เข้าสู่ระบบฟางเฉินยืนเต็มความสูง ช้อนอุ้มร่างบางให้แนบอก ขาเรียวยาวก้าวตรงไปยังห้องนอน ความต้องการของทั้งสองมากมายเกินกว่าจะสนใจอาหารบนโต๊ะอาหาร
ร่างบางระทดระทวยอยู่บนเตียงกว้าง ความปรารถนาเอ่อล้นออกมาทางแววตาที่จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าถอดเสื้อผ้า
เขารีบเร่งเพราะอารมณ์ของตัวเองก็มากมายเกินกว่าจะห้ามความต้องการได้
สองตาเรียวยังคงจับจ้องหญิงสาวบนเตียงกว้าง เธอรู้ว่าเขามองอยู่ สองขาเรียวตั้งชันและแยกออกจากกัน เปิดเผยสิ่งที่อยู่กลางกายให้เขาได้เชยชม
กระโปรงของชุดเดรสลูกไม้ร่นมากองบนหน้าท้องแบนราบ
จีสตริงลายลูกไม้ตัวใหม่ที่ไม่ได้ปกปิดสิ่งใดเลยสักนิดกำลังฉ่ำชื้นด้วยความปรารถนาที่ร่างกายไม่อาจห้าม มือบางไล้ตรงเป้าของแพนตี้ตัวงาม กรีดนิ้วมือเรียวยาวลงกับร่องหลืบของความเป็นหญิง
“อา...” เธอกรีดนิ้วมือเรียวยาวลงบนเป้าของแพนตี้ให้แยกออกจากกัน ช่างเป็นดีไซน์ที่เร้าใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งนี้ถูกสร้างมาเพื่อสิ่งใด
พวกเขาไม่จำเป็นต้องถอดก็สามารถร่วมรักกันได้ทันทีที่ขยับแยกขาออกจากกัน
เธอฉ่ำเยิ้มและเวลานี้เขาก็แข็งเป็นลำเช่นกัน ร่างแกร่งขึ้นคร่อมร่างบางไว้ เขาป้อนจูบเร่าร้อนและดูดดื่ม หน้าอกข้างหนึ่งถูกเขาฟอนเฟ้น สายเส้นเล็กของชุดเดรสถูกเลื่อนไปข้างไหล่ เปิดให้ก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นล้นออกมาจากชุดเดรสคอลึก
เขาดึงจุกซิลิโคนออกอย่างรวดเร็ว เปิดเผยเต้างามออกมาล่อสายตาและสู้มือ
“อ๊ะ” เธอร้องครางเมื่อกลีบเนื้อเบื้องล่างโดนเสียดสีและรุกล้ำในตำแหน่งตื้น ๆ เวลานี้เขากำลังปลุกปั่นให้เธออยากมากขึ้น
“ชุดเธอโคตรดี เดียร์น่า อา...” เสียงครางต่ำดังขึ้นเมื่อเขากดส่วนแข็งขืนเข้ากับร่องรักฉ่ำน้ำหวาน เธอแอ่นกายรับความเป็นชาย หากจุกแน่นเพราะขนาดที่ไม่ธรรมดาของเขา
แม้จะเข้าได้แค่ปากทาง แต่เธอกลับรู้สึกคับแน่นไปทั้งร่องรัก และเมื่อเขาเริ่มขยับและแทงลึกจนสุดลำ ร่างของเธอกระตุกเกร็งเพราะสุขสม
“อา...เสียวจัง” เสียงร้องครางของเธอเรียกเสียงคำรามต่ำจากคนบนร่าง เขายันกายขึ้น จับเอวบางทั้งสองข้างไว้แน่น จากนั้นเขาก็เสยสะโพกตอกอัดเข้าสุดและออกสุด
เธอขยับสะโพกเข้ารับในจังหวะที่เขาโหมกระหน่ำ นั่นยิ่งทำให้เดียร์น่าเสียวเกินกว่าจะห้ามเสียงคราง ยิ่งครางฟางเฉินก็ยิ่งเร่งจังหวะ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อ ร่างของเธอขยับไหวอย่างแรงจากการตอกอัด เพียงไม่นานเขาก็สุขสม ร่างของเราทั้งสองยังเชื่อมต่อ
เขากดเธอแทบจมเตียง
“อื้อ เสียว” เธอร้องครางดังอีกครั้งเมื่อเขาพลิกกายให้ขึ้นมาอยู่ด้านบน ช่องทางรักฉ่ำเยิ้มและคับแน่น
“ขึ้นให้หน่อย”
เดียร์น่ายันกายลุกขึ้นนั่งกลางกายแกร่ง ขยับโยก ส่ายร่อนอย่างที่เขาชอบ บดบี้และขยี้ในจังหวะที่ลงกระแทก ฟางเฉินร้องครางบ่งบอกว่าชื่นชอบความสุขที่เธอมอบให้
ชายอันเป็นที่รักมีความสุขนั่นยิ่งทำให้เธอมีความสุข ชีวิตราวกับฝันที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง สิบปีที่อยู่ด้วยกันไม่ต่างกับสามีภรรยา
เขาเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
เรารักกัน แม้คำนี้จะมีแค่เธอที่เคยเอื้อนเอ่ยแต่ก็นึกว่าเราสองคนคิดเหมือนกัน ‘เรารักกัน’
บทรักของเราสองคนเนิ่นนานกว่าจะจบลงในอีกสองชั่วโมงต่อมา ความอิ่มเอมในรสรักยังหวานล้ำอยู่ในอก
เธอกกกอดเขาไว้อย่างแสนคิดถึง เวลาสองสัปดาห์ที่ห่างกันช่างยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์
เสียงถอนหายใจของเขาดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง
มีบางอย่างกวนใจเขา มือหนาที่ลูบไล้หลังบอบบางของเธอเย็นชืดจากที่เคยอบอุ่น
“ผมต้องกลับฮ่องกง”
เธอยิ้มกับคำพูดของเขา ถึงเวลาที่เราจะได้กลับแผ่นดินเกิดแล้วสินะ
“เดียร์น่า...” คำว่าเธอจะกลับด้วยถูกกลืนลงคอกับประโยคถัดมาของเขา
“ผมต้องแต่งงาน...กับจางเหมยลี่” ตัวเธอชาวาบกับสิ่งที่ได้ยิน ความสุขที่เอมอิ่มก่อนหน้านี้ลดวูบราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
“แล้วเดียร์ล่ะคะ”
“คุณก็อยู่ที่นี่ ผมจะให้เงินคุณก้อนหนึ่ง เริ่มต้นใหม่กับใครสักคน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะเดียร์”
“เร็วจังนะคะ อีกไม่ถึงปีเด็ก ๆ ก็จะเข้าปอหนึ่งแล้ว” คนเป็นแม่ของว่าที่เด็กประถมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ลูกเราโตเร็ว พ่อเริ่มแก่แล้วเนี่ย” คนเริ่มแก่บ่นทั้งที่ยังโชว์ซิกซ์แพ็กแน่น ๆ ให้เธอมองตลอด เธอเสียอีกตั้งแต่คลอดลูกน้ำหนักก็ยังไม่กลับไปเท่าเดิมอีกเลยแต่เมื่อสามีบอกว่าชอบแบบนี้ ชอบแบบอวบอิ่มเช่นเวลานี้มากกว่าตอนที่ผอม ๆ ซีด ๆ เหมือนตอนที่เพิ่งคบกัน ในเมื่อสามีให้ท้ายว่าไม่ต้องลดหุ่น คนไม่อยากลดก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากอยากกินอะไรก็กิน อยากทำอะไรก็ทำ‘อะไรมีความสุขก็ทำเถอะ’ นั่นคือคำพูดของชายคนรักที่ทำให้เธอรักเขาเพิ่มขึ้นอีกสามร้อยยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ส่วนเธอชอบบอกเขาว่า‘ไม่ต้องหล่อมากก็ได้’ ถึงสามีของเธอจะอายุห้าสิบกว่าแล้วแต่เชื่อเถอะ ถ้าเดินไปถามคนที่พบเจอเขาไม่มีทางที่ใครจะเชื่อว่าเขาอายุห้าสิบกว่าแล้ว ในเมื่อเขาทั้งหล่อเหลาหุ่นดี และยังแรงดีเวลาอยู่บนเตียงการออกกำลังกายของเขาคือการวิ่ง ส่วนเธอนั้นคือโยคะ ที่ต้องเล่นโยคะเพราะต้องการให้ร่างกายยืดหยุ่น ก็สามีเธอห้าสิบยังแจ๋ว ท่ายงท่ายากบางทีท่านก็ทำให้เมียต้องแหกแข้งแหกขาไม่หยุดในเมื่อผัวยังแรงดี เมียเด็กอย่างเธอก็ต้องสู้เต็มที่ ไ
การเรียนวันแรกแค่สามชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองแฝดกลับมาถึงบ้านด้วยความเบิกบาน กินข้าวกินขนมเสร็จแล้วก็นอนกลางวันอย่างเช่นเคย อยากนอนเร็ว ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ตื่นไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ในค่ำคืนที่สองแฝดหลับใหล สองสามีภรรยามีเวลาพูดคุยและนอนดูซีรีส์ด้วยในอีกห้องหนึ่งอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ“เดียร์อยากเปิดคลินิกไหม” เขาลูบแขนคนตัวเล็กที่นอนซบอยู่บนอกแกร่ง เวลาที่อยู่กันลำพังแค่สองคนพวกเขาก็ยังเรียกขานด้วยชื่อเดิม ๆ“อืม ไม่ดีกว่าค่ะ” เดียร์น่าไม่ใช่คนไทย เธอไม่อยากต้องเดินเรื่องเอกสารการทำงานของคนต่างด้าว ไม่อยากให้ตัวเองมีตัวตน“เราอยู่เงียบ ๆ ดีกว่าค่ะ สมัยนี้ไม่ว่าอะไรคนชอบแชร์ ชอบถ่ายลงโซเซียล อยากอยู่แบบนี้สบายใจมากกว่า”ฟางเฉินพยักหน้าเข้าใจ เขาเองก็เช่นกัน อยากอยู่เงียบ ๆ แม้แต่การลงทุนบางบริษัทที่บรรดาญาติจะชวนลงทุน เขาแทบไม่ได้สนใจ คิดว่าเท่าที่มีก็เพียงพอแล้ว“ขอบคุณนะเฮีย”“ขอบคุณเรื่องอะไร”“ขอบคุณที่พามาอยู่ที่นี่ ประเทศไทย เดียร์ไม่เคยคิดว่าจะมีแผ่นดินที่สงบงดงามอย่างนี้อยู่บนโลก”เพราะไม่เคยสัมผัสชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มาก่อน ครั้งแรกที่เดียร์น่ามาอยู่ที่นี่รู้สึกแปลกมาก
ตอนพิเศษ 2 ดวงใจของพ่อแม่ สามปีผ่านไป เด็กชายขุนเขากำลังนั่งก่อกองทรายอยู่ข้าง ๆ เด็กหญิงจันทร์เจ้า โดยมีพ่อกับแม่นั่งอยู่ไม่ห่าง ผู้เป็นพ่อยิ้มกับท่าทางตั้งอกตั้งใจของเด็กทั้งสอง “ขุน ของเจ้าสวยไหม” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดของตัว “สวย จันทร์เจ้าเก่ง” คำชมของผู้เป็นพี่ทำคนฟังยิ้มหวาน “จันทร์เจ้าของพ่อเก่งจริง ๆ” เมื่อได้รับคำชมจากพ่อแล้วเด็กหญิงตัวน้อยก็หันมองผู้เป็นแม่ คล้ายจะทวงคำชมเชยจากผู้เป็นแม่อีกคน “สวยมากเลยค่ะ ของพี่ขุนเขาก็สวยนะครับ” เมื่อชมลูกสาวแล้วก็ไม่ลืมจะเอ่ยกับลูกชาย ขุนเขาเป็นเด็กที่รู้ความแต่เด็กถึงแม้จะอายุยังไม่ถึงสามขวบ หากปกป้องและดูแลน้องได้อย่างดี “เก่งมากครับขุน” ผู้เป็นพ่อก็เอ่ยชมลูกชาย เขาจับหัวทุยของลูกโยกไปมา ชายหาดยามเย็นแทบไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเพราะพื้นที่ตรงนี้ติดกับที่ดินส่วนตัว อยู่ที่นี่ฟางเฉินกับเดียร์น่าเป็นเพียงสามีภรรยาธรรมดาทั่วไป ชาวบ้านแถวนี้รู้แค่ว่าสองคนผัวเมียเป็นลูกเจ้าของสวนทุเรียนเล็ก ๆ ขนาดเพียงแค่สิบไร่ ซึ่งสวนนี้ปลูกทุเรียนแบบออร์แกนิกส์ เน้นไว้กินเองมากกว่าขา
“คืนนี้ขอพวกหนูนอนกับยายนะคะ” เจมมี่เอ่ยอ้อนผู้เป็นยายและแน่นอนว่าคำสั่งนี้มาจากน้าของพวกเธอนั่นเองผู้เป็นน้ายกยิ้มอย่างพอใจ ไม่เสียแรงที่เลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“ได้จ้า เดียร์ลูก คืนนี้ลูกนอนกับวินนะลูก เจ้าสองคนนี่ก็เต็มเตียงแม่แล้ว” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกสะใภ้ซึ่งคนที่กำลังกินทุเรียนก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย เวลานี้เธอไม่โกรธเขาแล้ว ในเมื่อได้กินทุเรียนดั่งใจอยากแล้ว เธอก็อยากนอนเรอให้เขาดมกลิ่นทุเรียนทั้งคืนสิ่งที่เขากลัวได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เมื่อเมียรักนอนไม่ได้เพราะแน่นท้อง ไม่ลำบากใครที่ไหนหรอก ลำบากเขานี่แหละที่ต้องหาหยูกหายามาให้คนท้องกินเพื่อไล่แก๊สในกระเพาะ“บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะ” อดไม่ได้ที่จะบ่นในจังหวะที่นวดแขนคนนั่งพิงหัวเตียงอย่างหมดสภาพ“ก็มันอร่อย”“ดื้อ จับตีก้นดีไหม” ถึงจะโดนขู่ตีก้นแต่คนท้องหาได้ใส่ใจยังคงเอนหลังอย่างอารมณ์ดีให้เขานวดแขนนวดขา“เท้าเริ่มปวดแล้วเนี่ย จะคลอดตอนกี่วีก” ผู้เป็นพ่อถามสูตินรีแพทย์ท้องโย้“สามสิบเจ็ดกำลังดี” เธอนัดกับแพทย์ไว้แล้วว่าสามสิบเจ็ดหรืออีกสองสัปดาห์กำลังดี“ตื่นเต้น ขอบคุณนะเดียร์” ผู้เป็นพ่อของลูกกล่าวอย่างซึ้งใจ“ขอบคุณอะไรกันเล่า
ตอนพิเศษ 1 คนท้องโต น้ำตาของคนท้องโตรื้นเมื่อโดนขัดใจ เธอผิดมากเลยเหรอที่อยากกินของอร่อย รู้ไหมว่าปีหนึ่งมีโอกาสได้กินแค่ช่วงนี้ แต่เขากลับห้าม “แต่ลูกอยากกินนะคะ ไม่ใช่เดียร์อยากกิน” คนอยากกินเอาลูกเป็นข้ออ้าง‘เจ้าแฝดช่วยแม่เถียงพ่อด้วย’ เธอแอบกระซิบบอกลูกในใจ เจ้าเด็กแฝดไข่คนละใบก็ถีบแรงราวกับรู้เรื่องที่แม่ต้องการสื่อ “เห็นไหมลูกดิ้นแรงมาก” ผู้เป็นพ่อต้องถอนหายใจครั้งที่ร้อย “วินให้เมียกับลูกกินเถอะ” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกชาย อดสงสารคนท้องที่นั่งน้ำตารื้นไม่ได้จริง ๆ ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยเพื่อให้กลมกลืนกับคนไทย ฟางเฉินจึงต้องมีชื่อเรียกแบบไทย ๆ จากเควิน ฟางเวลานี้ชื่อของเขาที่นี่คือ วิน ลูกแม่ฟ้ารุ่งผู้มีสวนทุเรียนขนาดเล็ก ๆ ไม่กี่สิบต้นในพื้นที่สิบห้าไร่“แม่ครับ เดียร์กินไปแล้วลูกหนึ่งนะครับ ลูกนั้นเกือบห้าโล” เขาโอดครวญ ไม่ได้หวงกิน แต่เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นเบาหวานและลูกเขาจะสำลักทุเรียน“ทุเรียนมีโฟรเลตสูงช่วยเรื่องพัฒนาการของลูก เดียร์รู้เดียร์เรียนมา” คุณหมอสูตินรีแพทย์เชิดหน้าแสดงความรู้ที่ร่ำเรียนมา“มีประโยชน์ครับ แต่ในปริมาณที่เหมาะสม
ฟางหมิงดีใจมากเมื่อรู้ว่าลูกสะใภ้ท้องหลานแฝด แต่ก็ไม่วายเป็นห่วงตามประสาคนเป็นแม่ เธอเคยเห็นช่วงเวลาที่ลูกเสียภรรยาเก่าและลูกไปอย่างไม่มีวันกลับท้องฟ้ายามเย็นของบ้านพักริมทะเลขนาดใหญ่ วันนี้ไม่เงียบเหงาอีกต่อไปเพราะมีลูกชายและลูกสะใภ้มาอยู่ด้วย รอยยิ้มของคนเป็นแม่เบ่งบาน ในชีวิตของฟางหมิงขอแค่ให้ลูกมีความสุข คนเป็นแม่ก็ยินดีมากล้นแต่เมื่อรู้ว่าความสุขของลูกมีเธอผู้เป็นแม่อยู่ระหว่างทางนั้น หัวอกหัวใจของท่านก็เต็มตื้น“ม่านเป็นไงบ้างเฉิน”“สบายดีครับแม่ ถ้าไม่มีเฮียหวังกับพี่ม่านช่วยไว้ ผมกับเดียร์น่าก็ลำบากเหมือนกันครับ” ฟางเฉินเพิ่งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่ฟังก่อนที่เขาตัดสินใจย้ายประเทศมาอยู่เมืองไทยท่านร่ำไห้ด้วยความเสียใจ และโกรธแค้นฟางจ้าน รวมถึงดีใจที่เขาปลอดภัย“หมดเคราะห์หมดโศกนะลูก”“ครับแม่”“หนูเดียร์น่าอยู่ได้ไหมลูก” หญิงชราเอ่ยถามลูกสะใภ้อย่างเป็นห่วง ที่นี่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเมืองหลวง คนที่เคยใช้ชีวิตในเมืองใหญ่จะคุ้นชินกับหมู่บ้านในชนบทหรือเปล่าท่านก็ไม่แน่ใจ“ชอบมากเลยค่ะ เดียร์เคยเห็นภาพบ้านพักตากอากาศแบบนี้ในนิตยสาร เหมือนบ้านของแม่เลยค่ะ” เดียร์น่ามองรอบตัวบ้า







