เข้าสู่ระบบเงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี
“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่
“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ
“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ
“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถามถึงความชอบและความสมัครใจของลูกเลย กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสายไป…แต่หลังจากนี้แม่ขออวยพรให้ชีวิตคู่ของลูกทั้งสองราบรื่น มีปัญหาอะไรหันมาคุยกันให้มาก รักและให้เกียรติกัน ถนอมทศเขาให้มากนะลูก” สืบสานพยักหน้ารับคำ
“ส่วนทศ แม่ไม่ขออะไรมาก ขอให้ลูกรักและคอยอยู่เคียงข้างสืบไปตลอด วันไหนที่ลูกชายแม่ทำให้เสียใจ แม่จะให้ความเป็นธรรมกับลูกเอง” พอพูดจบเสียงโห่เสียงแซวดังขึ้นมาเป็นแถว แถมพิธีกรยังชงมุกไม่อั้น พรรณพิลัยส่งต่อไมค์ไปให้สามีที่อยู่อยู่ข้าง ๆ ท่านเจ้าสัวรับไมค์มาก่อนจะยืนนิ่งหลุบตามองพื้นสักพัก ก่อนจะเอ่ยคำในใจออกมา
“เมื่อก่อนผมก็ไม่เข้าใจไอ้ความรักชายรักชาย เพศเดียวกันนั้นมันมีจริงด้วยเหรอ? ในสมัยผมไม่มีอย่างนั้น หรืออาจมีแต่ผมไม่เข้าใจมันมากพอ” ท่านเจ้าสัวกวาดตาไปยังคนเบื้องหน้าที่อยู่ล่างเวที ก่อนจะถอนหายใจพูดต่อ “จนมันเกิดกับลูกชายผม…เราสองพ่อลูกทะเลาะกันหนักมากเพราะผมปรามาสในความรักของพวกเขาทั้งคู่ มองว่าเป็นเพียงความฉาบฉวยหรืออารมณ์ชั่ววูบในขณะหนึ่งของวัยรุ่นเลือดร้อนคนหนึ่ง ผมมองเขาในมุมของคนนอกตลอดหากมีคนอื่นรู้ว่าลูกชายตัวเองเป็นอย่างนี้คงอับอายและขายขี้หน้าน่าดู แต่ผมกลับลืมมองดูเขาในฐานะพ่อคนหนึ่ง…ในตอนที่คุณหญิงตั้งครรภ์ครั้งแรก ผมจำได้ เราเคยไปขอพรที่วัดแห่งหนึ่งตอนนั้นเราทั้งสองต่างก็เป็นพ่อแม่มือใหม่ด้วยกันทั้งคู่ อ้อนวอนขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้เขาเกิดมาเป็นเด็กน่ารัก เลี้ยงง่าย และคลอดออกมาอย่างปลอดภัย ขอพรเพียงสองสามข้อ แต่พอเขาคลอดออกมาค่อย ๆ เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ผมและคุณหญิงต่างมองว่าพรเหล่านั้นไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มเติมแต่งลงไปอีกหน่อย เพราะเป็นลูกชายคนโต เป็นลูกชายคนแรก ต้องเรียนเก่ง ต้องกีฬาดี ต้องไม่น้อยหน้าบ้านไหน และเขาก็ทำออกมาได้ดีทั้งเรื่องเรียนและกีฬา และมีอยู่เรื่องเดียวที่ขัดใจผมก็คือคนรักที่เขาเลือก…”
ทุกคนในที่นี้ตั้งใจฟัง แม้แต่เพลงที่เปิดในงานยังหรี่เสียงลงเพราะถ้อยคำในใจของท่านเจ้าสัวกำลังพูดแทนพ่อแม่หลายคนในที่นี้
“หากตัดเรื่องนี้ออกไปสืบสานผมก็เหมือนกับเด็กบ้านอื่น กิจการหน้าที่การงานไม่มีบกพร่อง ผมเคยสงสัยและตั้งคำถามมากมายว่าทำไมลูกผมถึงเบี่ยงเบนและผมก็เสียเวลาหาคำตอบนั้นยาวนานถึงสิบกว่าปี โชคดีที่ผมอายุยืนยาวมากพอที่จะไขคำตอบนั้น หากเรื่องกลับตาลปัตรผมคงเสียใจไปตลอดชีวิตที่เอาแต่ตั้งคำถามกับลูกชายของตัวเองไม่มีสิ้นสุด แค่เปิดใจและยินดี พูดง่ายแต่ทำยาก…ผมเคยแคร์สังคมมากไปจนไม่กล้าพูดเปิดเผยที่ไหน เคยแคร์คนนอกที่มองมา แต่ผมกลับลืมแคร์ความรู้สึกของลูก ๆ ผมให้กำเนิดเขาออกมาก็จริงแต่ไม่มีสิทธิ์ไปกะเกณฑ์ขีดเขียนเส้นทางชีวิตให้เขาตลอดได้ และวันนี้ทศวรรษคนนี้ก็ทำให้ผมได้เข้าใจ ความรักที่ดีไม่ว่ากับใครมันก็ดีทั้งนั้น ชีวิตคู่ไม่ได้อยู่ร่วมเพื่อเสพสุข เรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เรียงร้อยคนสองคนไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะทุกข์จะสุขก็ต้องร่วมฝ่าฟันจับมือกันไป ผมเคยคิดว่าที่ลูกชายผมเป็นอยู่อาจเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน พวกเขาทั้งสองทำให้คนแก่อย่างผมได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าพวกเขาสองคนรักกันมากแค่ไหน และลูกสะใภ้ของผมคนนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง” ประโยคสุดท้ายท่านเจ้าสัวยิ้มบาง ๆ “ขอเสียงปรบมือให้กับทศวรรษด้วยครับ” ท่านเจ้าสัวเองก็ปรบมือด้วยเช่นกัน
“อ้อ…ปีหน้า TOSSAN กับ พิสุทธิ์รำพึงจะจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกง หวังว่าทุกคนจะให้โอกาสเด็กทั้งสอง และสุดท้ายไม่ว่าพวกเขาจะเป็นยังไง แต่อย่าลืมว่าเด็กที่ขัดใจผู้ใหญ่อย่างเราก็คือเนื้อหนังมังสาของพวกเราครึ่งหนึ่ง และผมก็ยินดีที่จะโอบกอดความไม่ปกติของเขาในสายตาคนอื่น และผมก็เชื่อว่าความรักและความเชื่อใจที่พ่อแม่มีให้ลูกทุกเพศสภาพจะเป็นเกราะป้องกันเขาอย่างดีจากคำคน และคำติฉินนินทาภายนอก และตอนนี้ผมก็ไม่อายหากใครจะว่าลูกชายผม แต่อย่าลืมว่าตอนนี้เขากำลังดำรงตำแหน่งบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ตอนนี้มูลค่าในตลาดกำลังแตะห้าแสนล้านบาท ขอบคุณครับ”
ฮู้ ฮู้ ต้นตาลแหกปากป้องปากร้องเสียงดังก่อนจะหันมากระซิบกับปลายฟ้าและมะเดี่ยว
“คุณพ่อปากแซ่บเหมือนกัน เหมือนบอกเป็นนัยว่าจะนินทาใครต้องดีกว่าวะ ฮ่า ๆ”
“ไม่แปลกใจมึงดูอีพี่สืบ ไม่ค่อยอ้าปากด่าพ่อล่อแม่ใคร ฮีด่าใครแสดงว่าคนนั้นเหี้ยมาก” มะเดี่ยวว่า
“มีอยู่คนหนึ่งล่ะที่ฮีด่า…” ปลายฟ้าปรายหางตาไปยังด้านหลัง “พวกมึงอย่าหันไปมอง” แต่ช้าไปต้นตาลและมะเดี่ยวหันขวับร้อง “เชี่ย”
“อีพี่โตกับเด็กเลี้ยง” ต้นตาลตาโตเม้ามอยไม่หยุด ปลายฟ้าเหลือกตามองบนก่อนจะบ่นอุบ “อีห่ากูบอกอย่าหัน ๆ ฮีก็รู้สิว่าเรานินทา”
“ก็นินทาอยู่จริง ๆ ท่าทางมึงแม้แต่จะสั่งส้มตำก็เหมือนนินทาคนอีปลาย ยังไงฮีก็รู้…” มะเดี่ยวว่า
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







