Share

04.น่าสนใจ

last update Last Updated: 2026-01-30 00:56:25

เขามองดูตามสายตาน้องที่เอาแต่เพ่งดูอาหารในถุง หรือว่ามันจะกินไม่เป็น

“มึงอยากกินไรเป็นพิเศษปะเดี๋ยวออกไปซื้อให้ใหม่ แต่บอกไว้ก่อนว่าแถวนี้ไม่มีอาหารเกาหลีให้มึงนะ” หัตถถาม เมื่อกี๊เขาหิวมากจนลืมโทรถามไอ้นัยน์ก่อนซื้อ

กรมองหน้าหัตถ ย่นหัวคิ้วครู่หนึ่ง “ผมก็คนไทยครับ เกิดและโตที่ไทยผมกินอาหารไทยได้” ปกติเขาไม่ใช่คนชอบพูดเรื่องตัวเองเท่าไรนัก

ขนาดว่าคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เข้าใจผิดในตัวเขายังไม่เคยคิดจะแก้ข่าวเลย แต่กับพี่คนนี้เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้มีเรื่องเข้าใจผิดกัน

กรเองก็ไม่รู้ว่าทำไมกับพี่คนนี้เขาถึงรู้สึกผ่อนคลายนัก

“ก็ดี เอ้านี่ เอาไปใส่จานให้ทีเดี๋ยวกูเก็บพวกนี้ก่อน” หัตถฉีกยิ้มหวานให้ จับมือกรมารับถุงกับข้าวทั้งหมดไว้

กรยกถุงขึ้นไว้ระดับเดียวกับหน้าของตัวเอง แล้วมองไปที่หัตถ “ครับ?”

“อย่าบอกนะว่าแกะอาหารใส่จานไม่เป็น” เขามองหน้าเจ้าเด็กที่ดูสงสัยไปหมด

“เป็นครับ” แต่ที่กรอดสงสัยไม่ได้คือความเป็นกันเอง และความรู้สึกสนิทสนมอันรวดเร็วเหลือเกินนี่ต่างหาก ว่ากันตามตรงพวกเขาเพิ่งเจอหน้ากันเมื่อเช้าเองนะ

แต่การที่หัตถเป็นแบบนี้ก็ช่วยคลายความอึดอัดของกรลงได้เยอะ เขารู้สึกผ่อนคลายกับคนตรงหน้าลงมาก ๆ เหมือนว่าพวกเขาน่าจะสนิทกันได้ไม่ยาก

“เป็นก็ไปดิ จานชามช้อนอยู่ในครัวนั่นแหละ เรามานั่งกินกันที่ระเบียงข้างนอกนะ” พอพูดประโยคสุดท้ายจบหัตถก็ส่งวิ้งค์ไปหนึ่งที

กรยกยิ้มมุมปากกับท่าทางน่ารักนั่น “ตอนกินกัน... พี่ชอบอยู่ข้างบนหรือข้างล่างครับ” เขารอฟังคำตอบจากรุ่นพี่ตัวน้อยอย่างตั้งใจ

นิสัยผู้ชายมันก็แบบนี้แหละ พอเริ่มสนิทใจกันสบายใจต่อกันความจัญไรก็บังเกิด ว่ากันว่าเรื่องสิบแปดบวกในหัวผู้ชายมันเกิดขึ้นบ่อย ๆ อยู่แล้ว

แม้ปกติกรไม่ใช่คนลามกอะไร ยิ่งถ้าไม่สนิทกันเขาไม่มีทางพูดอะไรแบบนี้ด้วยแน่ แต่กับรุ่นพี่คนนี้กรกลับอยากแกล้งขึ้นมาเสียงั้น

“ก็แล้วแต่สถา... ณการณ์” หัตถเงยหน้าขึ้นมาสบตากับรุ่นน้องเพื่อนอีกครั้ง ยิ้มกรุ้มกริ่มแบบนั้นคิดดีไม่ได้จริง ๆ “อะ กูเชื่อแล้วว่ามึงสนิทกับไอ้นัยน์มาก มันสอนแต่เรื่องจัญไรให้มึงสินะ”

“เกี่ยวอะไรกับนัยน์ฮยองผมถามถึงระเบียง ว่าพี่อยากกินข้าวกับผมที่ระเบียงข้างบนหรือระเบียงข้างล่าง มันจัญไรยังไงครับ?”

รอยยิ้มกรุ้มกริ่มจากเด็กโข่งนั่นทำเอาหัตถแก้มแดงหูแดงไม่รู้ตัว “ระเบียงไหนมึงก็เลือกเอาเหอะ ถามมากจัง”

“โอเคครับ งั้นผมไปก่อนนะ” กรเดินยิ้มกริ่มไปได้ไม่ไกลจึงหันกลับมาหาหัตถ “แต่ผมชอบอยู่ข้างบนนะครับ แล้วผมก็ชอบเป็นคนทำมากกว่า”

ใบหน้าหล่อพูดทิ้งไว้เท่านั้น แล้วหันหลังเดินกลับไป เหลือไว้แต่คนโตกว่าที่ยืนทำหน้างง “ก็แล้วจะมาบอกทำไม ไอ้เด็กนี่” จากที่แดงระเรื่อก่อนหน้า ตอนนี้หูกับแก้มหัตถเรียกว่าแดงแปร๊ด    

กรหยิบจานชามช้อนจากในครัวออกมาที่นอกระเบียงชั้นบน ไม่ลืมหยิบเอาแก้วกับขวดน้ำเปล่าในตู้เย็นออกมาด้วย เขาพยายามแกะยางบนถุงที่ดูจะมัดแน่นเหลือเกินราวกับกลัวว่าจะมีใครเปิดมันได้

สุดท้ายแล้วความพยายามก็หมดลง กรตัดสินใจเอาปลายเล็บที่ยาวออกมาหน่อยเจาะถุงแล้วออกแรงฉีก เขาหัวเราะเบา ๆ ให้กับเรื่องเล็กน้อยตรงหน้า “รู้สึกชนะแหะ”

“ชนะอะไรวะ” หัตถเดินมาถึงโต๊ะไล่สายตามองดูถุงกับข้าวที่ถูกฉีกทึ้งวางเละเทะอยู่ตรงหน้า “ไหนมึงบอกแกะเป็นไง ทำไมเละแบบนี้วะ ฮ่า ๆๆๆ”

กรมองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มทั้งเสียงหัวเราะแหลมเล็กฟังดูคล้ายกับเสียงผู้หญิงของคนตรงหน้า น่ารัก นั่นคือคำที่เกิดขึ้นในหัวของเขาในตอนนี้

ยิ่งยิ้มมากเท่าไหร่สองแก้มทั้งสองข้างของหัตถยิ่งบุ๋มลึกลงไป

กรเพิ่งสังเกตเห็นว่าลักยิ้มพี่คนนี้ขี้โกงชะมัด เพราะเจ้าสิ่งนี้มักจะเสริมให้เจ้าของมันดูน่ารักขึ้นสามพันเปอร์เซ็นต์เพียงแค่ยิ้มโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย เขาอิจฉาคนที่มีมันมาตลอด

“ขอโทษครับ” กรค้อมหัวให้

“ขอโทษทำไมกูยังไม่ได้ว่าไรเลย” หัตถเดินเข้ามาหยิบเอาถุงต้มแซ่ปไปแกะเอง “มานี่ กูจะแกะให้ดูเป็นตัวอย่าง ขืนให้มึงแกะถุงนี้ ได้กลายเป็นต้มแซ่ปแบบแห้งแน่ น้ำซุปคงไหลกลับคืนแม่น้ำหมด”

เมื่อแกะอาหารใส่จานชามเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลากิน หัตถหยิบเอาถุงข้าวเหนียวมาถือไว้ ออกแรงบีบข้าวในถุงให้เป็นแท่งกลม ๆ ก่อนจะเด็ดทีละพอดีคำมาจิ้มกินกับส้มตำ

               ปากน้อย ๆ เคี้ยวหงุบหงับดูน่าอร่อยจนกรนึกอยากกินบ้าง เขาหยิบถุงข้าวเหนียวอีกถุงขึ้นมาบีบบ้าง

               “กินเป็นเหรอ” หัตถถาม

               “เห็นพี่กินแล้วดูน่าอร่อย เลยอยากลองมั่ง”

               “งั้นเอานี่” หัตถทำแบบเดียวกันกับที่ตัวเองกินเมื่อกี้แล้วยื่นคำนี้ไปจ่อที่หน้าของกร “กินดิ น้ำส้มตำจะหยดเลอะมือกูแล้วเนี่ย”

               เขาให้น้องลองชิมดูก่อนไม่อยากให้เปลืองข้าวถุงใหม่ อีกอย่างกรคงทำไม่เป็นมันจะเลอะยิ่งกว่าแกะถุงอาหารเอาเข้า

               กรอ้าปากอย่างว่าง่าย งับเอาข้าวคำนั้นมา ทว่าเขาคงกะระยะไม่ถูกจนเลยไปงับเอานิ้วมือของคนพี่ไว้ด้วย

“มึงจะแดกนิ้วกูด้วยเลยรึไง” หัตถดึงเอานิ้วมือตัวเองออกมาเมื่อเห็นว่า เจ้าเด็กนี่ไม่ยอมละปากออก

“ไม่อะ เค็ม” กรแลบลิ้นออกมาเลียรอบริมฝีปากหลังจากเคี้ยวคำนั้นเสร็จ

               “งั้นก็ปั้นแดกเอง” หัตถหยิบแก้วขึ้นมาเทโซจูไทยแลนด์ประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ของแก้วแล้วส่งให้กร “มา แก้วนี้ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ”

               กรรับแก้วมาด้วยมือสองข้าง มือหนึ่งจับด้านข้างแก้วอีกมือประคองก้นแก้วไว้ เขายกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันข้างแล้วยกรวดเดียวหมดแก้ว “อ่าาาห์” รสชาติของมันบาดคอจนกรหลับตาปี๋

               “ไหวป่าวเจ้าเด็ก” หัตถถามหลังจากยกของตัวเองหมดแก้วแล้ว

               น้ำเสียงเย้าแหย่จากคนพี่ กรรู้สึกยอมแพ้ไม่ได้ “แค่ไม่ชินน่ะ”

               “ปกติอยู่ที่นู่นมึงดื่มบ่อยปะ” หัตถหยิบเอาแก้วเปล่าของกรมาเติมแล้วส่งให้ กรรับแก้วไปทำท่าจะดื่มอีก เขาจึงยั้งมือน้องเอาไว้ “เบาได้เบา ไม่ต้องรีบ”

               “ก็มีดื่มบ้างครับ แต่ไม่บ่อย” กรบอกตามตรง

               “เป็นเด็กดีจังวะ”

               “เพราะงานน่ะ”

               “แต่กูเคยดูซีรีส์เกาหลีนะ กูว่าคนที่นั่นดื่มเก่งมาก แทบจะทุกวันหลังเลิกงานเลย”

               “ก็ใช่ครับ แต่กับบางคนบางงานบางครั้งเราก็ต้องรู้จักควบคุมตัวเองไว้บ้าง” กรยกแก้วยื่นมาตรงหน้าหัตถ

               “ไม่ได้แอบด่ากูใช่ปะ” เขายกแก้วขึ้นชนกับของกรแล้วดื่มรวดเดียวหมด “แล้วมาแบบนี้ งานไม่เป็นไรเหรอ”

               กรเองก็ยกรวดเดียวหมดอีกครั้ง “ผมได้หยุดน่ะครับ”

               “งานที่เกาหลีนี่ เวลาได้หยุดเขาให้หยุดนานปะ”

               “ก็ แล้วแต่งานครับ ผมก็บอกไม่ถูก”

               “งานมึงล่ะ หยุดนานปะ”

               กรนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “ครั้งนี้ก็น่าจะนานสุดแล้วครับ”

               “เหรอ กี่วันอะ” หัตถหยิบกับแกล้มมาใส่ปาก

               “อาจจะเป็นเดือน ไม่ก็เป็นปีหรือบางทีก็ตลอดไป”

“อันนี้เขาให้หยุดพัก หรือให้ออกกันแน่ นานสัด” หัตถเห็นคนตรงหน้าเงียบไป เอาแต่แหงนมองดาวบนฟ้า ใบหน้าหล่อดูนิ่งขรึมขึ้นมา “เห้ย มึงคิดมากเหรอ กูล้อเล่น”

“เปล่าครับ ผมแค่เพิ่งเคยเห็นดาวเยอะขนาดนี้” กรเงยหน้าทิ้งไว้อย่างนั้น ให้น้ำในหน่วยตาไหลกลับคืน

ที่ผ่านมาเขาคุยเรื่องนี้กับนัยน์ฮยองและเพื่อนร่วมงานคนอื่นบ่อย ๆ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แต่พอได้เปิดปากกับพี่คนนี้ จู่ ๆ น้ำในตากลับรื้นขึ้นมาเสียงั้น ดีที่เขาเก็บมันกลับคืนได้ทัน

“ชอบเหรอ” หัตถถาม

“ครับ” กรละสายตาจากดาวบนท้องฟ้าลงมา มองดูใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มน้อย ๆ ตลอดเวลา ปลายเขี้ยวเล็กแหลมมักจะโผล่ขึ้นมาพร้อมกันกับลักยิ้มน่ารักนั่น “น่าสนใจดี”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ระวังโดนผมตกนะ   05.แตกต่างแต่เข้ากัน

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านเข้ามากระทบเปลือกตาของหัตถที่นอนอยู่ริมนอกสุด เขายกมือขึ้นมาจับที่หัวตาไว้แล้วบีบน้อย ๆ“อื้อ หนักหัวฉิบหาย” หัตถกระพริบตาปริบ ๆ สองสามทีก่อนจะค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมอง “ห้องวาดรูปนี่” ทว่าตอนที่หัตถกำลังจะลุกจากที่นอน กลับลุกไม่ขึ้น ทั้งแขนใหญ่ที่พาดผ่านทับช่วงตัว ไหนจะขายาว ๆ นั่นที่ทับขาเขาไว้อีก “มึง เห็นกูเป็นหมอนข้างหรือไง” เขายกทั้งแขนขาที่แสนหนักนั่นออกจากตัวทว่าเจ้าของมันกลับไม่ยอม กระชับกอดเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิม จมูกโด่งนั่นซุกมาอยู่ที่ซอกคอจนขนอ่อนของหัตถลุกเกรียว “ไอ้กร มึงปล่อยกู ฮึบ”“อื้อออ ชานอ่า ชีกือรอ(หนวกหูน่า)” กรบ่นออกมาเป็นภาษาเกาหลีตามความเคยชิน“ชานพ่อชานแม่มึงดิ นี่กู หัตถ ปล่อยกูก่อน” เขาฟังไม่ออกก็จริง แต่เดาได้ว่าชานน่าจะเป็นชื่อใครสักคนที่ชอบกวนมันตอนนอน“ชานอ่า โชโยงีแฮ(เงียบหน่อย)”“ไม่ใช่ชาน นี่หัตถ” หัตถยังคงเขย่าแขนกร ออกแรงเยอะขึ้นหวังให้เขาตื่น“ย่าห์ ซอชานวอน” กรชันตัวขึ้นอย่างหัวเสีย ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ซอชานวอนที่คุ้นเคย “เอ่อ... ขอโทษครับ ผมคิดว่า...”“เออ ช่างเหอะ” หัตถเอานิ้วจิ้มที่แขนแกร่งพลาง

  • ระวังโดนผมตกนะ   04.น่าสนใจ

    เขามองดูตามสายตาน้องที่เอาแต่เพ่งดูอาหารในถุง หรือว่ามันจะกินไม่เป็น“มึงอยากกินไรเป็นพิเศษปะเดี๋ยวออกไปซื้อให้ใหม่ แต่บอกไว้ก่อนว่าแถวนี้ไม่มีอาหารเกาหลีให้มึงนะ” หัตถถาม เมื่อกี๊เขาหิวมากจนลืมโทรถามไอ้นัยน์ก่อนซื้อกรมองหน้าหัตถ ย่นหัวคิ้วครู่หนึ่ง “ผมก็คนไทยครับ เกิดและโตที่ไทยผมกินอาหารไทยได้” ปกติเขาไม่ใช่คนชอบพูดเรื่องตัวเองเท่าไรนักขนาดว่าคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เข้าใจผิดในตัวเขายังไม่เคยคิดจะแก้ข่าวเลย แต่กับพี่คนนี้เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้มีเรื่องเข้าใจผิดกันกรเองก็ไม่รู้ว่าทำไมกับพี่คนนี้เขาถึงรู้สึกผ่อนคลายนัก“ก็ดี เอ้านี่ เอาไปใส่จานให้ทีเดี๋ยวกูเก็บพวกนี้ก่อน” หัตถฉีกยิ้มหวานให้ จับมือกรมารับถุงกับข้าวทั้งหมดไว้กรยกถุงขึ้นไว้ระดับเดียวกับหน้าของตัวเอง แล้วมองไปที่หัตถ “ครับ?”“อย่าบอกนะว่าแกะอาหารใส่จานไม่เป็น” เขามองหน้าเจ้าเด็กที่ดูสงสัยไปหมด“เป็นครับ” แต่ที่กรอดสงสัยไม่ได้คือความเป็นกันเอง และความรู้สึกสนิทสนมอันรวดเร็วเหลือเกินนี่ต่างหาก ว่ากันตามตรงพวกเขาเพิ่งเจอหน้ากันเมื่อเช้าเองนะแต่การที่หัตถเป็นแบบนี้ก็ช่วยคลายความอึดอัดของกรลงได้เยอะ เขารู้สึกผ่อนคลายกับ

  • ระวังโดนผมตกนะ   03.ยังไม่ทันตกเลย

    รอบ ๆ ตัวกรเต็มไปด้วยกระดาษที่หัตถวาดรูปแล้ว แต่มันไม่ได้ดั่งใจจึงขยำทิ้งไว้ถูกเปิดออกดูแทบจะทุกรูปเขาไล่สายตาสำรวจผิวขาวนวลผ่อง แค่ดูก็รู้สึกได้ถึงความเนียนละเอียดของผิวเจ้าเด็กหนุ่มหน้าใสที่นอนอยู่ ดูจากผิวพรรณแล้วหัตถอดคิดไม่ได้ว่าเด็กคนนี้คงไม่ค่อยได้ทำงานบ้านเองเท่าไร‘ไม่เคยทำยังจะปากเก่งอีกนะมึง’ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเอ็นดูน้องมันขึ้นมาหัตถรู้จากเพื่อนแค่เพียงว่าน้องมันเจอเรื่องแย่ ๆ มาเยอะ ทั้งที่ก็พยายามอย่างหนักมาตลอด สภาพจิตใจตอนนี้คงไม่ไหวมากจนอยากหาที่พักช่วงนี้น้องมันมีเวลาได้หยุดพักนานหน่อย ก็เลยอยากหลบไปหาที่ที่มันสงบ ไอ้นัยน์ถึงเอามาฝากไว้กับเขานัยน์บอกว่าเด็กคนนี้เป็นคนเงียบ ๆ จึงรับประกันได้ว่าจะไม่รบกวนเขาทำงานแน่ ๆ หัตถจึงยอมให้มา‘เหนื่อยก็ไม่บอกวะเดี๋ยวทำให้ก็ได้ จะฝืนร่างกายทำไม’ เขาบ่นเบา ๆ ให้เจ้าเด็กยักษ์ ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการเก็บห้องส่วนที่เหลือต่อให้ ซึ่งเอาจริงก็เหลือไม่เยอะเจ้าเด็กเก็บทุกอย่างที่วางเกะกะใส่ลังเบียร์เปล่าเขาชอบซื้อเบียร์มาตุนไว้ดื่มชิว ๆ สักขวดก่อนนอน ลังที่ว่าจึงถูกนำมาใส่ของวางเรียงเป็นระเบียบอยู่ข้างกำแพงห้อง หนังสือที่เขาหยิบมาอ่าน

  • ระวังโดนผมตกนะ   02.ยินดีที่ไม่รู้จัก

    หัตถไม่จับตอบ เขากลับตีมือเด็กน้อยตรงหน้าเบา ๆ ให้เอาลง “หัตถ กูชื่อหัตถ อะไรวะ จะมาอยู่บ้านเขาเสือกไม่รู้จักชื่อเจ้าของบ้าน”“ชเวซงฮัมนีดา” ขอโทษครับ(พูดแบบเป็นทางการ) กรโค้งดำนับจนหัวอยู่ระดับเอวกรตกใจ ผละตัวถอยหลังเล็กน้อย “อยู่ไทยก็พูดไทยดิวะ”“โอ ขอโทษครับ” กรพูดอีกครั้ง“แล้วนี่มึงมาถึงนานยังอะ” กรพูดพลางผายมือนำกรให้เดินเข้ามาในเรือนกระจก“อ่า เพิ่งมาถึงตอนที่พี่เดินออกมาเจอพอดีครับ” กรตอบ ดูจากท่าทางพี่เขาแล้วกรก็ไม่กล้าบอกหรอกว่าแอบดูพี่เขาอยู่พักหนึ่งแล้ว“เออ ๆ” หัตถพยักหน้า ก่อนเอ่ยถาม “แล้วนี่กินไรมายัง จะกินข้าวก่อนมั้ยหรือจะไปห้องเลย”“ผมดื่มกาแฟกับทานขนมปังมาแล้วครับ ขอบคุณครับ” กรค้อมหัวให้มารยาทจะดีอะไรขนาดนั้นวะแม่ง รู้สึกเหมือนกูเป็นคนถ่อยเลยหัตถพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะหาเรื่องคุยต่อ “อ๋อ อิ่มเหรอวะ”“อิ่มครับ”“เออ งั้นก็ไปที่ห้องพักเลยนะ” กรพูดพลางเดินนำออกไปอีกทาง “ลากกระเป๋ามึงมาทางนี้”“ครับ”“มึง ไม่ต้องครับทุกคำก็ได้ กูขนลุก” หัตถยกแขนขึ้นให้กรดู“ครับ” กรตอบรับหน้านิ่ง จ้องหน้าหัตถตาแป๋ว‘สัด กวนตีนกูปะเนี่ย’ หัตถบ่นเบา ๆ ก่อนจะพารุ่นน้องของเพื่อนเดินลัดโ

  • ระวังโดนผมตกนะ   01.บินด่วน

    สนามบินประจำจังหวัด ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อแขนยาวตัวโคล่ง กางเกงวอร์มขายาวเข้าชุดกัน ฮูดถูกยกขึ้นไปคลุมหมวกแก๊บบนหัวบดบังใบหน้าเอาไว้ แว่นตาดำกรอบใหญ่บวกกับหน้ากากอนามัยสีดำตอนนี้กรดูไม่ต่างจากนักโทษที่ตำรวจพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เขายืนเก้ ๆ กัง ๆ มองซ้ายทีขวาทีก่อนจะตรงไปที่เคาน์เตอร์ประสัมพันธ์เพื่อถามหารถเช่ากรพูดได้สามภาษา ไทย อังกฤษ เกาหลี ส่วนภาษาจีนกับญี่ปุ่นเขาพูดได้แค่คำง่าย ๆ ที่เคยได้ยินเท่านั้นชายหนุ่มเลือกใช้ภาษาอังกฤษด้วยความเคยชินพูดกับหญิงสาวประจำเคาน์เตอร์ ซึ่งเขาคิดว่านี่น่าจะเป็นภาษากลางที่สุด กรไม่ได้อยู่ไทยนานมากแล้วบางทีก็คิดคำไทยบางคำไม่ออก หรืออาจจะคิดช้าสักหน่อยไม่นานเขาก็ได้คำตอบพร้อมบริการสุดพิเศษจากคุณเจ้าหน้าที่ เธอจัดการเรียกเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการรถเช่าให้มารับกรถึงเคาน์เตอร์กรเดินตามคุณลุงไปจนถึงจุดที่ลุงจอดรถ เขาส่งที่อยู่ให้ลุงคนขับรถดู ลุงอ่านเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะบ่นเบา ๆ คนเดียวด้วยภาษาท้องถิ่น “ไปอยู่ในป่าในเขาจังซั่น สิอยู่ได้อยู่บ่” “ครับ?” กรถามลุงกลับด้วยภาษาไทย เขารู้สึกได้ว่าลุงไม่น่าจะพูดภาษา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status