Masuk“รู้ครับ”
“รู้แต่ยังทำ?”
“ผมก็แค่อยากจะช่วยสืบสานก็เท่านั้น”
“เรื่องภายในครอบครัวไม่จำเป็นให้คนนอกอย่างเธอเอาชีวิตมาทิ้ง” ทศวรรษตัวชา ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว
“ผมรู้ครับว่าเป็นคนนอก เพียงแค่อยากจะช่วยสืบเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนหน้าเรื่องคราฟเบียร์ก็เป็นเขาที่ลงทุนลงแรงไปตั้งมากมาย ผมเลยอยากจะตอบแทนเขาบ้างก็เท่านั้น และนี่…เป็นหนังสือสัญญาหย่าโดยความยินยอมของผม” ทศวรรษเว้นจังหวะเพื่อกลั้นน้ำตา
“ผมมาแต่ตัว ก็จะขอจากไปแต่ตัว ตามรายละเอียดที่ได้เขียนชี้แจงไว้ เรื่องบริษัทนั้นหากเขาจะถอนหุ้นคืนผมก็เตรียมเอกสารไว้ให้แล้ว ให้ทนายดำเนินการได้ทันที ตลอดเวลาที่คบกันมามีแต่คนปรามาสว่าผมเกาะเขากินมาตลอด แต่พูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี”
“เธอไม่คิดว่าเธอเสียเปรียบเลยเหรอ”
“สิบปีที่ผ่านมาผมได้เปรียบมากกว่าเขามาก ความจริงการที่สืบสานมาอยู่กินกับผมสิบปี เขาซะอีกที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบในทุก ๆ ด้าน และผมก็ให้ชีวิตดี ๆ แบบนี้ให้เขาไม่ได้ ไม่ได้แม้แต่น้อย” ทศวรรษกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะสบตากับท่านเจ้าสัวที่จ้องมองอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
“ผมเพิ่งรู้ไม่นานว่าเขาชอบไวน์ยี่ห้อหนึ่งมาก สำหรับผมมันเป็นราคาที่เกินเอื้อม ความจริงหากเขาไม่มาทนอยู่กับผมป่านนี้เขาคงจะดำรงตำแหน่งใหญ่โตเป็นผู้บริหารที่มีคนนับหน้าถือตาไปทั่วแล้วแน่ ๆ อีกอย่างผมก็ต้องขอโทษคุณท่านอีกครั้งที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ขึ้น ไม่มีผม สืบสานก็คงไม่หลงผิดอย่างนี้”
“ไหนเธอบอกฉันว่าขอเวลาหนึ่งปี” ทศวรรษสะอึกกับคำถามนั้น
“ตอนแรกผมก็พกความมั่นใจมาเต็มนั่นแหละครับ แต่พอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็เข้าใจอะไรมากขึ้น เรื่องฐานะ พื้นเพครอบครัว นิสัยใจคอ ผมไม่คู่ควรกับเขาแม้แต่น้อย อีกอย่างการที่เขาลืมเรื่องราวในอดีตไปเสียหมดนั่นก็มีแต่ข้อดี เขาจะได้เริ่มต้นใหม่ได้อย่างสบายใจ”
“เธอคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ” ทศวรรษเม้มปาก ชั่งใจอยู่นานในที่สุดก็เอ่ยสิ่งที่คิดในหัวออกไปจนหมด
“แล้วจะให้ผมคิดยังไงได้อีกล่ะครับ อีกทั้งเรื่องการแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคนสองคนตั้งแต่แรก สุดท้ายครอบครัวก็ยังคงเป็นครอบครัว ผมไม่เคยอยากให้เขาตัดขาดจากคนในครอบครัว ไม่เคยอยากให้เขาเลือกข้าง แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงตอนนี้ ถ้าผมยังดื้อรั้นมีแต่จะทำให้สืบเขาเสียโอกาส เสียโอกาสในหน้าที่การงาน เสียโอกาสที่จะเจอคนดี ๆ ทั้ง ๆ ที่อายุเขาในตอนนี้ควรจะแต่งงานมีลูกหลานไว้สืบสกุลได้แล้ว อีกอย่างผมก็ไม่สามารถให้สิ่งนั้นกับเขาได้” ทศวรรษก้มหน้าเพื่อซ่อนน้ำตาที่กำลังรินไหลพร้อมกับพนมมือไหว้ขอโทษท่านเจ้าสัวอีกครั้ง
“ผมขอโทษอีกครั้ง ส่วนเรื่องคดีผมไม่ได้ติดใจเอาความในส่วนของคุณพรรณพิลัย ที่ผ่านมาผมเองก็ทำตัวไม่น่ารัก ผมเองก็อยากจะขอโทษคุณพรรณพิลัยต่อหน้า แต่กลัวว่าจะทำให้ทุกอย่างแย่ลง สุดท้ายผมต้องขอบคุณและกล่าวลาคุณท่านอีกครั้ง”
ทศวรรษก้มลงกราบพื้นก่อนจะลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋าเดินทาง “ขอตัวก่อนนะครับ”
“ฉันจะให้คนขับรถไปส่ง”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเรียกรถไว้แล้ว” ท่านเจ้าสัวถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ท่านเจ้าสัวอดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองชุดถ้วยชาหลากสีที่เรียงรายอยู่ด้านหลัง รวมไปถึงเค้กวุ้นกะทิและพวงมาลัยที่ภรรยาของเขาเองก็ได้รับทุกปีเช่นเดียวกัน
“ชุดถ้วยชาพวกนี้คงเป็นฝีมือเธอสินะ” ทศวรรษยืนนิ่งไม่กล่าวคำ ก่อนจะหันมาโค้งทำความเคารพท่านเจ้าสัวอีกครั้ง
“รักษาตัวด้วย”
“ขอบคุณครับ”
ท่านเจ้าสัวนั่งมองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะต่อสายเพื่อจัดการเรื่องราวทั้งหมด บัดนี้จิ๊กซอว์ที่อยู่ในมือเริ่มปะติดปะต่อกันเป็นรูปเป็นร่าง และเขาไม่มีความกังขาที่มาของเอกสารในมือนี้เลยว่าเป็นจริงหรือไม่ และเขาก็เชื่อใจทศวรรษว่าอีกฝ่ายหวังดีกับครอบครัวเขาจริง ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหากเขาและภรรยาไม่มัวแต่อคติป่านนี้ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือครอบครัวคงไม่สั่นคลอน แต่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่ถือว่าแย่เสียทีเดียว เป็นการล้างกระดานและเริ่มต้นใหม่ต่างหาก ในเมื่อลูกชายคนโตไม่อยากเสียฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไป งั้นเขาก็จะเป็นกาวใจให้ทั้งสองฝั่ง หนังสือหย่าโดยความยินยอมถูกหยิบยกขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ท่านเจ้าสัวส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะถอนหายใจ หากเป็นคนอื่นที่ไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ ก็เพราะแบ่งทรัพย์สินไม่ลงตัว และต้องการเรียกร้องเวลาที่เสียไปกับทางบ้านคุณาปกรแน่ ๆ หากไม่มากเกินไป ทำไมพวกเขาจะตัดใจจ่ายไม่ได้ แต่ทศวรรษกลับตรงกันข้าม ไม่เรียกร้องอะไร และยอมรับผิดทั้งหมด อีกทั้งยังทำตัวเป็นพวกทำดีแต่ไม่หวังผล ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด และเขาก็ไม่แปลกใจว่าทำไมลูกชายถึงได้หันหลังให้ครอบครัวเพราะผู้ชายที่ชื่อทศวรรษคนนั้น และเขาก็คงจะเสียใจไปตลอดชีวิตเช่นกันหากปล่อยคนที่แสนดีอย่างทศวรรษไป เนื้อแท้ของอีกฝ่ายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนทั้งบ้านคุณาปกร และถูกเอ่ยถึงยามประชุมผู้ถือหุ้น ปรับเปลี่ยนบอร์ดบริหารคนใหม่เพราะเอกสารที่อยู่ในมือท่านเจ้าสัวเป็นของจริงทั้งหมด
รวมไปถึงสืบสานที่ก้าวเข้ารับตำแหน่งรองผู้บริหารอย่างเป็นทางการในภายหลัง
โถงห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยบรรดาของขวัญที่มิตรสหายนำมามอบให้แก่นายหญิงคุณาปกร ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังต่าง ๆ เหมือนขนกันมาไว้ที่นี่จนเต็มพื้นแต่กลับไม่มีชิ้นไหนสะดุดตาเท่ากับพวงมาลัยดอกมะลิที่แกะสลักด้วยสบู่หอม แม้ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรเทียบกับของแบรนด์เนมเหล่านั้นแต่กลับแสดงถึงความใส่ใจและความนอบน้อม พรรณพิลัยหวนนึกถึงของขวัญทำมืออีกชิ้นในปีที่แล้ว และทุก ๆ ปีเธอคิดมาเสมอว่าลูกชายคนโตที่ออกจากบ้านไปนานยังคงห่วงใยส่งของเอาไว้ให้ดูต่างหน้า แต่เปล่าเลย สืบสานโกรธจริงและตัดขาดจริงตามประสานิสัยที่ยอมหักไม่ยอมงอของเจ้าตัว แม้ว่าจะไม่ได้ส่งของอะไรมาให้แต่เจ้าตัวก็มักจะมาแอบยืนที่หน้ารั้วบ้านเป็นประจำในวันเกิดของบุพการีทั้งสองในทุก ๆ ปี
ของขวัญที่เธอปลาบปลื้มใจเสียหนักหนา สุดท้ายกลับเป็นคนที่เธอไม่เคยใส่ใจถึงการมีอยู่ของคนคนนี้เลยด้วยซ้ำ
“นวล คุณทศล่ะ” พรรณพิลัยเอ่ยถามพลางให้เกียรติอีกฝ่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกทั้งเรื่องเมื่อวานเป็นสิ่งที่เธอไม่ได้เตรียมใจมาก่อน แม้ว่าก่อนหน้าอยากจะให้สืบสานหมั้นหมายกับเคธี แต่พักหลัง ๆ ที่ห่างหายกันไปก็ได้ข่าวเสีย ๆ หาย ๆ จากบ้านนั้นไม่หยุดหย่อน แล้วเมื่อวานทวีสินก็ประกาศกร้าวต่อหน้าแขกเหรื่อจำนวนหลายร้อยคน พรรณพิลัยจำใจกลืนคำผรุสวาทลงคอจนแสบร้อนไปหมดที่จะกระชากไมค์จากมือน้องชายสามีก็ทำได้เพียงยิ้มแหย ๆ อย่างขอไปที ไหนจะสีหน้าของทศวรรษที่ขาวซีดเมื่อได้ยินประโยคนั้นยังคงติดตา รวมไปถึงสืบสานเองก็เช่นกัน และเธอก็มั่นใจว่าความทรงจำของลูกชายคงจะกลับคืนมาบ้างแล้ว นั่งคิดอะไรเหม่อลอยสักพักก็ได้ยินเสียงกระวนกระวายของสืบสานที่วิ่งลงบันไดลงมาตึงตัง เจอใครก็ถามหาทศวรรษ แถมสีหน้ามีแต่ความวิตกแกมร้อนใจ
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







