอดีว่าวันนี้มีแขกคนพิเศษค่ะ” มิณตอบโดยไม่ละสายตาจากขวด
ทันทีที่เจย์ตวัดสายตามองไล่ตามทางเดินขึ้นไปด้านบน ก็พบกับร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเป็นคนที่มองแวบแรกแล้วให้ความรู้สึกเนี๊ยบ สะอาดสะอ้าน และเต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มลึก นัยน์ตาคมคู่นั้นทอดมองลงมาด้านล่างประจวบเหมาะเป็นจังหวะที่เอ็มสบตาเข้าพอดี ชายหนุ่มขยับรอยยิ้มบางๆ ส่งกลับมาให้ ทว่าเอ็มกลับสัมผัสได้ถึงรังสีแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มแสนสุภาพนั้น ทันใดนั้น ชายหนุ่มลึกลับก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินลงบันไดตรงมาหาแก๊งด้านล่าง พร้อมกับเอ่ยทักทายทุกคนเสียงทุ้ม “สวัสดีครับ” ทันทีที่เห็นร่างของ ‘วิน’ เดินลงมา ปรที่กำลังหาทางหนีทีไล่ก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปชาร์จหาคนที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายทันควัน “เฮียวิน!” ปรร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง “ช่วยผมด้วยดิเฮีย! เพื่อนผมแม่งจะฆ่าผมอยู่แล้วเนี่ย!” วินที่ได้ยินคำฟ้องร้องสติแตกเช่นนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อน เขาเพียงแค่ส่งรอยยิ้มละมุนละไมกลับไปให้ปรอย่างใจเย็น ทว่าแววตาซุกซนคู่นั้นกลับทำเอาคนมองเริ่มเสียวสันหลังวาบ ปรหน้าถอดสีหลุดทวนเสียงอ้อมแอ้มตอบกลับรอยยิ้มเลิ่กลั่ก “...อ้าว เฮีย?” พี่เอกเห็นท่าไม่ดีว่าความลับและแผนการทั้ง
หลังจากที่พวกสื่อมวลชนยอมสลายตัวเดินจากไป ในพิทบ็อกซ์ก็เหลือเพียงราม จูโน่ เอ็ม ปร พี่เอก ทีมงานช่าง และสามเต็งหนึ่งอย่างก้อง เจย์ และเรย์ พี่เอกที่เพิ่งได้สติรีบเดินเข้ามาถามไถ่ “เรื่องมันยังไงกันแน่วะเนี่ย ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือฟาดกบาลกันเลยเหรอ?” รามเป็นคนแรกที่ตอบกลับ “ก็...ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับพี่เอก แต่ว่า...” “คนเริ่มแผนการชั่วร้ายทั้งหมดคือไอ้คุณปรครับ!” จูโน่รีบพูดสวนเสริมทัพทันควัน ปรรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวันหน้าตื่น “กูเปล่านะเว้ย!” “มึงไม่ได้เริ่ม แล้วหมาตัวไหนมันเริ่มฮะ” เอ็มกดเสียงต่ำ ปรพยายามทำหน้าเลิ่กลั่กบ่ายเบี่ยงสายตาเลี่ยงที่จะตอบว่าใครคือคนคิดแผนการที่แท้จริง เอ็มเห็นท่าทางพิรุธเลยตวัดสายตาไปหาคนต่อไป “...พี่เอกเหรอ?” ทันทีที่เจ้าของชื่อได้ยิน พี่เอกก็รีบโบกมือปฏิเสธหน้าซีดเผือดเพราะกลัวจะโดนสอยด้วยหมวกกันน็อกเหมือนภาพติดตาเมื่อครู่ “พี่เปล่าๆๆ!” เอ็มถอนหายใจยาวพลางกอดอก “การที่ใช้แผนมัดมือชกแบบนี้ แทนที่จะมาคุยกันดีๆ แต่กลับมายัดเยียดสัญญาบ้าๆ นี่ให้... คิดว่าคนที่ถูกยัดเยียดเขาจะดีใจกับสิ่งที่พวกคุณทำงั้นเหรอ” “แต่... มึงก็ดูแฮปปี้สะ







