Masukลังจากข่าวอึกทึกครึกโครมเรื่องทายาทเจ้าสัวบริษัทเครื่องดื่มดังประสบอุบัติเหตุเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพื่อนฝูงที่รู้จักสืบสานกับทศวรรษต่างก็โทรมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง แต่ทศวรรษกลับเก็บตัวไม่อยากจะพูดอะไรกับใครในตอนนี้ บรรดาเพื่อนฝูงก็ยิ่งทวีความเป็นห่วง ไลน์กลุ่มพลันมีข้อความถามไถ่เด้งเข้ามาไม่ขาด ทศวรรษที่เอาแต่นอนจมเตียงกว้างไม่ได้กินข้าวกินปลามาจนเวลาล่วงเลยบ่ายสามถึงลุกจากเตียงมาตอบกลับ ส่งสติ๊กเกอร์ไปสองสามตัว ตอนนี้เขาไม่อยากพูดคุยอะไรกับใครทั้งนั้น อีกทั้งทางด้านบริษัทก็เกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ทุกสิ่งทุกอย่างประเดประดังเข้ามาจนเขาเองก็ตั้งตัวไม่ถูกเหมือนกัน
สืบสานเป็นผู้บริหารดูแลบริษัทเล็ก ๆ แห่งนี้มาตั้งแต่ต้น แต่พอไม่มีสืบสาน ทศวรรษต้องรับหน้าที่นี้ทั้งหมดเพราะว่าตัวเองดูแลส่วนการผลิตและจัดจำหน่ายเป็นส่วนใหญ่ เรียนรู้งานใหม่หมด ภาระหน้าที่ก็หนักมากขึ้นเป็นเท่าตัว สืบสานเองก็กลับไปเรียนรู้การบริหารจากธุรกิจของครอบครัว แต่ยังดีที่ออกงานร่วมกันบ้างตามข้อบังคับที่พูดกันไว้ตั้งแต่ต้น ทศวรรษรู้ดีว่าตัวเองต่ำช้าแค่ไหนในสายตาของสืบสานตอนนี้ แต่เขาเสียอีกฝ่ายไปไม่ได้จริง ๆ ถึงได้บีบบังคับเจ้าตัวขนาดนั้น เขานึกย้อนไปถึงตอนที่สืบสานจะออกจากโรงพยาบาล วันนั้นเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นใจให้ทศวรรษแอบเข้าไปหาสืบสาน และเหตุผลจริง ๆ ที่ไม่มีคนเฝ้าอยู่หน้าประตูเพราะว่าแม่ของสืบสานมั่นใจแล้วว่าลูกชายความจำเสื่อมจริง ๆ ต่อให้ทศวรรษมาเยี่ยมก็ไม่มีผลอะไร อีกไม่กี่วันสืบสานจะออกจากโรงพยาบาล ทศวรรษเองก็หวาดกลัวว่าสืบสานจะกลับไปอยู่บ้านคุณาปกร รั้วคฤหาสน์หลังใหญ่เหมือนป้อมปราการชั้นดี หากสืบสานก้าวเท้าเข้าไป ทศวรรษก็คงไม่มีโอกาสที่จะได้เจออีกฝ่ายง่าย ๆ
ตอนนี้เขาทำได้เพียงแต่อ้อนวอน
“ออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับคอนโดไปกับทศนะ”
“ทำไมผมต้องเชื่อคุณ”
“นี่…” ทศวรรษโชว์ทะเบียนสมรสตัวถ่ายเอกสารให้เขาดูต่อหน้า เป็นหลักฐานยืนยันว่าพวกเขาสองคนเกี่ยวข้องกันในทางกฎหมาย เป็นคู่สมรสระหว่างเพศเดียวกัน คนป่วยกวาดสายตาอ่านเอกสารสมรสนั้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดัง สืบสานยังคงนั่นเอนหลังอยู่บนเตียงคนไข้ เขาเม้มปากเหมือนกับจะชั่งใจอยู่สักครู่
“ผมไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเรามีความสัมพันธ์กันยังไง แต่ผมคงกลับไปกับคุณตอนนี้ไม่ได้ ต่อให้คุณจะขนเอกสารสำคัญทางกฎหมายมาโชว์ให้ผมเห็น มันก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่าง…ผมไม่สะดวกใจที่จะไปอาศัยอยู่กับคุณ ในตอนนี้คุณเป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งก็เท่านั้น”
“สืบ” น้ำเสียงเบาหวิว ริมฝีปากที่สั่นระริก ทศวรรษผินหน้าหนีไปอีกทางเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นที่ตีรื้นขึ้นมาในอก
“ถ้าคุณสำคัญกับผมขนาดนั้นจริง ๆ ทำไมคุณถึงเป็นคนเดียวที่ผมลืม” น้ำเสียงราบเรียบแต่คนฟังกลับเจ็บไปถึงกระดูก เหมือนกับมีสายฟ้าฟาดลงมาที่หัวของทศวรรษอย่างจัง ร่างกายชาและเย็นเยียบไปทั่วทั้งร่าง จู่ ๆ แข้งขาก็อ่อนแรงเหมือนจะพยุงร่างกายตัวเองไม่ไหวจนต้องจับตู้ข้างหัวเตียงแน่น ขอบตาร้อนผ่าวแต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้
“ทศไม่เชื่อว่าพี่จะลืมทศไปจนหมดสิ้น!!” น้ำเสียงวิงวอนเหมือนว่าจะส่งไปไม่ถึงคนตรงหน้าแม้แต่น้อย แต่สายตาและสีหน้าที่ราบเรียบนั้นบ่งบอกทุกอย่าง ทศวรรษถอนหายใจอย่างหนักหน่วงน้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “ช่างเถอะคุณพึ่งหายป่วย…ไม่เป็นไร คุณกลับไปอยู่บ้านคุณก็ดีเหมือนกัน ผม ผมจะรอ…วันที่คุณกลับมาหาผม” น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงพรูออกมาเป็นสาย ทศวรรษปาดน้ำตาบนแก้มลวก ๆ
“แล้วถ้าผมไม่กลับไปหาคุณล่ะ…คุณจะรออยู่อย่างนั้น?”
“ลองคุณมาเป็นผมสิ คนที่ถูกลืมไม่ใช่คุณนี่” ทศวรรษเริ่มเบรกแตกคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่
“แล้วทศผิดอะไร พี่บอกทศมาทศผิดอะไร!” ทศวรรษร้องไห้โฮกำปั้นทั้งสองทุบอกอีกฝ่ายดังปัก ๆ ก่อนจะถูกรวบมือทั้งสองข้างไว้
“คุณผิดที่ไม่ยอมปล่อยวางเอง”
“ปล่อยวางงั้นเหรอ? เราเคยรักมากขนาดนั้น”
“อดีตก็คืออดีต” สองตาของทศวรรษเบิกกว้าง สองมือที่ฉุดยื้อชะงักก่อนจะพึมพำเหมือนคนไม่ได้สติ
“อดีต อดีตงั้นเหรอ ทั้ง ๆ ที่ไม่กี่วันก่อนคุณยังพร่ำบอกรักผมอยู่แท้ ๆ” สืบสานถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เขาจำไม่ได้สักอย่าง แต่ทศวรรษกลับโวยวายไม่เลิก สองตาแดงก่ำที่จ้องมองมาด้วยความตัดพ้อยิ่งทำให้สืบสานทำตัวไม่ถูก จึงจำใจต้องเบนสายตาไปทางอื่น แต่สองมือก็ยังรวบข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่น เห็นตัวเล็กแบบนี้แต่พอโดนหลายหมัดก็จุกเหมือนกัน
“คุณจะลืมก็ลืมไป แต่ผมไม่ลืม และผมจะไม่ยอมเสียคุณไป คนอย่างทศวรรษเสียทองเท่าหัว แต่ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร! จำไว้” ทศวรรษตะโกนลั่นใส่หน้าเขาจนเจ้าตัวหน้าดำหน้าแดงไปหมด สืบสานทำได้เพียงเลิกคิ้วอย่างไม่ใส่ใจ
“คนที่จะเสียใจก็คือคุณเอง…หยุดบ้าได้สักที”
“นอนกับผมสิ แล้วผมจะยอมหย่าให้ คุณทำได้ไหมล่ะ ถ้าทำให้ผมพอใจเร็วเท่าไหร่ คุณก็จะได้เป็นอิสระมากขึ้นเท่านั้น” สืบสานหลุบตามองอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม
“ฝันไปเถอะ” สืบสานเองก็ตอบกลับอย่างไม่ยอมเช่นกัน อีกฝ่ายชักจะบีบบังคับเขามากเกินไปแล้ว แค่ทะเบียนสมรสก็ปวดหัวมากพออยู่แล้ว หากเขายอมนอนกับทศวรรษจริง ๆ เรื่องราวคงจะไม่จบลงง่าย ๆ อย่างที่อีกฝ่ายลั่นวาจาเอาไว้แน่ ๆ
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







