تسجيل الدخولธิเบศร์ประกบปากจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป ฟ้าใสรู้สึกว่าเขาอ่อนโยนกับเธอมากกว่าตอนแรก เธอสัมผัสได้ว่าครั้งนี้เขาถนอมเธอมากขึ้น อ่อนโยนกับเธอมากขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไร รู้แค่ว่ามันทำให้เธอรู้สึกดี มันทำให้เธอลืมเรื่องราวก่อนหน้านี้ไปจนหมด ลืมไปเลยว่าเคยร้องไห้เสียใจ
“ฉันป้องกัน เธอไม่ต้องห่วง จะได้ไม่ต้องมาอ้างที่หลังว่าท้องกับฉัน” ธิเบศร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับเปิดลิ้นชักที่หัวเตียงก่อนที่จะหยิบถุงป้องกันออกมาสวมใส่ แน่นอนว่าเขาไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะได้ตั้งท้องลูกของเขาเด็ดขาด “ปากร้ายที่สุด” ฟ้าใสบ่นพึมพำเบาๆ “พร้อมเรียนหรือยัง” ธิเบศร์เอ่ยถามทันทีที่สวมใส่เครื่องป้องกันเสร็จแล้ว “ช่วยเบาๆ ด้วยได้มั้ย” “อืม” ธิเบศร์ดันความเป็นชายเข้าไปในร่องกลีบกุหลาบสีสด ก่อนที่จะค่อยๆ ออกแรงดันมันเข้าไปมากกว่าเดิม ทว่าพยายามดันเท่าไหร่มันก็ไม่เข้า ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจว่าของเขามันคงใหญ่เกินไป เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะยังบริสุทธิ์อยู่ เด็กแก่แดดแบบนี้มีแต่จะไม่เหลือ ทั้งการแต่งตัว ทั้งกลิ่นแอลกอฮอล์ ทั้งสถานที่ที่เธอไปนั่งอยู่อีก “ไม่เข้าเหรอคะ” คนตัวเล็กผงกหัวขึ้นมามองเขาเล็กน้อย “ถ้าเธอเจ็บให้จิกเล็บลงที่แขนฉัน” ธิเบศร์เอ่ย “แต่คุณก็จะเจ็บนะคะ” “แต่เธอคงจะเจ็บกว่าฉัน” ชายหนุ่มเอ่ยจบ เขาก็ก้มหน้ามองตรงนั้นของเธอ มือหนาจับแก่นกายดันเข้าไปในร่องรักเพียงนิดเดียว ก่อนที่จะออกแรงดันจนสุด “โอ๊ย! จะ..เจ็บ..ฟ้าเจ็บ” ร่างเล็กส่งเสียงร้องพร้อมกับจิกเล็บลงที่แขนแกร่งอย่างแรง เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่น้องสาวของเธอทันที “อย่าเกร็ง” เขาเอ่ยบอกเธอก่อนที่จะโน้มตัวลงมากอดเธอ ส่วนตรงนั้นของเราก็ยังคงเชื่อมกันอยู่ เพียงแค่เขาหยุดนิ่งไว้เพื่อให้เธอผ่อนคลาย แล้วก็หายเจ็บ “เจ็บแป๊บเดียว หลังจากนี้ก็เสียวแล้ว” กระซิบข้างหูเธอ “ทำไมมันถึงเจ็บแบบนี้คะ” คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างไม่รู้ ถึงเธอจะเป็นคนตรงๆ แรงๆ แต่เธอยังไม่เคยในเรื่องพวกนี้ มันเป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอกของเธอเท่านั้น “ของฉันมันใหญ่มั้ง เลยทำให้เธอเจ็บ” “อื้ออ~ คุณอย่าขยับสิ” เธอส่งเสียงครางทันทีที่คนตัวโตเริ่มขยับสะโพก “อ่า~~ อื้อ~ อือ~~ แน่นฉิบ” ชายหนุ่มส่งเสียงครางตอบรับ เริ่มขยับสะโพกเร็วขึ้น “อื้ออ~คุณคะ” “ซี๊ด~ เจ็บ เธออย่าเกร็ง” “ฟะ..ฟ้ารู้สึกแปลกๆ” เธอเอ่ย “รู้สึกแปลกๆ ที่ว่าคือเสียวหรือรู้สึกว่าจะมีน้ำไหลออกมา” ธิเบศร์เอ่ยถามเอื้อมมือหนามาจับเรือนผมของเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างก็จับที่หัวไหล่เธอไว้ ออกแรงขยับกระแทกหนักขึ้น แรงขึ้น “สะ..เสียว อื้ออ~~ คุณ~ ฟ้าไม่ไหว” “อ่า~ ของเธอมันรัดฉันแน่นเกินไป” ชายหนุ่มแหงนหน้ามองเพดานห้องก่อนที่จะกระตุกเกร็งดันความเป็นชายเข้าไปจนสุด ทิ้งตัวลงไปหาร่างเล็กที่นอนหมดแรง ตาเธอแทบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว “ยังเจ็บอยู่มั้ย” ธิเบศร์เอ่ยถามเสียงแหบแห้ง ยันตัวลุกขึ้นจากเรือนร่างเธอ หันกลับไปมองใบหน้าหวาน “หลับ?” ชายหนุ่มนั่งมองร่างเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่ ตาบ้าอะไรวะหลับทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่ที่ไหนอะไรยังไงกับใครก็ไม่รู้… “เชี้ย!” เขาสบถคำหยาบออกมาทันทีที่เห็นว่ามีเลือดติดอยู่ที่ปลายถุงยางอนามัย และก็ยังเปรอะเปื้อนที่นอนของเขาอีก แสดงว่าที่เธอพูดว่า ‘ค่ะ ยังไม่เคย’ เป็นเรื่องจริง “ซิงเหรอวะ” ชายหนุ่มยืนมองเรือนร่างที่เปลือยเปล่าก่อนที่จะคลุมผ้าห่มให้เธออย่างมิดชิด แล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกาย ก่อนที่จะเดินออกมาในชุดบ๊อกเซอร์ตัวเดียว เดินกลับขึ้นเตียงแล้วตัวลงนอนเลยทันที เธอเหนื่อย เขาก็เหนื่อยเช่นกัน เช้าวันถัดไป คนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนคือฟ้าใส ส่วนอีกคนนอนซ่อมตายแบบไม่ต้องสงสัย เพราะเมื่อคืนเขาใช้แรงกับเธอไปเยอะมากจริงๆ หญิงสาวลืมตางัวเงียตื่นขึ้นมา ทันทีที่แสงสว่างจากม่านส่องเข้าหาดวงตา เธอพยายามปรับสายตา ก่อนที่จะมองไปรอบๆ ห้อง “เชี้ย! ที่ไหนวะเนี่ย” ฟ้าใสสบถคำหยาบออกมา ก่อนที่จะหันกลับมามองที่เรือนร่างตัวเอง ยิ่งเห็นสภาพตัวเองเธอก็ยิ่งตกใจ จนเห็นว่าข้างกายมีใครคนหนึ่งนอนอยู่ด้วย เลยทำให้เธอส่งเสียงกรี๊ดดังลั่นทันที “กรี๊ดดด!!!” “โอ๊ย! เธอจะกรี๊ดหาพ่อเธอเหรอ ยัยเด็กบ้านี่” ธิเบศร์ส่งเสียงด่าเสียงดังขึ้นทันที ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นนั่ง สภาพเขาก็ไม่ต่างจากเธอ มีแต่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว ก่อนที่จะเสยผมตัวเองลวกๆ “คุณ!” ฟ้าใสยกมือชี้หน้าเขา ก่อนที่จะดึงกลับมาปิดเนินอกตัวเอง “อย่าโวยวาย เมื่อคืนพูดอะไรไว้ จำไม่ได้หรือไง” เขาเลิกคิ้วเอ่ยถามเธอ “ฉันเมา คุณจะมาเอาอะไรกับคนเมานักหนา” เธอเอ่ย “ปัญญาอ่อน ที่หลังถ้ารู้ว่าเมาแล้วดูแลตัวเองไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน” “ยุ่ง! ไม่ต้องมายุ่ง ทำไมสภาพฉันถึงเป็นนี้” ร่างเล็กส่งสายตาถามเขา “ก็คนนอนด้วยกัน” ชายหนุ่มเอ่ยถามสั้นๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดอีกประโยค “ไม่สิ ก็คนเอากัน ก็ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้” “มั่ว!” “อ่อนประสบการณ์ แค่จูบยังทำไม่เป็น ฉันไม่กินอีกแน่ๆ” ชายหนุ่มเอ่ย “ทุเรศ!” “พูดให้มันดีหน่อย ฉันอายุมากกว่าเธอ” “ไม่ใช่ญาติ เรื่องอะไรจะพูดดีด้วย” เธอเอ่ยตอบกลับทันควัน ก่อนที่จะมองหาเสื้อผ้าของตัวเอง “เสื้อผ้าฉันอยู่ไหน” “ในห้องน้ำ” เขาเอ่ยตอบ คนตัวเล็กจับผ้าห่มมาห่อตัวเอาไว้ก่อนที่จะพยายามลงจากเตียง ทว่ามันคงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อธิเบศร์ดึงผ้าห่มไว้แล้วก็ออกแรงกระชากผ้าห่ม จนมันหลุดออกมาจากตัวเธอ ทำให้เห็นเรือนร่างของเธอที่เปลือกเปล่าอีกครั้ง “ไอ้โรคจิต!” ฟ้าใสสบถคำหยาบเสียงดัง ทำให้ธิเบศร์ขมวดคิ้วก่อนที่จะยกมือขึ้นมาตีก้นขาวนวลของเธออย่างแรง “โอ๊ย! คุณ! ฉันเจ็บนะ” “เป็นเด็กเป็นเล็กพูดให้มันดีๆ หน่อย” “เป็นใครถึงมาสอน” “เป็นผัว” “ครั้งเดียวไม่นับ” เอ่ยจบยันตัวลุกขึ้นรีบวิ่งผ่านหน้าเขาแล้วเข้าห้องน้ำทันที น่าอายที่สุด วิ่งผ่านหน้าผู้ชายเสื้อผ้าก็ไม่ใส่ รู้ถึงหูเฮียโรม มีหวังอีฟ้าใสตายแน่… ทันทีที่เธอปิดประตูห้องน้ำได้เธอก็ล็อคประตูทันที คนตัวเล็กถอนหายใจโล่งอก ก่อนที่จะเดินมาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ เธอยืนมองตัวเองผ่านกระจก เอื้อมมือเรียวเล็กไปแตะที่ต้นคอ ก่อนที่จะเลื่อนมือมาที่เนินอก รอยแดงเป็นจ้ำๆ บ่งบอกแล้วว่าเขานั้นพูดจริง ก่อนที่จะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาที่ระหว่างขาของตัวเอง “เสียไปแล้วจริงๆ เหรอวะ” เธอเอ่ยก่อนที่จะนั่งลงที่พื้นห้องน้ำ คนตัวเล็กไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย เพียงแต่เธอนึกสงสัยว่ารสชาติของเรื่องบนเตียงมันเป็นยังไง เนื่องจากมันเกิดขึ้นตอนที่เธอเมา แน่นอนว่าฟ้าใสจำรสชาติของตอนนั้นไม่ได้อยู่แล้ว “ตายคาห้องน้ำไปแล้วมั้ง” เสียงของคนด้านนอกตะโกนดังขึ้น “ถ้าฉันตาย ฉันจะไปหลอกคุณคนแรก” ฟ้าใสเอ่ยตอบกลับทันที “ปากดี!” ... แซ่บไม่ไหวเลย“ถ้าเป็นปลากัดคงท้องแล้วนะเฮีย” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากที่จ้องหน้ากันอยู่นานหลายนาที“เหรอ?” ธิเบศร์เลิกคิ้วสูง “อยากรองท้องดูมั้ย”“ทะลึ่ง!” คนตัวเล็กตีลงที่มือหนาเบาๆ“หนูไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” ธิเบศร์รอบมองไปทั่วเรือนร่างของเธอ เพราะตอนที่โดนแทง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเขาเอาตัวเองบังฟ้าใสไว้ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไปเลย“ไม่ค่ะ หนูปลอดภัย” ฟ้าใสคลี่ยิ้มตอบ“ขึ้นมานั่งบนนี่ด้วยกัน” ธิเบศร์ตบมือลงที่เตียงคนไข้สองสามที คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่ยอมขึ้นไป“เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเจออายเขานะคะ”“ไม่เห็นมีอะไรน่าอาย ไม่ต้องอาย” ธิเบศร์เอ่ยก็แน่ละซิใครจะหน้าหนาเหมือนเฮียละ…“จะขึ้นมาหรือจะให้เฮียลงไปอุ้ม” ธิเบศร์ทำท่าทางจะลงจากเตียง ทำให้ฟ้าใสต้องดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจะลงจากเตียงเป็นรอบที่สองไม่ได้เด็ดขาด“เดี๋ยวหนูขึ้นไปเองค่ะ”“ก็แค่นั่นแหละครับ” ธิเบศร์คลี่ยิ้มให้กับเธอ ในรอบหลายวันมานี้ รอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มเดียวที่เธอโหยหามาตลอดเวลา คนตัวเล็กค่อยขยับขึ้นไปบนเตียง นอนอยู่ข้างๆ กับคนป่วย ชายหนุ่มนอนตะแคงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่จะกดริมฝีปากหนาจูบลงไปที่หน้าผากมนของฟ้าใส
สองอาทิตย์เต็มที่เขาเอาแต่นอนนิ่ง แล้วก็เป็นสองอาทิตย์เต็มที่เธอเอาแต่เฝ้าเขาไม่ไปไหนเลย ธิเบศร์นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนคนตัวเล็กนอนฟุบหน้าลงที่เตียงของคนไข้ เธอไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือหนักๆ มาวางลงบนศีรษะเธอนั่นแหละ ในใจเธอก็ขอให้เป็นเขา เป็นเขาสักทีได้มั้ยเฮียตื่นขึ้นมาสักทีได้มั้ย…ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าของเธอตอนนี้ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแบบไม่รู้ตัว ธิเบศร์ฟื้นแล้ว เขาฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย“เฮีย TT” ฟ้าใสเอ่ยเรียกเขาทั้งน้ำตา พร้อมกับคลี่ยิ้มให้เขา“หิวน้ำ” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง“ได้ค่ะ ได้” คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอาน้ำให้ธิเบศร์ดื่มทันที ชายหนุ่มดื่มน้ำอย่างกระหาย เขาคอแห้งเพราะว่าหลับไปนานหลายวันเลยทีเดียว“หนูจะไปตามหมอนะคะ” ฟ้าเอ่ยจบก็รีบวิ่งออกไปตามเฮียรามิลทันที เพียงครู่เดียวทั้งเธอและรามิลก็วิ่งกลับมาพร้อมกัน“ตื่นได้สักทีไอ้สัด!” รามิลมองหน้าเพื่อนแบบโล่งใจในที่สุดก็ตื่นสักทีไอ้เหี้ย!“กูนึกว่าจะได้ไปรอพวกมึงที่นรกซะแล้ว” ธิเบศร์เอ่ยยิ้มๆ“ตื
ทั้งสองหนุ่มยืนรอคนตัวเล็กอยู่หน้าห้องเพียงครู่เดียว ร่างเล็กก็เดินออกมาจากภายในห้อง โรมเลือกซื้อชุดที่พอดิบพอดีกับตัวน้อง เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูป ฟ้าใสเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว พอใส่เสื้อผ้าพวกนี้มันเลยดูดีไปอีกแบบ ดูแปลกตาดีเหมือนกัน“เขาเป็นยังไงบ้างคะ” ทันทีที่เธอเดินออกมา ร่างเล็กก็เอ่ยถามถึงคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง“รอย้ายไปห้องพิเศษครับ” ดร.ซันเอ่ยตอบเสียงเรียบ“โล่งใจ” คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาทาบอก ถอนหายใจเล็กน้อย“เฮียพาไปกินข้าว แล้วเดี๋ยวค่อยไปดูมัน” โรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือคนตัวเล็กแล้วออกแรงดึง ให้เธอเดินตามหลังเขามาโรมพามากินข้าวที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล ทั้งสามคนเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารก่อนที่จะเริ่มสั่งอาหาร เพียงครู่เดียวอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟลงตรงหน้าขอแต่ละคน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารของตัวเองอย่างเงียบๆ“หนูขอเป็นคนเฝ้าเฮียธิเบศร์เองได้มั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ทำให้โรมหยุดทุกการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวด้วยเอง“ตามใจ ไม่บังคับ” เฮียโรมเอ่ยตอบ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปกินข้าวต่อ“ขอบคุณเฮียนะคะที่เข้าใจหนู”“อืม มีน้องคนเดียวให้ทำไงได้” โรมเอ่ยตอบ ดร.ซันนั่
“พี่เอ็มมีอะไร?” ฟ้าเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าด้วยความงุนงง เพราะเขาหายออกไปจากชีวิตเธอนานแล้ว ทว่าทำไมวันนี้ถึงโผล่มาได้“พี่อยากขอโทษหนูในทุกๆ เรื่อง” เอ็มเดินเข้าไปประชิดตัวฟ้าใส จับกุมสองมือเล็กเอาไว้แน่นมึงไม่รู้อะไรซะแล้ว เจ้าที่เขายืนดูอยู่มองไม่เห็นหรือไง…“พี่เอ็มปล่อยฟ้าก่อน” คนตัวเล็กพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ของเอ็ม “ปล่อยฟ้านะพี่เอ็ม!”“พี่คิดได้แล้วฟ้า พี่อยากขอโทษหนู พี่ผิดไปแล้วจริงๆ”“มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วพี่เอ็ม” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น“ทำไมถึงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ หนูรักพี่มากไม่ใช่เหรอ”“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ฟ้าไม่ได้รักพี่แล้ว”“พี่ขอโอกาสได้มั้ย” เอ็มยังคงดื้อดึง พยายามดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด ทว่าคนตัวเล็กก็พยายามดิ้นหนี จนเพื่อนที่อยู่ตรงนั้นก็พากันเข้าไปช่วย แต่เอ็มก็ยังไม่มือออกจากฟ้าใส ยังคงจับเธอแน่น“ปล่อยมือออกจากเธอซะ” แน่นอนว่าธิเบศร์ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินตรงเข้าไปหาฟ้าใสทันที ผลักเอ็มจนกระเด็น“มึงอีกแล้ว” เอ็มหันหน้ากลับมามองบุคคลที่ผลักเขาเมื่อครู่ ก่อนที่จะจ้องมองอีกคนตาไม่กะพริบ“ทำไม?” ธิเบศร์ยืนเอาตัวเองบังเรือนร่างฟ้าใสเอาไว้ จ้องม
หลังจากที่อยู่พูดคุยกับไอ้เทลได้สักพัก ก็พากันแยกย้ายห้องใครห้องมัน ธิเบศร์เดินกลับขึ้นมาที่ชั้นบน เดินเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงที่เตียงข้างคนตัวเล็ก ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับสนิท หลับแบบไม่สนว่าใครจะเดินเข้าหรือเดินออก“ขอโทษที่เคยพูดทำร้ายจิตใจเธอ” ธิเบศร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือหนาของชายหนุ่มยกขึ้นมาปัดผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออก ก่อนที่จะก้มลงไปจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ ขยับตัวขึ้นมานอนข้างเธอ โอบกอดเธออีกครั้งให้ความอบอุ่นเธออีกครั้ง ก่อนที่จะผล็อยหลับไปในที่สุดเช้าวันถัดไปธิเบศร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ ของวัน ลืมตาขึ้นมองสิ่งรอบข้าง พยายามปรับสายตาให้เป็นปกติเช่นเดิม ก่อนที่จะหันมามองคนข้างกายที่นอนกอดเมื่อคืน ทว่าไม่อยู่ เธอไม่อยู่แล้ว ข้างกายเขาตอนนี้ไม่มีเธอแล้ว“ไอ้เทล!” เสียงของธิเบศร์ตะโกนดังลั่นอยู่ที่ชั้นสามของตัวอาคาร ก่อนที่เขาจะวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อที่จะถามไอ้เพื่อนรักตัวดี“น้องหาย! มึงเห็นน้องมั้ย”“กู…” กูเห็น แต่กูบอกมึงไม่ได้จริงๆ เพื่อนรัก“กูอะไร?” ธิเบศร์เดินเข้ามาใกล้เทลเรื่อยๆ“กูไม่เห็น” เทลเอ่ยตอบยันตัวล
“เฮียอย่าทำแบบนี้ คุยกันดีๆ ก็ได้”“คนแบบมันคุยดีๆ คงไม่เข้าใจ” เฮียโรมเอ่ยขึ้นเสียงดัง ผลักร่างเล็กจนกระเด็นล้มลงที่พื้น หวังจะเข้าไปต่อยธิเบศร์อีกครั้ง ทว่ารอบนี้โรมทำน้องเจ็บ เพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เลยต่างพากันวิ่งเข้ามาห้าม“ใจเย็นหน่อยดิวะ น้องเจ็บแล้วมึงเห็นมั้ย” รามิลเอ่ยขึ้นเดินเข้าไปประคองร่างเล็กให้ยืนขึ้น ที่มือของฟ้าใสมีเลือดไหลซิบๆ คงเป็นเพราะล้มกระแทกพื้นเมื่อครู่“…” โรมหันไปมองที่คนตัวเล็กนิ่ง “กูแม่งไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”“กูขอโทษ” ธิเบศร์เอ่ยขอโทษ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าเขาผิดจริงๆ แล้วเขาขอโทษด้วยใจจริง“มึงเก็บคำขอโทษของมึงไว้ แล้วออกไปจากน้องกู”“…” ธิเบศร์เงียบไม่เอ่ยคำใด“มึงทำไม่ได้ซินะ งั้นกูจะส่งมันไปต่างประเทศ” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ยื่นคำขาด“ไม่ได้!” ธิเบศร์เอ่ยขึ้น“ทำไม ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ” โรมเอ่ย“ทำไมถึงเป็นกูไม่ได้วะ” ธิเบศร์ถาม“มึงถามใจมึงดู มึงอยู่ในสถานะไหน แล้วน้องกูอยู่ในสถานะไหน”“…” แน่นอนว่าแตกต่าง ธิเบศร์เป็นมาเฟีย มีอันตรายรอบด้าน แน่นอนว่าคนเป็นพี่อย่างโรมไม่อยากเห็นน้องต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน โรมเป็นคนที่รักน้องมาก รักน้







