LOGINCard for him: Knight of Swords – เสียสมดุล ไร้การควบคุม พุ่งแรงไปข้างหน้า...
หลังจากกินมื้อกลางวันกับเพื่อนเสร็จ ราเชนทร์เดินทางกลับคอนโดมิเนียมที่ต่อไปนี้อาจไม่ค่อยได้แวะมาอีก
ตามประสาคนมีอันจะกิน เขาร่วมลงทุนทำโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูใจกลางเมืองกับกลุ่มเพื่อนสนิท โครงการนี้แบ่งออกเป็นสองโซน สำหรับโซนลักชัวรีด้านหน้ามีไว้ให้คนจับจองเป็นเจ้าของ ส่วนเขาที่มีความต้องการพิเศษกว่าชาวบ้าน ไหนจะอยากได้พื้นที่กว้าง สังคมอันเป็นส่วนตัว เลยเป็นที่มาของโซนไพรเวต สำหรับตนเองและเพื่อนอีกจำนวนสิบหลัง
เมื่อนึกถึงบ้านหลังใหม่ เขายกหูโทรศัพท์ต่อสายหาคุณแม่สุดที่รัก
[ฮัลโหล ไม่คิดไม่ฝันว่าลูกจะโทรหาแม่] ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร เสียงกระแนะกระแหนก็ลอดสายมากระทบโสตประสาทของชายหนุ่ม
“มีเรื่องจะรบกวนแม่น่ะครับ ผมถึงได้โทรหา” ว่าเข้าให้ ประโยคต่อมาแม่ต้องงอนแน่ ๆ
[ใช่สิ แม่มันไม่มีค่า ไม่มีใครคิดถึง] นั่นปะไร ทั้งที่รู้ว่าแม่จะงอน เขาก็ยั้งปากไม่ทันอยู่ดี
“คิดถึงสิครับ มีแม่คนเดียวที่จะช่วยผมได้” ดูทรงแม่เริ่มจะโวยวาย คงต้องพอเท่านี้ก่อน
[มีอะไรก็ว่ามา ตอนนี้แม่กำลังจะออกไปกับลูกสาวสุดที่รัก] แม่ยังคงเหน็บแนมเขาไม่เลิก
“ผมอยากได้แม่บ้านที่ทำความสะอาดและทำอาหารได้ครับ”
[หืม...ที่คอนโดเนี่ยนะ]
“ไม่ใช่ครับ ที่บ้านใหม่ อยากได้แบบอยู่ประจำสักคนหนึ่งครับ” แม่ย่อมรู้เรื่องที่เขาลงทุนสร้างบ้านใหม่ก็เพราะอยากมีพื้นที่กว้าง ๆ และอยากอยู่แบบสังคมส่วนตัวที่รายล้อมด้วยคนสนิท
[อ้อ บ้านที่เชนสร้างไว้แล้วไม่คิดจะให้แม่ไปอยู่ด้วยใช่ไหม]
“โธ่แม่...”
[โอเค เดี๋ยวไว้แม่หาให้แล้วกัน]
“ขอบคุณครับ งั้นผมวางแล้วนะ”
[โทรมาแค่นี้เหรอ]
“ผมมีนัดต่อ”
[อย่าให้รู้นะว่าไปกับแม่ดาราคนนั้น]
“แค่นี้นะครับ” ราเชนทร์รีบตัดบทวางสายทันที ขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืด ไม่เช่นนั้นวันนี้คงไม่ได้ออกไปดินเนอร์แน่
หลังจากวางสาย เขาจัดแจงสั่งงานผ่านเลขาฯ คนสนิท ก่อนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวออกไปดินเนอร์สุดหรูยังตึกสูงระฟ้าย่านมหานคร
ทว่าพอแต่งตัวเสร็จ กำลังจะออกจากห้องพลางเปิดค้นแผนที่ในมือถือ กลับเริ่มมีอาการแปลก ๆ เหมือนมีคลื่นยักษ์ก่อตัวขึ้นในท้อง มันทั้งปั่นป่วนทั้งชวนให้ขย้อนมื้อกลางวันที่กินเข้าไป แต่ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าอาการบิดมวนที่เกิดขึ้นภายในกระเพาะ
หรือจะท้องอืดนะ...แอร์-เอ็กซ์2F[1] สักเม็ดก็แล้วกัน
ราเชนทร์เดินไปหยิบกล่องยาสามัญประจำบ้านตรงตู้เหนืออ่างล้างจานในครัว แกะซองโยนยาเม็ดใส่ปากเคี้ยวบรรเทาอาการ แล้วเลิกสนใจเสียงร้องโครกครากที่ก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ ในช่องท้อง
ชายหนุ่มขับรถหรูออกจากคอนโด มุ่งหน้าไปสถานที่นัดหมายกับอรพิณ ดาราสาว รับเธอเสร็จค่อยเดินทางไปดาดฟ้าโรงแรม
ไหน ๆ คู่ควงที่เขาจะเอามาใช้เป็นไม้กันแม่ก็เป็นถึงดารา อีกทั้งตัวเขายังฐานะร่ำรวย จะจองห้องอาหารธรรมดา บรรยากาศทั่ว ๆ ไปก็กระไรอยู่ ขอเล่นใหญ่ปิดโซนวีไอพีไปเลยแล้วกัน
“อย่าลืมที่นัดแนะกันไว้ล่ะ ถ่ายมันทุกช่วงเท่าที่นายจะทำได้ ที่สำคัญห้ามให้เห็นหน้าฝ่ายชายเด็ดขาด” อรพิณ ดาราสาวระดับเอคลาส ย้ำกับปาปารัสซีที่ตนจ้างมาให้แอบเก็บภาพคู่ควง ผู้เป็นถึงที่ปรึกษาโรงแรมดัง เพราะชายหนุ่มคนนี้ไม่ยอมเปิดตัว ไม่ยอมให้เป็นข่าว ไม่ยอมให้เธอพูดถึง ไม่มันทุกสิ่งอย่าง...
ไม่รู้จะห้ามอะไรหนักหนา เธอจึงต้องเล่นไม้นี้ ไม่อย่างนั้นโดนผู้หญิงอื่นคาบไป เธอก็แย่น่ะสิ
สั่งงานเสร็จก็หมุนตัวเดินออกไปยืนรอหน้าอาคารต้นสังกัด ครั้นเห็นรถของแฟนหนุ่มแล่นเข้ามาจอด อรพิณขยับจะก้าวออกไปขึ้นรถ กลับถูกเสียงร้องเรียกจากด้านหลังรั้งไว้เสียก่อน
“คุณอ้อครับ แล้วค่าจ้างเก็บภาพล่ะครับ” ปาปารัสซีคนเดิมกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามมา พร้อมแบมือทวงค่าจ้างล่วงหน้าในทันที
“เอาไปเท่านี้ก่อนที่เหลือค่อยว่ากัน ฝากด้วยนะขอข่าวปัง ๆ พรุ่งนี้เช้า” อรพิณหยิบเศษเงินไม่กี่ร้อยที่ควานเจอในกระเป๋ายื่นให้กับเขา แล้วรีบจากไปทันที ด้วยกลัวว่าอยู่นานเดี๋ยวแผนแตก
เธอเดินนวยนาดไปเคาะกระจกรถ ส่งยิ้มยั่วยวนให้ชายหนุ่ม ก่อนเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่ง มโนว่าตัวเองคือตุ๊กตาหน้ารถของผู้ชายคนนี้ และที่ตรงนี้มีไว้เพื่อเธอเท่านั้น
“เมื่อกี้ใครเหรอครับ” ราเชนทร์เอ่ยถามเพราะเห็นเธอยืนคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่างท้วม สะพายกระเป๋ากล้อง ภาพลักษณ์คล้ายโอตาคุที่เห็นกันบ่อย ๆ
“อ๋อ พอดีอ้อฝากน้องเขาซื้อกาแฟให้ตอนซ้อมบท แล้วเพิ่งมีโอกาสเอาเงินให้น่ะค่ะ” เธอพูดพลางเอื้อมมือไปลูบหน้าขาชายหนุ่ม พร้อมยื่นหน้าเข้าไปคลอเคลียด้วยความออดอ้อน
“วันนี้คุณมีเซอร์ไพรส์อะไรให้อ้อไหมคะ” เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ อรพิณจึงคาดหวังเซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อย
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปยังเบาะหลัง หยิบถุงของขวัญไม่เล็กไม่ใหญ่ยื่นให้
“สุขสันต์วันเกิดครับ” อรพิณถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าถุงนั้นเป็นของเครื่องประดับแบรนด์เนม ที่เพียงกำไลข้อมือเล็ก ๆ วงหนึ่งก็มีมูลค่าถึงหลายแสนบาทเลยทีเดียว
พอแง้มดู ก็พบว่ามีซองหนังกลับสีสวยทรงสี่เหลี่ยมนอนนิ่งอยู่ในถุง อรพิณอดไม่ได้ที่จะหยิบมาเปิด
“นี่มัน...ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ เชนรู้ใจอ้อตลอดเลย” ของชิ้นนั้นคือสร้อยข้อมือแบรนด์ดัง เป็นสร้อยทองสิบแปดเค ประดับจี้สี่ชิ้นทำจากทองฝังอัญมณีหลากสี เธอมั่นใจว่าสร้อยเส้นนี้ราคาต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท อรพิณลิงโลดขึ้น
“แล้วนี่คุณจะพาอ้อไปไหนเหรอคะ” ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องพาเธอไปดินเนอร์หรู ก็ยังไม่วายเอ่ยปากถามเพื่อเอาใจคนให้ของขวัญราคาแพง
“ไว้ถึงเดี๋ยวก็รู้เอง”
เนื่องจากวันนี้เป็นวันศุกร์ การจราจรบนท้องถนนค่อนข้างติดขัด จึงทำให้ทั้งคู่ต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนร่วมกันนานกว่าปกติ
อรพิณที่กำลังนั่งส่องรูปในไอจีชาวบ้านแก้เบื่อเหลือบมองคนขับข้าง ๆ เป็นระยะ ตัดสินใจเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า หันมาจ้องหน้าชายหนุ่มจนเขาต้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ราเชนทร์สังเกตเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ที่ส่งมา
“ก็...เชนอุตส่าห์ซื้อของแบรนด์ดังมาให้ทั้งที...อ้อก็ควรจะตอบแทนบ้าง” ระหว่างพูดหญิงสาวยื่นมือไปลูบไล้บริเวณหน้าขาของเขา
“ตอบแทนยังไงดีน้า...” มืออรพิณเริ่มอยู่ไม่สุข จากที่คราแรกเพียงแค่ลูบไล้บริเวณนั้น ก็เปลี่ยนมาเป็นบีบคลึงและเริ่มไต่เลื้อยขึ้นมาถึง ‘ตัวตน’ ของชายหนุ่ม
หญิงสาวส่งสายตาเย้ายวน ขบเม้มริมฝีปากล่าง บอกใบ้เป็นนัยว่ากำลังจะทำอะไรซุกซน เธอเริ่มปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงของชายหนุ่มแล้วล้วงมือเข้าไป
“ซนจริง ๆ” ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ราเชนทร์ก็ปล่อยให้เธอหยอกล้อกับความเป็นชายที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กางเกง
ดาราสาวเห็นดังนั้นจึงพยายามมอบความหรรษาแก่ชายหนุ่ม
ทว่าคลื่นความร้อนประหลาดที่ก่อตัวขึ้นภายในช่องท้อง ทำให้แทนที่อารมณ์ของชายหนุ่มจะจุดติด กลับมอดดับลงเสียอย่างนั้น
ทำไมร้อนท้องแบบนี้ ราเชนทร์กำพวงมาลัยแน่น เหงื่อผุดซึมตามไรผม เขาเริ่มนั่งไม่ติด ขยับตัวยุกยิกจนอรพิณสังเกตได้
[1] Air-X ชื่อทางการค้าของยาขับลมลดอาการอืดแน่นท้องยี่ห้อหนึ่ง
“คือว่าพอดีทางนี้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ”“อ๋อ โดยปกติต้องโทรแจ้งป้อมยามส่วนใน ก็คือป้อมยามตรงทางเข้ามาที่นี่นะคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะจัดการต่อเองค่ะ” เธออธิบายพลางชี้ขอที่สมุดมาเปิดหน้ารายชื่อเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกาเครื่องหมายดอกจันไว้ให้พุฒิตา เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้มองเห็นง่าย“เรียบร้อยนะคะ มีอย่างอื่นเพิ่มเติมไหมคะ” เจ้าหน้าที่นิติฯ หมู่บ้านถาม“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” พุฒิตาสวมรอยยิ้มประดับบนหน้า พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวคงได้โทรถามจนเบื่อกันไปข้างเลยละค่ะ แค่เห็นจำนวนกุญแจกับปุ่มรีโมตเมื่อกี้ก็ท้อแล้ว“หากมีอะไรเพิ่มเติมก็โทรสอบถามนิติฯ ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่ประจำการคอยให้ความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ” เจ้าหน้าที่นิติบุคคลย้ำถึงความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกครั้ง ไว้ต่อไปเวลาคุยเล่นหยุมหัวกับเพื่อน ๆ เปลี่ยน มาเป็นนัดตบกันหลัง ‘นิติฯ หมู่บ้าน’ ปิดก็เก๋ไม่หยอก...“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พุฒิตายกมือไหว้ลานิติฯ ตามประสาสาวมารยาทงาม ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับพวงกุญแจในมือ ทำไมมันเยอะเบอร์นี้ดู
ปึง! กิ่งกาญจน์ตบโต๊ะด้วยความโมโห“จะไปไหนก็ไป อย่าโผล่หัวกลับมาที่นี่อีกก็แล้วกัน” พร้อมผลักกระเป๋าหญิงสาวออกจากตัว จากนั้นโบกมือไล่ส่ง ๆ พุฒิตาก็ไม่รอช้า คว้ากระเป๋าข้าวของก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพักพนักงานครัวทันที“พี่เตยคะ” เสียงเรียกอันคุ้นเคยของอดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพักมาหันไปหาต้นเสียง“มีอะไรเหรอเฟยเฟย” พุฒิตาเอ่ยถามหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ในมือเฟยเฟยมีซองสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง“เมื่อวานนี้มีเอกสารฝากถึงพี่เตยค่ะ เฟยเฟยส่งข้อความบอกพี่แล้วแต่ยังไม่เห็นพี่อ่านค่ะ” เฟยเฟยกล่าวพร้อมยื่นซองนั้นให้เธอด้วยสองมือพุฒิตาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นแถบแจ้งเตือนข้อความที่เฟยเฟยส่งมาแวบหนึ่งจึงรู้ว่ามีเอกสาร แค่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะเมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมไปนั่นเอง ว่าแต่เอกสารอะไรกันหนาเป็นปึก จำได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปลงสมัครอะไรไว้ที่ไหนนี่ แล้วใครส่งมากันนะหญิงสาวคิดพลางพลิกดูชื่อผู้ส่ง‘สำนักงานกฎหมายราเชนทร์แอนด์พาร์ตเนอร์’...ชื่อคุ้นมาก แต่ยังไม่ทันนึกอะไรเพิ่มเติม พุฒิตาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคล้ายมีอะไรอยากจะพู
“ลูกค้าครับ ไม่เอาแมวไปเหรอครับ” พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย“ฉิบหาย! ลืมแมว...รอแป๊บนะคะ” พุฒิตาปลดเข็มขัดก่อนเปิดประตูกระโดดลงจากรถไปอย่างไว ทิ้งให้พนักงานเกาหัวแกรก ๆพุฒิตาซอยเท้าขึ้นบันได พุ่งไปอดีตห้องพักของตนเร็วจี๋เพื่อพบว่า เธอวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นไว้ข้างห้องนั้นเอง เจ้าแมวนมชมพูโวยวายแง้ว ๆ ใส่เธอด้วยความไม่พอใจ หากพูดภาษามนุษย์ได้มันคงบ่นว่ายัยทาสใจร้ายทำไมถึงลืมแมวน่ารักอย่างมันได้ลงคอ“โอ๋ ๆ เมื่อกี้มี้แค่ลงไปเช็กของ ไม่ได้ลืมตุ๋นตุ๋นจริง ๆ น้า” หญิงสาวพยายามง้อเจ้านายตนด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม เจ้าหมูตุ๋นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเธอพูด พุฒิตายิ้มกริ่มปนโล่งอกที่ง้อแมวง่ายดายเสียนี่กระไร ก่อนพบสายตาจ้องเป๋งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หึ ยัยตอแหล เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงส่งยิ้มเจื่อนพร้อมทำตาปิ๊ง ๆ ออดอ้อนใส่อีกครา เจ้าแมวส่งเสียงพ่นลมฉุนเฉียวก่อนทิ้งตัวลงกับเบาะในตะกร้า ปล่อยให้ยัยทาสจอมเฟอะฟะหิ้วตนขึ้นรถแต่โดยดี“เรียบร้อยนะครับ” พนักงานคนเดิมถามจากฝั่งที่นั่งคนขับ ก่อนมองเจ้าก้อนกลมสีชมพูในตะกร้า พุฒิตาส่งยิ้มพยักหน้าให้“ค่ะพี่ ออกรถได
“ถ้าอย่างนั้นเตยขอลากลับก่อนจะได้ไหมคะ กลัวจะจัดของไม่ทันค่ะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ต้องรีบลากลับบ้านเสียแล้ว“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้หรือวันหลังแม่แวะไปหาที่บ้านเจ้าเชนแล้วกันนะ” คุณนายสุพรรณีรู้สึกเสียดาย ยังไม่ทันได้ศึกษาอุปนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้เลย ก็ต้องส่งเธอให้กับเจ้าลูกชายสุดแสบเสียแล้ว ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนตอนที่กำลังจะส่งชิฌาเข้าเรือนหอเลยไม่ผิดเพี้ยนร่ำลากันเสร็จ พุฒิตารีบเดินทางกลับห้องพักพร้อมเจ้าหมูตุ๋น และห้องน้ำแมวอันใหม่ที่เพิ่งจะได้มา ทำการเก็บข้าวของลงกล่องและกระเป๋าเดินทางในแบบฉบับที่คิดว่าหยิบอะไรได้ก็ยัด ๆ ไปก่อนเมื่อแพ็กของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงหันไปจัดแจงเก็บของใช้ของเจ้าหมูตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ที่นอนแมว และของเล่นสารพัดอย่างที่กระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้องทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสิ้น เหลือบไปดูเวลาก็พบว่าขณะนี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มแล้วนี่เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า! ว่าแล้วก็คุ้ยหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กดน้ำร้อนใส่รอประมาณสามนาทีแล้วก็นั่งซดไปพลางเปิดแชตพิมพ์หากลุ่มเพื่อน ๆ ไปพลางToei: นอนแล้วยังสาว~Wann: ยางงงงงToei: ทำไรอะหวาน ดึกมว้ากWa
ชิฌาขับตามทางเข้าไปจอดภายในโรงจอดรถ จากนั้นหันมาแซวหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังนิดหน่อย“เป็นยังไง เห็นบ้านแล้วลมแทบจับเลยไหม”ใช่…ลมแทบจับ หวังว่าบ้านของคุณเชนอะไรนั่นจะไม่ใหญ่เท่านี้หรอกนะตอนที่ขับผ่านเพียงหน้าบ้านก็เล่นเอาเธอคิดสะระตะว่า ถ้าต้องทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียว มีหวังเธอคงตายคาที่แน่นอน“เดี๋ยวเราเข้าไปคุยรายละเอียดกันในบ้านดีกว่า” ชิฌาเสนอ เพราะทุกคนต่างนั่งรถเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ถึงระยะทางไม่ไกล แต่การจราจรที่ติดขัดเกินไปก็สร้างความเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสารได้เช่นกันเมื่อเข้าไปภายใน พุฒิตาวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นลงข้าง ๆ เพราะระยะทางระหว่างโรงจอดรถกับตัวบ้านก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ แบกมานาน ๆ เล่นเอากล้ามแขนแทบขึ้นเช่นกันจากนั้นเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าแล้วนำไปวางบนชั้นที่จัดไว้สำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน“แมวชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” คุณนายสุพรรณีถามขึ้น“หมูตุ๋นค่ะ”“มันไม่อึดอัดเหรออยู่แต่ในกรง ไหนจะต้องกินน้ำ ขับถ่ายอีก” จะว่าไปตัวมันก็ดูเนียนน่าสัมผัสพิกล“ไม่หรอกค่ะ มันชินแล้ว” เมื่อก่อนเธอเคยหิ้วมันไปด้วยทุกที่ แต่นั่นก็ค่อนข้างนานมาแล้วเหมือนกัน“ถ้าน้องไม่ข่วนข้าวของ ไม่เข้าห้อ
Toei: โอ๋ยยย เอาดี ๆ ชมอยู่LadyGecko: บอกแล้ว ฉันแม่น ฉันเก่ง ฉันสวย และรวยมว้ากToei: ไหนบอกมีหนี้เยอะLadyGecko: นังลูกจกตกอับ เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘รวยหนี้’ นั่นแหละแม่เลยLadyGecko เพิ่มคุณเป็นเพื่อนToei: ไหนบอกจะเพิ่มเพื่อนต้องเสียเงินไงLadyGecko: ยกให้เป็นกรณีพิเศษ ไว้ลับฝีปาก แต่ถ้าจะดูดวงจ่ายเงินนะบอกก่อนToei: ลับฝีปากอะไรก๊อน ลูกจกออกจะเรียบร้อยดุจผ้ายับที่พับไว้ แต่เดี๋ยวแชร์ให้ค่าLadyGecko: ดีมาก แล้วอย่าลืมไปตามหาญาติด้วยนะ เผื่อมีญาติเหลืออยู่Toei: ตอนนู้นเจ้าหน้าที่เหมือนเคยตาม แล้วบอกว่าประสานงานติดต่อไม่ได้LadyGecko: บางทีเขาอาจจะตกหล่น ถ้าไม่เขาตกหล่น ก็ฉันมั่ว แค่นั้น จะเสียหายอะไรToei: โอเคร ขอบคุณมัก ๆ แม่จก ไว้ลูกจกจะเอาธูปเทียนและพานดอกไม้ไปกราบไหว้LadyGecko: เปลี่ยนจากธูปเทียน พานดอกไม้ เป็นพวงมาลัยเงินทองแล้วกันนะToei: งก!LadyGecko: ยอมรับ ฉันไปก่อน ง่วงจะนอนหลังจากได้แชร์ความสุขกับใครสักคนแล้ว พุฒิตามุ่งตรงกลับไปยังหอพักของตัวเอง และเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างจริงจังสิ่งหนึ่งที่เธอกังวลมากคือ เจ้าหมูตุ๋นแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะติดที่ เธอเคยอ่านเจอ บ







![เจ้าสาวจัดดอก [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)