Masukตอนนี้ใกล้มืดแล้ว แต่สองสาวยังไม่กลับ ผมอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ถนนแถวนี้ก็เปลี่ยว ถึงแม้นับดาวจะรู้เส้นทางดีก็ตามที แต่ส่วนมากบ้านมักจะอยู่ลึกเข้าไปในไร่ จึงทำให้สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
"ตาภู แกจะเดินทำไมแม่เวียนหัว มาทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวนับดาวกับเมียแกก็กลับแกเป็นเอามากเลยนะ"
"นับดาวไลน์มาบอกว่าจะแวะทานข้าวก่อนอาจจะกลับมืดสักหน่อย"
"สองคนชักจะเหลวไหลใหญ่แล้ว ค่ำๆ มีแต่ผู้หญิงขับรถมันอันตราย เดี๋ยวกลับมาจะโดนไม่ใช่น้อย"
"นานๆ ทีสาวๆ เขาจะได้ออกไปเที่ยว อย่าห่วงน้องหวงเมียหน่อยเลยพ่อเลี้ยง มาทานข้าวได้แล้ว" ผมไม่พูดอะไรต่อ แต่เดินไปนั่งทานข้าวตามคำบอกของน้องชาย โดยมีอาทิตย์กับแม่นั่งทานอยู่ก่อนแล้ว ใจของผมรู้สึกเป็นห่วง เพราะนาราเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ผมกลัวว่าเธอจะพลัดหลงกับนับดาว เมื่อทานข้าวเสร็จแล้วผมก็ขอตัวขึ้นห้องเลย
นับดาวพาฉันไปทานมื้อเย็น ซึ่งมีแต่เมนูอาหารเหนืออร่อยมาก น้ำพริกอ่องของโปรดฉันเลย ไหนจะขนมจีนน้ำเงี้ยวอีก ฉันกินจนพุงกางเลยทีเดียว หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็กลับมาถึงบ้านมืดค่ำ ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว ฉันค่อยๆ ย่องเปิดประตูเข้าไปมองซ้ายแลขวาปรากฏว่าตาลุงหลับเรียบร้อยแล้ว
"เฮ้อ.ค่อยยังชั่วหลับไปได้ก็ดีหลับลึกไปเลยนะลุง"
ฉันบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวพร้อมทั้งชุดมาใส่ในห้องน้ำ เพราะฉันไม่แน่ใจว่าตาลุงนั่นหลับสนิทหรือยัง ฉันอาบน้ำประมาณครึ่งชั่วโมงก็ออกมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ทาครีมก่อนเข้านอน
ฉันเดินไปหยิบหมอนในตู้มากกั้นอาณาเขต อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีกว่าไม่มีอะไรกั้น ฉันแอบชำเลืองดูตาลุงอีกครั้ง ก่อนจะแน่ใจว่าเขาหลับแล้ว จากนั้นจึงค่อยๆ โน้มตัวนอนลงที่เตียงเบาๆ โดยมีเขาอยู่อีกฟากของหมอนกั้น
ฉันนอนไม่หลับพลิกไปมาหลายรอบ ฉันรู้สึกรำคาญและอึดอัดกับบราที่สวมใส่ แน่นอนปกติเวลานอนฉันไม่ชอบใส่มันและผู้หญิงส่วนมากก็คงเป็นเหมือนกัน เฮ้อ ฉันถอนหายใจอย่างแรง เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องเผชิญไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน
เสียงเธอถอนหายใจแรงๆ ออกมา จนทำให้ผมแอบยกฉีกที่มุมปาก ก่อนจะหยิบหมอนโยนลงไปที่พื้นทีละใบ
"เฮ้ย! ..ลุงทำอะไรเนี่ยหยุดเลยนะ!" ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้น เพื่อลงไปหยิบหมอนขึ้นมา แต่ถูกเขารั้งร่างอรชรอย่างแรง จนตอนนี้ฉันตกอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขาไปแล้ว
"เธอคิดว่าหมอนพวกนี้ จะทำอะไรฉันได้เหรอ ยังไม่ได้ทำโทษเลยนะ ทำไมกลับดึกแบบนี้! รู้ไหมว่ามันอันตราย"
"นี่ลุง! ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะที่ลุงจะได้มาทำโทษ" ฉันพูดพร้อมกับพยายามเอามือดันอกเขาเอาไว้ แต่เขายิ่งกอดรัดฉันแน่นขึ้น
"ใครว่าฉันจะทำโทษเธอแบบนั้น ฉันจะทำโทษเธอในแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกันต่างหาก"
เขาพูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างไหม ตอนนี้ใจฉันมันเต้นระรัว ราวกับกำลังซ้อมเต้นในผับในบาร์ยังไงอย่างนั้น
"ปล่อย ฉันไม่อยากใช้อ้อมกอดร่วมกับใคร"
นาราจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าคำพูดของเธอ บ่งบอกถึงการหวงแหน ซึ่งทำให้ผมแอบฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง เธอพูดเหมือนกับว่าเธอกำลังหึงผมอยู่
"อย่าบอกนะว่าเธอหึงฉันกับฟ้ามุ่ย ฉันไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับฟ้ามุ่ย" ผมพูดขณะที่เธออยู่ในอ้อมกอดของผม เธอใช้อุ้งมือเล็กๆ นั่นพยายามดันอกผมไว้ ยิ่งเธอทำแบบนี้ผมยิ่งชอบในความน่ารักของเธอ ไม่รู้ว่าผมหลงใหลนารานานแค่ไหน ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
"ก็เห็นกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันยังกับงู แถมยังทำอะไรน่าเกลียดอีก ถ้าจะจูบกันขนาดนั้น ก็หาที่ลับตาคนหน่อยสิ" ผมว่าแล้วเชียวถ้ามองจากมุมนั้นก็จะเห็นในแบบที่เธอพูด
"จูบที่ไหนกันล่ะถ้าจูบมันต้องแบบนี้" แล้วผมก็โน้มลงไปจูบเธอ ผมแนบริมฝีปากลงไปช้าๆ เพื่อให้เธอรู้สึกได้ถึงความอ่อนละมุน ก่อนจะสอดปลายลิ้นหนาเข้าไปแตะกระหวัดพัวพัวกับลิ้นเรียวเล็ก เพื่อชิมรสชาติอันแสนหวาน ผ่านเข้ามาที่ปลายลิ้น ผมแทบจะทนไม่ได้กับสัมผัสนี้ ซึ่งมันช่างหอมหวาน เป็นสัมผัสที่เธอเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน ผมค่อยๆ บรรเลงลิ้นลงไปในโพรงปากของเธออีกครั้ง มือเล็กที่เคยขัดขืนค่อยๆ ปล่อยวางลงช้าๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง
เมื่อเขาปะทะริมฝีปากลงบนปากเรียวของฉัน ฉันรับรู้ได้ถึงรสลิ้นของเขา รสพิศวาสนี้ฉันเก็บมันเอาไว้ให้กับชายที่ฉันรักเพียงคนเดียว ซึ่งเวลานี้ก็คือเขาชายที่อยู่ตรงหน้าตาลุงคนนี้ ฉันหลับตาลงเพื่อลิ้มรสชาตินั้นอย่างเต็มใจ สุดที่จะทัดทานกับสัมผัสของเขาได้
ในขณะที่ร่างกายของฉันเริ่มจะอ่อนระทวย ความรู้สึกของฉันมันกำลังจะก่อตัว สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่คือร่างกายของฉันกำลังแนบชิดกับชายที่อยู่ตรงหน้า ฉันได้สติพยายามผลักเขาออก แต่ยิ่งผลักเขากลับบรรเลงจูบนั่นแรงขึ้นอีก ฉันใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกอย่างแรง เพื่อเรียกสติ กับสิ่งที่เขาทำมันนอกเหนือจากภรรยาในทะเบียนที่ตกลงกันเอาไว้
ผมถอนจูบออกจากเธอ สิ่งที่ผมทำลงไปมันไม่ใช่ความใคร่แต่มันคือความรัก ความรักทั้งหมดที่ผมมีให้กับเธอผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว
"ฉันขอโทษที่ล่วงเกินเธอ แต่สิ่งที่ฉันทำฉันทำออกมาจากใจ ใจฉันมันเรียกร้องไห้ทำ ถ้าฉันจะบอกว่าฉันชอบเธอนะนารา ถ้าเธอยังไม่มีใครเรามาคบกันไหม"
ฉันรีบนอนพลิกตัวตะแคงหันข้างหน้าชนฝา ฉันอายเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา แถมเขายังสารภาพว่าชอบฉันอีก เวลานี้ใจของฉันมันเต้นแรง ราวกับว่ามันจะกระเด็นออกจากอกข้างซ้ายฉันให้ได้
"หันหน้ามานารา.หันหน้ามาคุยกันก่อน"
"พูดมาฉันฟังอยู่ใกล้แค่นี้ ลุงพูดอะไรฉันได้ยินหมดแหละ"
"มันไม่เหมือนกัน เวลาพูดต้องมองหน้าและสบตากัน เขาถึงจะเรียกว่าคุยกัน ถ้าเธอยังนอนหันหน้าชนฝาแบบนี้ ฉันคิดว่าตัวเองกำลังพูดกับโต๊ะเครื่องแป้ง เตียงนอน อากาศมากกว่า"
เขาไม่พูดเปล่าแต่จับฉันพลิกตะแคงข้างเข้าหาเขา ทำให้ฉันยิ่งเขินอายขึ้น เมื่อมองหน้าเขาในระยะกระชั้นชิดแบบนี้
"มีอะไรก็พูดมาฉันง่วงจะแย่แล้วตาจะหลับแล้วเนี่ย" ฉันรีบพูดขึ้นพร้อมกับกัดริมฝีปากล่างตัวเองเบาๆ มันยิ่งทำให้ฉันเขิน เมื่อนึกถึงสัมผัสนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
"สรุปเราคบกันแล้วนะ ฉันจะพยายามห้ามใจไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก นอกจาก.."
"นอกจากอะไร! " ฉันรีบพูดแทรกขึ้น ถ้าเขาทำแบบนั้นอีกฉันต้องแย่แน่ๆ ฉันกลัวใจตัวเองจะเผลอไปกับสัมผัสนั่นอีก
"นอกจากเธอจะยินยอมและเต็มใจ พร้อมที่จะเป็นภรรยาฉันอย่างสมบูรณ์"
"ไม่มีทางผู้หญิงลุงเยอะจะตาย ฉันสู้รบปรบมือไม่ไหวหรอก"
"ถ้าเธอพร้อมเมื่อไหร่ ฉันจะประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้เลยว่าเธอคือเมียฉัน เมียคนเดียวของฉัน จะไม่มีใครมายุ่งกับฉันไง อีกอย่างฉันก็ไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงคนไหนเลย มีแต่เธอนั่นแหละที่ฉันยุ่ง ยัยจอมจุ้น!"
"ไม่ต้องพูดเลยนอนได้แล้วหลับตาไปเลยนะ ฉันจะนอนแล้วก็ห้ามกวนด้วย"
เขาเอามือมาโอบที่เอวคอดฉัน แล้วยังดันหัวฉันเข้าไปซบที่อกกว้าง ตอนนี้สภาพของฉันคือนอนเอาหัวหนุนแขนเขาอยู่แล้วยังนอนอยู่ภายในอ้อมกอดของเขาด้วย
"นอนแบบนี้แหละขอกอดหน่อยนะ..นะ..นะ..นอนได้แล้วกู๊ดไนท์"
จุ๊บ! เขาขี้อ้อนขึ้นมาทันทีและไม่พูดเปล่า แต่ยังก้มลงมาจุมพิตที่หน้าผากของฉันอีกด้วย การที่ฉันไม่ตอบหรือปฏิเสธ มันคือการตกลงคบกับเขาใช่ไหม
วันนี้เดินทางมาเหนื่อยแถมยังเดินดูไร่และตลาดอีก ฉันเผลอหลับไปในอ้อมกอดของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือมันอบอุ่นและปลอดภัยที่มีเขาอยู่ข้างกายแบบนี้
ความจริงฉันจะลุกนานแล้ว หิวก็หิว แล้วกลิ่นไข่เจียวนั่นมันได้หอมตลบอบอวลไปทั่วห้อง ฉันก็แค่กลัวเสียฟอร์มก็เลยแกล้งหลับต่อ แต่เมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันก็เลยรีบลุกขึ้น แล้วหยิบจานข้าวมานั่งกินที่โซฟาก่อนที่เขาจะหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ฉันนั่งทานข้าวต่อแต่มันก็อร่อยดี หรือเป็นเพราะฉันหิวก็ไม่รู้มันเป็นไข่เจียวที่อร่อยที่สุดในโลก ที่ฉันเคยกินมาเลย ฉันรับประทานจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือข้าวสักเม็ด จากนั้นตาลุงนั่นก็เดินออกมาจากห้องน้ำ "ทานข้าวเสร็จแล้วก็วางจานไว้ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเก็บมันดึกแล้ว" ฉันไม่ได้พูดตอบอะไรเขาไป แต่ได้เดินตรงไปที่เตียง จังหวะที่ฉันกำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงทุ้มของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง "อย่าเพิ่งนอนเพิ่งทานข้าวเสร็จอาหารยังไม่ย่อยมาคุยกันก่อน" ฉันลุกนั่งพิงกับหัวเตียงอยากรู้เหมือนกันเขาจะคุยอะไรกับฉัน "อีกสองวันจะพาไปงานเลี้ยงเตรียมตัวเอาไว้" ฉันนึกว่าเขาจะพูดเรื่องวันนี้เสียอีก ไปกับคุณฟ้ามุ่ยมาทั้งวัน ทำไมไม่ชวนเขาไปก็ไม่รู้ไม่ต้องมาชวนฉันเล
พระอาทิตย์สาดแสงสีทองรับอรุณในยามเช้าของวันใหม่ ทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่ภายใต้ร่างของคนตัวโต พยายามขยับพลิกกายออก เธอเริ่มปรือตาขึ้นช้าๆ เพื่อปรับรับกับแสงที่แยงมา มือของชายหนุ่มยังคงกอดที่เอวคอดของเธอ หญิงสาวค่อยๆ จับมือเขาออก แต่ก็ช้ากว่าชายหนุ่มที่เขารู้สึกตัวก่อนหน้าแล้ว คนตัวโตคว้าตัวเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง "ลุง ปล่อยได้แล้วนาราจะเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวจะไปทำอาหารเช้าสาย" ผมไม่ได้หูฝาดใช่ไหมเธอเรียกแทนตัวเองว่านารา เธอนี่ช่างน่ารักอะไรแบบนี้ เด็กคนนี้จะทำให้ผมหลงไปถึงไหนกัน "เธอเรียกแทนตัวเองว่าอะไรนะ หูฉันไม่ได้ฝาดใช่ไหม" "ถ้าลุงไม่ชอบเดี๋ยวจะ.." "ชอบ ชอบ ชอบมากด้วย ทุกอย่างที่เป็นเธอ ฉันชอบหมดแหละ" ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรต่อเขารีบพูดแทรกขึ้นทันที ตาลุงนี่ชักจะเอาใหญ่แล้ว “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยนาราได้แล้ว เดี๋ยวจะไปทำอาหารเช้าให้ทาน""ไม่ต้องเลย แม่คำสายกับคำหล้าค
ตอนนี้ใกล้มืดแล้ว แต่สองสาวยังไม่กลับ ผมอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ถนนแถวนี้ก็เปลี่ยว ถึงแม้นับดาวจะรู้เส้นทางดีก็ตามที แต่ส่วนมากบ้านมักจะอยู่ลึกเข้าไปในไร่ จึงทำให้สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา "ตาภู แกจะเดินทำไมแม่เวียนหัว มาทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวนับดาวกับเมียแกก็กลับแกเป็นเอามากเลยนะ" "นับดาวไลน์มาบอกว่าจะแวะทานข้าวก่อนอาจจะกลับมืดสักหน่อย" "สองคนชักจะเหลวไหลใหญ่แล้ว ค่ำๆ มีแต่ผู้หญิงขับรถมันอันตราย เดี๋ยวกลับมาจะโดนไม่ใช่น้อย" "นานๆ ทีสาวๆ เขาจะได้ออกไปเที่ยว อย่าห่วงน้องหวงเมียหน่อยเลยพ่อเลี้ยง มาทานข้าวได้แล้ว" ผมไม่พูดอะไรต่อ แต่เดินไปนั่งทานข้าวตามคำบอกของน้องชาย โดยมีอาทิตย์กับแม่นั่งทานอยู่ก่อนแล้ว ใจของผมรู้สึกเป็นห่วง เพราะนาราเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ผมกลัวว่าเธอจะพลัดหลงกับนับดาว เมื่อทานข้าวเสร็จแล้วผมก็ขอตัวขึ้นห้องเลย
การเดินทางไปเชียงใหม่ครั้งนี้ คุณภูตะวันพาฉันและครอบครัวของเขานั่งเครื่องไป บรรยากาศที่ไร่ดีมาก.ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้สัมผัสกับไร่องุ่นแบบนี้ เขาแนะนำทุกคนให้ฉันรู้จัก แต่ไม่มีใครรู้ว่าฉันกับเขาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากัน ฉันเป็นคนขอเขาไว้เองกว่าจะตกลงยอมกันได้ ฉันต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย แต่เรื่องห้องนอนนี่สิฉันต้องนอนกับเขา หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เขาบอกเหตุผลสั้นๆ กลัวว่ามารดาเขาจะสงสัย "แม่คำสายเอาของพวกนี้ไปเก็บไว้ที่ห้องฉันหมดเลยนะ" "ทำไมของคุณนารา ต้องเอาไปไว้ที่ห้องพ่อเลี้ยงด้วย" "ทำตามที่ฉันบอก เอาไปเก็บได้แล้ว" "เจ้า" แม่คำสายเอาของขึ้นไปเก็บ ผมเลยเดินไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขก พวกเราเดินทางมาถึงนี่ช่วงบ่าย แม่ของผมขอตัวไปพัก สองสาวนับดาวกับนาราขอไปสำรวจไร่ ส่วนอาทิตย์แม่คำสายบอกว่าออกไปดูไร่องุ่นตั้งแต่เช้ายังไม่กลับ ---ไร่องุ่น---- “พี่สะใภ้ดู
การเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ มันทำให้ฉันคุ้นเคยกับครอบครัวของตาลุงนี่มากขึ้น คุณหญิงแม่ของเขาท่านไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อย่างน้อยท่านก็มาเยี่ยมฉันบ่อยๆ ดังเช่นในวันนี้ "เดี๋ยวแม่จะให้นับดาวเตรียมเก็บของไว้ให้ หนูนาราออกจากโรงพยาบาล เราจะเดินทางขึ้นเหนือทันที" "แม่กับน้องก็จะไปด้วยเหรอครับ" "ใช่ แม่มาคิดดูแล้ว เรามีเงินทองมากมาย แต่หาเวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันไม่ได้เลย อย่างที่ลูกเคยบอกเงินทองมากมายเหล่านั้น มันเปรียบกับชีวิตหรือความสุขของเราไม่ได้" "เย้! ดีใจจังเลย หนูคิดถึงไร่องุ่น คิดถึงสตรอว์เบอว์รี คิดถึงแปลงผัก คิดถึงอากาศดีๆ คิดถึงต้นไม้ คิดถึงพี่อาทิตย์ คิดถึงเหนือ" "ดีใจเป็นเด็กไปได้ รีบไปเตรียมของได้แล้ว นาราออกจากโรงพยาบาลจะได้เดินทางทันที" "ไปเถอะแม่ ปล่อยให้พี่ภูได้อยู่กับเมียเขาบ้าง คนแก่เห่อเมียก็อย่างนี้แหละนะ" "ไม่ต้องมาล้อพี่เลย ทีตัวเองตอนอกหักพี่ภูคะ..พี่ภูขา..น้องเสียใจจังเลยค่ะ ใครปลอบ หืม"
ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นยา หญิงสาวที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงคนไข้ค่อยๆ ปรือตาลืมขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อปรับกับแสงที่มันแยงตาเธอ ก่อนจะกระพริบขึ้นถี่ๆ เมื่อมันรู้สึกแสบที่ตา ห้องที่ไม่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวเกิดความสงสัย "นี่มันสวรรค์ชั้นเจ็ดหรือว่านรกขุมไหน ฉันตายไปแล้วเหรอเนี่ย ทำไมที่นี่มันว่างเปล่าแบบนี้ ทุกอย่างดูขาวไปหมด" ฉันพยายามจะขยับมือขยับเท้า แต่รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกุมมือของฉันไว้แน่น พร้อมทั้งซบลงไปที่ฝ่ามือของฉัน ทำไมมือของฉันถึงได้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแบบนี้ เสียงสะอื้นเบาๆ มันคุ้นหูฉันเหลือเกิน ฉันคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ฉันแน่ใจแล้วว่าคนที่กุมมือฉันเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตาลุงนั่น"ลุง..ลุง..นี่ลุง!! ขอน้ำหน่อยฉันคอให้มากเลย" อะไรของเขาเนี่ย ตั้งใจมานอนเฝ้าจังเลยนะลุง ฉันหิวน้ำจะแย่แล้วแต่ตาลุงนี่ก็ไม่ยอมตื่น ชายหนุ่มไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันสองคืน เขาตั้งใจจะงีบสักหน่อยดันหลับไปจริงๆ “นาราเธอต้อ







