MasukCherry Pub
เจ้าของร่างสูงเดินผ่านบอดีการ์ดตรวจบัตรเข้ามาภายในผับอย่างคุ้นเคย ดนตรีที่เปิดในร้านวันนี้ยังสนุกไม่เปลี่ยน ดีเจคนใหม่ของร้านก็สวยเด็ด แถมยังผมยาวมากพอจะมัดใจเขาได้ ทว่าวันนี้ไม่ใช่วันสนุก พรุ่งนี้เขาต้องไปทำงานแต่เช้า เห็นแบบนี้เขาเองก็เป็นพวกแยกแยะได้ ไม่ดื่มไม่เมาวันปกติ จัดหนักๆ ทีเดียววันหยุดให้มีแรงไปทำงานต่อในเช้าวันจันทร์ จะสันดานเสียหน่อยก็คือเรื่องเงิน มีบัญชีก็เหมือนบัญชีม้า เงินเดือนวิ่งเข้าทุกสิ้นเดือนเกือบสองแสน ใช้หมดตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางเดือน “เฮ้ย! เรนนี่เพื่อนรัก~!” คนที่เรียกไม่ใช่ใครที่ไหน เบนซ์เองก็เป็นขาประจำของที่นี่ วสันต์ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพื่อนเอาเรี่ยวแรงจากไหนไปทำงานทุกเช้า “เออ วันนี้กูไม่ได้มาดื่มนะ” เขาออกตัวพร้อมพุ่งเป้าไปยังจุดแคชเชียร์ ที่มาวันนี้เพราะมาตามเงินคืน ส่วนเพื่อนก็เดินตามหลังมาเงียบๆ ด้วยความอยากรู้ “สวัสดีค่ะแยมมี่” เสียงทุ้มคุยคะขากับแคชเชียร์สาวอย่างสนิทสนม ไม่ลืมที่จะชมเธอให้ดีใจเล่นเป็นการเปิดทาง “ตัดหน้าม้ามาเหรอ เรนนี่บอกแล้วว่าหน้าม้ามันเข้ากับแยมมี่ที่สุด” “อุ๊ย! คุณเรนนี่อะ” สาวน้อยน่ารักบิดตัวเขินอายกับคำชม เม้มปากกลั้นยิ้มก่อนจะถามเข้าประเด็น “แล้วมาหาวันนี้มีอะไรให้แยมมี่รับใช้คะ” “อืม วันก่อนเรนนี่มานั่งที่ร้าน แล้วคิดว่าร้านน่าจะคิดเงินผิดน่ะ... เอ่อ เรนนี่ไม่ได้ว่าแยมมี่นะ หมายถึงเครื่องคิดเงินอาจจะรวน” วสันต์รีบพูดเมื่อเห็นว่าสาวแคชเชียร์ทำหน้าตาตกใจ เมื่อลูกค้าอย่างเขามาบอกว่ามีการคิดเงินผิด มือหนาล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องสีดำของตนเองออกมา เปิดข้อความที่ส่งมาจากบัตรวางลงบนเคาน์เตอร์ให้เธอดู “เนี่ย ปกติเรนนี่รูดไม่เกินห้าหมื่น แยมมี่จำได้ใช่ไหมคะ?” น้ำเสียงออดอ้อนในตอนท้ายเรียกรอยยิ้มเขินจากสาวน้อยอายุน้อยกว่า เธอพยักหน้าหงึกหงักคล้อยตามราวกับถูกมนตร์สะกด “จริงด้วยค่ะ แต่แยมมี่จำไม่ได้ว่ารายการวันนั้นมีอะไรบ้าง แถมบิลค่าใช้จ่ายของวันนั้นแยมมี่ส่งให้เจ๊หมดแล้ว” น้ำเสียงเศร้าสร้อยของแคชเชียร์สาวเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดที่ช่วยเหลือเขาไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโทนสดใสให้ความหวังเมื่อเห็นฝ่ายชายแสดงออกเช่นเดียวกัน “คุณเรนนี่รอเจ๊ริต้าเข้าร้านสักครู่ได้ไหมคะ วันนี้เจ๊น่าจะมาประมาณสามทุ่ม” ริต้า? วสันต์เลิกคิ้วนึกชื่อเจ้าของร้านที่ตนเองเคยได้ยินผ่านๆ ในหัว เขาจำได้ว่าเจ้าของเชอร์รี่เป็นผู้หญิงที่คนต่างเรียกเธอว่าเจ๊ ไม่ว่าจะคนตรวจบัตรอายุสี่สิบ หรือแม้แต่แคชเชียร์สาวอายุยี่สิบต้นๆ อายุอานามของ 'เจ๊' ไม่เคยเปิดเผย แต่วสันต์เคยนั่งเดาในวงเหล้ากับเพื่อนว่า คนที่คุมร้านใหญ่ในเขตเศรษฐกิจได้ขนาดนี้ หากไม่ใช่พวกจีนเทาก็คงเป็นเมียผู้กำกับสถานีตำรวจไหนสักแห่ง “ปกติเจ๊ริต้าไม่เข้าร้านเหรอ? เรนนี่มาที่นี่ตั้งหลายปีไม่เคยเจอเจ๊เลย” “ปกติเจ๊พักอยู่ชั้นบนของร้านเนี่ยแหละค่ะ พอดีเมื่อวานมีธุระส่วนตัว ไม่ได้เข้าร้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” แยมมี่เล่าให้ฟังหมดเปลือก เธอเองก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้หญิงที่หลงคารมและความหน้าใหญ่ใจกว้างของเขา วสันต์จำได้ว่าเธอให้ติ๊บไปหนึ่งพันตอนเมา คงสร้างความประทับใจเอาไว้ตั้งแต่ตอนนั้น “อืม งั้นเรนนี่ไปนั่งรอที่บาร์ ถ้าเจ๊มาฝากเดินไปบอกหน่อยนะ” ธนบัตรสีม่วงถูกยื่นเป็นค่าแรงเล็กๆ น้อยๆ แม้จะรู้สึกเสียดายเงินแค่ไหน แต่จะยอมให้เอาไปนินทาลับหลังไม่ได้ ว่าคนอย่างเรนนี่ใช้งานคนแล้วไม่ให้เงิน ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ “ได้เลยค่ะ!” แยมมี่รับเงินแล้วรีบเหน็บเข้าร่องอก ถึงจะเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้เป็นคนเหน็บด้วยตนเอง แต่รองประธานหนุ่มก็เลือกที่จะยิ้มหวานแล้วเดินไปนั่งที่บาร์กับเพื่อน ทันทีที่วสันต์เดินไปนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ออนเดอะร็อคสูตรเดิมก็ถูกบาร์เทนเดอร์วางลงตรงหน้าอย่างรู้ใจกัน คนตัวสูงไม่ลืมที่จะเอ่ยถามเพื่อนเอาข้อมูลเพื่อความชัวร์ “วันนั้น นอกจากขาประจำเรา มีใครมาเพิ่มหรือเปล่า” “เหมือนจะมีนะ เพื่อนของไอ้เจย์ที่มาจากจีนมั้ง เห็นมันคุยจีนกันช้งเช้งกันเสียงดังทั้งงาน” ว่าแล้วเชียว... รองประธานหนุ่มคิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ว่านั่นคือสาเหตุของค่าเครื่องดื่มที่แพงขึ้นมาเกือบเท่าตัว “เพื่อนมีอะไรหรือเปล่า?” เบนซ์เอ่ยถามคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยความห่วงใย “ไม่มีอะไร แค่วันนั้นกูโดนไปเจ็ดหมื่นกว่า เลยตามมาเคลียร์กับร้านเพราะอาจจะคิดเงินกูผิด” “อ้อ...” เบนซ์ได้ยินแล้วเงียบไป แต่เพราะเป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงของดีเจสาวคนใหม่ดังขึ้นเรียกความสนใจ วสันต์จึงหันไปมองที่เวทีครู่หนึ่งจึงไม่ทันสังเกตสีหน้านั้น เอวยี่สิบหก อกสามสิบสี่ ถือว่ามีน้ำมีนวลกว่าแคนดี้ แม้หน้าอกหน้าใจจะเล็กกว่าแต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าของแท้แม่ให้มา เจ๊ริต้าแม่งตาถึง ดีเจมีแต่คนแจ่มๆ ก้านนิ้วหนากระดิกเรียกบาร์เทนเดอร์ประจำร้านมาหา เอ่ยถามด้วยประโยคประจำที่มักจะทำเวลาเจอสาวถูกใจ “ดีเจบนเวทีชอบดื่มอะไร?” “อ่า... น้องป๊อปปี้เพิ่งมาทำงานที่ร้านวันนี้วันแรกครับ” เป้าหมายไม่มีข้อมูลไม่ใช่ปัญหา คนเจนสนามหันกลับไปบนเวทีมองหาแก้วเครื่องดื่มที่อยู่ใกล้ตัวดีเจสาวมากที่สุด จากนั้นจึงหันกลับมาคุยกับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม “เซ็กซ์ ออน เดอะ บีช เอาไปส่งแล้วบอกว่าผมเลี้ยง” ริมฝีปากกระจับเอ่ยชื่อเครื่องดื่มอย่างมั่นใจ จากนั้นก็แค่รอบริกรนำเครื่องดื่มไปเสิร์ฟบนเวทีให้เป้าหมาย สายตาของดีเจสาวหันมามองเขาก่อนจะยกเครื่องดื่มที่เพิ่งสั่งไปกลืนลงคอรวดเดียวหมด ตามด้วยการแลบลิ้นเลียริมฝีปากท้าทาย รอให้เสร็จธุระก่อน เจอแน่! “คุณเรนนี่คะ เจ๊ให้ไปพบที่ห้องทำงานค่ะ” จังหวะเหมาะเหม็งกว่านี้ไม่มีแล้ว แยมมี่เดินมาตามเขาพร้อมเดินนำขึ้นไปบริเวณชั้นสามของร้าน บันไดชั้นสองและชั้นสามมีการ์ดสองคนคอยดูแลไม่ให้ลูกค้าแอบขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมชั้นนี้ยังถูกออกแบบให้ดูดซับเสียงจนเสียงดีเจเปิดแผ่นดังขึ้นมาไม่ถึง โคตรประทับใจคนออกแบบ สามร้อยไอคิวฉิบหาย ก๊อกๆ “เจ๊คะ คุณเรนนี่มาแล้วค่ะ” แยมมี่ยืนรอเสียงอนุญาตจากคนที่อยู่ข้างในครู่หนึ่ง จนแล้วจนรอดก็ไร้การตอบกลับ จึงถือวิสาสะผลักประตูเข้าไป วสันต์มองตามการกระทำของแคชเชียร์สาวเห็นว่าเธอมองไปยังประตูซึ่งคาดว่าเป็นห้องน้ำ จากนั้นจึงเดินนำร่างสูงไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน “เจ๊น่าจะกำลังเข้าห้องน้ำ คุณเรนนี่รอสักครู่นะคะ แยมมี่ต้องรีบลงไปเฝ้าแคชเชียร์ ทิ้งให้การ์ดดูแลนานไม่ได้” “ขอบคุณค่ะ คนสวย” รองประธานหนุ่มส่งยิ้มพร้อมพยักหน้าอย่างว่าง่าย หลังแยมมี่ออกไปจากห้องจึงหยิบโทรศัพท์มาไถฟีดฆ่าเวลา แกรก~ เสียงเปิดประตูห้องน้ำด้านหลังดังขึ้นแต่เขาไม่สนใจหันไปมอง เพราะกำลังดูไลฟ์สดสาวจีนหุ่นสวยในแอปพลิเคชันดังและกดส่งสติกเกอร์เป็นของขวัญให้ “คุณมีอะไรจะคุยกับฉันคะ?”วันนี้เฌอริตามีกำหนดการเข้าบริษัทเนื่องจากมีการปรับผังที่นั่งใหม่หลายแผนก หลายเดือนก่อนเธอไปที่บริษัทของครอบครัวสามี เห็นที่นั่งของแต่ละแผนกถูกจัดสรรให้พนักงานที่ต้องทำงานร่วมกับแผนกใกล้เคียงกันสามารถประสานงานได้สะดวกขึ้น จึงนำมาปรับใช้กับบริษัทตนเองเจ้าของใบหน้าหวานก้มๆ เงยๆ บริเวณโต๊ะทำงานใหม่ของพนักงานเป็นพักๆ เมื่อช่วยจัดการจัดโต๊ะทำงานใหม่เสร็จเรียบร้อย จึงเดินไปดูลูกน้องคนอื่นๆ ของตนเอง เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย“เรียบร้อยดีไหมคะ” เจ้าของบริษัทสาวเอ่ยถามความเห็นลูกน้อง หลังจากเห็นว่าพนักงานกำลังง่วนอยู่กับการจัดโต๊ะ“เรียบร้อยดีค่ะคุณริต้า ได้คอมใหม่เครื่องแรงแบบนี้ พวกเราทำกราฟิกกันแบบสู้ตายแน่นอน” พนักงานสาวพูดกับเจ้านายพลางใช้นิ้วเคาะคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เล่นอย่างพึงพอใจ“จริงค่ะ ผังใหม่ทำให้แอร์ที่นี่ก็เย็นฉ่ำปอดกว่าเดิม หนูพร้อมทำโอทียันเช้า” เสียงของพนักงานอีกคนตอบกลับมา พร้อมกับทำท่าทางอ้าแขน กางขารับความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเฌอริตาหลุดหัวเราะกับท่าทางทะเล้นของลูกน้อง ไม่คิดว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หากมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนจะส่งผลดีต่อระบบการทำงานขนาดนี้“ลงโอท
หลายเดือนต่อมาทันทีที่วาสิตาอายุครบหนึ่งขวบ อากงกับอาม่าก็รีบมาขอหลานไปนอนค้างที่บ้านด้วยกันตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เด็กน้อยที่ปกติจะว่านอนสอนง่ายของพ่อกับแม่ วันนี้กลับแสดงท่าทีงอแง ไม่อยากจากบ้านไปไหนถึงขั้นแอบหนีไปซ่อนตัวในห้องน้ำ ลำบากถึงเฌอริตาและวสันต์ต้องมาเคาะประตูเรียกลูกสาวให้ออกมาคุยกันแต่โดยดีวสันต์รู้ว่าลูกรักตนเองมาก เนื่องจากภรรยาเป็นคนค่อนข้างเข้มงวด ในขณะที่เขาตามใจลูกสาวแทบทุกอย่าง สามีหนุ่มจึงอาสาพูดกับลูกสาวเอง“วาวาน้อย~ ได้ยินเสียงป๊าไหมคะ?”“ดะ ได้จิน!”“ไม่อยากไปนอนค้างกับอาม่าเหรอ? บ้านอาม่ามีเจ๊รินด้วยนะ” คุณพ่อยังหนุ่มเอาชื่อลูกสาวของพี่ชายคนโตมาหลอกล่อ รู้ดีว่ายัยตัวเล็กทั้งรักทั้งหลงลูกพี่ลูกน้องตนเองมาก“มะ ม่าย~”เสียงของลูกปฏิเสธไม่เต็มเสียงนัก คนเป็นพ่อจึงรู้ว่ายังพอมีหวัง สามีหนุ่มหันไปขอคำปรึกษาจากภรรยา หาสาเหตุที่ลูกไม่ยอมไปค้างบ้านปู่กับย่า“ทำไมลูกไม่อยากไปค้างบ้านพ่อกับแม่นะ”เฌอริตามองหน้าพ่อแม่สามีด้วยความเกรงใจ หลุบตานึกถึงสาเหตุแบบเด็กๆ ที่ทำให้ลูกคิดว่าตัวเองต้องอยู่ที่นี่เท่านั้น“บางทีลูกอาจจะติดน้องเน่า”คนเป็นสามีดีดนิ้วดัง 'เป๊าะ!' ค
หลายเดือนต่อมาเฌอริตาลืมตาตื่นขึ้นมาในบ่ายวันหนึ่ง เมื่อคืนวาสิตามีไข้จนร้องไห้โยเยไม่ยอมนอน กว่าเธอและวสันต์จะกล่อมลูกให้หลับลงได้น้ำนมก็แทบหมดเต้า เช้านี้หลังจากตื่นขึ้นมาให้นมลูกและพายัยตัวเล็กเดินเล่นรอบบ้านจนหนำใจ เฌอริตาจึงสลบไสลพร้อมกับลูกสาวจนบ่ายคุณแม่คนสวยเดินลงมาหาลูกสาวชั้นล่าง เนื่องจากเดินไปหาลูกที่เปลนอนแล้วพบเพียงความว่างเปล่า นั่นแปลว่าคนเป็นพ่อคงพาลูกสาวลงมาเล่นชั้นล่างก่อนแล้วแต่กลับไม่เจอทั้งสามีและลูก...“พี่น้อย เรนนี่กับวาวาอยู่ไหนคะ?” เธอเดินไปถึงในครัวเพื่อถามเอาคำตอบกับแม่บ้าน“ขับรถออกไปข้างนอกตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ”เฌอริตาเลิกคิ้วสูง รู้สึกงุนงงที่จู่ๆ สามีพาลูกสาวออกไปข้างนอกโดยไม่ได้ปลุกเธอให้ไปด้วยกัน“คุณเรนนี่ฝากบอกว่า ห้ามอาเจ๊ขางอนนะคะ เพราะเรนนี่ปลุกแล้วแต่อาเจ๊ขาไม่ตื่นเอง” ประโยคหลังแม่บ้านวัยกลางคนใส่จริตจีบปากจีบคอพูดราวกับสามีเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเฌอริตาจึงส่ายหน้าเอือม ก่อนจะเดินกลับขึ้นมาที่ห้องนอน กดโทรออกหาเขาด้วยตนเอง'ตื๊ดดด...' (คนสวยขาตื่นแล้ว~) น้ำเสียงล้อเลียนของสามีดังลอดมาจากปลายสาย ไม่ทันที่เฌอริตาจะถามว่าเขาพาลูกออกไปไหน หญิ
สองปีต่อมา สนามบินสุวรรณภูมิร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมูยืนรอรับสัมภาระของตนเองบริเวณจุดรับกระเป๋าภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า ด้วยความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรกับท่ายืนดูภูมิฐานสง่างาม ทำให้เป็นที่สะดุดตาแก่บรรดาลูกเรือสาวที่เครื่องเพิ่งแลนด์ดิ้งลงบนภาคพื้นดินได้ไม่ยากวสันต์มองแค่หางตา ก็รู้ว่ากำลังมีกลุ่มแอร์โฮสเตสสาวจากสายการบินที่ตนเองใช้เดินทางกลับมาประเทศกำลังมองมายังเขา และดูเหมือนพวกเธอกำลังเชียร์เพื่อนที่ตัวเล็กและดูน่ารักที่สุดในกลุ่มให้เข้ามาทำความรู้จักตนเอง'ตึกๆ ตึกๆ'เสียงรองเท้าหุ้มส้นสีดำค่อยๆ ดังเข้ามาใกล้ตนเองเรื่อยๆ และเป็นจังหวะเดียวกันกับสัมภาระที่รอคอยถูกสายพานลำเลียงมาถึงจุดที่ยืนอยู่ รองประธานหนุ่มจึงหันไปสนใจกระเป๋าล้อลากของตนเองพร้อมกับยกมันลงมาวางบนพื้น“สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงหวานฉบับสาวทำงานบริการบนเครื่องบินดังขึ้นจากทางด้านขวามือ“ครับ?”รองประธานหนุ่มสะกดคำว่า 'ฉิบหาย' ซ้ำๆ ในใจ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอกำลังเดินเข้ามาหา ยังอดทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แสร้งแปลกใจกับการถูกคนแปลกหน้าทักไม่ได้“คุณเป็นผู้โดยสารชั้นบิสเนสคลาสลำเดียวกันกับ
เจ้าของผับสาวกลายเป็นเจ้าของศิริประภาพันธ์กรุป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของประเทศภายในไม่กี่สัปดาห์ การได้รู้จักกับตระกูลวรหิรัญทำให้เฌอริตามีมุมมองทางธุรกิจที่กว้างขวางขึ้นเจ้าสัวหลี่ผู้เกษียณตนเองไปอยู่เบื้องหลังธุรกิจของครอบครัวสละเวลาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารให้แก่เฌอริตาเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้ ความกังวลเรื่องการบริหารธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งที่ตนเองจบบัญชีมา ถูกเจ้าสัวหลี่หาทางออกให้ได้อย่างไร้ที่ติ'ลื้อบริหารไม่เป็น ก็จ้างคนบริหารเป็นมาทำ อย่าดันทุรังทำเอง เดี๋ยวนี้มีคนเก่งๆ มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์เยอะแยะ ลื้อคุมบัดเจ็ต จ้างคนมีประสบการณ์มาบริหารไปเลย'เฌอริตาจึงลงทุนดึงนักธุรกิจชาวฮ่องกงมากฝีมือที่ผ่านการบริการอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง มารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของศิริประภาพันธ์กรุป ซึ่งเขาคนนั้นก็เก่งมากเสียด้วย ไม่เพียงแต่มีทัศนวิสัยเกี่ยวกับการขยายธุรกิจในประเทศ ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารภายในองค์กรให้มีหลายระบบคอยตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันเธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายทั้งสามคนของวรหิรัญถึงได้เก่งจนสามารถช่วยกันบริหารธุรกิจของครอบครัวด้วยตนเองได้ เพรา
เฌอริตากลับมาที่เชอร์รี่ผับในรอบหลายวัน เอกสารมากมายรอให้เธอจัดการ จนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันกว่าจะจัดระเบียบเอกสารได้บางทีคงถึงเวลาหาฝ่ายบัญชีเข้าร้าน อีกหน่อยเธอต้องกลับไปดูแลธุรกิจของครอบครัว ดังนั้นอะไรที่สามารถให้คนอื่นช่วยดูแลได้ก็ควรจะหาคนมาช่วยจัดการให้เรียบร้อยกระทั่งนาฬิกาปลุกดังแจ้งเตือนว่าถึงเวลานัดหมาย คนตัวเล็กจึงหยิบตลับแป้งขึ้นมาซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ก่อนจะสะพายกระเป๋าลงไปรอคนที่จะมารับไปกินมื้อเย็นด้วยกัน“เจ๊ริต้ารอพี่เรนนี่เหรอคะ?” เสียงของแยมมี่ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของร้านพนักงานคนอื่นๆ พลอยเงยหน้าจากการกินมื้อเย็น หันมามองยังเจ้าของร้านสาวเป็นตาเดียว“อืม เขามาแล้วเหรอ?”“ยังเลยค่ะ แต่แยมมี่เดาได้เพราะพี่หล่อเพิ่งมาบอกว่าเจ๊ริต้ากับพี่เรนนี่เป็นแฟนกัน”พี่หล่อ? หนึ่งในบอดีการ์ดตรวจบัตรหน้าร้านที่เธอให้ไปช่วยยืนคุมเชิงไม่ให้พ่อตุกติกวันนี้ใช่หรือเปล่า“แล้ว...เป็นแฟนกันจริงๆ เหรอคะ” พูดจบแคชเชียร์สาวก็เม้มปากมองหน้าเจ้านาย คนอื่นๆ ที่นั่งกินข้าวกันอยู่จึงหันมารอฟังคำตอบด้วยความอยากรู้“จริงสิคะแยมมี่”เฮือก!!เสียงทุ้มคุ้นหูจากใครบางคนดังขึ้นมาจากหน้าประตู
หลายวันต่อมาข่าวการถูกไล่ออกของศัตรูคู่แข่งทำให้เข็มทิศนั่งกระหยิ่มใจลำพังบนเคาน์เตอร์บาร์ ในที่สุดพื้นที่ด้านหลังบาร์ทั้งหมดก็กลายเป็นของเขาเพียงคนเดียวซึ่งมันก็ควรเป็นแบบนี้ตั้งแต่ต้น เพราะไอ้เวรนั่นทำให้ซีนใหญ่ในร้านที่ควรจะเป็นเขาถูกแย่ง ไม่ว่าลูกค้ากี่คนต่อกี่คนมานั่งที่บาร์ วสันต์ก็เก็บเข้า
นับตั้งแต่วสันต์ตัดสินใจสารภาพเรื่องที่ตนเองจ้างดีเจป๊อปปี้ไปจีบเข็มทิศเพื่อถ่ายคลิปแบล็กเมลตัดคู่แข่ง เฌอริตาก็เอาแต่นั่งพิงหัวเตียงกระชับผ้าห่มคลุมกายบ่นคนนิสัยไม่ดีไม่หยุดหลายนาที“นายนี่มันตัวสร้างเรื่อง! ขยันหาแต่เรื่องมาให้!” เธอบ่นด้วยประโยคเดิมๆ พร้อมกับใช้ใบหน้าหงิกงอปรายตามองวิดีโอจากจอโท
แกรก~!ด้ามจับประตูถูกมือหนากดลงเปิดให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มเข้าไปในห้อง ไม่ทันที่วสันต์จะออกปากขออนุญาตเข้าไปข้างใน ก็ต้องเงียบฟังเพราะดันได้ยินอะไรดีๆ เข้าเฌอริตานั่งบนเก้าอี้หันหลังให้โต๊ะทำงาน ยกมือแนบหูคุยโทรศัพท์เสียงดัง ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนเปิดประตูห้องทำงานตนเองเข้ามาแล้ว“ริต้าก็ทำตามที่
Cherry Pub เวลา 17.30 น.ประตูผับถูกเปิดออกโดยฝีมือผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มมือใหม่ วสันต์ซึ่งยังอยู่ในชุดสูททำงานถือเป้มีชุดยูนิฟอร์มของร้านอยู่ข้างในเดินดุ่มๆ เข้ามากลางห้อง ซึ่งมีพนักงานหลายคนกำลังนั่งรวมกลุ่มกินข้าวก่อนเวลาเริ่มงานทันทีที่ถึงเวลาเลิกงานของอัลฟา รองประธานหนุ่มก็บึ่งบีเอ็มดับเบิล




![เพลินพิศวาส [20++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


