Home / โรแมนติก / รักคืนรัง ในวันที่ใจพังทลาย / บทที่ 4 การเริ่มต้นใหม่ที่เฝ้ารอคอยกำลังออกสตาร์ท

Share

บทที่ 4 การเริ่มต้นใหม่ที่เฝ้ารอคอยกำลังออกสตาร์ท

Author: Dan-bi
last update Last Updated: 2026-01-09 22:49:29

... เกลลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในห้องนอนที่มืดสลัว ร่องรอยน้ำตาบนหมอนย้ำเตือนว่าอดีตยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่เลิกรา แต่คราวนี้ต่างออกไปเล็กน้อย เพราะอย่างน้อยในมือของเธอก็มีความหวังครั้งใหม่ที่ชื่อว่า ‘งานใหม่’ ส่องแสงรำไรอยู่

เธอหวังเหลือเกินว่า... การเริ่มต้นที่บริษัทนี้ จะช่วยเยียวยาแผลใจและปลดพันธนาการหนี้สินเหล่านี้ให้เบาบางลงได้เสียที

“สวัสดีค่ะคุณพิชชา” เกลเอ่ยทักทาย HR สาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่พยายามปั้นแต่งให้สดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจยังคงประหม่า

“สวัสดีค่ะคุณเกล... นี่เป็นสัญญาจ้างงานนะคะ ชารบกวนคุณเกลตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วน แล้วเซ็นชื่อตรงที่มาร์กไว้ให้ชาหน่อยค่ะ” พิชชาว่าพลางขยับเอกสารสัญญาจ้างพร้อมชี้ตำแหน่งลงนามให้เธออย่างคล่องแคล่ว

หลังจากจัดการเรื่องเอกสารและเรียนรู้ระบบสแกนเข้า-ออกงานเสร็จสิ้น พิชชาก็พาเกลมุ่งหน้าไปยังชั้น 11 ระหว่างที่เดินผ่านโถงทางเดินกว้างขวาง พิชชาชวนคุยเรื่องทั่วไปอย่างเป็นกันเอง ราวกับจะช่วยละลายความตื่นเต้นที่แผ่ออกมาจนสัมผัสได้ของพนักงานใหม่

เมื่อถึงหน้าประตูแผนก พิชชาทำการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเปิดทางให้ประตูอัตโนมัติเลื่อนออก เกลสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปพบกับคริส และ ‘เซน’ หัวหน้างานโดยตรงของเธอในห้องประชุมห้องเดิมที่เคยใช้สัมภาษณ์เมื่อเดือนก่อน

“สวัสดีค่ะ” เกลยกมือไหว้และกล่าวทักทายผู้บังคับบัญชาทั้งสองด้วยความนอบน้อม

“สวัสดีจ้ะเกล เรารู้จักกันแล้วเนอะ คงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่แล้วล่ะ...” คริสส่งยิ้มบาง ๆ ให้ก่อนจะผายมือไปทางหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ “ส่วนนี่พี่เซน เป็นหัวหน้าทีม Marketing Communication ที่เกลจะต้องทำงานด้วยโดยตรงนะ”

“สวัสดีค่ะพี่เซน” เกลกล่าวทักทายอีกครั้งพลางสังเกตบุคลิกของหัวหน้าใหม่

“สวัสดีจ้ะ วันที่สัมภาษณ์พี่ติดธุระข้างนอกเลยไม่ได้เจอเรา แต่พี่คริสชมเกลให้พี่ฟังเยอะเลยนะ... จริง ๆ ตำแหน่งนี้มีคนสมัครเข้ามาเยอะมาก แต่ในเมื่อพี่คริสเลือกน้องเกลมาเองกับมือ แปลว่าเราต้องมีของดีแน่นอน” เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูใจดีแต่ก็มีความคาดหวังแฝงอยู่ลึก ๆ

“ขอบคุณมากค่ะ เกลจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”

“ขอบใจชามากนะจ๊ะที่พาน้องมาส่ง เดี๋ยวที่เหลือพี่ดูแลต่อเองจ้ะ” เซนหันไปบอกพิชชา ก่อนที่อีกฝ่านจะขอตัวกลับไปยังแผนกของตน

“มาจ้ะ เดี๋ยวพี่จะพาไปดูที่ทำงานของพวกเรา”

เซนเดินนำเกลออกจากห้องประชุมเพื่อแนะนำให้เธอรู้จักกับเพื่อนร่วมงานในทีมอื่น ๆ และอาณาจักรของฝ่ายการตลาด ซึ่งถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างชัดเจนตามสายงาน เริ่มต้นจากพื้นที่ส่วนแรกที่เป็นของ ทีม Brand Management ซึ่งดูแลภาพลักษณ์องค์กรทั้งหมด

ถัดไปเป็นโซนของทีม Digital Marketing ที่ดูคึกคักเป็นพิเศษเพราะต้องมอนิเตอร์กระแสในโซเชียลมีเดียอยู่ตลอดเวลา และใกล้ ๆ กันนั้นเป็นโซนของทีม Creative & Design ที่เต็มไปด้วยกระดานภาพร่างและสีสันดูวุ่นวาย และสุดท้ายคือห้องโถงกว้างที่มีประตูแยกออกไปเป็นสัดส่วน

“นั่นห้องของพี่คริส ผู้อำนวยการฝ่ายจ้ะ” เซนชี้ไปยังห้องกระจกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของแผนก ภายในดูหรูหราและกว้างขวาง คริสนั่งทำงานอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความเงียบสงบที่ดูมีความขลังในตัว

จากนั้นเซนก็พาเกลเดินแยกออกมายังโซนด้านในสุด ซึ่งเป็นพื้นที่ของ ทีม Marketing Communication หรือ MarCom

”ส่วนนี่คือห้องทำงานของทีมเรา... จะแยกสัดส่วนออกมาหน่อยเพื่อความคล่องตัวจ้ะ”

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องมีโต๊ะทำงานเพียงสามที่ ซึ่งภายในห้องมีหญิงสาวหนึ่งคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว

“ในทีม MarCom ตอนนี้หลัก ๆ จะมีแค่พี่ พี่คริสที่ดูภาพรวม แล้วก็นี่... ‘พริม’ เพื่อนร่วมทีมที่จะมาช่วยดูแลเกลจ้ะ” เซนแนะนำหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังนั่งจัดระเบียบเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงาน

พริมเงยหน้าขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงแนะนำ เธอคลี่ยิ้มกว้างอย่างจริงใจจนตาเป็นสระอิ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาหาเกลด้วยท่าทางเป็นมิตร

“สวัสดีจ้ะเกล ยินดีที่ได้รู้จักนะ มีอะไรถามพริมได้ตลอดเลยไม่ต้องเกรงใจ ดีใจจัง... ในที่สุดทีมเราก็มีสมาชิกใหม่มาช่วยกันซะที” น้ำเสียงสดใสของพริมช่วยทลายกำแพงความตื่นเต้นของเกลลงไปได้มาก บรรยากาศภายในห้องที่เงียบสงบและเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศ กลับทำให้เกลรู้สึกถึงความผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

ห้องทำงานนี้มีกันเพียงไม่กี่คน ทำให้เกลสัมผัสได้ถึงความสงบและเป็นส่วนตัว ซึ่งต่างจากโซนอื่น ๆ ที่เธอดินผ่านมาเมื่อครู่ เธอแอบคิดในใจด้วยความโล่งอกว่า... บางทีสวรรค์อาจจะยังเข้าข้างเธออยู่บ้าง ที่ส่งเธอมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดูถ้อยทีถ้อยอาศัยแบบนี้

“พริมเขางานเนี้ยบมากเลยนะเกล มีอะไรสงสัยปรึกษาพริมเขาได้เลย พี่ฝากดูแลน้องด้วยนะพริม” เซนหันไปกำชับเพื่อนร่วมทีมก่อนจะหันมายิ้มให้เกลอีกครั้ง “โต๊ะของเกลอยู่ตรงนี้นะจ๊ะ ลองจัดของดูตามสบาย เดี๋ยวบ่าย ๆ พี่จะค่อย ๆ อธิบายเรื่องเนื้องานให้ฟัง”

เกลมองไปที่โต๊ะทำงานสะอาดตาของตัวเอง พลางโอบรับความหวังใหม่ที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นได้สวยงามกว่าที่คิด ความประหม่าค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นว่า... เธอจะรักษาโอกาสครั้งนี้ไว้ให้ดีที่สุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักคืนรัง ในวันที่ใจพังทลาย   บทที่ 7 คำบอกลาที่ไร้สัญญาณ

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เข็มนาฬิกายังไม่แตะเลขหก ‘เกล’ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นตัวเป็นพิเศษ วันนี้คือวันสำคัญของทีมที่ต้องพาสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์เกือบสามสิบชีวิตมุ่งหน้าสู่หัวหิน เพื่อเยี่ยมชมโครงการคฤหาสน์หรูบรรยากาศหน้าบริษัทตอนแปดโมงเช้าเต็มไปด้วยความคึกคัก เซน พริม และเกล อยู่ในชุดกึ่งทางการที่ดูทะมัดทะแมง ทั้งสามคนช่วยกันต้อนรับสื่อมวลชนด้วยรอยยิ้มพิมใจ พร้อมเสิร์ฟชุดของว่างและเครื่องดื่มให้ทุกคนรองท้องก่อนออกเดินทาง“วันนี้พวกเราแยกกันดูแลรถตู้คนละคันนะจ๊ะ เกลอยู่คันที่หนึ่ง พริมคันที่สอง ส่วนพี่อยู่คันที่สาม มีอะไรด่วนไลน์หากันได้ตลอดนะ” เซนจัดแจงแบ่งหน้าที่อย่างคล่องแคล่วในขณะที่ ‘คริส’ ขับรถส่วนตัวไปเอง ส่วนผู้บริหารนั้นเดินทางไปพร้อมกับเลขาฯ ส่วนตัว“นิค ฝากดูแลน้องเกลคันที่หนึ่งด้วยนะ” เซนหันไปกำชับ ‘นิค’ ช่างภาพฝีมือดีจากทีมโปรดักชันที่วันนี้สะพายกล้องคู่ใจพร้อมลุยทว่า... เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ล้อหมุน เสียงโทรศัพท์ของนิคก็ดังขึ้นด้วยข่าวร้ายที่ทำให้ทุกคนหน้าถอดสี ‘ฝน’ พนักงานจากฝั่งโปรดักชันที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้ ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มระหว่างเด

  • รักคืนรัง ในวันที่ใจพังทลาย   บทที่ 6 เสียงเตือนที่ถูกลืม

    “แก... คือทุกอย่างมันดีมากจริง ๆ นะ หัวหน้าดี เพื่อนร่วมงานก็น่ารัก ไม่ทำให้อึดอัดใจเลย ฉันได้เข้าไปแนะนำตัวกับทีมอื่นมาบ้างแล้ว ทุกคนต้อนรับดีมากกก”เกลกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์หลังจากกลับมาถึงบ้าน แม้จะผ่านการเริ่มงานวันแรกมาแต่เธอกลับไม่รู้สึกกังวล ติดอยู่ก็แค่เรื่องเดียวที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว“แต่ตอนกลับบ้านน่ะสิ ฉันเจอผู้หญิงคนหนึ่งในลิฟต์ อายุน่าจะสี่สิบกว่า ๆ มั้ง อยู่ดี ๆ เขาก็พูดจาแปลก ๆ ทิ้งประโยคปริศนาใส่ฉันว่าคนเก่าเขาก็ยิ้มแบบนี้แหละ ฟังแล้วมันรู้สึกขนลุกยังไงชอบกล ฉันเลยแอบกังวลนิดหน่อย”“โถ่เกล...” ‘แบม’ เพื่อนสนิทหัวเราะเบา ๆ ผ่านสาย “ฉันว่าไม่มีอะไรหรอกแก First Impression แกกับทีมออกจะเพอร์เฟกต์ขนาดนั้น ส่วนยัยป้าในลิฟต์นั่นน่ะ อาจจะเป็นพวกพนักงานเก่าแก่นิสัยเสียที่ชอบข่มเด็กใหม่ให้กลัวเล่น ๆ ก็ได้ ฟีลแบบรับน้องน่ะแกอย่าไปถือสาเลย ถ้าไม่ได้ร่วมงานกันโดยตรง หรือไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ ก็ปล่อยผ่านไปเถอะ”คำพูดของเพื่อนสนิททำให้เกลเริ่มใจชื้นขึ้น “อืม... ก็จริงของแกนะ ถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกันก็คงไม่มีอะไรหรอก”วันต่อ ๆ มา บรรยากาศในออฟฟิศยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่นตามที่เกลคาดหวังไ

  • รักคืนรัง ในวันที่ใจพังทลาย   บทที่ 5 คำเตือนปริศนา

    แสงแดดอ่อน ๆ สะท้อนผ่านกระจกของตึกสูงรอบด้าน ดูราวกับเป็นสัญญาของการเริ่มต้นใหม่ที่งดงาม ‘พริม’ เพื่อนร่วมงานสาวที่ดูเข้ากับคนง่าย ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เพื่อเริ่มบรีฟงานเบื้องต้นให้เกลฟัง“ตำแหน่ง MarCom ของเราที่นี่รับผิดชอบกว้างนิดหนึ่งนะเกล” พริมเริ่มอธิบายพร้อมเปิดไฟล์แผนการตลาดในหน้าจอ “นอกจากเกลจะต้องดูเรื่อง Branding และกลยุทธ์การสื่อสารภาพรวมแล้ว งาน PR ก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องทำควบคู่กันไปด้วย แต่พวกงานอีเวนต์ต่าง ๆ เราจะจ้างออร์แกไนซ์ข้างนอก ซึ่งตรงนี้พี่เซนจะเป็นคนจัดการเองทั้งหมดจ้ะ”เกลพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ เธอเรียนรู้แผนงานด้าน Marketing ของบริษัทได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและการเลือกใช้สื่อ จนพริมถึงกับออกปากชม“เกลหัวไวมากอะ อธิบายแป๊บเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งเลย”“คงเป็นเพราะที่เก่าเกลรับผิดชอบงานประมาณนี้อยู่แล้วด้วยแหละ เลยมีทักษะติดตัวมาบ้าง แต่เกลก็ยังต้องทำความเข้าใจ Branding และกลุ่มเป้าหมายของบริษัทอีกสักพักเลย”“พริมว่าไม่นานเกลก็น่าจะเข้าที่เข้าทางแล้วน้า เพราะเกลดูเป็นคนที่ตั้งใจมากและเรียนรู้ไวมากจริง ๆ”… พริมเอ่ยชมพร้อมให้กำลังใจเกล ก่อนจ

  • รักคืนรัง ในวันที่ใจพังทลาย   บทที่ 4 การเริ่มต้นใหม่ที่เฝ้ารอคอยกำลังออกสตาร์ท

    ... เกลลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในห้องนอนที่มืดสลัว ร่องรอยน้ำตาบนหมอนย้ำเตือนว่าอดีตยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่เลิกรา แต่คราวนี้ต่างออกไปเล็กน้อย เพราะอย่างน้อยในมือของเธอก็มีความหวังครั้งใหม่ที่ชื่อว่า ‘งานใหม่’ ส่องแสงรำไรอยู่เธอหวังเหลือเกินว่า... การเริ่มต้นที่บริษัทนี้ จะช่วยเยียวยาแผลใจและปลดพันธนาการหนี้สินเหล่านี้ให้เบาบางลงได้เสียที“สวัสดีค่ะคุณพิชชา” เกลเอ่ยทักทาย HR สาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่พยายามปั้นแต่งให้สดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจยังคงประหม่า“สวัสดีค่ะคุณเกล... นี่เป็นสัญญาจ้างงานนะคะ ชารบกวนคุณเกลตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วน แล้วเซ็นชื่อตรงที่มาร์กไว้ให้ชาหน่อยค่ะ” พิชชาว่าพลางขยับเอกสารสัญญาจ้างพร้อมชี้ตำแหน่งลงนามให้เธออย่างคล่องแคล่วหลังจากจัดการเรื่องเอกสารและเรียนรู้ระบบสแกนเข้า-ออกงานเสร็จสิ้น พิชชาก็พาเกลมุ่งหน้าไปยังชั้น 11 ระหว่างที่เดินผ่านโถงทางเดินกว้างขวาง พิชชาชวนคุยเรื่องทั่วไปอย่างเป็นกันเอง ราวกับจะช่วยละลายความตื่นเต้นที่แผ่ออกมาจนสัมผัสได้ของพนักงานใหม่เมื่อถึงหน้าประตูแผนก พิชชาทำการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเปิดทางให้ประตูอัตโนมัติเลื่อนออก เกลสูดลมหายใ

  • รักคืนรัง ในวันที่ใจพังทลาย   บทที่ 3 มรดกน้ำตา กับความจริงที่แสนโดดเดี่ยว

    “ผมเป็นกู้ภัยนะครับ เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำที่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ รบกวนคุณเกวลินทำใจดี ๆ แล้วเดินทางมาที่โรงพยาบาลด่วนนะครับ”คำว่า ‘ทำใจดี ๆ’ เป็นคำที่เกลไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิต แต่มันกลับดังชัดถนัดหูยิ่งกว่าเสียงพายุฝนด้านนอกเสียอีก เธอรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่พาตัวเองไปถึงโรงพยาบาล เพียงเพื่อจะพบกับร่างไร้วิญญาณของพ่อและแม่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว ความเย็นเยียบจากร่างของท่านในวินาทีที่เกลสัมผัส เปรียบเสมือนแสงสว่างดวงสุดท้ายในชีวิตของเธอที่ดับวูบลงอย่างไม่มีวันกลับ… กลิ่นธูปคละคลุ้งอยู่ในศาลาวัด บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบเหงาจนน่าใจหาย เกลนั่งนิ่งอยู่หน้าหีบศพสีขาวของบุพการีทั้งสองที่ตั้งอยู่เคียงคู่กัน แววตาของเธอว่างเปล่าและหม่นแสงลง“เกล... กินอะไรหน่อยไหมแก” แบม เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ข่าว ยื่นน้ำให้ด้วยความเป็นห่วงเกลส่ายหน้าช้า ๆ พร้อมกับเหลือบสายตามองไปยังกลุ่มญาติฝั่งพ่อและแม่ที่นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ไกล ๆ แม้จะมีญาติมาช่วยงานบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการมาตามหน้าที่เพื่อร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีใครเลยที่กล้าเด

  • รักคืนรัง ในวันที่ใจพังทลาย   บทที่ 2 ก้าวใหม่ภายใต้เงาของวันวาน

    เวลาล่วงเลยมาห้าวันหลังจากการสัมภาษณ์งานในครั้งนั้น เกลเฝ้าเช็กโทรศัพท์และรอคอยข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อ ทุกครั้งที่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น หัวใจของเธอจะพองโตและยุบฮวบลงสลับกันไป จนกระทั่งเช้าวันต่อมา เสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคยก็แจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง กริ๊งงงง… “สวัสดีค่ะ” เธอรีบกดรับสาย พยายามปรับเสียงให้ดูนิ่งที่สุด “สวัสดีครับ ใช่คุณเกวลิน ธนานุกุลไหมครับ” ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นทางการเพื่อเป็นการยืนยันตัวตน“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าจากไหนคะ” เธอถามกลับ มือที่จับโทรศัพท์เริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ ภาวนาในใจขอให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่เธอไปสัมภาษณ์มา “โทรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ ผมพันตำรวจโ-”ตื้ด… ตื้ด… ตื้ด… “บ้าจริง! เมื่อไหร่พวกมิจฉาชีพจะหมดไปสักทีเนี่ย คนยิ่งเครียด ๆ อยู่” เกลตัดสายทิ้งทันทีด้วยอารมณ์หงุดหงิดพลุ่งพล่าน“นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วนะ ไม่มีที่ไหนติดต่อมาจริง ๆ เหรอเนี่ย สมัครไปกี่ที่ สัมภาษณ์ไปกี่บริษัท เขาก็ไม่เลือกเราเลยเหรอ… เงินเก็บที่มีอยู่ก็เริ่มเหลือน้อยลงทุกวันแล้วนะเกล” หญิงสาวพึมพำตัดพ้อชีวิตวัยทำงานที่ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ความกดดันเริ่มกัดกินความมั่นใจจนเธอรู้สึกหม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status