공유

CHAPTER 2

last update 게시일: 2025-07-13 11:19:01

ไม่เพียงแต่ไม่รับไหว้ ปภาวียังคงมองหน้าของชนากานต์ด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะสะบัดหน้าหันมองไปทางอื่น

“ภัค! เดี๋ยวเถอะลูก” คุณหญิงรุจิราเอ็ดเสียงเข้มเมื่อเห็นกิริยาที่ไม่เหมาะสมของปภาวีลูกสาวตัวเอง” ฉันต้องขอโทษแทนลูกสาวฉันด้วยนะจ๊ะ”

“นี่คุณแม่จะไปขอโทษยัยเด็กนี่ทำไมกันคะ”

“ยังอีกภัค แม่ไม่เคยสอนให้ภัคเสียมารยาทแบบนี้เลยนะลูก ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้!”

“ไม่ค่ะ! ภัคไม่ขอโทษ ภัคยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“ภัค!!”

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณหญิง คุณหญิงอย่าดุให้คุณหนูเลยนะคะ คุณหนูเธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดจริง ๆ ” น้อยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะตึงเครียดจนเกินไป

“ไม่ผิดยังไงกันน้อย? หลานสาวน้อยยกมือไหว้สวัสดีแทนที่จะรับไหว้น้องดี ๆ กลับพูดจาแบบนั้นออกมา ทำผิดไม่ยอมรับผิดมีที่ไหนกัน!”

“คุณแม่!!”

คุณหญิงรุจิราพูดเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังลูกสาวด้วยสายตาเชิงตำหนิ เพราะไม่พอใจกับพฤติกรรมของลูกสาวตัวเองที่ปฏิบัติต่อคนอื่นแบบนี้

“หนูชื่อพรีนใช่ไหมคะ?” คุณหญิงรุจิราถาม

“ชะ ใช่ค่ะ”

“รูปก็งาม นามก็เพราะ แถมกิริยามารยาทยังดีเสียกว่าใครบางคนแถวนี้ซะอีก” คุณหญิงรุจิราพูดและหันมองปภาวีที่ตอนนี้นั่งหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจกับคำตำหนิหรือคำต่อว่าของเธอที่เป็นแม่แต่อย่างใด “น้อยบอกว่าหนูพรีนยังไม่มีที่พักเลยใช่ไหม?”

“ค่ะคุณหญิง”

“ถ้างั้นก็ให้หนูพรีนมาอยู่กับน้อยที่นี่ก็แล้วกัน เป็นผู้หญิงคนเดียวออกไปอยู่หออย่างนั้นมันไม่ปลอดภัย”

“ไม่ได้นะคะคุณแม่!!”

ปภาวีที่นั่งเงียบอยู่นานก็ค้านขึ้นเสียงแข็ง เพราะเธอไม่เห็นด้วยกับผู้เป็นแม่ที่จะให้คนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในบริเวณบ้านของตัวเอง

โดยเฉพาะผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอนี้..

“ทำไมจะไม่ได้!”

“ก็ ก็ภัคไม่ชอบยัยเด็กนี่ แล้วนี่ก็เป็นบ้านของภัค ภัคไม่อนุญาต”

“แต่แม่อนุญาต แล้วภัคก็ไม่มีสิทธิค้านอะไรทั้งนั้น!”

“แต่คุณแม่...”

“เลิกทำนิสัยแย่ ๆ สักทีได้ไหมภัค หนูพรีนเธอทำอะไรให้ ภัคถึงได้ใจร้ายกับน้องแบบนี้”

“ไม่ชอบก็คือไม่ชอบค่ะคุณแม่ แล้วอีกอย่างยัยเด็กนี่ก็ไม่ใช่น้องของภัคด้วย!!”

ปภาวีพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว เธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เอาเสียเลย เพียงแค่ได้เห็นหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ขืนถ้าต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอย่างนี้ มีหวังเธอได้อกแตกตายก่อนอย่างแน่นอน

“นั่งลง! อย่าให้แม่ต้องพูดซ้ำ!”

“แต่คุณ...”

“แม่บอกว่าให้นั่งลง! แล้วอย่าให้แม่ได้ยินอีกว่าภัคเรียกน้องแบบนั้น เข้าใจไหม?”

“ไม่เข้าใจค่ะ! ภัคไม่จำเป็นที่จะต้องให้เกียรติยัยเด็กนี่ ขอตัวนะคะ”

ปภาวีลุกขึ้นจากโซฟาด้วยทีท่าที่ฉุนเฉียว สายตาจ้องเขม็งไปที่ชนากานต์ด้วยแววตาที่รังเกียจ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าออกไปด้วยความไม่พอใจ

“เดี๋ยวสิภัค ภัค!!”

“คุณหญิงปล่อยคุณหนูเธอไปเถอะนะคะ อย่าไปกดดันเธอเลย แล้วน้อยก็ต้องขอโทษคุณหญิงด้วย ที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณหญิงกับคุณหนูต้องทะเลาะกัน”

“ไม่ใช่เพราะน้อยเลย มันเป็นเพราะนิสัยของยัยภัคต่างหาก แล้วอีกอย่างน้อยก็ไม่ต้องเข้าข้างยัยภัคมากนักหรอกนะ อะไรที่ผิด อะไรที่ไม่ควรก็ต้องเตือน ต้องบอกต้องสอนกันบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นยัยภัคก็จะยิ่งได้ใจอยู่แบบนี้”

น้อยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ เธอเองก็รู้ว่าสิ่งที่ปภาวีแสดงออกมานั้นมันผิด แต่ในฐานะที่เธอเป็นคนที่เลี้ยงดูปภาวีมามา เธอก็อดไม่ได้ที่จะเผลอเข้าข้างไปบ้างในครั้ง

“น้อยพาหนูพรีนไปพักได้แล้วไป แล้วหนูพรีนก็ไม่ต้องเก็บคำพูดของพี่เขาไปคิดมากหรอกนะลูก เพราะฉันเชื่อว่าสักวันยัยภัคจะเห็นถึงความน่ารักของหนูเอง ให้เวลาพี่เขาสักหน่อยนะคะ”

คุณหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาจ้องมองไปที่ชนากานต์ด้วยความรู้สึกรักและเอ็นดู ถึงแม้จะเพิ่งเจอแต่เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้เป็นคนดี

แล้วสักเด็กคนนี้จะต้องสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของปภาวีลูกสาวของเธอได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้ จะต้องให้เวลาเด็กทั้งสองให้ได้ปรับตัวเข้าหากันก่อนแค่เท่านั้น

“ค่ะ”

“ไป ๆ น้อยพาหลานไปพักผ่อนเถอะ เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยแย่”

“ค่ะคุณหญิง ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวน้อยพาหนูพรีนไปที่ห้องก่อนก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวน้อยจะรีบกลับมา”

คุณหญิงพยักหน้ารับ พร้อมกับส่งยิ้มให้ทั้งสองอย่างอ่อนโยน ส่วนทางด้านของน้อยเมื่อพูดจบ ก็รีบพาชนากานต์หลานสาวเดินไปยังห้องพักที่อยู่แยกออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้โดยทันที

*****

“พรีนพอจะอยู่ได้ไหมลูก?”

น้อยเอ่ยถามชนากานต์หลานสาวของตัวเองทันทีที่ได้เข้ามาอยู่ภายในห้องพัก เพราะด้วยความที่ห้องของแม่บ้านโดยปกติแล้วก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย

จะมีก็เพียงเตียงนอนที่ขนาดกลาง ห้องน้ำ และพื้นที่ใช้ส้อยอีกเล็กน้อยเท่านั้น

“อยู่ได้ค่ะ พรีนต้องขอบคุณป้าน้อยอีกครั้งนะคะที่ให้พรีนมาอยู่ด้วย”

“ไม่ต้องขอบคุณป้าหรอกลูก พรีนเป็นหลานป้า ไม่ให้ป้าช่วยพรีนแล้วจะให้ป้าไปช่วยแมวที่ไหนล่ะฮึ?”

“แมวน้อยตัวนี้สัญญาเลยค่ะ ว่าจะตั้งใจเรียน แล้วก็จะเป็นเด็กดีของพ่อกับแม่แล้วก็ป้าน้อย พรีนรักป้าน้อยนะคะ”

พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบกอดป้าน้อยเอาไว้ด้วยความรัก ความรู้สึกอุ่นใจและซาบซึ้งเอ่อล้นขึ้นมาจนเต็มหัวใจ

เพราะทุกคำถ้อยคำที่พูดออกไปล้วนแล้วแต่เป็นความรู้สึกที่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของเธอจริง ๆ ถึงแม้จะไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน แต่ในห้วงความทรงจำ ป้าน้อย ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่รักและดูแลเธอมาตลอด

แล้วไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ความรักความห่วงใยที่ผู้เป็นป้ามีให้แก่เธอก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือลดน้อยลงไปเลย

“ป้าก็รักพรีนนะลูก เอ้อ! ว่าแต่พรีนโทรบอกพ่อกับแม่หรือยังลูกว่าหนูมาถึงแล้ว เดี๋ยวท่านจะเป็นห่วงเอานะ”

“พรีนโทรบอกพ่อกับแม่เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ดีแล้วลูก ถ้างั้นพรีนก็ดูเก็บข้าวของให้เรียบร้อยก็แล้วกันนะ เดี๋ยวป้าไปดูแลคุณหญิงท่านก่อน”

น้อยพูดจบก็หมุนตัว เตรียมก้าวออกจากห้องเพื่อกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ แต่ทว่าเมื่อมือแตะที่ลูกบิดประตูพร้อมจะเปิดออกไป เสียงของชนากานต์ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังเสียก่อน

“ป้าน้อยคะ”

“ฮึ? มีอะไรรึเปล่าลูก” ปล่อยมือจากลูกบิดประตู ก่อนจะหันกลับมามองหลานสาวด้วยความประหลาดใจ

“คือ.. พรีน”

“มีอะไรก็พูดมาเถอะลูก ขาดเหลืออะไรบอกป้าได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ที่คุณหญิงกับคุณหนูต้องทะเลาะกัน เป็นเพราะพรีนหรือเปล่าคะ?”

“ทำไมพรีนถึงคิดแบบนั้นล่ะลูก”

“ก็.. คุณหนูเธอดูไม่ชอบพรีน แล้วคุณหญิงก็ยังอนุญาตให้พรีนเข้ามาอยู่ที่นี่อีก พรีนเลยคิดว่าต้นเหตุน่าจะมาจากพรีนค่ะป้าน้อย”

“ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นหรอก พรีนอย่าคิดมากไปเลยนะลูก” น้อยเอ่ยเสียงอ่อนโยน ฝ่ามืออุ่นแตะลงบนแผ่นหลังของหลานสาวเบา ๆ อย่างเอ็นดู เพราะเจ้าตัวคงกำลังรู้สึกผิดและคิดว่าตัวเองนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณหญิงรุจิรากับปภาวีต้องมีปัญหากัน

“ถ้าไม่ใช่เพราะพรีน แล้วเป็นเพราะอะไรเหรอคะ ทำไมคุณหนูถึง..”

“พรีนกำลังคิดว่าคุณหนูเธอดูเป็นคนใจร้ายอย่างนั้นใช่ไหม?”

“ชะ ใช่ค่ะ”

“ป้าว่าแล้วเชียว”

“...”

“เมื่อก่อนคุณหนูเธอไม่ได้เป็นคนใจร้ายแบบนั้นหรอกนะ”

“ไม่ได้เป็นแบบนั้น? ป้าน้อยหมายความว่ายังไงเหรอคะ?”

ชนากานต์ชะงักไปเล็กน้อย เธอขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะทวนคำของผู้เป็นป้าอีกครั้ง

“เรื่องมันซับซ้อนมากน่ะลูก เอาเป็นว่าพรีนไม่ต้องรู้เรื่องของคุณหนูเธอจะดีกว่านะ”

“แต่พรีนอยากรู้นี่คะ ป้าน้อยเล่าให้พรีนฟังนะคะ นะคะป้าน้อย”

“ถ้าป้าเล่าให้ฟัง พรีนต้องสัญญาก่อนว่าจะฟังโดยไม่ตัดสินอะไรทั้งสิ้น” มองเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง และพูดถามออกไปด้วยน้ำเสียง สีหน้าที่จริงจัง

“ค่ะป้า พรีนสัญญาค่ะ” พยักหน้ารับ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอจะทำอย่างที่รับปากออกไปจริง ๆ

“จริง ๆ แล้วคุณหนูเธอเป็นคนน่ารัก สดใส จิตใจดีไม่ต่างจากคุณหญิงเลยสักนิด แต่ที่เธอเปลี่ยนไปแบบนี้ก็เพราะว่าเธอได้สูญเสียคนที่เธอรักที่สุดในชีวิตไป”

น้อยเริ่มเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้นิสัยของปภาวีเปลี่ยนไป และย้อนนึกถึงเหตุการณ์สูญเสียในครั้งนั้น ซึ่งชนากานต์ก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดีและพยายามคิดตามคำบอกเล่าของผู้เป็นป้า

“...”

“ตอนที่เกิดเรื่องป้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เพราะลากลับไปที่เชียงใหม่ ตอนนั้นพรรณคลอดพรีนพอดี แล้วพ่อของพรีนก็ขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพป้าก็เลยต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพรรณ”

“แล้วป้าน้อยรู้ได้ยังไงเหรอคะ?”

“คุณหญิงท่านเล่าให้ป้าฟัง เพราะในวันนั้นคุณหญิงได้ขึ้นไปกับคุณท่านด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า..”

“ใช่ คุณหญิงท่านรอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น พรีนยังอยากฟังต่อหรือเปล่าลูก?”

น้อยเอ่ยถามหลานสาวที่นั่งฟังด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก ส่วนทางด้านชนากานต์ก็พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลเพราะเธออยากรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าเป็นมายังไง

แล้วอะไรที่ทำให้คุณหนูของบ้านนี้มีนิสัยที่เปลี่ยนไป

“เช้าวันเกิดเหตุ คุณท่านและคุณหญิงขับรถออกไปทำงานตามปกติ แต่ในระหว่างทางรถของคุณท่านดันเสียก่อนจะถึงที่ทำงานราว 500 เมตร คุณหญิงเล่าว่าในขณะที่คุณท่านได้ลงไปเช็คดูว่ารถเป็นอะไร จู่ ๆ ก็ได้มีรถคันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร็วสูง เสียหลักพุ่งมาชนรถของคุณท่านกับคุณหญิงที่จอดอยู่ แรงปะทะทำให้คุณท่านเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนคุณหญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส”

น้อยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งน้ำตา เธอเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นและเสียใจกับการจากไปของคุณท่านผู้มีพระคุณกับเธออีกคน ส่วนชนากานต์ที่ฟังมาจนถึงตอนนี้ก็นิ่งไป

ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ จุกจนพูดอะไรไม่ออก เพราะเข้าใจและรู้ว่าการสูญเสียคนที่รักไปมันเป็นยังไง

“คุณหนูเธอเสียใจมากที่คุณท่านจากไปอย่างกระทันหัน และหลังเสร็จจากงานศพ คุณหนูเธอเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ข้าวปลาไม่ยอมทาน แล้วนิสัยนี่ก็...ตามที่พรีนได้เห็นนั่นแหละลูก”

“คุณหนูเธอน่าสงสารนะคะป้า ต้องมาสูญเสียคุณพ่อไป เพราะความประมาทของคนหนึ่งคน”

“ใช่ แต่ไหนพรีนสัญญากับป้าแล้วไงลูกว่าจะฟังโดยที่ไม่ตัดสินอะไรทั้งนั้น”

“พรีนขอโทษค่ะ พรีนแค่สงสารคุณหนู ว่าแต่ตอนนี้จับตัวคนก่อเหตุได้หรือยังคะป้า”

“ยังเลย นี่อีกไม่กี่วันก็ครบรอบ 20 ปีแล้ว ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าคนที่ชนจะยังมีชีวิตอยู่อีกหรือเปล่า”

“วันที่เกิดเหตุคือวันที่เท่าไหร่เหรอคะป้าน้อย ป้าพอจะรู้รึเปล่าคะ?”

“ถ้าป้าจำไม่ผิด น่าจะวันที่ 16 สิงหา ปี 40 วันเดียวกันกับวันเกิดของพรีน”

“จริงด้วยค่ะป้า ตรงกับวันเกิดพรีนพอดีเลย แล้วตอนนั้นคุณหนูเธออายุเท่าไหร่เหรอคะ?” ถามต่อ

“11 ปี”

“ถ้าตอนปี 40 คุณหนูอายุ 11 ปี ตอนนี้ปี 60 แสดงว่าคุณหนูอายุ 31 ปีแล้วน่ะสิคะป้า”

“ใช่จ่ะ”

“คุณหนูเธอโตกว่าพรีนตั้ง 11 ปี นี่ถ้าไม่บอกพรีนคิดว่าคุณหนูเธออายุห่างกับพรีนไม่กี่ปีเองนะคะป้าน้อย” ยืนอ้าปากค้างไปชั่วครู่เมื่อรู้อายุของคุณหนูบ้านนี้ ก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของอีกคน

สวย มีเสน่ห์ในแบบที่ผู้หญิงด้วยกันยังหลงใหล

“คุณหนูเธอเป็นคนสวย ฉลาด แต่จะติดก็ตรงที่... ”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รักคนละตอน   CHAPTER 12

    อีกฝ่ายโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย พยายามเพ่งตาม ก่อนเอ่ยขึ้นเพื่อยืนยันในสิ่งที่เห็นตรงกัน“ใช่ ฉันก็อ่านได้ว่า ฐิติปกรณ์”“แกได้มาจากไหน?”“ลุงคนเดิมนั่นแหละ แกว่าเก็บมาจากที่เดียวกันกับสร้อยจี้ที่ฉันบอกไปตอนแรก”เมื่อได้รับคำตอบเธอจึงพลิกบัตรอีกครั้ง ช้า ๆ พิจารณารอยขีดข่วนตามขอบ คิ้วข้างหนึ่งยกขึ้นเล็กน้อยขณะเอ่ยถึงจี้เส้นนั้น“แล้วตอนนี้สร้อยเส้นนั้นอยู่ที่ไหน แกเอามาด้วยหรือเปล่า”“เปล่าอ่ะ ไม่ได้เอามา พอดีว่าฉันเอาไปให้พ่อดูแล้วลืมหยิบมาด้วยอะดิ”“อืม ไม่เป็นไร เดี๋ยวไว้ค่อยดูก็ได้ ส่วนบัตรนี่มันพอจะมีวิธีไหนที่ทำให้เห็นข้อความทั้งหมดไหม” “จะว่ามีมันก็มีนั่นแหละ ฉันว่าจะลองเอาไปให้เพื่อนฉันที่เป็นช่างโลหะช่วยทำความสะอาด เผื่อบางทีเราอาจจะมองเห็นข้อความบนนั้นทั้งหมด”ภาสกรพูดพลางยื่นมือออกไปรับบัตรนั้นคืนมา นิ้วมือประคองขอบไว้ด้วยท่าทีระมัดระวัง เขาก้มหน้าลงมองมันครู่หนึ่ง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะตรงหน้าด้วยน้ำหนักเบามือ“ดีเหมือนกัน ถ้างั้นฉันฝากด้วยนะ”“ด้วยความยินดี แล้วนี่เป็นอะไรอ่ะ หน้าตาดูไม่สบอารมณ์เลย”ภาสกรเลิกคิ้วขณะพูด เสียงฟังดูเหมือนแซว แต่ทว่าแววตากลับจริงจังขึ้นนิดหน่อย

  • รักคนละตอน   CHAPTER 11

    บริษัทแอคซิสไพรม์ เรียลเอสเตท จำกัด ตึกสูงทันสมัยใจกลางย่านธุรกิจ ถูกประดับด้วยแผ่นกระจกสะท้อนเงาแสงแดดยามสาย พนักงานในชุดยูนิฟอร์มเรียบร้อยเดินสวนกันขวักไขว่บริเวณล็อบบี้ด้านหน้า ทว่าเมื่อเสียงส้นสูงคู่หรูของปภาวีดังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะมั่นคง ทุกสายตาก็อดเหลียวมองตามไม่ได้ เธอก้าวเดินผ่านไปโดยไม่เอ่ยทักทายใครสักคน ใบหน้าสวยคมยังคงเรียบสนิท ทว่าแววตาคู่นั้นกลับแข็งกร้าวและวาววับด้วยความไม่พอใจที่ยังคั่งค้างอยู่ในอก ภายใต้ท่วงท่าที่ดูสงบนิ่งในสายตาคนอื่น คืออารมณ์กรุ่นเดือดที่ยังไม่จางหลังจากบทสนทนากับมารดาเมื่อเช้า และภาพที่ไม่อยากเห็นซ้ำ ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของตัวเอง… เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ปภาวีก็ถอนหายใจเบา ๆ พร้อมวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ปล่อยหลังพิงพนักอย่างหมดแรง เธอพยายามรวบรวมสมาธิ ตั้งใจจะเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า แต่จิตใจกลับล่องลอยไปไกลกว่านั้น ภาพชนากานต์ยิ้มให้แทนคุณยังตามหลอกหลอน แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่สำคัญ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหน่วงในอก ยิ่งนึกถึงคำว่า “พี

  • รักคนละตอน   CHAPTER 10

    นับจากวันนั้น ก็ผ่านมาราวกว่าสองสัปดาห์บรรยากาศในบ้านหลังเดิมยังคงเงียบสงบ หากไม่นับความรู้สึกอึดอัดบางอย่างที่ยังคงคลุ้งอยู่ในอากาศหลังจากเหตุการณ์คืนนั้น ชนากานต์พยายามทำตัวให้ยุ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และโชคดีที่ช่วงเวลานั้นตรงกับการเปิดเทอมพอดี เธอจึงเลือกที่จะออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และเร็วกว่าปกติ ด้วยเหตุผลเดียวคือไม่ต้องการเจอหน้าผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอีก“อ้าวหนูพรีน วันนี้มีเรียนแต่เช้าเลยเหรอลูก”คุณหญิงรุจิราเอ่ยทักทันที่เห็นชนากานต์ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยเดินผ่านมา“เปล่าค่ะคุณหญิง วันนี้พรีนไม่มีเรียนตอนเช้า...แต่ที่คณะมีกิจกรรมรับน้องใหม่ พรีนเลยไม่อยากไปสายค่ะ”คุณหญิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนถามต่อ...“แล้วนี่จะไปยังไงล่ะ ให้ลุงชัยไปส่งไหม”“ไม่เป็นไรคุณหญิง เดี๋ยวพรีนนั่งรถโดยสารไปดีกว่าค่ะ”“ไปกับพี่ก็ได้นะครับน้องพรีน พี่ผ่านทางมหาลัยพอดี”ไม่ทันที่คุณหญิงจะตอบกลับ เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะพอดิบพอดี“พี่แทนคุณ / อ้าว แทนคุณ!”เสียงของชนากานต์กับคุณหญิงรุจิราดังขึ้นพร้อมกันด้วยควา

  • รักคนละตอน   CHAPTER 9

    มื้อเย็นถูกจัดวางอย่างเรียบร้อยบนโต๊ะยาวไม้สัก อาหารหลากหลายชนิดถูกจัดจานอย่างสวยงาม กลิ่นหอมลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องโถงใหญ่ แสงไฟสีอุ่นสาดส่องลงมาจากโคมระย้าเหนือหัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมบางอย่างคุณหญิงรุจิรานั่งเป็นประมุข ณ หัวโต๊ะ ฝั่งซ้ายของเธอคือ แทนคุณ ชายหนุ่มหน้าตาดีวัยยี่สิบปลาย ๆ ที่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะในค่ำคืนนี้ขณะที่บรรยากาศดำเนินไปอย่างราบรื่น เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังขึ้นจากบันได ปภาวีเดินลงมาด้วยท่าทีสงบ แต่ทันทีที่สายตาของเธอสบกับใบหน้าของแทนคุณ ชายหนุ่มรุ่นน้องที่นั่งบนโต๊ะร่วมกับมารดา สีหน้าของนางพญาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้มาปรากฏตัวที่นี่“อ้าวภัค มาทานข้าวด้วยกันสิ”คุณหญิงหันไปเรียกลูกสาวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าไม่สบอารมณ์ชัดเจน เธอเดินตรงไปนั่งที่ฝั่งขวาของมารดาอย่างเงียบเชียบโดยไม่ได้ตอบโต้ใด “สวัสดีครับพี่ภัค ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”ณิชคุณหันมายิ้มพร้อมเอ่ยทักทายให้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร ทว่ารอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าของเขา ช่างตัดกับสายตาเย็นชาของปภาวี

  • รักคนละตอน   CHAPTER 8

    รถยนต์หรูแล่นฝ่าการจราจรอันหนาแน่นของตัวเมืองเป็นเวลานานกว่าสองชั่วโมง ก่อนจะเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กบานใหญ่เข้าสู่บริเวณคฤหาสน์ธาดาวรโชติ แสงแดดยามเย็นสีส้มทองส่องลอดผ่านแนวต้นไทรสูงตระหง่าน ทอดเงายาวพาดผ่านสนามหญ้าเขียวขจีที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีตคุณหญิงรุจิราเป็นคนแรกที่เปิดประตูรถลงมา ก่อนจะหันกลับไปยังหญิงสาวที่ยังนั่งนิ่งอยู่ด้านหลัง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้รถติดนานเลย เหนื่อยกันทั้งวันแล้ว หนูพรีนขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า พักผ่อนก่อนก็ได้ลูก ช่วงเย็นค่อยลงมาทานข้าวพร้อมกันนะ”ชนากานต์ยิ้มบาง ๆ อย่างรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ก่อนพยักหน้ารับเบา ๆ“ขอบคุณค่ะคุณหญิง”เธอก้าวลงจากรถอย่างเรียบร้อย พยายามไม่หันไปมองอีกคนที่ยังนั่งเงียบเชียบอยู่ข้างกัน และในจังหวะที่กำลังจะก้าวขาออกไป เสียงถอนหายใจลากยาวก็ดังขึ้น...ปภาวีก้าวลงตาม สีหน้าบูดบึ้ง มือหนึ่งตวัดกระเป๋าหรูสีน้ำตาลขึ้นบ่า นัยน์ตาคมเหลือบมองใบหน้าชนากานต์เพียงครู่ ก่อนจะเชิดหน้าเดินเข้าบ้านไปโดยไม่พูดอะไรสักคำคุณหญิงรุจิราหันกลับมามองชนากานต์ที่ยังยืนเก้ออยู่ตรงข้างรถ ดวงตานุ่มละมุนเปี่ยมความเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ

  • รักคนละตอน   CHAPTER 7

    หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมือง เสียงเปียโนบรรเลงคลอเบา ๆ ลอยแว่วมาจากลำโพงเหนือศีรษะ แสงไฟสีอุ่นสะท้อนพื้นกระเบื้องมันวาวตลอดโถงทางเดินห้างอันหรูหรา กลิ่นหอมของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ลอยแตะจมูกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปด้านใน ชนากานต์ก้าวเดินเคียงข้างคุณหญิงรุจิราอย่างเงียบ ๆ สองมืพลางลูบต้นแขนของตัวเองบริเวณที่ยังมีรอยจางของแรงบีบเมื่อชั่วโมงก่อนอย่างประหม่า แม้จะพยายามฝืนยิ้มตอบคำพูดของคุณหญิงผู้มีเมตตา แต่แววตาของเธอกลับหลบเลี่ยงไม่กล้าสบใครตรง ๆ ในตอนนี้ “อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมลูก หรือว่าอยากได้อะไรไหม ฉันซื้อให้ได้นะ”เสียงของคุณหญิงรุจิราเอ่ยเบา ๆ แฝงความอ่อนโยน ปลายนิ้วแตะลงบนหลังมือของชนากานต์ราวกับจะปลอบใจ ชนากานต์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่สุภาพ “ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง พรีนแค่เดินเฉย ๆ ก็พอแล้วค่ะ” คุณหญิงมองเสี้ยวหน้าหวานที่ดูซีดเซียวไปถนัดตา หัวใจก็พลันปวดหนึบขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ก่อนจะเอื้อมโอบไหล่หญิงสาวเบา ๆ แล้วดึงร่างนั้นให้เบียดแนบชิดมากขึ้นขณะเดินผ่านหน้าร้านเครื่องสำอางแบรนด์หรู “บางทีฉันก็สงสัยว่าทำไมเด็กดี ๆ แบบหนูพรีน ถึงได

  • รักคนละตอน   CHAPTER 6

    “คะ?” ขานรับอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ขณะยกมือข้างหนึ่งขึ้นซับเหงื่อเม็ดเล็กที่เริ่มผุดขึ้นตามกรอบหน้า เมื่อสายตาของผู้เป็นป้าเพ่งมองบริเวณลำคออย่างสงสัย “รอยอะไรที่คอ?” ถามพร้อมเอื้อมมือปัดผมที่ปรกอยู่ให้พ้นทาง “เอ่อ มะ ... มดกัดค่ะ พรีนคันเลยเกาแรงไปหน่อย” “แน่ใจเหรอพรีน แต่ป้าว่ามันไม่ใช่รอยมดกัดเลย

  • รักคนละตอน   CHAPTER 5

    “กรี๊ดด!! จะ ... เจ็บ ฮึก ๆ คุณหนูพรีนเจ็บ” นิ้วเรียวนั้นก็หายเข้าไปภายในทีเดียวจนสุดข้อ ทำให้คนใต้ร่างที่กำลังสะท้านกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อของที่มีค่าได้ขาดพึ่งลงไปพร้อมเลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลรินออกมาตามร่องนิ้ว เสียงร้องของชนากานต์ ดึงสติของปภาวีที่เคยขาดหายไปเพราะความมึนเมาให้กลับมาแม

  • รักคนละตอน   CHAPTER 4

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา... ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโป

  • รักคนละตอน   CHAPTER 1

    “วันนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดอาจจะกลับดึก” “นัดกับใครอีกล่ะคราวนี้” “เพื่อนค่ะ” ตอบเสียงเรียบ “รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะสำคัญเป็นพิเศษนะ นัดกันแทบทุกสัปดาห์ แล้วนี่ใจคอไม่คิดจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างหรือไง” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชัด เพราะไม่ว่าจะวันไหน ๆ ลูกคนนี้ก็มักจะม

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status