Share

CHAPTER 5

last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-13 11:22:10

“พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาอย่างนี้”

“ปะ...เปล่าค่ะ พรีนไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

“เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีนะรู้ไหม บอกฉันมาตรง ๆ ดีกว่านะ พี่ภัคเขาได้ทำอะไรหนูหรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด้กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไป

“คุณหนูไม่ได้ทำอะไรพรีนค่ะคุณหญิง พรีนแค่...”

“เธอมาฟ้องอะไรแม่ฉัน!” เสียงแหลมของปภาวีดังแทรกขึ้นมาจากทางบันได เธอเพิ่งจัดการตัวเองเสร็จแล้วลงมา ทว่าต้องชะงักเมื่อเห็นชนากานต์ยืนอยู่กับแม่ของเธอ และดูเหมือนว่ากำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่

แล้วมื่อได้เห็นอย่างนั้น ความไม่พอใจก็พลันแล่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

“น้องยังไม่ทันได้ฟ้องอะไรแม่เลย ว่าแต่เราเถอะไปกินรังแตนที่ไหนมา ถึงได้โหวกเหวกโวยวายแต่เช้าแบบนี้”

“เปล่าค่ะ”

“งั้นภัคบอกแม่ได้ไหมว่าหนูพรีนวิ่งหนีอะไรมา”

“ภัคจะไปรู้ได้ไงคะ ถ้าคุณแม่อยากรู้ทำไมไม่ไปถามเจ้าตัวเองล่ะ”

“ก็ถ้าหนูพรีนยอมพูด แม่จะมาถามแกอยู่อย่างนี้หรือไง บอกแม่มาว่าทำอะไรน้อง”

“ภัคไม่ได้ทำอะไรยัยเด็กพรีนของคุณแม่ทั้งนั้นแหละค่ะ ขนาดหน้าภัคยังไม่อยากมองเลย ยัยกาฝาก”

“ภัค!!”

“อะไรอีกละคะ?”

“ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้!”

“ขอโทษ? ขอโทษเรื่องอะไร?”

“ก็ไอ้คำที่พูดออกมาเมื่อกี้ไง รีบขอโทษน้องซะ”

“ฝันไปเถอะค่ะ ว่าภันจะลดตัวลงไปขอโทษผู้หญิงแบบนี้”

“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ! ยัยภัค”

“ปล่อยคุณหนูเธอไปก่อนเถอะค่ะคุณหญิง พูดอะไรไปตอนนี้ก็ยิ่งเหมือนเอาฟืนไปใส่ไฟเปล่า ๆ”

“ยัยภัคทำนิสัยอย่างนี้จนเคยตัว ต่อไปก็คงไม่เห็นหัวฉันแล้วล่ะมั้งน้อย”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะคุณหญิง คุณหญิงต้องให้เวลาคุณหนูเธอหน่อยนะคะ”

“ให้เวลาน่ะฉันเข้าใจ แต่ถึงยังไงยัยภัคก็ไม่ควรมาพูดจาแย่ ๆ ใส่คนอื่นแบบนี้”

“น้อยเข้าใจคุณหญิงนะคะ แต่น้อยเองก็เข้าใจคุณหนูด้วยเหมือนกัน คุณหญิงก็น่าจะรู้ดีว่าเมื่อก่อนคุณหนูเธอไม่ได้เป็นคนแบบนี้ เธออาจจะยังเสียใจเรื่องของคุณท่าน ยังไงน้อยก็อยากให้คุณหญิงลองใจเย็นกับเธอดูสักนิด”

“ฉันเย็นมามากพอแล้ว แล้วฉันก็คิดว่าเวลามันคงจะช่วยอะไรยัยภัคไม่ได้แล้วล่ะ นับวันยิ่งจะมีแต่หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ อดีตที่มันผ่านไปแล้วก็ไม่ปล่อยให้มันผ่านไป ยังยึดติด ยังเคียดแค้น แล้วก็เอาความแค้นความเสียใจของตัวเองมาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายจิตใจคนอื่น แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน”

“น้อยเองก็ไม่รู้จะช่วยคุณหนูยังไงดีค่ะคุณหญิง”

“น้อยไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวยัยภัคน่ะฉันจัดการเอง มา ๆ มาทานข้าวกันก่อนดีกว่า”

“เอ่อป้า พรีนขอตัวก่อนนะคะ”

“จะไปไหนอีกล่ะพรีน” น้อยเอ่ยถาม

“นั่นสิ ไม่ทานข้าวด้วยก่อนเหรอหนูพรีน มานั่งข้างฉันก็ได้นะ มาเร็ว”

“ไม่ดีกว่าค่ะคุณหญิง พรีนยังไม่หิวค่ะ ขอตัวนะคะ”

*****

เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินดังเป็นจังหวะ ปภาวีเดินลิ่วออกจากห้องอาหารมายังสวนหย่อมข้างบ้านด้วยอารมณ์คุกรุ่น แสงแดดยามสายส่องลอดใบไม่ลงมาเป็นลำ เธอเงยหน้าขึ้นรับแสงงก่อนพ้นลมหายใจแรง ๆ ออกมาเพื่อระบายอารมณ์

“คุณแม่นะคุณแม่ เห็นคนอื่นดีกว่าลูกของตัวเอง ฮึ!” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง เพราะรู้สึกไม่ชอบใจกับการกระทำของผู้เป็นแม่ จากที่เธอไม่ชอบหน้าเด็กคนนั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งได้มาเห็นแม่ของตัวเองออกตัวปกป้องอีกฝ่ายอย่างกับจงอางหวงไข่แบบนี้ ความเกลียดก็ยิ่งทวีคูณ

ญาติติโกโหติกาก็ไม่ใช่ ซ้ำยังเป็นเพียงแค่หลานสาวคนใช้... ถึงจะเป็นคนใช้คนสนิทยังไงซะก็ยังคงเป็นขี้ข้าอยู่วันยังค่ำ

ครืด ครืด

<<< Ton Calling >>>

ชื่อและภาพของผู้โทรปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำให้ปภาวีหรี่ตาลงแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนกดรับสายด้วยเสียงที่เย็นลงเล็กน้อย

“ฮัลโหล ว่าไง”

“สะดวกคุยเปล่า” สิ้นคำถามจากต้นสาย เธอก็เหลียวซ้ายแลขวาอย่างระมัดระวัง ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอีกครั้ง

“อืม คุยได้”

“คือว่า..เมื่อสองวันก่อนกูไปในที่เกิดเหตุมาแล้วบังเอิญเจอกับคุณตาคนนึงกำลังเดินเก็บของเก่าอยู่”

“แล้ว?”

“แกเอาของชิ้นนึงมาเสนอขายให้ แล้วบอกว่าเก็บได้จากแถว ๆ นี้ กูเห็นว่ามันแปลกดีก็เลยซื้อเอาไว้”

“แค่นี้?”

“มันก็เกือบจะแค่นั้นนั่นแหละ ถ้าแกไม่บอกกูอีกว่าเก็บได้จากตรงนี้ตั้งแต่อุบัติเหตุรถชนกันเมื่อสิบเก้าปีก่อน”

ปภาวีขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน ก่อนถามต่อ...

“มึงว่าไงนะ?”

“ได้ยินไม่ผิดหรอก มันเป็นสร้อยเก่า ๆ แล้วก็มีจี้คล้ายดอกไม้อะไรสักอย่างกูดูไม่ออก”

“สร้อยงั้นเหรอ?”

“อื้อ..สร้อย ว่าแต่มึงเคยเห็นพ่อมึงใส่สร้อยบ้างหรือเปล่าอะเผื่อบางทีสร้อยเส้นนี้อาจจะเป็นของพ่อมึงก็ได้”

“ไม่แน่ใจอะ เอาเป็นว่ามึงเก็บสร้อยเส้นนั้นเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน เดี๋ยวถ้ากูว่างเมื่อไหร่ฉันจะเข้าไปดูเอง”

“ตามนั้น ว่าแต่ตอนนี้มึงอยู่ไหนเนี่ยไอ้ภัค เข้าไปหาที่บริษัทก็ไม่เจอ หรือว่ากำลังตีหรี่...”

เพล้ง!!

เสียงของแข็งตกกระทบพื้นหินกรวด ดังกังวานสะท้อนอยู่ในอากาศ ปภาวีชะงักลดโทรศัพท์ลงจากหู คิ้วสวยขมวดแน่นก่อน ก่อนดวงตาคมจะหันขวับกลับไปมองทางต้นเสียง

“ใครน่ะ!”

“...”

“มีอะไรเปล่า?” คนในสายถามขึ้นหลังได้ยินเสียงผิดปกติดังแว่วเข้ามาทางโทรศัพท์

“เปล่า แค่นี้ก่อนนะ” ทันทีที่พูดจบเธอก็กดวางสาย ก่อนจะตะโกนขึ้นอีกครั้งอย่างหงุดหงิด “ฉันถามว่าใครอยู่ตรงนั้น!!” ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับ มีเพียงความเงีบกับลมวูบหนึ่งที่พัดผ่าน เธอไม่รอช้า ก้าวฉับเข้าไปยังมุมที่เกิดเสียงแล้วก็ได้เห็นร่างของคนที่ไม่คิดว่าจะเจอในเวลานี้

“เธอเองเหรอ” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นช้า ๆ ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบจนบรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งทันทีที่ได้สบตากับผู้หญิงตรงหน้า สองขาก้าวไปใกล้ สองแขนสองขึ้นกอดอกดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวจะฉีกเนื้อคนตรงหน้าให้แหลกเป็นชิ้น ๆ

“เอ่อคือ...พะ...พรีนขอโทษค่ะ พรีนไม่ได้ตั้งใจมาแอบฟังคุณหนูคุยโทรศัพท์นะคะ” เสียงเล็กสั่นพร่า ดวงตาหลุบต่ำอย่างหวาดหวั่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันขณะพยายามข่มความกลัวที่ตีตื้นขึ้นมาจนถึงอก

“หึ! ไม่ได้ตั้งใจ แต่รีบปฏิเสธทั้งที่ฉันยังไม่ทันได้ถามเนี่ยนะ ยัยโง่!” เสียงเย้ยหยันเย็นชาเสียดแทงเหมือนคมมีดกรีดลึกลงในใจชนากานต์ จบประโยคนั้นปภาวีก็ก้าวเข้ามาใกล้ มือเรียวที่เปี่ยมไปด้วยแรกกระชากแขนอีกฝ่ายด้วยแรงโทสะ

“อ๊ะ...!”

ชนากานต์หลุดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนตามด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นวาบเข้าหัวใจจนน้ำตาคลอเบ้า ทั้งแรงบีบและแรงอารมณ์ของอีกฝ่ายที่ถาโถมมาพร้อมกันราวกับพายุลูกใหญ่ แรงบีบคั้นทำให้ต้นแขนเล็กเนียนขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงช้ำ

เธอพยายามดึงแขนกลับแต่ทว่าแรงที่มีนั้นน้อยกว่าคนร่างสูงเสียเหลือเกิน มือเล็กสั่นระริก น้ำเสียงติดสะอื้นเบา ๆ ขณะที่พยายามเปล่งออกมาจากลำคออย่างอยากลำบาก

“ฮึก ๆ ปะ..ปล่อยแขนพรีนก่อนนะคะคุณหนู พรีนเจ็บ”

“ตอแหล! อย่าสำออยไปหน่อยเลย อ้อ!แน่จริงเธอก็เรียกแม่ฉันมาช่วยอีกสิ เรียกสิ เรียกเลย!” ถ้อยคำค่อนแคะดุจเหล็กแหลมถูกปล่อยออกมาจากเรียวปากของปภาวีพร้อมกับแรงบีบที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ความปรานี ขณะที่ชนากานต์ทำได้เพียงส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยความเจ็บ เม้มริมปากแน่นพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่ให้ดังออกมา ทว่าก็ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มได้

ทันใดนั้นเอง เสียงเข้มของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“ทำอะไรน่ะภัค!”

“เหอะ! พูดไม่ทันขาดคำ เป็นห่วงเป็นใยกันจริง ๆ เลยนะคะ” ร่างสูงแค่นหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงของปภาวีเปื้อนไปด้วยความประชดประชัน ก่อนหันไปมองมารดาด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่กระนั้นมือเรียวก็ยังคงบีบรัดอยู่ที่แขนของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น นิ้วสวยกดจิกลงบนแขนอยู่อย่างนั้นซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นรอยเล็บ

“แม่บอกให้ ปล่อย แขน น้อง!”

“ก็ไม่ได้อยากจะจับมากนักหรอกค่ะ สกปรก” เธอสบถด้วยน้ำเสียงรังเกียจ แล้วสะบัดแขนของชนากานต์ออกอย่างแรง ทำให้ร่างบางเวถลาถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างหมดแรง

“อะ...โอ๊ย!”

“ฝากไว้ก่อนเถอะ!..ฉันจะทำให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้เลยคอยดู” น้ำกร้าวต่ำเย็นเยียบ สันกรามขบแน่นจนเห็นเป็นรอยนูน ลมหายใจสะท้อนแรงจากอก ขณะมองเหยื่อในสายตาอย่างไร้ความเมฆตา

“หลีกไป!!” เสียงขาดห้วนถูกปล่อยออกมา ก่อนที่เธอจะจงใจเดินกระแทกไหล่ใส่ชนากานต์เต็มแรง แล้วหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักคนละตอน   CHAPTER 7

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา... ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจอยู่บ่อยครั้ง เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปรงหน้ารถ แสงวูบหนึ่งกระทบลงบนใบหน้าเธอพอดี เผยแววตาแข็งกร้าวที่แฝงคลื่นความรู้สึกบางอย่างซึ่งยังไม่ทันจางไปจากอก เธอก้าวลงจากรถอย่างเงียบงัน เดินฝ่ากลุ่มนักท่องราตรีที่เบียดเสียดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอเดินมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงโต๊ะ VVIP ด้านในสุด ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในโซนเงียบสงบของร้าน แยกตัวออกจากความพลุกพล่านของผู้คน โดยที่ตินนี้มีชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีเข้มนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังเรียบหรู เขาหันมองทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา “หน้าบอกบุญไม่รับเลยนะครับ คุณปภาวี” เสียงทักของภาสกรฟังดูเหมือนจะเย้าแหย่ แต่ทว่าแววตากลับแฝงความเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ทว่าคนถูกแซวอย่างปภาวีกลับไม่ตอบ เธอเพียงปรายมองเพื่อนชายคนสนิทอย่างเย็นชา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งมือเร

  • รักคนละตอน   CHAPTER 6

    “ภัคหยุด! แม่บอกให้หยุด!!”“จะตามมาว่าอะไรภัคอีกละคะ?” หันขวับกลับมาถามมารดาด้วยน้ำเสียงประชดประชันเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง“ทำไมต้องทำร้ายน้องขนาดนั้น จงเกลียดจงชังอะไรนักหนา แม่ยังไม่เห็นว่าน้องพรีนเขาจะทำอะไรให้ภัคเลยนะลูก”“ไม่ชอบคือไม่ชอบ เกลียดก็คือเกลียด ภัคเคยบอกคุณแม่ไปแล้วนี่คะ”ปภาวีเน้นทุกถ้อยคำอย่างชัดเจนและหนักแน่น แล้วต่อให้เธอจะต้องพูดอีกสักกี่สิบครั้ง เธอก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเธอเกลียดผู้หญิงคนนั้นที่สุด เธอเกลียดชนากานต์โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล เพราะสำหรับความรักบางครั้งมันก็ไม่คำอธิบายซึ่งความเกลียดก็เช่นเดียวกัน...“ถ้าเกลียดก็ไม่ต้องยุ่งกันสิ ไม่เห็นจะต้องลงไม้ลงมือแบบนี้ แม่ไม่ชอบเลยนะภัค!”“ภัคไม่เคยคิดที่จะยุ่งกับยัยนั่นเลยสักนิด แต่ยัยต่างหากที่ชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับภัคเอง”“ยุ่งอะไร ไหนบอกแม่มาซิ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เพราะเธออยากจะรู้สาเหตุเหลือเกิน ว่าเป็นเพราะอะไรทำไมลูกสาวของเธอถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้“ยัยนั่นไปแอบฟังภัคคุยโทรศัพท์กับต้น พอภัคจับได้ก็ทำท่าจะเดินหนี ทีนี้คุณแม่จะยังเข้าข้างอยู่อีกไหมคะ”“บางทีน้องอาจจะแค่เดินผ่านไปก็ได้ ภ

  • รักคนละตอน   CHAPTER 5

    “พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาอย่างนี้”“ปะ...เปล่าค่ะ พรีนไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”“เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีนะรู้ไหม บอกฉันมาตรง ๆ ดีกว่านะ พี่ภัคเขาได้ทำอะไรหนูหรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด้กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไป“คุณหนูไม่ได้ทำอะไรพรีนค่ะคุณหญิง พรีนแค่...”“เธอมาฟ้องอะไรแม่ฉัน!” เสียงแหลมของปภาวีดังแทรกขึ้นมาจากทางบันได เธอเพิ่งจัดการตัวเองเสร็จแล้วลงมา ทว่าต้องชะงักเมื่อเห็นชนากานต์ยืนอยู่กับแม่ของเธอ และดูเหมือนว่ากำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่แล้วมื่อได้เห็นอย่างนั้น ความไม่พอใจก็พลันแล่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้“น้องยังไม่ทันได้ฟ้องอะไรแม่เลย ว่าแต่เราเถอะไปกินรังแตนที่ไหนมา ถึงได้โหวกเหวกโวยวายแต่เช้าแบบนี้”“เปล่าค่ะ”“งั้นภัคบอกแม่ได้ไหมว่าหนูพรีนวิ่งหนีอะไรมา”“ภัคจะไปรู้ได้ไงคะ ถ้าคุณแม่อยากรู้ทำไมไม่ไปถามเจ้าตัวเองล่ะ”“ก็ถ้าหนูพรีนยอมพูด แม่จะมาถามแกอยู่อย่างนี้หรือไง บอกแม่มาว่าทำอะไร

  • รักคนละตอน   CHAPTER 4

    “อะไรเหรอคะป้า?”“เปล่าลูก ไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริงๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?”“ทำไมละคะป้า ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้”ถามด้วยความไม่เข้าใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมป้าของเธอต้องสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้คุณหนูด้วยทั้งๆ ที่อีกคนนั้นก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันกับเธอ ไม่ได้มีอะไรที่น่ากลัวเลยสักนิด แล้วยิ่งได้รู้ถึงเหตุผลที่อีกคนเป็นแบบนี้เธอยิ่งอยากอยู่ใกล้ๆ อยากดูแล อยากทำให้อีกคนได้กลับมามีความสุขใหม่อีกครั้ง“เชื่อป้าเถอะพรีน ป้าว่าพรีนรีบไปเก็บของให้เรียบแล้วออกไปช่วยงานป้าที่บ้านใหญ่ดีกว่านะ เดี๋ยวป้าจะเดินนำไปก่อนแล้วกัน”น้อยพูดจบก็เดินออกจากห้องไปเพราะไม่อยากจะพูดอะไรให้มากความ สักวันหลานสาวของเธอจะเข้าใจดีว่าทำไมเธอถึงได้สั่งห้ามแบบนี้ออกไป ส่วนทางด้านของชนากานต์ก็ทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ รอหาเวลาและจังหวะที่เหมาะสมค่อยหาโอกาสถามใหม่อีกครั้งขณะเดียวกันปภาวีที่เดินออกจากบ้านมา ก็ขึ้นมานั่งอยู่บนรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน หลังถูกคุณหญิงร

  • รักคนละตอน   CHAPTER 3

    “พรีนพอจะอยู่ได้ไหมลูก?”น้อยเอ่ยถามชนากานต์หลานสาวของตัวเองทันทีที่ได้เข้ามาอยู่ภายในห้องพัก เพราะด้วยความที่ห้องของแม่บ้านโดยปกติแล้วก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย จะมีก็เพียงเตียงนอนที่ขนาดกลางห้องน้ำและพื้นที่ใช้ส้อยอีกเล็กน้อยเท่านั้น“อยู่ได้ค่ะ พรีนขอบคุณป้าน้อยอีกครั้งนะคะที่ให้พรีนมาอยู่ด้วย”“ไม่ต้องขอบคุณป้าหรอกลูก พรีนเป็นหลานป้า ไม่ให้ป้าช่วยพรีนแล้วจะให้ป้าไปช่วยแมวที่ไหนล่ะฮึ?”“แมวน้อยตัวนี้สัญญาเลยค่ะ ว่าจะตั้งใจเรียน แล้วก็จะเป็นเด็กดีของพ่อกับแม่แล้วก็ป้าน้อย พรีนรักป้าน้อยนะ”พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบกอดป้าน้อยเอาไว้ด้วยความรัก ความรู้สึกอุ่นใจและซาบซึ้งเอ่อล้นขึ้นมาจนเต็มหัวใจเพราะทุกคำถ้อยคำที่พูดออกไปล้วนแล้วแต่เป็นความรู้สึกที่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของเธอจริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน แต่ในห้วงความทรงจำป้าน้อยก็เป็นอีกหนึ่งคนที่รักและดูแลเธอมาตลอดแล้วไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ความรักความห่วงใยที่ผู้เป็นป้ามีให้แก่เธอก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือลดน้อยลงไปเลย“ป้าก็รักพรีนนะลูก เอ้อ! ว่าแต่พรีนโทรบอกพ่อกับแม่หรือยังลูกว่าหนูมาถึงแล้ว เดี๋ยวท่านจะเป็

  • รักคนละตอน   CHAPTER 2

    “กองไว้ตรงนั้นแหละ!”เพียงแค่ไม่รับไหว้ ปภาวียังคงมองหน้าของชนากานต์ด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยัน ก่อนจะสะบัดหน้าหันมองไปทางอื่น“ภัค! เดี๋ยวเถอะ” คุณหญิงรุจิราเอ็ดเสียงเข้มเมื่อเห็นกิริยาที่ไม่เหมาะสมของปภาวีลูกสาวตัวเอง” ฉันต้องขอโทษแทนลูกสาวฉันด้วยนะจ๊ะ”“นี่คุณแม่จะไปขอโทษยัยเด็กนี่ทำไมกันคะ”“ยังอีก แม่ไม่เคยสอนให้ภัคเสียมารยาทแบบนี้เลยนะลูก ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้!”“ไม่ค่ะ! ภัคไม่ขอโทษ ภัคยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”“ยัยภัค!!”“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณหญิง คุณหญิงอย่าดุให้คุณหนูเลยนะคะ คุณหนูเธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดจริง ๆ” น้อยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะตึงเครียดจนเกินไป อีกอย่างเธอไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนทั้งสองต้องมีปัญหากัน“ไม่ผิดยังไงกันน้อย หลานสาวน้อยยกมือไหว้ก็แทนที่จะรับไหว้น้องดี ๆ แต่กลับพูดจาไร้มารยาทแบบนั้นออกมา ทำผิดไม่ยอมรับผิด มีที่ไหนกัน!”“คุณแม่!!”คุณหญิงรุจิราพูดเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังปภาวีด้วยสายตาเชิงตำหนิ เธอบอกตามตรงเลยว่าเธอรู้สึกไม่ชอบใจกับพฤติกรรมของลูกคนนี้เลยจริง ๆ“หนูชื่อพรีนใช่ไหมลูก” คุณหญิงรุจิราถาม“ชะ...ใช่ค่ะ”“รูปก็งาม นามก็เพราะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status