Masukกรุงเทพมหานคร ...........
“ยิ้มอะไรเหรอสายธาร” แม่เห็นนั่งอมยิ้มมานานแล้ว คุณสดศรี ผู้เป็นแม่ สงสัยกับอาการของลูกสาว ที่นั่งยิ้มกับโทรศัพท์
“ขำพี่ธันวาค่ะแม่ “
“เรื่องอะไร พี่เขาไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกล่ะ” คุณวันชัย ถามลูกสาวบ้าง
“ธารก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ได้รับโทรศัพท์จากน้องวอย บอกว่าให้ส่งรถไปรับพี่ธันวาหน่อย ตอนนี้อยู่ที่อยุธยาค่ะ”
“อ้าว แล้วพี่เราเขาไปทำอะไรที่โน้น” คุณสดศรีตาเป็นประกาย เมื่อได้ยินชื่อของวรางคณากับธันวา อยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่พี่ธันวาไลน์มาบอกธารแล้ว ว่าไม่ต้องส่งรถไป กำลังกลับมากับน้องวอย และจะพามากินข้าวเย็นที่บ้านเรา”
“พ่อกับแม่จำได้ไหมคะ น้องวอย ที่ครอบครัวเขาเคยช่วย ย่ากับพี่ธันวาไว้ เมื่อครั้งที่ย่าตกบันได เมื่อครั้งอยู่ที่บ้านพี่ธันวา “
“จำได้ซิ ที่พ่อกับแม่อยากเลี้ยงข้าวพวกเขา เพื่อเป็นการขอบคุณใช่ไหม “
“ใช่ค่ะแม่ ไม้เบื่อไม้เมากับพี่ธันวาเลยล่ะค่ะ ไม่ค่อยถูกกัน”
“ไม่ถูกกันยังไง ไหนเล่าให้แม่ฟังหน่อยซิ “
สายธารเล่าเรื่องระหว่างพี่ชาย กับวรางคณาให้พ่อกับแม่ฟังอย่างละเอียด”
“สมน้ำหน้าพี่ชายเรา ต้องเจอคนแบบนี้ ไม่งั้นไม่รู้สึก แล้วนี่คิดยังไง ถึงตามไปตอแยเขา แม่ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ”
“จะมีอะไร ก็โจรกลับใจไง คุณไม่รู้นิสัยลูกชายเหรอ ว่าเป็นยังไง นี่ถ้ามันไม่สนใจ มันคงไม่ตามไปตอแยเขาหรอก”
“จะได้เรื่องไหมล่ะ” คุณสดศรีพูดขึ้นลอยๆ
“ทำไมถึงจะไม่ได้เรื่อง” คุณวันชัยถามกลับ
“ธันวาไม่เคยจริงจังกับใคร ถ้าเขาพามาบ้าน ก็แสดงว่า มั่นใจแน่นอน แต่การแสดงออกของลูกเรา จะเป็นยังไง ฉันนึกไม่ออกเลย”
“เห็นว่าแสดงนิสัยไม่ดีกับเขาไว้มากไม่ใช่เหรอสายธาร”
“ค่ะพ่อ เท่าที่รู้มา เป็นแบบนั้น น้องไม่พอใจพี่ธันวาหลายอย่าง คงจะงง ว่าทำไมอยู่ๆ พี่ธันวาเปลี่ยนไป ขนาดบ้านเรายังงงเลย”
คุณวันชัย กับคุณสดศรี หัวเราะออกมาพร้อมกัน “นี่พ่ออยากเห็นหน้าตาของเด็กคนนั้นแล้วซิ ธารช่วยนัดมากินข้าวหน่อย”
“ธารไม่รับปากนะคะพ่อ ว่าน้องจะมาไหม ฟังเสียงเมื่อกี้ดูจะโกรธ”
“ผิดที่ธันวานั่นแหละผู้หญิงที่ไหนเขาจะชอบ ไปดูถูกเขาไว้เยอะ ปากเสียจริงๆ เลย ดีแล้วที่เจอผู้หญิงแบบนี้”
สองสามีภรรยาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี กับข่าวใหม่ของลูกชาย ที่ได้ยินจากปากลูกสาวคนเล็ก
สองสามีภรรยา ยังมีความหวังเสมอกับลูกชายคนโต อยากเห็นเขามีครอบครัว จะเป็นใครก็ได้ ทั้งสองคนไม่มีปัญหา ขอให้เขารักกัน ถึงจะมีเงินทองมากมาย ก็ไม่สบายใจเท่ากับ ลูกๆ มีความสุข สองสามีภรรยา ไม่ค่อยมีเวลาอบรมดูแลลูกมากนัก ช่วงที่ลูกกำลังโต ทั้งสองคน ช่วยกันสร้างฐานะ ลูกทั้งสองอยู่ไม่ค่อยสนิทกับพ่อและแม่เท่าไหร่ มาสนิทกันช่วงที่ธันวากับสายธารเรียนจบ และดูแลกิจการ ของที่บ้าน นิสัยลูกชายคนโต แปลกๆ พวกหวงความโสด
ส่วนลูกสาวคนเล็ก ไม่มีวี่แววเหมือนกัน ผู้หญิงเก่ง สมัยนี้หาแฟนยากจริงๆ ที่เก่งก็มีครอบครัวหมดแล้ว ไม่ก็เป็นพ่อม่าย ไม่ก็เด็กกว่า แล้วแต่บุญวาสนา อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด สองสามีภรรยารับได้เสมอ ขอแค่อย่าไปยุ่งและทำให้ครอบครัวของคนอื่นแตกแยกล่ะกัน
ที่พระนครศรีอยุธยา..............................
“อร่อยใช่ไหม ฉันบอกแล้ว ที่นี่อร่อยที่สุด ขนมนี่ก็อร่อยมาก ลองดู” เขายกถาดขนมใส่ไส้ให้วรางคณา
“ขอบคุณค่ะ” วรางคณาจัดก๋วยเตี๋ยวเต็มที่จนอิ่ม แถมขนมหวานอีกหลายห่อ ไม่พอเธอซื้อใส่ถุงกลับบ้านด้วย
“เดี๋ยวฉันขอแวะทำธุระสักครู่นะ ไม่นานหรอก ไม่ต้องรีบไม่ใช่เหรอ เธอไม่ได้ทำงานอยู่แล้วนี่”
“เสียงถอนหายใจดัง เป็นคำตอบ”
ธันวาเลี้ยวรถเข้าไปในร้านตัดผมชาย ร้านสวยมาก ตกแต่งแบบโบราณ ใช้ไม้ทั้งหมด วรางคณาลงรถโดยที่เขาไม่ต้องบอกหรือเชิญ ข้างๆ กันเป็นร้านกาแฟโบราณ บรรยากาศน่านั่งมาก ดูท่าว่าเขาคงมาบ่อย เธอได้ยินเสียงช่างทักทายตาหนวดนั่น วรางคณาแวะนั่งร้านกาแฟ ไม่ได้เข้าไปในห้องตัดผมกับเขา
หญิงสาวสั่งกาแฟ มาดื่ม ระหว่างนั่งรอเขาตัดผม สุดยอดจริงๆ ขามาเธอมาคนเดียว ขากลับต้องมากลับกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้ากัน ช่างเถอะวอย
ธันวาเดินถือแก้วกาแฟดำ มานั่งใกล้ๆ วรางคณา
“ดูดีนี่คะ เด็กลง อะไรเข้าสิงคุณ อยู่ๆ ตัดผม โกนหนวดเครา” หน้าตาเขาแปลกไปเลย ดูสะอาด เรียบร้อย
“นี่เธอ เป็นเด็กเป็นเล็ก พูดอะไรก็ให้มันลื่นหูหน่อย ฉันอายุมากกว่าเธอตั้งหลายปีนะ”
“ขอโทษคะ “วรางคณายกมือไหว้ขอโทษเขา ยกแก้วกาแฟดื่มจนหมด
“เป็นสาวเป็นแส้ จะพูดอะไรก็คิดก่อน ให้เกียรติคนอื่นบ้าง”
“ฉันให้เกียรติกับคนที่ให้เกียรติฉันเท่านั้นค่ะ ไม่ถูกหูคุณ ก็ช่าง ไปได้รึยังคะ ฉันอยากถึงบ้านเร็วๆ”
“ฉันจะแวะ คลินิกอีกสักหน่อย จะทำแผล เมื่อคืนใช้แค่ผ้าพันไว้ เท้าฉันนี่เป็นยังไงนะ เจ็บอยู่เรื่อย”
“ก็คุณเมาไง ไม่มีสติ จะแวะก็แวะค่ะ อย่าร่ำไร ไม่ต้องพูดโน้นนี้นั่น ไร้สาระ”
ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นเคยกับพื้นที่แถวนี้ดีทีเดียว เดี๋ยวแวะโน้นแวะนี่ รู้เส้นทางไปหมด บ่ายกว่าแล้ว ป่านนี้ยังไม่ถึงบ้านเลย วรางคณาถอนหายใจอีกครั้ง
“ขอกุญแจค่ะ ฉันขับเอง เดี๋ยวแผลคุณอักเสบ จะเป็นความผิดฉันอีก ไม่จบไม่สิ้นกันสักที”
“ไม่ต้องหรอก แค่นี้เอง ฉันขับเองได้ เป็นผู้ชาย จะให้ผู้หญิงขับรถให้นั่งได้ยังไง แล้วก็ขอบใจนะที่ยังอุตสาห์มีน้ำใจ กลัวว่าฉันจะเจ็บไปมากกว่านี้”
วรางคณาเงียบเสีย ถ้าไม่ต่อปากต่อคำ ก็ไม่มีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกันต่อ เหมือนเธออาศัยรถคนอื่น ทั้งๆ ที่เป็นรถของตัวเอง เผลอหลับไปจนได้ วรางคณาหลับจริงๆ
“วรางคณา ตื่นได้แล้ว “
“ตายล่ะ นี่ฉันหลับนานขนาดไหนเนี้ย ถึงไหนแล้วค่ะ” วรางคณาตกใจเสียงเรียก บ้าบอ ตะโกนมาได้ ตกใจหมด
“เลยบ้านเธอมาแล้ว ฉันขอแวะบ้านพ่อกับแม่หน่อยนะ พอดีสายธารบอกว่า พ่อกับแม่ฉันอยากเลี้ยงข้าวตอบแทนเธอ ที่ช่วยย่าฉันไว้คราวโน้น”
“อะไรกันคะ ทำไมคุณไม่บอกฉันก่อน” หน้าตาไม่พอใจอย่างมาก ที่เขาไม่บอกเธอตั้งแต่แรก
“ไปเถอะน่า ผู้ใหญ่เขาชวน จะเสียมารยาทเหรอ”
“แต่แม่กับน้องฉันก็ไม่ได้มานี่ค่ะ วันหลังก็ได้”
“ไม่ทันแล้ว ถึงพอดี อย่าเรื่องมากได้ไหม ลงมาได้แล้ว ผู้ใหญ่รอ นานๆ พ่อกับแม่ฉันจะว่าง”
“แล้วมันเกี่ยวกับฉันไหม ก็เรื่องของครอบครัวคุณ”
“วรางคณา ฉันอายุมากกว่าเธอตั้งหลายปี บอกแล้วไง ว่าพูดอะไรให้เกียรติ แล้วก็ฟังกันบ้าง ลงมา”
ยังไม่ทันที่วรางคณาจะลงจากรถ สายธารก็ออกมารับ ส่งเสียงทักทายอย่างตื่นเต้นที่วรางคณา มาที่บ้านของเธอ
“น้องวอย ดีใจจังเลยค่ะ ในที่สุดพี่ก็ได้มีโอกาสเลี้ยงข้าวน้องวอยแล้ว มาเร็วค่ะ พ่อกับแม่พี่รออยู่ ท่านอยากเจอ เสียดายนะคะ คุณน้ากับน้องว่าน มาไม่ได้ “
วรางคณาจำต้องลงจากรถอย่างปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเห็นสายธารเดินมารับที่รถ
“สวัสดีค่ะพี่สายธาร “
“ทำไมกับสายธาร เธอยังเรียกพี่ แล้วทีกับฉันไม่เรียก” อยู่ๆ ธันว่าก็พูดโพร่งขึ้นมา
วรางคณาหันไปมองหน้าสายธาร ไม่ได้สนใจกับสิ่งที่ธันวาพูด เธอจะนิ่ง เขากินยาผิดหรือเปล่า อาการแปลกๆ หรือจริงๆ เขาเป็นแบบนี้
“ไปค่ะน้องวอย เข้าข้างในกันเถอะ พ่อกับแม่รออยู่ วันนี้บ้านเราเตรียมกับข้าวไว้รอน้องวอยโดยเฉพาะเลยนะคะ”
วรางคณาเดินตามแรงจูงของสายธารเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ เรียกว่าหลังใหญ่จริงๆ ใหญ่แบบบ้านคนรวย ที่ไม่รู้ว่าจะสร้างใหญ่ทำไมนักหนา ทั้งๆ ที่ก็ไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน และอยู่กันน้อยคน เปลืองทุกอย่าง หญิงสาวแอบคิดในใจคนเดียว แค่ห้องอาหาร ก็ใหญ่และกว้างขวางมาก บ้านเขาไม่ใช่บ้านเธอ ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว
ผู้หญิงสาว หน้าตาสวย รูปร่างสูง ท่าทางมั่นใจในตัวเอง ท่าทางนอบน้อม ไม่เหมือนกับที่สายธารเล่าให้ฟังเลย ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาวคนนี้ จะกล้าต่อล้อต่อเถียงกับธันวา ทั้งคุณวันชัย และคุณสดศรีพิจารณาวรางคณา
“มาค่ะน้องวอย ไปรู้จักพ่อกับแม่พี่กันดีกว่า ท่านรอน้องวอยมาหลายเดือนแล้ว”
“สวัสดีค่ะ คุณท่าน” หญิงสาวยกมือไหว้ สองสามี ภรรยา เจ้าของบ้าน
“พ่อคะ แม่คะ นี่คือ น้องวอยค่ะ ที่ธารพูดถึงบ่อยๆ” สายธารแนะนำ
“ไหว้พระเถอะลูก หน้าตาสวยจังเลย สูงมากเลยนะ นี่ถ้าป้าเห็นข้างนอกคงคิดว่าเป็นนางแบบหรือดาราแน่นอน”
“ขอบคุณมากนะคะ “วรางคณายิ้มรับ ถือว่าเป็นคำชมล่ะกัน ดูท่าทางพ่อกับแม่เขา ก็สุภาพ ท่าทางภูมิฐาน นามสกุล บ้านนี้ใหญ่โต เธอพอจะรู้ว่า บ้านเขามีธุรกิจ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า เรียกว่ารวย และรวยมาก พอได้มาเห็นตัวจริง ดูทั้งสอง ธรรมดามากๆ ไม่มีท่าทีหยิ่งยะโส ถือตัว ดูถูกคนเหมือนลูกชายเลย
“มาๆ มากินข้าวเสียด้วยกันเลย ป้าเตรียมอาหารไว้เพื่อเลี้ยงขอบคุณหนูวอย เสียดายนะที่แม่กับน้องหนูไม่ได้มาด้วย เอาไว้วันหลังนะลูก จะได้พร้อมหน้าพร้อมตากัน”
ระหว่างที่ทุกคนนั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร ยกเว้นธันวา เขาหายตัวไปเลย วรางคณาไม่มีโอกาสได้พูดคุยอะไร พ่อแม่ สายธาร ชวนเธอคุย สอบถามทุกสิ่งที่อยากรู้ ส่วนมากเกี่ยวกับคุณมนทา หญิงสาวพูดคุยโต้ตอบได้ทุกเรื่อง ดูเหมือนว่า สองสามีภรรยาจะถูกใจวรางคณามาก
“นี่ธันวาหายไปไหน “
“สายธารมองซ้ายมองขวา หาพี่ชาย อยู่ๆ เขาก็หายตัวไป
“คงเอาของไปเก็บที่ห้องค่ะ ไม่เป็นไร เรากินกันก่อนได้เลยค่ะ พ่อแม่ น้องวอย เชิญเลยค่ะ”
คุณวันชัยนั่งหัวโต๊ะ คุณสดศรีนั่งขวามือ ซ้ายมือคือสายธาร และวรางคณา
“หนูวอย เชิญเลยลูกไม่ต้องเกรงใจ เสียดายจริงๆ ที่แม่กับน้องหนูไม่ได้มาด้วย”
“ไว้วันหลัง พวกเราจะเชิญแม่กับน้องหนูมากินข้าวด้วยกันนะ ลุงกับป้าอยากตอบแทน “
“จริงๆ ไม่ต้องก็ได้นะคะ พวกเรายินดีช่วยค่ะ ไม่ได้หวังสิ่งใตตอบแทนเลย”
“ได้ยังไงล่ะ พวกเราต้องตอบแทนเธอ ถึงย่าฉันจะไม่อยู่แล้วก็ตาม พวกเราก็ต้องตอบแทนครอบครัวของเธออยู่ดี วันนี้แม่กับน้องเธอมาไม่ได้ วันหลังก็ค่อยนัดใหม่อีกรอบ ดีไหมครับทุกคน” ธันวาที่อยู่ๆ ก็โผล่เข้ามานั่งข้างๆ คุณสดศรี
“จริง อันนี้ลุงเห็นด้วย วันหลังเรานัดกันอีกรอบ “
วรางคณาจำต้องนั่งเงียบ ตามน้ำไป รู้สึกอึดอัดมากที่ธันวานั่งตรงข้ามกับเธอ เขาทำให้เธอปวดหัวตุบๆ ทั้งวัน รีบกินเร็วๆ จะได้กลับบ้าน ดูท่าว่าคนที่นั่งตรงข้ามจะรู้ ว่าเธอคิดอะไร ท่าทางยิ้มยียวนกวนนั่น เหมือนยั่วให้เธอโมโห
“พี่ธันวา คิดยังไงคะเนี้ย ถึงได้ตัดผม โกนเครา โกนหนวด เห็นหวงมากเลย มีอะไรพิเศษรึเปล่าคะ”
“แม่ว่าจะถามเหมือนกัน แต่ก็ดีนะ ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง บอกตรงๆ แม่ล่ะรำคาญจริงๆ “
“มีครับ แต่ยังบอกไม่ได้ ไว้เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังทีหลังนะครับแม่”
“เห็นว่าไปดูโรงแรมที่อยุธยา ปัญหาอะไรไหม” คุณวันชัยถามลูกชายบ้าง
“ไม่มีปัญหาอะไรเลยครับพ่อ เรียบร้อยทุกสิ่งอย่าง”
“ดีแล้ว ไปดูบ่อยๆ อยุธยา กรุงเทพฯ ไปกลับยังได้เลย วันหลังเดี๋ยวแม่ไปด้วย “
“หนูวอยหน้าตาสวยแบบนี้ มีแฟนหรือยังลูก ขอโทษนะที่ป้าถามตรงๆ”
ทุกคนหันมามองวรางคณาเป็นตาเดียว บรรยากาศเงียบสนิท หญิงสาวรู้สึกอึดอัด ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัว
“ก็บอกมาซิ อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ ผู้ใหญ่ถาม เคยมีครับแม่ แต่แฟนเขาแอบกินกันกับเพื่อนสนิท “
“เอ๊ะ คุณ “วรางคณาจ้องหน้าธันวาแบบไม่พอใจ
“อ้าว ก็รึไม่จริง ก็วันนั้นที่โรงพยาบาล ฉันจำได้ว่าอดีตแฟนเธอ เขาพาแฟนใหม่ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอมาเยี่ยม และเขาสองคนก็มาสารภาพ ว่าแอบคบกัน ฉันเป็นพยานให้ เพราะวันนั้นฉันก็อยู่ด้วย”
“สรุปว่าตอนนี้ยังไม่มีใช่ไหมจ๊ะ หนูวอย” คุณสดศรีถามย้ำอีกรอบ
“ไม่มีค่ะ คุณป้า ยังไม่คิดจะมีค่ะ”
“ดีแล้วลูก ผู้ชายเยอะแยะ หาดีไม่ได้ ก็ไม่ต้องมี อยู่คนเดียวดีกว่า ดูสายธารซิ ไม่เห็นเดือดร้อนเลย เราทำงานได้ ไม่ต้องผู้ชายให้ต้องมาดูแล แบบหนูวอย อยู่กับแม่กับน้อง แบบนี้ไปเรื่อยๆ นะลูก อายุยังน้อย”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า” หญิงสาวยกมือไหว้คุณสดศรี
“เอาล่ะๆ กินข้าวกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะดึก ธันวาต้องไปส่งหนูวอยอีก ที่บ้านเขาจะเป็นห่วง”
กว่าทุกคนจะกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อย ไม่รวมกับ ที่นั่งพูดคุยกันต่อ กว่าธันวาจะพาวรางคณา จะออกจากบ้านพ่อกับแม่เขา ก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่ม ดีที่วรางคณาโทรบอกนางวีรวรรณเพื่อไม่ให้แม่ห่วง นางวีรวรรณไม่ได้ติดใจอะไร ตามใจลูกสาว ธันวาเป็นคนขับรถเหมือนเดิม ถ้าวรางคณาสังเกตุ เธอจะรู้ว่า เขาไม่ได้บาดเจ็บมากมายอะไรเลย เศษแก้วแค่กระเด็นมาปักที่เท้าเขานิดหน่อยแค่นั้น
“นี่เธอโกหกฉันเหรอวรางคณา”
“โกหกอะไรคะ “วรางคณาทำหน้างง ที่อยู่ๆ ธันวาก็พูดขึ้น ระหว่างที่ขับรถพาเธอกลับบ้าน
“อะไรของเธอ ก็ที่โรงแรมที่อยุธยาไง เธอบอกว่ากลัวแฟนจะมาเห็นว่าเธออยู่กับฉัน แล้วทีเมื่อกี้ที่โต๊ะกินข้าว เธอบอกกับแม่ฉันว่าไม่มีแฟน ทำไมเป็นคนแบบนี้ เรื่องอะไรมาโกหกฉัน”
วรางคณาหลับตา นั่งนิ่ง เบื่อวันนี้จังเลย เบื่อตั้งแต่เมื่อวาน เบื่อตาหนาดนี่มาก นี่หรือเปล่าที่เขาว่า เจ้ากรรมนายเวร และตอนนี้เธออยากถึงบ้านเร็วๆ มีเรื่องที่จะต้องทำอีกมากมาย ใจของเธอตอนนี้ ล่องลอยไปอยู่ที่บ้านเรือนไทย ที่อนาคตอีกไม่กี่วันจะเป็นของเธอ และร้านอาหารบ้านเรือนไทยหลังนั้น
วรางคณา รู้สึกว่าไม่เป็นตัวของตัวเองเลย เธออยากเจอผู้ชายคนนั้น อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร มีครอบครัวหรือยัง ทำไมใจเป็นแบบนี้ ความรู้สึกของเธอเวลานี้ ทำยังไงก็ได้ ขอให้ได้ไปอยู่ที่อยุธยาเร็วๆ มีหลายเรื่องราวที่เธออยากคุยกับแม่และน้องชาย
เจ้านางพวงหอม ไม่คิดว่าวรวิทย์จะกล้ามาพบพ่อกับแม่ของเธอที่บ้าน ปกติท่านจะไม่ต้อนรับใคร คงเพราะว่าเขามากับ พี่สายขิ่นมั้ง นี่อย่าบอกนะว่าเขามาพูดเรื่องที่พูดกับเธอเมื่อเช้า กล้ามากเลยนะ ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จะจัดการยังไงดี เรื่องแบบนี้ไม่เหมือนทำงานเลย จัดการยากจริง“พวงหอม มาเร็ว กินข้าวเช้าด้วยกัน แม่ครัวคนไทยคนนี้ทำอาหารอร่อยมากนะ ทำอาหารอองตานได้ด้วย พ่อกับแม่ชอบมาก ขอบใจพวงหอมนะที่หาคนเก่งๆ มาทำงานกับเรา”“ขอบคุณค่ะพ่อ”“พูดไทยก็ได้ แขกของเราเป็นคนไทย เดี๋ยวเขาจะไม่เข้าใจ ว่าเราคุยอะไรกัน” เจ้านางแพงหอมเตือนบุตรสาว“ค่ะแม่”“แล้วนี่จะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะพ่อ พวงหอมเตรียมกระเป๋าเดินทางแล้ว”“ต้องไปนานแค่ไหน”“ตามกำหนดสองสัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าเอกสารยังไม่เรียบร้อย ก็น่าจะหนึ่งเดือน หรือสองเดือน”“พ่อกับแม่มีเรื่องจะถามลูก ตอบมาตามความจริง ไม่ต้องอ้อมค้อม ลูกมีคนที่ชอบรึยัง “เจ้านางพวงหอมนิ่งไป เริ
เช้าวันอาทิตย์ วรวิทย์ตื่นแต่เช้ามืด ทันทีที่เห็นแสงไฟจากบ้านของเจ้านางพวงหอมสว่าง เขารีบเดินไปเคาะประตูบ้าน ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดนอน“มีอะไรคะคุณ มาแต่เช้าเลย” เจ้านางพวงหอม ยังอยู่ในชุดนอนผ้าสำลี เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ที่นี่อากาศเย็นมาก กลางคืนนอนแทบไม่ต้องเปิดแอร์“สวัสดียามเช้าครับ ที่นี่อากาศดีจัง วันนี้เจ้านางพวงหอมทำงานรึเปล่า พี่มาขอกินกาแฟด้วยได้ไหม”เขาเพิ่งเห็นหน้าของพวงหอมชัดๆ ก็วันนี้ หน้าขาวเนียนธรรมชาติมาก ทำไมผู้หญิงคนนี้ สวยจัง สวยคนละแบบกับพี่วอย ผิวขาวเหลือง น่าจะสูงประมาณ 165 ได้ ตาสวยมาก พวงหอมเหมือนคนไทยมากกว่า กิริยา ก็อ่อนน้อม เขาชอบแบบนี้ ถ้าเขาไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ เสียดายสมัยก่อน นั่งรถไปด้วยกันทุกวัน แต่เขาละเลย ไม่ได้สนใจ“หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามา ต้องการอะไร มีอะไรก็พูดมาเลย ฉันไม่ว่าง ““พี่มาขอกินกาแฟด้วย”“เป็นพี่ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฉันมีพี่สายขิ่นคนเดียว พ่อกับแม่มีลูกแค่สองคน”“เจ้านางพวงหอม นี่ผ่า
สองปีผ่านไป ที่บ้านสวนวอแหวน ทุกคนยังคงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข วรางคณามีลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง ธันวาและวรางคณา ขยายกิจการโรงแรม และร้านอาหาร ไปที่รัฐอองตาน โดยมีเจ้าสายนที และสายธาร เป็นหุ้นส่วน ครอบครัวธันวาจะเดินทางไปอยู่ที่อองตาน ปีละสามเดือน เพื่อดูแลกิจการครอบครัวของเจ้าสายนที ก็เช่นกัน สองครอบครัวสลับกัน ดูแลกิจการและบริหารงาน เจ้านทีและสายธาร ได้ลูกแฝดอีกสองคน สรุปว่ามีลูก 4 คน ชายสองคน หญิงสองคน เจ้าสายนทียอมทำหมัน โดยส่วนตัวแล้ว เจ้าสายนทีชอบเมืองไทยมาก ชอบเวลาที่ได้มาเมืองไทยล่าสุดคุณทนงและคุณทิพย์อาภา ทำท่าว่าจะชอบอยู่ที่อองตาน เพราะยังคงความเป็นธรรมชาติ และได้อยู่ใกล้ชิดกับหลานตาหลานยายทั้งสี่คน คุณตาทนงและคุณยายทิพย์อาภา อยู่ที่เมืองไทยหกเดือน ที่อองตานหกเดือน ยังแข็งแรง ทั้งคู่สวนนางวีรวรรณ รับหน้าที่ดูแลหลานยายทั้งสองคนเหมือนเดิม มีความสุขกับการทำอาหาร และได้ดูแลลูกหลาน“ว่าน เป็นยังไงบ้างลูก ทำไมเครียดจังเลย เมื่อไหร่จะหาซื้อข้าวของเครื่องใช้เข้าบ้านสักที นี่ถ้าไม่อยากไปอยู่ ไม่รู้ว่าจะสร้างทำไม อยู่กับแม่ก็ดีอยู่แล้ว”“ไม่ต้อง
1 ปีผ่านไป ณ.บ้านสวนวอแหวน“ทามครับ คืนนี้ไปนอนกับยายนะครับ บ้านยายมีขนมเยอะแยะเลย”“เห็นไหมหนูวอย แม่ว่าหลานติดแม่มากเลยนะ ซบยายตลอด เกาะแน่นไม่ยอมปล่อยเลย”นางวีรวรรณ พูดคุยกับธันวาและวรางคณา อาทิตย์ละ 1 วัน เพื่อพาหลานชายมานอนด้วย และเด็กชายทาม ก็ติดยายมาก แต่ก็นั่นแหละ เมื่อถึงคิวที่จะต้องไปนอนบ้านปู่กับย่า เด็กชายทามก็ติดปู่กับย่าแจเหมือนกัน วรวิทย์บอกกับพี่สาวว่า หลานชายของเขาอยู่เป็น อยู่กับใครก็ติดคนนั้นจริงๆ มารับช่วงเย็นก็ได้ แต่นางวีรวรรณ จะเดินมารับหลานชายแต่เช้า ถ้ารับไปเช้าวันเสาร์ เย็นวันอาทิตย์นางถึงจะ พาหลานชายมาส่ง และฝั่งบ้านของปู่กับย่า ก็เช่นกัน ทำเหมือนนางวีรวรรณทุกอย่าง เด็กชายทาม กำลังน่ารัก ไม่งอแง ดูเหมือนจะรู้ว่า คนรอบข้างทั้งหมดจะเป็นญาติพี่น้อง“หนูวอย คืนนี้เรานอนกันแต่วันนะครับ ลูกไปนอนกับยาย พี่ก็ว่าง หนูก็ว่าง บรรยากาศดี”“คิดอะไรอยู่คะเนี้ย ชวนนอนแต่วันเลย” วรางคณาแซวสามี เธอคิดไม่ผิดที่เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเขา ธันวา รักเธอ ตามใจเธอทุกอย่าง แรกที่เขาเริ่มด
ธันวาและวรางคณาเข้าพิธีแต่งงาน กันอย่างเรียบง่าย คุณทนงและคุณทิพย์อาภา จัดเตรียมสินสอดให้กับฝั่งบ้านของวรางคณาเต็มที่ ให้สมกับลูกสะไภ้คนเดียว ของมหาเศรษฐีเมืองนนทบุรี ทั้งสองดีใจที่ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา ได้คู่ครองที่ดี หลังแต่งงานทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมของวรางคณา กระทั่งสร้างบ้านเรือนไทยของตัวเองเสร็จ ทั้งสองย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่ แบบบ้านเหมือนบ้านป้าปิ่นทุกอย่าง เพียงแต่ใหญ่กว่า เพราะธันวาตั้งใจ“พี่คะ รูปภาพของท่านทวดปราบ พี่ว่าจะแขวนหรือตั้งดีคะ”“พี่ตั้งดีกว่า ตั้งไว้บนสุด เพราะเราถือว่าท่านคือต้นตระกูล “ก่อนแต่งงาน วรางคณาระลึกถึงท่านทวดปราบ บอกกล่าว ว่าเธอจะแต่งงาน ชาตินี้เธอรู้สึกมีความสุขมาก ถ้าหากว่าบุญวาสนาของเธอยังมี ชาติหน้าเธอขอไม่เกิด เพราะเธอคิดว่า พอแล้ว ทวดปราบบอกว่าเธอเกิดมาหลายชาติแล้ว ชาติไหนเธอก็มีความสุขหลังจากงานแต่งงานของธันวาและวรางคณาผ่านไปไม่ถึงสองเดือน เจ้าสายนทีกับสายธารก็ได้ฤกษ์แต่งงานกัน ทั้งสองคนมีความประสงค์ที่จะจัดงานแต่งแบบเรียบง่าย เช่นเดียวกับคู่ของธันวาและวรางคณา ส่วนสินสอด ไม่ต้องให้พูด
ทั้งธันวาและวรางคณาเปลี่ยนใจไม่แวะพักระหว่างทาง เปลี่ยนใจขับรถกลับบ้าน“แม่คะ วอยกับคุณธันวากำลังกลับบ้านนะคะ น่าจะถึงเย็นๆ คิดถึงแม่กับน้องนะคะ คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่”“ดีมากลูก แม่เพิ่งบ่นกับน้องเมื่อกี้ ว่าคิดถึงวอย งั้นแม่เตรียมกับข้าวนะลูก”“ขอบคุณมากค่ะแม่ รักแม่ที่สุดเลยค่ะ”“ดีมากเลยนะ ที่เราตัดสินใจกลับบ้าน แม่กับน้องดีใจมากเลยค่ะ”“หนูคุยกับแม่ ทำให้พี่คิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาทันทีเลย ““คิดถึงก็โทรหาซิคะ จอดปั้มข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ วอยจะขอลงไปซื้อกาแฟกับขนม”ธันวามองตามหลังของคนรักไป เขาชอบอยู่กับวรางคณา ไม่งอแง ไม่เรื่องมาก เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญวรางคณาเตือนให้เขารักครอบครัว ทำให้หัวใจเขาโอนโยนลงมาก เขากดโทรศัพท์หาพ่อกับแม่ทันทีเหมือนกัน“พ่อครับ แม่อยู่ด้วยไหมครับ คิดถึงนะครับพ่อ แม่”







