เข้าสู่ระบบทางด้านบ้านคุณาปกรเมื่อเคลียร์ตารางงานบริษัทเสร็จเรียบร้อยท่านเจ้าสัวก็พาสมาชิกในครอบครัวมุ่งหน้าไปยังจังหวัดจันทบุรี ก่อนไปให้สืบสานโทรแจ้งทางพ่อเลี้ยงสมบูรณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วสองสามวัน อีกทั้งพ่อเลี้ยงสมบูรณ์ดูท่าจะคุยง่ายกว่าแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ที่รายนั้นหากลูกเขยคนเปรตโทรไปในตอนนี้ มีหวังโดนเฉ่งจนหูไหม้ คงไม่ได้คุยกันดี ๆ เป็นแน่ อีกทั้งในวันแต่งงานของพวกเขาทั้งสองไม่มีสมาชิกของบ้านคุณาปกรมาร่วมงานแต่งแม้แต่คนเดียว สินสอดทองหมั้น ขบวนขันหมากล้วนแต่เป็นทางบ้านทศวรรษที่จัดหามา เรียกได้ว่าไม่ไว้หน้ากันเลยแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์ระหว่างลูกเขยกับแม่ยายแม้ไม่ราบรื่นในตอนแรก แต่ก็ถือว่าจัดอยู่ในเกณฑ์ดีมาตลอด ยิ่งหลัง ๆ แม่ยายจัดกับข้าวพร้อมของโปรดของเขาขึ้นโต๊ะไว้รอด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ว่าในตอนนี้จะเป็นยังไง ไม่รู้ว่าทางบ้านทศวรรษรู้เรื่องราวก่อนหน้ามามากน้อยแค่ไหน ต่อให้ทศวรรษไม่เอ่ยปากพูดอะไร แต่หัวอกพ่อแม่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน แถมยังเลี้ยงลูกมาแต่อ้อนแต่ออก ตีนเท่าฝาหอย ตอนนี้ตีนเท่าฝาบ้าน แค่เห็นสีหน้าอมทุกข์ของลูกชายพวกเขาก็รู้แจ้งแก่ใจว่าคนทั้งสองมีปัญหากัน และทศวรรษเองตั้งแต่เปิดตัวคบหากับสืบสานก็กลับบ้านพร้อมกันตลอด ตัวติดกันเป็นตังเมจนแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์กลัวฟ้าจะผ่าเอา เมื่อเห็นสีหน้าและน้ำเสียงอึกอักของสามี แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ที่กำลังแปรงขนให้นอร่า แมวที่ลูกชายฝากไว้ให้เลี้ยงเอ่ยปากถาม
“มีอะไรก็พูดมาพ่อมึง อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ได้”
“ก็...”
“ก็อะไร” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เงยหน้าขึ้นมาคาดคั้น พอเห็นสามีเงียบไปนานก็ก้มมองแมวขาวบนหน้าตัก สองมือก็แปรงขนลูกน้อยอีกคนอย่างมันมือ แถมข้อเท้าทั้งสี่ยังมีกำไลทองเล็ก ๆ สวมอยู่ เวลาเดินมักจะส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งไปตามทาง รวมไปถึงสร้อยคอพร้อมจี้ที่ฝังชิปติดตาม GPS เอาไว้ด้วย บนหน้าผากยังผูกโบสีชมพูเอาไว้หลวม ๆ เจ้าแมวเหมียวร้องครางเครือด้วยความพอใจก่อนจะออดอ้อนเลียแขนใหญ่
“แม่ ทางบ้านตาเขยจะมาเยี่ยมบ้านเรา”
“ก็ให้มาซิจะเป็นไรไป” พ่อเลี้ยงสมบูรณ์กำลังจะถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ อีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยความรวดเร็วพร้อมกับถามเสียงห้วน
“ใครจะมานะ”
“...บ้านตาเขย”
“หาาาาา จะมาเมื่อไหร่ บอกก่อนเลยฉันไม่ยอมรับ มาเอาอะไรป่านนี้ ถ้ามาจะเอาน้ำร้อนสาดให้เข็ด ทำอีทศลูกเราขนาดนั้น หน็อยแน่” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์โมโหเลือดขึ้นหน้าฉับพลัน นอร่าเองยังกระโดดโหยงวิ่งหลบไปอยู่ใต้โต๊ะอย่างเร็ว
“แม่ แม่ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูด ค่อยจา”
“ใจยงใจเย็นอะไรตาสมบูรณ์ ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นต้องการอะไร หรือว่ามาบังคับให้ลูกเราหย่า”
“ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่” ตาสมบูรณ์พยายามอธิบายแต่เหมือนอีกฝ่ายไม่ยอมฟัง ก่อนจะเดินตึงตังออกไปนอกชานบ้านตะโกนเรียกคนงานด้านล่าง
“ไปเรียกคนงานในสวนมาให้หมด ให้หยุดงานในมือแล้วมารวมตัวกันใต้ถุนบ้านเดี๋ยวนี้เลย”
“ก็ให้มันรู้ไปสิวะนี่มันถิ่นใคร พ่อมึงนั่งงงอยู่ได้ มานี่เลย”
“จ้า จ้า ไปแล้วจ้า”
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถตู้คันใหญ่ก็เข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน คนในรถยังไม่ทันลงมาคนงานในสวนก็ล้อมรอบรถตู้ดังกล่าวเอาไว้รอบทิศทาง ในมือต่างก็ถืออุปกรณ์ทำไร่ไถนา อย่างจอบ เสียบ สีหน้าไม่เป็นมิตรแม้แต่น้อย พรรณพิลัยที่นั่งอยู่ในรถไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนก็อดที่จะหวั่นวิตกไม่ได้
“คุณคะ นี่มันอะไรกัน” ท่านเจ้าสัวเองก็ส่ายหน้า "ผมก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าลูกโทรติดต่อนัดแนะล่วงหน้าแล้วไม่ใช่เหรอ" ก่อนจะยื่นหน้าไปถามสืบสานที่นั่งข้างคนขับเพื่อบอกทาง
“ผมก็ไม่ทราบครับ เดี๋ยวจะลงไปถามดู”
“สืบ แม่ว่า” พรรณพิลัยเอ่ยห้าม
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแม่” เขาคบกับทศวรรษมานานหลายปีมีหรือจะไม่รู้นิสัยแม่ยาย ที่ตอนนี้คงเดือดเลือดพล่านเพราะทำลูกชายเขาเสียใจ อีกทั้งในตอนแรกอีกฝ่ายก็ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้ เพราะกลัวว่าลูกชายเพียงคนเดียวของเธอจะเสียใจ ทางฝั่งนั้นก็เป็นคนมีอันจะกิน มันเหมือนนิยายน้ำเน่าดอกฟ้ากับหมาวัดชัด ๆ แม้จะมีเงินเลี้ยงดูลูกทั้งสองไม่ให้ลำบาก แต่ครอบครัวของทศวรรษพื้นเพเป็นชาวไร่ ชาวนา เป็นเพียงเศรษฐีบ้านนอกเท่านั้น เทียบกับคุณาปกรที่มีธุรกิจใหญ่โตระดับประเทศ รวมไปถึงมูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่ขี้ผง คนทั้งสองแตกต่างกันมากเกินไป ไม่ว่าจะพื้นเพครอบครัว ธุรกิจทางบ้าน และที่สำคัญกลัวว่าทางสืบสานจะเปลี่ยนใจเป็นอื่นเพราะถูกครอบครัวและสังคมรอบข้างกดดันให้เลิกรากับทศวรรษ
ลูกตัวเองมีเพศสภาพรักใคร่ชอบพอเพศเดียวกันมาตั้งแต่สมัยไหน พ่อแม่อย่างพวกเขารู้ดีอยู่แก่ใจ และรู้ดีว่าชาตินี้ลูกชายไม่มีทางแต่งงานกับผู้หญิงหน้าไหนตลอดชีวิต แต่กับอีกฝ่ายนี่สิ....มีข้อโต้แย้งมากมาย แต่ไอ้ลูกชายก็เรียกไม่เต็มปาก ลูกสาวตัวดีของพวกเขากลับร้องไห้ตัวโยนหัวเด็ดตีนขาดจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ให้ได้ แล้วเป็นไงละทีนี้! ภายในอกคนเป็นแม่เดือดดาล แต่ฝั่งแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์กลับไม่รู้ว่าทางฝ่ายทศวรรษเป็นฝ่ายยื่นคำร้องหย่าก่อนต่างหาก
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







