FAZER LOGINสืบสานลงรถมาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พลันเงยหน้ามองเห็นแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ที่ก้มมองเขาอยู่เช่นกัน แต่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายกลับอุ้มเจ้าก้อนขาวตัวหนึ่งไว้แนบอก แมวขาวตัวนั้นที่ทศวรรษซื้อเซอร์ไพรส์เขาในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 3 นิสัยและท่าทางของแมวตัวนั้นเหมือนแม่มันไม่มีผิด สืบสานคิดอยู่ในใจก่อนจะยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับ”
“วางไว้ตรงนั้นแหละ มีอะไรก็ว่ามา” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ตอบอย่างเย็นชา แถมยังขุ่นเคืองแทนลูกชายตัวเองไม่หาย อีทศนะอีทศ หายหัวไปไหนของมัน พ่อเลี้ยงสมบูรณ์ก็เหมือนคนน้ำท่วมปาก ทำได้เพียงใช่ฝ่ามือลูบหลังภรรยาให้ใจเย็นลงเท่านั้น
“ผม และครอบครัวจะมาขอขมา และมาสู่ขอทศอย่างเป็นทางการครับ”
“อะไรนะ ไม่ได้ยิน” สืบสานยกมือสองข้างป้องปากพลางตะโกนสุดเสียง หากมีเสียงตามสายก็อยากจะประกาศให้ได้ยินกันทุกซอกซอย ทุกหัวมุมถนนเลยก็ว่าได้ ท่านเจ้าสัวเห็นท่าไม่ดีเลยลงรถมายืนข้างลูกชาย
“ผม และครอบครัวจะมาขอขมาและมาสู่ขอทศลูกชายคุณแม่อย่างเป็นทางการครับ” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ได้ฟังก็หน้าตื่น หันมาเอ็ดใส่ตาสมบูรณ์ทันที
“แล้วไม่บอกแต่แรกล่ะพ่อมึง”
“ก็แม่ไม่ฟังพ่อเลย พ่อพูดไม่ทันจบแม่ก็โกรธใหญ่” พ่อเลี้ยงบ่นอุบอิบตามหลังมาหลายประโยค ช่วยไม่ได้บ้านนี้เมียเป็นใหญ่ ตาสมบูรณ์จึงทำได้เพียงลู่ไปตามลม
“แล้วแม่ไม่โกรธฝั่งนั้นแล้วเหรอ” ตาสมบูรณ์บุ้ยหน้าไปยังเบื้องล่าง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์หรี่ตาก่อนจะกระซิบกระซาบได้ยินกันเพียงสองคน
“บ้านเราก็ไม่ได้ไก่กา แม้ไม่มีเงินถุงเงินถังแต่ก็เลี้ยงไอ้ทศและนังดาวไปจนตายได้” ก่อนจะได้ยินประโยคสุดท้ายทำเอาสีหน้าเหวอไปทันที
“แต่เงินซื้อฉันไม่ได้หรอกนะ...ถ้าไม่มากพอ” สีหน้าและแววตาในตอนนี้ของแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวไม่มีผิด ก่อนจะให้คนงานเปิดทาง เชิญครอบครัวคุณาปกรขึ้นไปพูดคุยกันบนบ้าน จะเรียกว่าพูดคุยก็ไม่ได้ เพราะว่านายแม่ก็ยังเป็นนายแม่อยู่วันยังค่ำ ด่าก่อนค่อยเจรจา ขุดลากยาวเรื่องสืบสานไปเรียนต่อโทที่อังกฤษและทศวรรษแอบเอาทองของตัวเองไปจำนำ ไหนจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์เลี้ยงผัวที่หนีออกจากบ้าน เรียกได้ว่าท่านเจ้าสัวและคุณหญิงพรรณพิลัยที่ได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้นก็หน้าม้านกันไปแถบ ๆ ทำได้เพียงก้มหน้าจิบน้ำรับฟังอย่างจำยอมไม่ได้ แม้แต่ตัวสืบสานเองก็เช่นกัน เขาไม่รู้เลยว่าแท้แล้วทศวรรษปิดทองหลังพระไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ทำอะไรมากมายเพื่อเขามากแค่ไหน และการมาในครั้งนี้ของสืบสานก็มาเพื่อไถ่โทษ และเปิดปากเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาให้ครอบครัวทศวรรษได้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงภายในของบ้านคุณาปกร และที่ต้องแสร้งเล่นละครตบตาเพื่อความปลอดภัยของทศวรรษล้วน ๆ
สืบสานก้มกราบที่พื้นอย่างนอบน้อม ยอมรับผิดทั้งหมด และไม่หวังให้แม่ยายให้อภัย แต่เหมือนตาสมบูรณ์จะอินมาก
“ไหว้พระเถอะลูก แล้วได้อธิบายให้ทศเขาฟังหรือยัง”
“อธิบายแล้วครับ” สืบสานตอบเสียงเรียบ กดหน้าก้มต่ำปิดบังความอับจนหนทางที่แสดงอยู่บนใบหน้า สานฝัน และทอฝันเองก็นั่งฟังผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านคุยกันอย่างสงบเสงี่ยม ทิวทัศน์ที่นี่งามตา อีกทั้งผืนนาสีเขียวก็กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา สายลมเย็นเอื่อย ๆ พัดมาตลอดทั้งบ่ายทำให้ไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย แม้ว่าจะนอกชานบ้านจะไม่มีเครื่องปรับอากาศก็ตาม เป็นบ้านทรงไทยที่ผสมผสานกับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์โพล่งออกมา
“รายนั้นน่ะอธิบายไปก็ไม่มีประโยชน์ เวลาดื้อ ดื้อเงียบ ไม่รู้ว่านิสัยเสียได้ใคร” ก่อนจะปรายหางตาไปยังสามี พอสบโอกาสท่านเจ้าสัวก็เกริ่นนำร่องนั่นนี่จนวกมาถึงประโยคคำถามที่ว่า
“ทางคุณจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าทางเราจะมาสู่ขอทศวรรษอย่างเป็นทางการ คราวที่แล้วพวกผมผิดเองที่ไม่ได้มาร่วมงาน แต่ครั้งนี้อยากจะจัดเลี้ยงฉลองที่กรุงเทพฯ เพื่อแจ้งให้ทางครอบครัวและญาติสนิทมิตรสหายได้ทราบอย่างเป็นทางการ”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







