LOGINส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม
“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูน
มาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความสำเร็จ” ทุกสิ่งทุกอย่างแทนด้วยดอกสแตติสช่อนี้ เขาอยากจะส่งต่อมันให้ใครอีกคน เผื่อว่าคนคนนั้นจะได้รับความโชคดีเหมือนกันกับที่ทศวรรษได้พบเจอกับสืบสาน ได้เรียนรู้คำว่า “รัก” และคำว่า “เรา” พิธีกรแซวบ่าวสาวทั้งคู่อย่างสนุกสนาน ทศวรรษโอบกอดดอกไม้ช่อโตนั้นที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามพร้อมกับหันหลังทำท่าจะโยนเมื่อพิธีกรแกล้งนับ
“คราวนี้นับจริงแล้วนะครับ ไม่นับหลอก เอ้าทุกคนช่วยกันนับถอยหลัง 3 2 1” ช่อดอกสแตติสถูกโยนออกไปทุกคนต่างแตกฮือวิ่งหนีมีแต่ต้นตาลที่ยืนทำหน้างงรับช่อดอกไม้นั้นอย่างช่วยไม่ได้
“เอ้าอีห่า หนีกันทำเพื่อ?” พอหันกลับมาก็เห็นผัวเด็กยืนยิ้มหน้าแป้นอยู่ข้างหน้า แถมสีหน้ากรุ้มกริ่มมีพิรุธสุด ๆ ต้นตาลเริ่มใจคอไม่ดี
“มีอะไรไอ้บอส”
“พี่…” บอสทำทีเป็นเกาท้ายทอยอย่างประดักประเดิด สายตาหลายคู่จับจ้องที่พวกเขาอีกทั้งพิธีกรยังโห่แซวไม่เลิก ต้นตาลหรี่ตาลงทันทีเมื่อเห็นว่าผัวเด็กเหมือนจะเข่าอ่อน ต้นตาลเสียงแข็งทันที
“ไอ้บอส!!!” พร้อมกับจับต้นแขนอีกฝ่ายไว้แน่น
“มึงจะทำอะไร”
“ก็…จะขอ—-” ต้นตาลกระซิบเสียงลอดไรฟัน
“ไอ้บอสนี่งานแต่งอีทศ”
“รู้”
“รู้แล้วจะทำห่าอะไร” บอสหันไปขอความช่วยเหลือจากทศวรรษที่ยืนยิ้มล้อเลียนด้านหลังพร้อมกับตะโกนป้องปาก “ตามสบาย” สืบสานเองก็หัวเราะน้อย ๆ ออกมาเช่นกัน เพราะแฟนเด็กของต้นตาลมาปรึกษาและขอความเห็นจากพวกเขาทั้งคู่ตั้งนานแล้ว ไม่งั้นช่อดอกไม้พวกนั้นคงไม่ถูกคนเหมือนจับวางแบบนี้ แต่ต้นตาลกลับไม่ยอม กว่าอีทศจะมีวันนี้ เรื่องอะไรจะให้ใครหน้าไหนมาแย่งซีน ต้นตาลฉีกปากยิ้มตาแข็งโบกมือพร้อมกับควงแขนผัวเด็กออกไปนอกงานทันที แถมยังมีสายตาของท่านรมต.คมนาคมมองตามไปด้วยสายตาละห้อย
“มองแบบนั้นหมายความว่าไงคะ” ภรรยาท่านรมต.เอ่ยถามพลางหรี่ตาดูสีหน้าไม่สู้ดีของสามี
“ก็…”
“คนนั้นเหรอที่คุณบอกเหมาะสมกับลูกเรา แถมยังหมายมั่นปั้นมือ…” คนที่เรียกลูกชายเขาอย่างไม่มีชิ้นดี ไอ้ทุกคำนั่นน่ะนะ แถมหุ่นรูปร่างออกจะถึก บึกบึนออกขนาดนั้น ไม่ได้สวยเหมือนพวกมีสทิฟานีอย่างที่คิดแฮะ
“ใช่ค่ะ คนที่ทำให้ลูกเราเป็นผู้เป็นคน เข็นครกซังกะบ๊วยขึ้นภูเขาสำเร็จอีกต่างหาก”
“คุณหญิง!! นั่นลูกชายเรานะ” กัลยาถอนหายใจ
“หรือคุณจะเถียงว่าลูกเรามันไม่ได้เรื่อง ไม่เอาถ่าน ไม่แข่งรถก็ปาร์ตี้” แถมยังเป็นปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่อีกต่างหาก!!
“ผม…”
“เพราะมีคุณคอยให้ท้ายไงคะ”
“แต่—”
“ไม่มีแต่ หรือคุณคิดว่าข่าวพวกจับลูกนักการเมืองปาร์ตีเล่นยาเซ็กซ์หมู่เกย์ดีกว่าเหรอคะ”
“คุณหญิง!!!”
“ฉันพูดจริงหรือคุณจะเถียง คุณใช้เงินเท่าไหร่ปิดเรื่องพวกนั้น แล้วเมื่อไหร่ลูกเราจะโต คุณอย่าลืมว่าเก้าอี้ทางการเมืองมันก็เหมือนเก้าอี้ดนตรี วันไหนคุณหมดอำนาจลงวันนั้นข่าวฉาวทั้งหลายของลูกเราคงแดงออกมาสักวัน รวมไปถึงเรื่องที่คุณหว่านเงินเพื่อกลบเรื่องคาว ๆ พวกนั้น”
“ใครจะกล้า!”
“แล้วมีคนไม่กล้าหรือไงคะ ยุคนี้มันยุคโซเชียล คุณก็รู้ว่าลูกเราไม่ทำผู้หญิงที่ไหนท้องอยู่แล้ว ในเมื่อห้ามไม่ได้ก็ต้องเข้าร่วม” กัลยาหรี่ตา “แล้วคอนเนกชันของเด็กคนนั้นก็ไม่ธรรมดา เป็นเพื่อนรักกับลูกสะใภ้ท่านเจ้าสัวสืบศักดิ์ และรู้จักกับท่านเจ้าสัวเดรโก คุณอยากเข้าหาท่านเจ้าสัวสืบศักดิ์มาตลอดไม่ใช่หรือคะ…” เหมราชเรียวคิ้วมุ่นติดกันเป็นปม
“เรื่องลูกฉันตัดสินใจแล้ว ยังไงลูกสะใภ้ก็ต้องเป็นยัยหนูต้นตาลคนนั้น”
“ตั้งแต่ลูกเกิดมาผมไม่เคยตีเลยนะ”
“ไม่ถูกกระทืบข้างนอกก็ดีเท่าไหร่แล้ว ลูกชายคุณเนี่ยนะ…ดีแต่สร้างปัญหาแล้วก็ไม่มีใครเอาอยู่เท่าหนูต้นตาลคนนั้นอีกแล้ว” เมื่อกี้เหมือนเห็นอีกฝ่ายดึงหูลูกชายเขาด้วย แถมยังตีต้นแขนอีกหลายเพียะ เหมราชอยากจะบ้าตาย กว่าจะมีลูกคนนี้ได้ยากแสนเข็ญ แต่ก็เลี้ยงยากโคตรเช่นกัน แล้วเป็นเด็กแบบว่า…ถ้าบอกว่าเลี้ยวซ้ายมันจะไปทางขวาทันที แม้จะเป็นลูกเวรลูกกรรมแต่เหมราชก็ยังรักลูกชายคนเดียวคนนี้มากอยู่ดี พอเห็นสายตาของภรรยาเขาจึงต้องกลืนก้อนความไม่พอใจนั้นลงคอ
“คบผู้ใหญ่สร้างตัวเชื่อฉัน ลูกเราจะได้ดีเพราะเด็กคนนั้น ไม่งั้นคุณก็เลือกเอาว่าจะประกันตัวลูกในคุก หรือยืนเคียงข้างในวันที่เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจหน้าที่การงาน”
“ผม…แล้วแต่คุณ” เป็นประโยคที่เหมราชกัดฟันพูดอย่างขัดเคืองแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เลยตามเลย เข้าร่วมก็เข้าร่วม!!
งานแต่งงานจัดเป็นพิธีเช้า ตอนเย็นเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ของหนุ่มสาว ชุดปาร์ตี้ของทศวรรษเป็นชุดตัดใหม่ ด้านหน้าเป็นเบลเซอร์สีขาวล้วนเหมือนชุดสูทแต่ด้านหลังกลับเว้าเปลือยจนเห็นแผ่นหลังบาง กางเกงปิดเพียงแต่ส่วนก้น ด้านล่างเปิดโล่งมองเห็นไปทุกสัดส่วน พอเจ้าสาวเดินเข้ามาในงานทุกคนก็ส่งเสียงโห่แซวสืบสานเองก็เช่นกัน ชุดปาร์ตี้ของเขาเป็นเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวจากชุดพิธีตอนเช้า ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก พอเห็นชุดที่คนรักสวมสืบสานก็ตาลุกวาว พิธีกรก็ไม่ใช่คนไกลที่ไหนเป็นเพื่อนที่สนิทของสืบสานอีกคนหนึ่ง
ตอนนั้นสืบสานเหมือนเทพบุตรตกสวรรค์ เพราะสังคมและทางบ้านมีหน้ามีตามาตั้งแต่ไหนแต่ไร สืบสานไม่เคยรู้จักคำว่าต้องประหยัดต้องอดออม ที่บ้านมีงบให้ใช้จ่ายในแต่ละเดือน ไม่รวมเงินกงสีที่ปันผลเข้ามาในทุก ๆ ปี สืบสานได้เงินค่าขนมเดือนละ 2 หมื่นตั้งแต่ม.ปลาย มหาลัยก็รูดบัตรเครดิต กินโอมากาเซะมื้อละแปดพันถึงหมื่นสามสี่วันต่อสัปดาห์ไม่มีปัญหา แต่พอมาคบกับทศวรรษประจวบกับตัดขาดกับที่บ้านก็ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนได้ เงินแปดพันถึงหมื่นสำหรับทศวรรษสามารถกินได้ทั้งเดือน คนเดียวพอถูไถไปได้แต่พอพ่วงสืบสานมาด้วยอีกคนเขาจึงต้องออกไปหางานพาร์ทไทม์ทำหลังจากเลิกเรียน สืบสานในตอนนั้นเหมือนคุณชายที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำอะไรไม่เป็น ซักผ้าหยอดเหรียญก็ไม่เคย ชีวิตไม่เคยต้องพะว้าพะวังกับปัจจัยสี่เพราะมีคนตระเตรียมให้ตลอด พอมาอยู่กับทศวรรษชีวิตความเป็นอยู่เขาเปลี่ยนไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อนฝูงที่เคยคบหากินด้วยกันเริ่มห่างหาย และสืบสานเองก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาคอยเลี้ยงอาหารเขาตลอดเพราะอีโก้และศักดิ์ศรีของเขาที่เลือกที่จะตัดขาดกับครอบครัวเพราะเรื่องเพศสภาพ
งานแต่งวันนี้มันจึงเต็มไปด้วยความสุขกับครอบครัว เพื่อนฝูง คนรักที่ต่างก็เดินจับมือไปพร้อมกันโดยไม่ต้องเลือกทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนก่อนหน้า เหนือสิ่งอื่นใดผู้คนทั้งสองฝั่งต่างยอมรับคู่ครองที่เขาแต่ละคนต่างเลือกและตกลงปลงใจที่จะอยู่กินกับคนคนนี้ไปจนแก่เฒ่า บรรดาเพื่อนผู้หญิง ผู้ชายของสืบสานต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับทศวรรษอีกครั้งอย่างล้นหลาม สืบสานยืนมองภรรยาที่ถูกเพื่อน ๆ มอมเหล้าไม่ขาดสาย ทางฝั่งต้นตาลเองก็ใช่ย่อย
“พี่สืบ เฮียยย ดื่มมมม” สองบ่าวสาวถูกมอม เพลงแต่ละเพลงที่เลือกมาขับร้องในวันนี้ก็เลือกสรรมาอย่างดีอย่างเพลง หยุด ของ Groove Rider พอจังหวะเพลง Now and Forever ของ Boyd Kosiyabong ดังขึ้นสืบสานก็ปีนขึ้นเวทีไปรับกีตาร์พร้อมกับยืนอยู่หน้าไมค์ สายตาหลุบมองคนเบื้องหน้าที่หน้าแดงก่ำ ยิ้มโบกมือให้เขาอยู่ข้างล่าง เพลงนี้เป็นเพลงของเราสองคน เป็นเพลงแรกที่สืบสานดีดกีตาร์ร้องเพลงให้เขาฟังตั้งแต่ทศวรรษยังเป็นเด็กปีหนึ่งที่ไม่รู้ตัวว่าถูกพี่เทคปีสามตามจีบ ตามเฝ้ามานาน ไอ้เราก็เรียกลุงเทคติดปาก สายของทศวรรษขาดไปเพราะพี่ปีสองลาออกไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงเหลือลุงเทคอย่างสืบสานและปู่เทคปีสี่ที่ทศวรรษไม่เคยรู้ว่าเป็นใครเช่นกัน ไปเที่ยวคอนโดของพี่เทคบ่อยจนสนิทกัน ไว้ใจในระดับหนึ่ง ในวันที่ฝนตกบรรยากาศเป็นใจ จูบแรกก็เกิดขึ้นตอนทศวรรษขึ้นปีสอง เนื้อเพลงดังก้องอยู่ในหัวพร้อมกับสายตาคู่นั้นที่มองเขาด้วยความรักมาตลอดเสมอมา ทศวรรษน้ำตาคลอ สืบสานเอื้อมมือไปยังหน้าเวทีให้ทศวรรษที่เริ่มเมาปีนขึ้นมา ทศวรรษโอบเอวอยู่ด้านหลังสืบสานไม่ห่างเหมือนโคอะลา ปล่อยน้ำตาให้ไหลเป็นสายเพราะบทเพลงของสองเรามันซึ้งและโดนทุกประโยค อาศัยจังหวะช่วงดนตรีหันมาจูบซับน้ำตานั้นอย่างแผ่วเบาจนเพื่อนฝูงโห่ร้องแซวที่พวกเขาทั้งสองแจกความหวานจนทุกคนจะสำลักความรักนั้นอยู่แล้ว แฟนสาวของทอฝันเองก็โอบกอดหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยกัน แม้ไม่เข้าใจเนื้อเพลงภาษาไทยแต่ภาษากายของนักร้องทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความรักล้นใจที่คนทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กัน สานฝันเองก็จับมือกับแฟนหนุ่มกระซิบคุยกันกะหนุงกะหนิง พวกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างทยอยไปพักกันตั้งแต่หัวค่ำ โรงแรมเองก็ปิดเพื่อเลี้ยงแขกทั้งหมด จัดหาอาหารแบบบุฟเฟต์ให้แบบสามมื้อ ครบจบที่เดียว แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์หน้าบานเพราะคุณหญิงพรรณพิลัยให้การต้อนรับขับสู้พวกเขาเป็นอย่างดี
สุดท้ายเพลง “เจ้าหญิง” ก็ดังก้องไปทั่วงานพร้อมกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวอย่างทศวรรษที่เต้นรำโอบกอดคลอเคลียกันไปตลอดงาน
“พี่รักทศและจะรักคุณไปอีก…ทศวรรษ”
“ทศก็รักพี่ รักสืบสานคนนี้ไปชั่วกาลนาน” ริมฝีปากทั้งคู่บดจูบกันอยู่เนิ่นนานก่อนจะยืนกอดกันอยู่ตรงกลางฟลอร์ท่ามกลางหมู่ดาว
สุดท้ายรักแท้ก็ฝ่าฟันจนชนะใจแม่สามี ชีวิตคู่ครั้งนี้เกือบเดินทางมาถึงทางตันหากพวกเขารักกันไม่มากพอ ชีวิตคู่กับคู่ชีวิตเขียนคล้ายกันแต่ความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แล้ววันนี้ทศวรรษและสืบสานก็เดินทางร่วมกันในเส้นทางสายใหม่อย่าง “คู่ชีวิต” ที่มีเพียงกาลเวลาที่สามารถพรากพวกเขาให้แยกจากกัน
ขอให้ความรักสถิตอยู่ในใจเราตราบนานเท่านาน
จบบริบูรณ์
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







