Masuk“เมื่อก่อนผมคงตาบอดที่หลวมตัวจดทะเบียนสมรสกับคุณ” ประโยคเดียวเหมือนมีมีดปลายแหลมด้ามใหญ่ฟันลงมากลางใจทศวรรษอย่างจัง แม้ภายในหัวใจเลือดกำลังไหลรินแต่ภายนอกที่แสดงออกนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ความดื้อรั้นถือดีที่ประกาศความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างจองหองและอวดดีถูกทุบด้วยประโยคเดียวจนแหลกละเอียดก็จริง แม้จะเจ็บปวดเจียนตายแต่เขาก็ยังโอบกอดความหวังอันน้อยนิดเอาไว้แถมยังเชิดหน้าไม่ยอมแพ้ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่หวาดกลัวต่ออุปสรรคใด ๆ พร่ำบอกกับตัวเองว่าคนรักของเขาแค่ความจำเสื่อมชั่วคราวเท่านั้น เขายังมีโอกาส หากยอมแพ้ทุกอย่างที่ทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่าทันที รวมไปถึงความรักความสัมพันธ์ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟัน ร่วมกันมายาวนานนับ 10 ปีก็จะสูญเปล่าและจบลงไปด้วย
ไม่มีทาง! เขาไม่มีวันยอมปล่อยมือจากสืบสานไปทั้งแบบนี้ หากเมื่อไหร่ความทรงจำของคนรักกลับคืนมาทั้งหมด และเจ้าตัวไม่ต้องการเขาแล้วด้วยหัวใจจริง วันนั้นทศวรรษจะเป็นฝ่ายเดินออกมาเอง และพร้อมจะยุติความสัมพันธ์ทางกฎหมายทันที แต่ไม่ใช่ตอนนี้…
ตอนนี้สืบสานเป็นเพียงคนป่วยคนหนึ่งเท่านั้น ทศวรรษปลอบใจตัวเองก่อนจะเชิดหน้าอย่างถือดี
“หลวมตัวหรือไม่ ทะเบียนสมรสใบนั้นก็เป็นของจริง ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยคุณสามี อย่าหาว่าผมไม่เตือน” ใบหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยที่ยื่นเข้ามาใกล้ทำให้สืบสานต้องเอนตัวหลบ เมื่อกี้เขายังเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่แท้ ๆ ทศวรรษคนนี้เจ้าเล่ห์มากแผนการ และคงไม่ยอมหย่าขาดกับเขาง่าย ๆ
“ได้…แล้วอย่าหาว่าผมใจร้าย” ทั้งสองคนต่างสบตาไม่มีใครยอมแพ้ใคร ทั้ง ๆ ที่ความจริงมีคนแพ้อยู่แล้วตั้งแต่ไม่เริ่ม
สืบสานเองก็ผินหน้าไปมองทางหน้าต่าง เขาไม่อยากจะมานั่งทะเลาะกับเรื่องไร้สาระแบบนี้อีก ทศวรรษคนนี้ดูเหมือนจะไม่เลิกราง่าย ๆ คำถามซ้ำ ๆ วนเวียนเข้ามาในหัว
ถ้าเขารักทศวรรษมากขนาดนั้น แล้วทำไมผู้ชายตรงหน้ากลับเป็นคนเดียวที่เขาหลงลืม? 10 ปีที่ว่าจะลืมเลือนไปหมดจนไม่เหลือความจำที่มีเกี่ยวกับอีกฝ่ายได้เลยเหรอ สืบสานก็ไม่รู้ว่าจะไปหาคำตอบเหล่านั้นได้ที่ไหนเหมือนกัน พอเห็นท่าทีที่แข็งกระด้างของสืบสาน ความอยากเอาชนะ และความไม่ยินยอมทำให้ทศวรรษโพล่งถ้อยคำบีบบังคับออกไปในที่สุด
“หนึ่งปี คุณต้องไปอาศัยอยู่กับผมที่คอนโดหนึ่งปีหรือไม่…คุณก็นอนกับผมสามครั้ง ทำให้ผมพอใจทุกครั้งค่อยมาพูดเรื่องหย่า!”
“สกปรก” สืบสานกัดฟันพลางระงับสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ข้อตกลงที่อีกฝ่ายเรียกร้องมาไม่ง่ายเลยสักนิด
“คุณไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรองนะคุณสามี” นิ้วชี้อีกฝ่ายเชยคางของเขาอย่างถือวิสาสะ สืบสานปัดมือนั้นทิ้งอย่างแรง
“คุณมันน่ารังเกียจ” แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะออกมาเหมือนกับว่าคำด่าของเขาเป็นเรื่องที่น่าขบขันเสียอย่างนั้น
“คุณด่าผมได้แค่นี้เองเหรอ ไม่ระคายผิวของผมเลยสักนิด” แถมยังกอดอกเชิดหน้าอย่างถือดี สืบสานเสมองทางอื่นทันทีเขาไม่อยากจะมองหน้าอีกฝ่ายให้หัวเสียอีก
“ผมคงประเมินคุณต่ำไป” สายตาหยามเหยียดที่มองมา ถ้อยคำด่าทอที่พ่นออกมาไม่หยุดแต่ไม่สามารถลบเลือนรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าของทศวรรษได้เลย
“ผมเคยพูดไปแล้วไง ถ้าผมไม่ได้คุณ…ก็อย่าหวังว่าเคธีหรือคาที่นั่นจะได้คุณ ผมไม่สมหวังก็อย่าหวังว่าใครจะสมหวัง!”
“คุณมันบ้าไปแล้ว” สืบสานสืบลงจากเตียงหมายจะเดินหนีไปที่อื่น เขาก้าวเท้าได้เพียงสองก้าว แผ่นหลังกลับถูกกอดจากทางด้านหลังอย่างแรง
“พี่สืบ”
“ปล่อย!” ทศวรรษออกแรงกกกอดผู้ชายที่สูงกว่าตัวเองสองคืบ เขาสูงเพียงหน้าอกของสืบสานเท่านั้น อีกทั้งสืบสานเองยังเป็นนักกีฬาตัวแทนของมหา’ ลัยมาก่อน เมื่ออีกฝ่ายออกแรงดิ้น ศอกจึงอยู่ในระดับคางของทศวรรษพอดี
“พี่สืบนี่ผมเอง ทศ ทศวรรษคนรักของพี่” น้ำเสียงเจือแววสะอื้นนั้นยิ่งทำให้สืบสานรังเกียจอีกฝ่ายมากกว่าเดิม
“ผมบอกให้ปล่อยไง!” สืบสานตวาดเสียงดังพร้อมกับขืนตัวอย่างแรง จนซับศอกใส่เนื้อด้านหลังอย่างแรงเช่นกัน พอหันหน้ามาดูอีกฝ่ายก็นั่งฟุบกับพื้นพร้อมกับก้มหน้า สืบสานที่เก้ ๆ กัง ๆ จะยื่นมือไปช่วยประคองแต่ประตูภายในห้องพักคนไข้กลับถูกเปิดเข้ามาขัดจังหวะพร้อมกับเสียงของคุณหญิงพรรณพิลัย
“ต๊าย ไปนั่งอะไรที่พื้นละนั่น” ทศวรรษทำได้เพียงก้มหน้ากอบกุมจมูกอยู่อย่างนั้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาหยดที่พื้นหยดแล้วหยดเล่า อุ้งมือที่รองรับของเหลวสีแดงฉานที่ไหลไม่หมดก็หยดลงกระทบพื้นกระเบื้อง เลือดหยดแล้วหยดเล่าไหลตามแรงโน้มถ่วงโลกจนเป็นแอ่งเล็ก ๆ สืบสานที่พยายามจะเข้าไปช่วยประคองผู้เป็นแม่ก็ปรี่เข้าไปยืนจับแขนไว้ก่อน ค่อย ๆ มองทศวรรษที่ลุกจากพื้นช้า ๆ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดตรงจมูกของตัวเองพร้อมกับขอบตาที่แดงระเรื่อ
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







