LOGIN“ทางเราไม่ติดอะไรหรอกนะ บอกตรง ๆ ลูกชายพวกเราเป็นแบบไหนคนที่นี่รับรู้และเห็นกันหมด มันก็เป็นของมันมาอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ว่าแต่ทางฝั่งคุณเถอะจะยอมรับมันจริง ๆ ได้เหรอ อีทศไม่ใช่ผู้หญิง เป็นผู้ชายทั้งแท่งถึงแม้ว่าจะชมชอบผู้ชายเหมือน ๆ กันก็เถอะ พวกคุณกิจการธุรกิจใหญ่โตขนาดนั้นไม่อายเหรอ” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ไม่อยากจะเสียเวลาอ้อมค้อมอีกต่อไป ท่านเจ้าสัวถอนหายใจก่อนจะตอบคำถามนั้นด้วยความสัตย์จริง
“เมื่อก่อนผมอายและรู้สึกรับไม่ได้ที่ลูกชายผมเป็นแบบนี้ ผมโตมาในกรอบ โตมาในอีกยุคสมัยหนึ่ง เลยไม่รู้ว่าสิ่งที่ลูกชายผมเป็นอาจเกิดจากสิ่งเร้าภายนอก อาจจะแปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมที่พบเจอ และผมก็ไม่เชื่อความรักระหว่างคนทั้งสองว่าจะมั่นคงหนักแน่นจนถึงวันนี้ ผมทำความเข้าใจอยู่นาน นานมากถึง 10 ปีเต็มถึงจะยอมรับได้อย่างภาคภูมิ สุดท้ายแล้วคำพูดคนอื่นก็เหมือนสายลมที่ผ่านมาแล้วผ่านไป ใครบ้างไม่เคยถูกติฉินนินทา สุดท้ายไม่ว่าเขาจะเป็นแบบไหน เลือกทางเดินของตัวเองอย่างไร ยังไงเขาก็เป็นลูกชายของผมอยู่ดี เป็นทายาทลำดับที่ 1 ของคุณาปกร นอกจากเพศสภาพนี้แล้ว การเรียน การงานของเขาก็โดดเด่นเสมอมา” ท่านเจ้าสัวทอดมองแผ่นหลังของลูกชายที่นั่งเกร็งแผ่นหลังเหยียดตรง ยิ่งได้ฟังวีรกรรมเรื่องราวความรักของพวกเขาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาความรู้สึกผิดในใจยิ่งท่วมท้นทวี หากเขาไม่เอาเพศสภาพของลูกชายมาตั้งธงเป็นปัญหาโลกแตก ป่านนี้สืบสานคงโผทะยานไปได้ไกลกว่านี้ ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ความสามารถของตัวเองเพียงเพราะเพศสภาพไม่ตรงกับใครหลาย ๆ คน
และหากพ่ออย่างเขาใจกว้างเปิดอ้ารับความเปลี่ยนไปของโลกสมัยใหม่ ป่านนี้เขาคงมีความสุขมากกว่านี้เป็นแน่ ลูกชายเองก็เหมือนกันไม่ต้องรอนแรมอยู่ข้างนอกถึงสิบปีเต็มอย่างนี้เหมือนกัน แต่เวลาที่เสียไปว่าจะสูญเปล่าไปทั้งหมดก็ไม่เชิง เหมือนกาลเวลาเองก็ทำหน้าที่ของมัน ความโกรธ ความไม่เข้าใจในตอนแรกถูกลดทอนไปตามกาลเวลา สุดท้ายเพียงเปิดใจยอมรับ ปัญหาที่ว่าใหญ่เท่าภูเขาก็เล็กลงเท่ากำปั้นทันที พรรณพิลัยเองก็เอาแต่นั่งซับหัวตา เธอเองก็เป็นหนึ่งในอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของลูกชาย ปรามาส และสาปแช่งความรักของพวกเขาทั้งสองเสียสติถึงขั้นทำของใส่ลูกชายตัวเองให้หลุดพ้นจากคนรัก พรรณพิลัยเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า...คนรวยที่สุดเป็นยังไง พวกเขามีสมบัติพัสถานมากมายก็จริงแต่หาความสุขในใจยากเมื่อเทียบกับสามีภรรยาทั้งสองตรงหน้า การยอมรับความเปลี่ยนแปลงตรงหน้า และยังโอนอ่อนผ่อนตามกับสถานการณ์ที่พบเจอ ไม่เอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาขบคิดให้เกิดบาดแผลในจิตใจ ลูกใคร ใครก็รัก ไม่มีใครอยากให้ลูกเกิดมาเป็นทอม กะเทย เกย์ หรอก แต่เมื่อเพศสภาพไม่ตรงกับสูติบัตรก็ต้องยอมรับและเคารพในตัวตนที่แท้จริงของเขา ยิ่งเห็นน้องสาวทศวรรษที่ไถผมเปิดข้างเหมือนผู้ชาย แต่งตัวทะมัดทะแมงวิ่งหน้าตื่นขึ้นมาบนบ้าน เรียก “แม่ แม่” ดังสามบ้านแปดบ้านพรรณพิลัยก็เข้าใจสัจธรรมในโลกนี้มากขึ้น
บ้านนี้คนพี่เป็นเกย์ คนน้องเป็นทอม แต่พ่อแม่พวกเขาไม่มีใครอมทุกข์เพราะเรื่องนี้กันสักคน แม้จะล่ำซำไม่เท่าบ้านคุณาปกร แต่รุ่มรวยทางจิตใจนั้นมากกว่าไปมากโข มากจนบ้านคุณาปกรเทียบไม่ติด
“อะไรไอ้ดาว วิ่งขึ้นมาตึงตังเชียว เห็นไหมว่าผู้ใหญ่เขาคุยกันอยู่” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เลยแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก
“นี่ทัดดาว ลูกคนเล็ก” จะเรียกว่าลูกสาวกระไรอยู่ เห็นชัด ๆ ว่ามันแมนกว่าอีทศซะอีก
“อุ๊ย...สวัสดีค่ะ” ทัดดาวพอเห็นครอบครัวพี่เขยอยู่พร้อมหน้าก็รีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะล่าถอยไป พร้อมกันกับแฟนสาว พอได้รับสายจากผู้เป็นพ่อที่รายงานสถานการณ์ให้ฟังอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ทัดดาวกับแฟนสาวก็บึ่งกลับมาบ้าน รีบมาเป็นทัพเสริมให้กับทางบ้านทันที แต่กลับผิดคาดจึงล่าถอยออกไปตามกาลเทศะ
สุดท้ายท่านเจ้าสัวก็พูดความในใจออกมาจนหมดเปลือก
“ผมอยากจะขอโทษเรื่องราวที่ผ่านมา หวังว่าพวกคุณจะไม่ถือสากับสืบสานเขา”
“ดิฉันเองก็อยากจะขอโทษคุณพี่ด้วยเช่นกัน” แม้ในตอนแรกแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์รู้สึกเป็นปรปักษ์กับพรรณพิลัยเป็นพิเศษเพราะได้ฟังวีรกรรมสุดแสบจากบรรดาเพื่อน ๆ ของลูกมามากมาย สุดท้ายเรื่องราวก็ดำเนินมาจนถึงป่านนี้ โกรธเคืองกันไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา อีกอย่างหากคนมีจิตสำนึกที่ดีคงจะจมกับความรู้สึกผิดนั้นไม่น้อย เธอเองก็อยากจะเห็นลูก ๆ แต่ละคนมีความสุขในชีวิตที่เลือก หากไม่มีแมวน้อยคอยฮีลใจเธอเองคงจะด่ากราดพรรณพิลัย แม่ผัวตัวแสบไปหลายยกแล้วเหมือนกัน พอเห็นสีหน้าอมทุกข์ของอีกฝ่ายเท่านั้นแหละ แม่พระโพธิสัตว์ก็ประทับร่างทันที สายตาหม่นหมองมองแผ่นหลังลูกชายด้วยความรู้สึกผิดทำเอาคนเป็นแม่รู้สึกสะเทือนใจเหมือนกัน นรกในใจเป็นยังไง คงได้ลิ้มรสกันถ้วนหน้า
“ช่างมันเถอะ เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว แล้วทางฝั่งพวกคุณจะทำยังไงต่อไปละ” พรรณพิลัยและท่านเจ้าสัวมองหน้ากันก่อนจะเริ่มเจรจาเรื่องสินสอดทองหมั้น แถมยังเลียบเคียงถามน้ำหนักทศวรรษอีก
“เอ่อ...ลูกทศน้ำหนักเท่าไหร่คะ”
“...”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็


![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




