เข้าสู่ระบบการเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ มันทำให้ฉันคุ้นเคยกับครอบครัวของตาลุงนี่มากขึ้น คุณหญิงแม่ของเขาท่านไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อย่างน้อยท่านก็มาเยี่ยมฉันบ่อยๆ ดังเช่นในวันนี้
"เดี๋ยวแม่จะให้นับดาวเตรียมเก็บของไว้ให้ หนูนาราออกจากโรงพยาบาล เราจะเดินทางขึ้นเหนือทันที"
"แม่กับน้องก็จะไปด้วยเหรอครับ"
"ใช่ แม่มาคิดดูแล้ว เรามีเงินทองมากมาย แต่หาเวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันไม่ได้เลย อย่างที่ลูกเคยบอกเงินทองมากมายเหล่านั้น มันเปรียบกับชีวิตหรือความสุขของเราไม่ได้"
"เย้! ดีใจจังเลย หนูคิดถึงไร่องุ่น คิดถึงสตรอว์เบอว์รี คิดถึงแปลงผัก คิดถึงอากาศดีๆ คิดถึงต้นไม้ คิดถึงพี่อาทิตย์ คิดถึงเหนือ"
"ดีใจเป็นเด็กไปได้ รีบไปเตรียมของได้แล้ว นาราออกจากโรงพยาบาลจะได้เดินทางทันที"
"ไปเถอะแม่ ปล่อยให้พี่ภูได้อยู่กับเมียเขาบ้าง คนแก่เห่อเมียก็อย่างนี้แหละนะ"
"ไม่ต้องมาล้อพี่เลย ทีตัวเองตอนอกหักพี่ภูคะ..พี่ภูขา..น้องเสียใจจังเลยค่ะ ใครปลอบ หืม"
“พอเลยทั้งคู่ หนูนาราจะได้พักผ่อน" ฉันยกมือขึ้นไหว้แม่ของเขาแล้วกล่าวขอบคุณที่ท่านอุตส่าห์มาเยี่ยม ที่ท่านเอ็นดูฉัน เมื่อแม่กับนับดาวเดินออกไป ผมก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียงของคนไข้ทันที
"ทำบ้าอะไรของลุง ลงไปเลยนะ ฉันจะพักผ่อนง่วงแล้วจะนอน"
"ขอกอดหน่อยก็คนมันคิดถึงจะตายอยู่แล้ว"
"อะไรของลุงจะมาคิดถึงทำไม ก็เห็นหน้ากันทุกวัน"
เขาไม่ฟังคำทัดทานของฉันแม้แต่น้อย คุณภูตะวันขึ้นมานอนแล้วโอบกอดฉันจากทางด้านหลัง พร้อมทั้งเอาคางมาเกยที่ไหล่ของฉันอีกด้วย ทำไมนะผู้ชายที่หล่อเพอร์เฟกต์อย่างเขา ถึงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้หรือเขาจะอยู่เพื่อรอฉัน ขอเข้าข้างตัวเองหน่อยละกัน
หลังจากออกจากโรงพยาบาล เขาก็พาฉันตรงไปที่ห้างสรรพสินค้า เขาบอกว่าจะพาฉันมาทานข้าวข้างนอกบ้าง และก็จะพาซื้อของ ฉันอยากได้อะไรจะตามใจทุกอย่าง นี่มันสามีแห่งชาติชัดๆ สายเปย์มากค่ะลุง
"ทานอาหารเสร็จแล้วเราค่อยไปเดินซื้อของกัน อยากได้อะไรบ้างคิดไว้นะเดี๋ยวพาไปซื้อ" เขาพูดขณะที่พาฉันนั่งทานอาหารที่ร้านชาบู อยากบอกว่านารายืนหนึ่งเรื่องชาบูเหมือนลุงรู้เลยนะ หรือว่าเขารู้จึงพาฉันมากินที่นี่
"ฉันไม่อยากได้อะไรหรอก แค่เป็นอยู่ตอนนี้ฉันก็สบายจะตายอยู่แล้ว ลุงไม่ต้องซื้ออะไรให้ฉันก็ได้แค่พามากินของอร่อยๆ ก็พอแล้ว"
"สำหรับเธอฉันให้ได้ทุกอย่าง แค่นี้ไม่พอหรอกชีวิตฉัน ฉันยังให้เธอได้เลย"
"งั้นลุงก็ตายซะเถอะ!"
"เฮ้ย! อะไรของเธอเนี่ย"
ฉันแกล้งเขาด้วยการ เอาตะเกียบทิ่มที่ไปที่อกข้างซ้ายของเขา อย่างเผลอตัวลืมไปว่านี่มันร้านอาหารในห้าง คนมองมาที่ฉันทั้งร้าน เพิ่งรู้ว่าตัวเองก็เล่นใหญ่เหมือนกันแฮะ
"อ้าว! ..ไหนบอกว่าชีวิตก็ให้ได้ไง ก็เลยจะทิ่มเอาหัวใจลุงมาต้มใส่น้ำซุปร้อนๆ หัวใจสดๆ คงอร่อยน่าดู"
"คงไม่ได้หรอกหัวใจของฉันมันไม่ได้อยู่ตรงนี้"
"ทำไมกระเพาะของลุงมันอยู่ตรงนั้นรึไง พิลึกคน" ฉันชี้ไปที่อกข้างซ้ายของเขา จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินต่อ ร้านนี้อร่อยจริงๆ หรือว่าฉันหิวก็ไม่รู้
"เปล่า พอดีว่าหัวใจของฉันมันอยู่ที่เธอ"
คำตอบของเขา ฉันไม่คิดว่าตาลุงนี่จะใช้มุกนี้กับฉัน เขามักพูดแบบนี้ทีเล่นทีจริงเสมอ แต่เขาคงไม่ได้คิดอะไรกับฉันหรอกมั้ง เขาสมบูรณ์แบบทุกอย่างผิดกับฉันที่ไม่มีอะไรสมบูรณ์เลยสักอย่าง
"ลุงกินไปเลยพูดอะไรก็ไม่รู้"
ผมพูดความจริงต่างหาก แต่ด้วยอายุที่ห่างกันเลยทำให้ผมไม่กล้าพูดอะไรจริงจังออกไป ผมกลัวกลัวว่าเธอจะปฏิเสธ ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงรู้สึกแย่มากๆ
“สวัสดีค่ะท่านประธาน" ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน คุณกนกนั่นเอง โลกนี้มันช่างกลมจริงๆ เชื่อเลย
"สวัสดีครับคุณกนก"
"ท่านประธานไม่ได้มาคนเดียวสักหน่อย เขามากับเมียอย่าลืมทักเมีย! ท่านประธานด้วยนะคะคุณกนก”
ผมโคตรที่จะดีใจเลย ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม เธอบอกว่าเมียท่านประธาน เอาวะ! น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคนสู้ๆ ผมบอกกับตัวเอง
"สวัสดีจ้านารา เขาลือกันให้แซด ว่าเธอกับท่านประธานเป็นอะไรกันยินดีด้วยนะ" เวลากนกพูดเธอมักจะจีบปากจีบคอ เหมือนหวังดียินดีอะไรประมาณนั้น แต่สายตาของเธอก็ไม่เป็นมิตรกับฉันเหมือนเดิม ทั้งที่เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อน
"ขอโทษครับพอดีทานอาหารเสร็จแล้ว ผมขอตัวพาภรรยาไปชอปปิงก่อน วันนี้ไม่จำกัดวงเงินนะเมียจ๋า ช้อปได้ตามสบายเลย"
ตาลุงนี่เหมือนรู้งานเลย เขาพูดพร้อมทั้งโอบไหล่ของฉัน เดินออกมาจากร้านอาหาร ปล่อยให้ยัยพี่กนกนั่นยืนสะดีดสะดิ้งกระทืบเท้ารัวๆ แล้วกรี๊ดออกมาอย่างไม่อายใคร
"ไม่ต้องโอบแล้วแสดงเนียนเกินไปแล้วนะลุง อยู่กับลุงนี่ฉันเปลืองตัวชะมัดเลย!"
"แหม..ก็ถือซะว่าให้กำไรกับผู้มีอุปการคุณไง"
"ฉันไม่ใช่ไวน์บริษัทของลุงนะ จะได้คืนกำไรให้กับลูกค้า"
"ฉันเนี่ยเถียงไม่เคยชนะเธอเลย..เธอนี่จริงๆ เลยยัยจุ้นเอ้ย!"
ฉันชอบจังเวลาที่เขาเรียกฉันว่ายายตัวจุ้น มันน่ารักดีถ้าวันหนึ่งฉันต้องเดินออกมาจากชีวิตเขา เมื่อวันนั้นมาถึงมันอาจจะทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันขาดหายอะไรไปในชีวิตหรือเปล่า เมื่อวันนั้นไม่มีเขาอยู่ข้างกายแบบวันนี้ฉันจะทำยังไง
เขาซื้ออะไรต่อมิอะไรให้กับฉันเต็มไปหมด..ฉันพยายามปฏิเสธ เพราะที่เขาให้มามันก็มากอยู่แล้วแต่เขาก็ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น
“เจ๊! ไม่คิดว่าจะเจอเจ๊ที่นี่ คิดถึงเจ๊ที่สุดในสามโลกเลย มากอดหน่อย"
อ้าวไอ้หน้าหล่อนี่มันเป็นใครกัน กอดนารากลมเชียวไม่กอดเปล่าแต่มันยังหอมแก้มนาราอีก เฮ้ยไอ้นี่มันชักจะมากไปแล้ว
“จุ๊บ! จุ๊บ! รักเจ๊นะ"
"นี่ปล่อยเมียฉันได้แล้ว จะทำอะไรก็เกรงใจผัวเขาบ้าง!"
“เฮ้ย! ผัว! เจ๊อย่าบอกนะว่าเจ๊ เฮ้ยนี่มาทำงานไม่ถึงเดือนมีผัวซะแล้ว!”
"เดี๋ยวอย่าเพิ่งเข้าใจผิด"
"น้องเข้าใจถูกแล้ว นาราเป็นเมียพี่เมียที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยนะ"
"นี่ลุงหยุดพูดบ้างก็ได้ ไม่มีใครเขาหาว่าลุงเป็นใบ้หรอกนะ"
ฉันพูดอย่างหัวเสีย ถ้านาทีรู้เรื่องนี้แน่นอนแม่ต้องรู้แน่ ถ้านาทีบอกแม่ แม่เอาฉันตายแน่เลย ดีไม่ดีแม่จะมารับฉันกลับไปเฝ้าร้าน ฉันไม่ได้กลัวเรื่องเฝ้าร้านหรอกนะ แต่ฉันกลับไปนาทีก็ต้องลำบากเงินเดือนละห้าที่นาทีจะได้รับก็คงมีอันยกเลิกเป็นแน่
"แล้วแม่รู้เรื่องนี้หรือยัง เรื่องที่เจ๊มีผัวเนี่ย"
อ้าว! ..อย่าบอกนะว่าไอ้หน้าหล่อเนี่ยน้องชายของนารา
"นาราเด็กคนนี้คือน้องชายของเธอเหรอ"
"อืม..นาทีนี่.."
"พี่ชื่อภูตะวันก็อย่างที่น้องรู้พี่เป็นสามีของนารา" คือฉันยังไม่ได้พูดต่อเขาก็รีบพูดแทรกขึ้นทันทีไอ้ลุงบ้าเอ๊ย กลัวไม่ได้แนะนำตัวหรืออย่างไร
"พอเลยลุงไม่ต้องแนะนำอย่างเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้"
"อ้าว! ก็อยากเป็นทางการบ้างไม่ได้เหรอ" ฉันเหนื่อยที่จะพูดกับเขาแล้ว ฉันว่าเขาพูดมากกว่าฉันเสียอีกแต่เวลาอยู่กับคนอื่นทำเป็นเข้มนะลุง
"แล้วเรามากรุงเทพฯ นานหรือยัง แล้วพักที่ไหนกับใครพี่ขอโทษนะที่ไม่ได้โทรหา"
"ไม่เป็นไรหรอกเจ๊เพิ่งมาได้สองสามวันเอง พักที่ xxx พักอยู่กับเพื่อน เจ๊ไม่ต้องห่วงหรอก"
"แล้วเรียนทันเหรอมันไกลนะเอาอย่างนี้ มาอยู่ที่คอนโด xxx ใกล้กว่าพี่ซื้อไว้นานแล้ว เดี๋ยวยกให้เลยเตรียมเอกสารไว้เดี๋ยวโอนให้ด้วย"
"โอ้โห! ..พี่ คอนโดแถวนั้นแพงมากเลยนะ ไม่เป็นไรหรอกผมอยู่กับเพื่อนได้"
"สำหรับน้องเมียแค่นี้จิ๊บๆ อย่าเกรงใจพี่เลย"
"อย่างนี้สิพี่เขย เอาเจ๊นาราไปเลยผมยกให้"
"แกเป็นแม่ฉันเหรอ..เขาเอาของมาล่อหน่อยไม่ได้เลยนะ แล้วไม่ต้องมายกฉันให้ใครเลยไอ้น้องบ้า"
"โธ่! เจ๊ผมล้อเล่นน่า.."
“เรื่องของพี่อย่าบอกแม่นะ กลัวแม่ไม่สบายใจเดี๋ยวพี่จะบอกเอง"
"ผมว่าแม่คงสบายใจ ถ้าเจ๊มีผัวเพราะแม่ไม่คิดว่าจะมีใครมาเอาเจ๊ เพื่อนมาแล้วผมไปก่อนนะ บ๊าย บาย คนมีผัว ไปแล้วนะครับพี่เขย"
"ไอ้น้องบ้า ไอ้หมอบ้า..จะมีคนไปรักษากับแกไหมเนี่ยไอ้หมอติ๊งต๊องไปเลยนะ ตั้งใจเรียนด้วย อย่าคิดหนีเที่ยวล่ะ”
"ค้าบ.."
ผมชอบนะที่พี่น้องคู่นี้เขาพูดล้อเล่นกันไปมา มันน่ารักดีนาราชอบมองโลกในแง่ดี เพราะเธอมีภูมิคุ้มกันที่ดีในสังคมที่แย่แม่ของเธอคงเลี้ยงมาดี
"ทำไมไม่บอกแม่ล่ะเรื่องของเรา"
เรื่องของเราคำพูดของเขามันยังกำกวมสำหรับฉัน มันไม่ชัดเจน คำถามเขามันฟังดูง่าย แต่คำตอบของฉันมันยากไม่รู้จะตอบยังไงดี
ความจริงฉันจะลุกนานแล้ว หิวก็หิว แล้วกลิ่นไข่เจียวนั่นมันได้หอมตลบอบอวลไปทั่วห้อง ฉันก็แค่กลัวเสียฟอร์มก็เลยแกล้งหลับต่อ แต่เมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันก็เลยรีบลุกขึ้น แล้วหยิบจานข้าวมานั่งกินที่โซฟาก่อนที่เขาจะหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ฉันนั่งทานข้าวต่อแต่มันก็อร่อยดี หรือเป็นเพราะฉันหิวก็ไม่รู้มันเป็นไข่เจียวที่อร่อยที่สุดในโลก ที่ฉันเคยกินมาเลย ฉันรับประทานจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือข้าวสักเม็ด จากนั้นตาลุงนั่นก็เดินออกมาจากห้องน้ำ "ทานข้าวเสร็จแล้วก็วางจานไว้ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเก็บมันดึกแล้ว" ฉันไม่ได้พูดตอบอะไรเขาไป แต่ได้เดินตรงไปที่เตียง จังหวะที่ฉันกำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงทุ้มของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง "อย่าเพิ่งนอนเพิ่งทานข้าวเสร็จอาหารยังไม่ย่อยมาคุยกันก่อน" ฉันลุกนั่งพิงกับหัวเตียงอยากรู้เหมือนกันเขาจะคุยอะไรกับฉัน "อีกสองวันจะพาไปงานเลี้ยงเตรียมตัวเอาไว้" ฉันนึกว่าเขาจะพูดเรื่องวันนี้เสียอีก ไปกับคุณฟ้ามุ่ยมาทั้งวัน ทำไมไม่ชวนเขาไปก็ไม่รู้ไม่ต้องมาชวนฉันเล
พระอาทิตย์สาดแสงสีทองรับอรุณในยามเช้าของวันใหม่ ทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่ภายใต้ร่างของคนตัวโต พยายามขยับพลิกกายออก เธอเริ่มปรือตาขึ้นช้าๆ เพื่อปรับรับกับแสงที่แยงมา มือของชายหนุ่มยังคงกอดที่เอวคอดของเธอ หญิงสาวค่อยๆ จับมือเขาออก แต่ก็ช้ากว่าชายหนุ่มที่เขารู้สึกตัวก่อนหน้าแล้ว คนตัวโตคว้าตัวเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง "ลุง ปล่อยได้แล้วนาราจะเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวจะไปทำอาหารเช้าสาย" ผมไม่ได้หูฝาดใช่ไหมเธอเรียกแทนตัวเองว่านารา เธอนี่ช่างน่ารักอะไรแบบนี้ เด็กคนนี้จะทำให้ผมหลงไปถึงไหนกัน "เธอเรียกแทนตัวเองว่าอะไรนะ หูฉันไม่ได้ฝาดใช่ไหม" "ถ้าลุงไม่ชอบเดี๋ยวจะ.." "ชอบ ชอบ ชอบมากด้วย ทุกอย่างที่เป็นเธอ ฉันชอบหมดแหละ" ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรต่อเขารีบพูดแทรกขึ้นทันที ตาลุงนี่ชักจะเอาใหญ่แล้ว “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยนาราได้แล้ว เดี๋ยวจะไปทำอาหารเช้าให้ทาน""ไม่ต้องเลย แม่คำสายกับคำหล้าค
ตอนนี้ใกล้มืดแล้ว แต่สองสาวยังไม่กลับ ผมอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ถนนแถวนี้ก็เปลี่ยว ถึงแม้นับดาวจะรู้เส้นทางดีก็ตามที แต่ส่วนมากบ้านมักจะอยู่ลึกเข้าไปในไร่ จึงทำให้สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา "ตาภู แกจะเดินทำไมแม่เวียนหัว มาทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวนับดาวกับเมียแกก็กลับแกเป็นเอามากเลยนะ" "นับดาวไลน์มาบอกว่าจะแวะทานข้าวก่อนอาจจะกลับมืดสักหน่อย" "สองคนชักจะเหลวไหลใหญ่แล้ว ค่ำๆ มีแต่ผู้หญิงขับรถมันอันตราย เดี๋ยวกลับมาจะโดนไม่ใช่น้อย" "นานๆ ทีสาวๆ เขาจะได้ออกไปเที่ยว อย่าห่วงน้องหวงเมียหน่อยเลยพ่อเลี้ยง มาทานข้าวได้แล้ว" ผมไม่พูดอะไรต่อ แต่เดินไปนั่งทานข้าวตามคำบอกของน้องชาย โดยมีอาทิตย์กับแม่นั่งทานอยู่ก่อนแล้ว ใจของผมรู้สึกเป็นห่วง เพราะนาราเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ผมกลัวว่าเธอจะพลัดหลงกับนับดาว เมื่อทานข้าวเสร็จแล้วผมก็ขอตัวขึ้นห้องเลย
การเดินทางไปเชียงใหม่ครั้งนี้ คุณภูตะวันพาฉันและครอบครัวของเขานั่งเครื่องไป บรรยากาศที่ไร่ดีมาก.ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้สัมผัสกับไร่องุ่นแบบนี้ เขาแนะนำทุกคนให้ฉันรู้จัก แต่ไม่มีใครรู้ว่าฉันกับเขาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากัน ฉันเป็นคนขอเขาไว้เองกว่าจะตกลงยอมกันได้ ฉันต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย แต่เรื่องห้องนอนนี่สิฉันต้องนอนกับเขา หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เขาบอกเหตุผลสั้นๆ กลัวว่ามารดาเขาจะสงสัย "แม่คำสายเอาของพวกนี้ไปเก็บไว้ที่ห้องฉันหมดเลยนะ" "ทำไมของคุณนารา ต้องเอาไปไว้ที่ห้องพ่อเลี้ยงด้วย" "ทำตามที่ฉันบอก เอาไปเก็บได้แล้ว" "เจ้า" แม่คำสายเอาของขึ้นไปเก็บ ผมเลยเดินไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขก พวกเราเดินทางมาถึงนี่ช่วงบ่าย แม่ของผมขอตัวไปพัก สองสาวนับดาวกับนาราขอไปสำรวจไร่ ส่วนอาทิตย์แม่คำสายบอกว่าออกไปดูไร่องุ่นตั้งแต่เช้ายังไม่กลับ ---ไร่องุ่น---- “พี่สะใภ้ดู
การเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ มันทำให้ฉันคุ้นเคยกับครอบครัวของตาลุงนี่มากขึ้น คุณหญิงแม่ของเขาท่านไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อย่างน้อยท่านก็มาเยี่ยมฉันบ่อยๆ ดังเช่นในวันนี้ "เดี๋ยวแม่จะให้นับดาวเตรียมเก็บของไว้ให้ หนูนาราออกจากโรงพยาบาล เราจะเดินทางขึ้นเหนือทันที" "แม่กับน้องก็จะไปด้วยเหรอครับ" "ใช่ แม่มาคิดดูแล้ว เรามีเงินทองมากมาย แต่หาเวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันไม่ได้เลย อย่างที่ลูกเคยบอกเงินทองมากมายเหล่านั้น มันเปรียบกับชีวิตหรือความสุขของเราไม่ได้" "เย้! ดีใจจังเลย หนูคิดถึงไร่องุ่น คิดถึงสตรอว์เบอว์รี คิดถึงแปลงผัก คิดถึงอากาศดีๆ คิดถึงต้นไม้ คิดถึงพี่อาทิตย์ คิดถึงเหนือ" "ดีใจเป็นเด็กไปได้ รีบไปเตรียมของได้แล้ว นาราออกจากโรงพยาบาลจะได้เดินทางทันที" "ไปเถอะแม่ ปล่อยให้พี่ภูได้อยู่กับเมียเขาบ้าง คนแก่เห่อเมียก็อย่างนี้แหละนะ" "ไม่ต้องมาล้อพี่เลย ทีตัวเองตอนอกหักพี่ภูคะ..พี่ภูขา..น้องเสียใจจังเลยค่ะ ใครปลอบ หืม"
ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นยา หญิงสาวที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงคนไข้ค่อยๆ ปรือตาลืมขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อปรับกับแสงที่มันแยงตาเธอ ก่อนจะกระพริบขึ้นถี่ๆ เมื่อมันรู้สึกแสบที่ตา ห้องที่ไม่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวเกิดความสงสัย "นี่มันสวรรค์ชั้นเจ็ดหรือว่านรกขุมไหน ฉันตายไปแล้วเหรอเนี่ย ทำไมที่นี่มันว่างเปล่าแบบนี้ ทุกอย่างดูขาวไปหมด" ฉันพยายามจะขยับมือขยับเท้า แต่รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกุมมือของฉันไว้แน่น พร้อมทั้งซบลงไปที่ฝ่ามือของฉัน ทำไมมือของฉันถึงได้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแบบนี้ เสียงสะอื้นเบาๆ มันคุ้นหูฉันเหลือเกิน ฉันคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ฉันแน่ใจแล้วว่าคนที่กุมมือฉันเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตาลุงนั่น"ลุง..ลุง..นี่ลุง!! ขอน้ำหน่อยฉันคอให้มากเลย" อะไรของเขาเนี่ย ตั้งใจมานอนเฝ้าจังเลยนะลุง ฉันหิวน้ำจะแย่แล้วแต่ตาลุงนี่ก็ไม่ยอมตื่น ชายหนุ่มไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันสองคืน เขาตั้งใจจะงีบสักหน่อยดันหลับไปจริงๆ “นาราเธอต้อ







