เข้าสู่ระบบเมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม่กี่ประโยคในวันนี้
พวกเขาเหล่านั้นต่างก็มีกรรมที่พันผูกกันมาในอดีตชาติ ส่งผลถึงชาติปัจจุบัน หากต้นตาลไม่พาทศวรรษที่กำลังผิดหวังและโศกเศร้าจากการเสียคนรักไปโดยไม่ทันตั้งตัวมาหาหลวงพ่อที่วัดนี้ เรื่องราวเหล่านั้นจะดำเนินต่อไปในอีกทิศทางแตกต่างจากปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน ซ้ำรอยกับอดีต กงกรรมกงเกวียนไม่จบไม่สิ้น เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอีกคนเป็นอีกคนก็เท่านั้น
กรรมรักหนักหนาสาหัสยิ่ง ไม่มีรัก ย่อมไม่มีทุกข์ และการอยู่อย่างมองเห็นความเป็นไปของผู้อื่นก็คือกรรมของหลวงพ่อเช่นเดียวกัน กรรมมีทั้งกรรมดี และกรรมชั่ว ทุกคนต่างได้รับผลการกระทำนั้น ไม่เว้นแม้แต่ผู้ทรงศีลด้วยเช่นกัน
งานบวชของทศวรรษจัดอย่างยิ่งใหญ่เป็นงานระดับจังหวัดเลยก็ว่า งานนี้แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ทุ่มทุนอย่างหนักอีกทั้งยังตื้นตันใจสุด ๆ ไม่คิดว่าลูกชายที่ตุ้งติ้งเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วจะบวชให้หนึ่งพรรษาเป็นช่วงเข้าพรรษา ก่อนหน้านั้นยังพูดเล่นว่ายังไงทศวรรษต้องบวชหน้าไฟให้แม่อยู่แล้ว ทำเอาแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ทำตาค้อนกระลับกระเลือกใส่ลูกชาย ส่วนสืบสานนั้นเพราะภารกิจหน้าที่การงานรัดตัวมากสุดเพียงแค่ 14 วัน แต่ 14 วันนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้บุพการีเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์ตามเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ที่มีมาอย่างช้านาน
พิธีบวชนาคมีขั้นตอนหลัก ๆ ไม่กี่อย่าง แต่ความตั้งใจจริงของทศวรรษและสืบสานคืออยากจะขอขมาพ่อแม่ที่ทำอะไรโดยพลการในสมัยที่ยังเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยเฉพาะสืบสานที่หนีออกจากบ้านมาร่วมสิบปี วันโกนผมนาคทางทศวรรษให้เกียรติแก่หลวงพ่อที่นิมนต์มาก่อนตามด้วยพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ตามลำดับ เพื่อนสนิท มิตรสหายต่างมาร่วมในงานนี้อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง โดยเฉพาะพิธีแห่นาคที่แห่รอบโบสถ์สามรอบพร้อมโปรยทาน แม้แต่ทอฝันยังรำวงหน้ากลองยาวอย่างสนุกสนาน ทั้งพรรณพิลัย ท่านเจ้าสัวสืบศักดิ์ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ พ่อเลี้ยงสมบูรณ์ต่างยิ้มแย้มให้แก่กัน แถมยังแอบซับน้ำตาไปตลอดทาง ท่านเจ้าสัวได้แต่ทอดถอนใจเอาแต่อคติมาตั้งนาน กลัดกลุ้มในใจจนกลัดหนอง หากเปิดใจตั้งแต่วันนั้นชีวิตของเขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้ พอถึงต้องโปรยเหรียญผู้คนมากมายต่างก็กรูเข้ามาแย่งเหรียญที่พับอย่างประณีตเป็นรูปทรงต่าง ๆ พรรณพิลัยและแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นั่งหลังขดหลังแข็งทำร่วมสัปดาห์ พอเห็นภาพตรงหน้าความสุขก็เอ่อล้นขึ้นมาใจอย่างท่วมท้น ตัดเรื่องเพศสภาพออกไปทั้งสืบสานและทศวรรษตรงหน้าก็ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียอะไรให้ตำหนิ กลับกันเด็กสองคนนั้นต่างก็มุมานะสร้างตัว ต่อยอดจากสิ่งที่มีจนกลายเป็นนักธุรกิจกันหมด แม้จะไม่ได้เป็นดั่งที่เธอหวังตั้งแต่แรก แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่ได้วาดฝันอะไรให้ลูก ๆ แต่ละคนอื่น ได้แต่ยืนอยู่เบื้องหลังและคอยผลักดันความฝันของลูกแต่ละคนไปจนสุดทาง
นี่สิคือความสุขที่แท้จริง….พรรณพิลัยซับหัวตาพลันแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เข้ามากอดปลอบประโลม
“ขอบคุณนะคะคุณน้อง ขอบคุณที่ให้โอกาสเด็กทั้งสอง” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เอ่ยเสียงสั่นเครือ พรรณพิลัยกอดตอบ
“ขอบคุณ คุณพี่เช่นกันค่ะที่ไม่เคยกีดกันความรักของเด็กทั้งสอง” สองแม่คุยกันปลอบประโลมกันไปตลอดทาง ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนก็จริง แต่ถ้าหากสองครอบครัวเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน สนับสนุนความรักของพวกเขาทั้งสองคนไปตลอดทาง ชีวิตคู่ย่อมแน่นแฟ้นทั้งภายนอกและภายใน แต่ทางทั้งสองบ้านต่างก็ไม่เห็นด้วย ความรักของพวกเขาจะยิ่งใหญ่และมั่นคงมากแค่ไหนแต่หากถูกบั่นทอนมาเรื่อย ๆ สักวันก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับอุปสรรคขวากหนามเหล่านั้นอยู่ดี
หากยอมแพ้ในวันนั้นคงไม่เห็นปลายทางแห่งความสุขในวันนี้
ทศวรรษเองก็เช่นกัน เขารักสืบสานเหนือสิ่งอื่นใดเขาไม่อยากให้สืบสานต้องเลือก พ่อแม่ให้ชีวิต คนรักเลือกเองก็จริง ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะให้สืบสานจับมือกับทุกฝ่ายแล้วก้าวไปพร้อม ๆ กัน โดยไม่ต้องทิ้งใครไว้เบื้องหลัง แล้ววันนี้ก็เป็นจริง
ทศวรรษห่มผ้าเหลืองนั่งอยู่ในโบสถ์หน้าตาเปี่ยมสุข เข้าสู่รสพระธรรมด้วยหัวใจที่ปล่อยวางและเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง
ก่อนงานฉลองสมรสครั้งที่ 2 จะเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ ทศวรรษก็หาเวลามาหาแขกกิตติมศักดิ์คนสำคัญ และเป็นหนึ่งในคนที่ทศวรรษรู้สึกติดค้าง หลังจากสึกออกมาก็ได้วิกผมสีสดใสจากต้นตาลเป็นของสมนาคุณหลายแบบ เพื่อน ๆ ต่างพากันแวะเวียนมาหาใส่บาตรกันอยู่หลายวันจนทศวรรษบวชครบพรรษาที่ตั้งใจเอาไว้
สถานที่นัดเจอกันวันนี้เป็นรูฟท็อปบาร์แห่งหนึ่งในย่านการค้าชื่อดัง เมื่อลิฟต์เลื่อนมาถึงชั้นบนสุดก็มีบริกรเดินนำมาจนถึงโต๊ะริมสุด ที่มีไม้พุ่มตกแต่งตามจุดต่าง ๆ อีกทั้งเมื่อดูจากข้างนอกแทบมองไม่เห็นสมาชิกที่นั่งอยู่ในนั้น ดูเป็นส่วนตัว เหมาะแก่คู่รักที่ต้องการสวีตหวานท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามแถมยังสูงเสียดฟ้าเหมือนล่องลอยท่ามกลางหมู่ดาว ทศวรรษเอ่ยขอบคุณบริกรก่อนจะเอ่ยทักทายอีกฝ่ายที่นั่งไขว่ห้าง สองมือพาดไปกับเบาะอย่างเกียจคร้าน เสื้อเชิ้ตผ่าหน้าจนเห็นกล้ามหน้าอกแน่นนั่น สร้อยคอทองคำขาวพร้อมจี้เพชรเม็ดเล็ก ๆ ที่ห้อยอยู่ที่คอ มาดเสี่ย ออร่าคนมีเงิน มีสี มีอำนาจมันแผ่กระจายออกมาโดยไม่ต้องคุยโวโอ้อวดตัวเอง
เสี่ยโต โตไปทุกส่วนสมกับฉายา!
“สวัสดีครับพี่โต รอนานหรือเปล่าครับ” เตวินทร์กวาดสายตามองคนตรงหน้าที่มีสีหน้าแช่มชื่น สวมใส่สีทรูสีดำแต่ไม่ได้โชว์เนื้อหนังมังสาแต่อย่างใด แต่กลับดึงดูดสายตาชวนให้คิดลึกไปไกล เตวินทร์เองก็ลอบชมทศวรรษในใจเช่นกัน แม้ว่าจะอายุมากขึ้นแต่ใบหน้านี้ก็ยังเป็นแบบที่เขาชมชอบอยู่ดี ดูหยิ่ง และบางครั้งก็ดูดื้อรั้นง่องแง่งอยู่ในที
“รอมาสิบกว่าปีให้นานกว่านี้ก็รอได้”
“หยอกกันแบบนี้ผมก็ไปไม่เป็นสิครับ” ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ บรรยากาศผ่อนคลาย อีกอย่างเตวินทร์แม้จะชอบพูดแทะโลมแต่การกระทำกลับตรงกันข้าม เห็นปากหวานแบบนี้แต่ไว้ตัวพอสมควร มีแต่คนอยากลองขับปืนใหญ่แท่งนั้นกันทั้งบาง เพียงแต่เสี่ยโตไม่ใช่พวกปากว่ามือถึง และไม่เลี้ยงเด็กง่าย ๆ ถ้าไม่ถูกใจจริง ๆ
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







