LOGINสวีเหยาและเจียงจิ่นเหยียนหมั้นกันในอีกไม่กี่เดือนต่อมาหลังจากวันนั้นที่เธอยืนมองฟู่เหวินอวี่จาก สวีเหยาทั้งเป็นห่วงทั้งโมโหจึงพาเจียงจิ่นเหยียนไปคลินิก"ดูแผลพวกนี้สิ..." สวีเหยาค่อยๆ ทายาให้เขาอย่างระมัดระวังพร้อมกับบ่นออกมา "ทำไมถึงวู่วามแบบนี้คะ?""หน้าตาหล่อๆ แบบนี้ ถ้าเสียโฉมไปก็น่าเสียดายแย่"เจียงจิ่นเหยียนยิ้มตาหยีแล้ววางคางลงบนฝ่ามือของเธอ "ถ้าทำให้คุณสงสารผมได้ เจ็บตัวแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ"สวีเหยาหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอมองเขาอย่างเขินอาย "ปากหวานจริงๆ เลยนะคุณ"แต่เธอก็ยังคงมีสีหน้าที่กังวล "วันหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะ เห็นคุณเจ็บ ฉันเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน""ครับ" เจียงจิ่นเหยียนพยักหน้าและให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง"ผมสาบานว่า ต่อไปนี้จะไม่ทำให้สวีเหยาต้องเป็นห่วงอีก"เมื่อถึงช่วงต้นฤดูร้อน พวกเขาก็ได้จัดพิธีฉลองมงคลสมรสอย่างเป็นทางการท่ามกลางกลีบดอกไม้ที่โปรยปรายเต็มท้องฟ้า คู่บ่าวสาวเดินเข้าหากันท่ามกลางคำอวยพรและเสียงปรบมือจากญาติและเพื่อนฝูง "ผมตื่นเต้นจังเลย"ในวินาทีสำคัญเช่นนี้ เจียงจิ่นเหยียนเองก็ขอบตาแดงก่ำ "สวีเหยา จริงๆ แล้วผมชอบคุณมาตั้งนานแล้วน
ฟู่เหวินอวี่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับเรื่องของสวีเหยา จนจำไม่ได้แล้วว่ากี่วันที่เขาไม่ได้ปรากฏตัวที่บริษัทตระกูลฟู่เมื่อพ่อของฟู่เหวินอวี่ทราบเรื่องก็โกรธจัด ออกคำสั่งให้คนไปจับตัวลูกชายที่ไม่เอาไหนกลับมาทันทีเมื่อฟู่เหวินอวี่ถูกคุมตัวกลับมาที่บ้านตระกูลฟู่ ภาพที่เขาเห็นคือพ่อและแม่นั่งเงียบกริบอยู่ในห้องนั่งเล่นพอเห็นหน้าเขา พ่อก็ตวาดเสียงกร้าว "มานี่!"เพียะ! ฟู่เหวินอวี่เดินเข้าไปด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก และสิ่งที่รอต้อนรับเขาก็คือฝ่ามือที่ฟาดลงมาอย่างเต็มแรงเขาถูกตบจนหน้าหัน ก่อนจะถ่มน้ำลายปนเลือดออกมาแม่ของฟู่เหวินอวี่เห็นดังนั้นก็รีบดึงตัวลูกชายมาด้วยความร้อนใจ"จะพูดก็พูดสิ คุณจะลงไม้ลงมือทำไมกัน?"เธอตำหนิสามีทางสายตาพร้อมสำรวจฟู่เหวินอวี่ไปทั่วตัวถ้าไม่มองก็คงไม่รู้ แต่พอมองดูชัดๆ เธอก็ต้องตกใจสุดขีด"ขอดูหน่อย... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" เธอถามเสียงหลงด้วยความตกใจ"ฟู่เหวินอวี่ ทำไมลูกถึงเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้ แล้วบนหน้านี่ใครเป็นคนต่อย?"คนเป็นแม่ทนเห็นลูกชายถูกรังแกไม่ได้ จึงพูดออกมาอย่างโกรธแค้น "กลางวันแสกๆแบบนี้ ไม่กลัวกฎหมายบ้านเมืองเลยหรือไง?""เดี๋ยวแม่จะไปจ
ในวินาทีนัน สายตาที่ฟู่เหวินอวี่มองมาที่เธอนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่ยินยอม ราวกับว่าเขาจะแตกสลายลงในวินาทีถัดไป"คุณไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ เหรอ?" เขาคว้าข้อมือของสวีเหยาไว้อย่างแรงแล้วถามคาดคั้นอย่างไม่ยอมแพ้"ความทรงจำระหว่างพวกเราเหล่านั้น คุณจำมันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวเหรอ?"การกระทำของเขาทำให้สวีเหยาตกใจ เธอส่ายหน้าไปมาตามสัญชาตญาณสายตาของฟู่เหวินอวี่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นทั้งโศกเศร้าและโกรธแค้น เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งที่ทวีความรุนแรงขึ้น"แล้วเรื่องหิมะถล่มล่ะ?" เพื่อที่จะให้สวีเหยานึกออก เขาถึงขั้นยอมขุดเอาความทรงจำที่ไม่อยากจดจำเหล่านั้นออกมาเล่าจนหมดเปลือก"เรื่องที่หลินยางยางวางแผนทำให้คุณตกหน้าผา จนเกือบจะต้องตัดขาทั้งสองข้างทิ้งล่ะ? เรื่องพวกนี้คุณก็ลืมไปแล้วเหรอ?""อะไรนะ?" สวีเหยาขมวดคิ้วแล้วเริ่มดิ้นรน พยายามสลัดให้พ้นจากมือของเขา"หลินยางยางผลักคุณตกจากภูเขาหิมะเพื่อใส่ร้ายคุณ จนทำให้คุณต้องติดอยู่ในลานหิมะนานถึงเจ็ดวันเต็มๆ"ยิ่งเขาพูด สีหน้าของสวีเหยาก็ยิ่งดูแย่ลงเรื่อยๆ"มันทำให้ขาทั้งสองข้างของคุณถูกหิมะกัดอย่างรุนแรง หลังจากนั้นเธอกับพี่ชายก็ร่วมมือกั
หลังจากนั้นไม่นาน สวีเหยาก็ได้รับข้อความจากฟู่เหวินอวี่"สวีเหยา พวกเราออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม?""ผมรู้ว่าเมื่อก่อนผมทำเกินไป ผมไม่ควรทำกับคุณแบบนั้น...""แต่ตอนนี้ผมรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ได้โปรดให้โอกาสผมอีกสักครั้งได้ไหม?"สวีเหยามองดูข้อความที่ส่งมาเป็นชุดด้วยความไม่เข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆแม้ว่าในสมองของเธอจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับฟู่เหวินอวี่เลย แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกลางๆ ว่าเมื่อก่อนเธอเหมือนจะรู้จักผู้ชายคนนี้จริงๆเมื่อนึกถึงช่องว่างในความทรงจำ ความสังหรณ์ใจในใจของเธอก็ยิ่งรุนแรงขึ้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เพื่อค้นหาความจริง เธอจำเป็นต้องพบกับฟู่เหวินอวี่สักครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงตอบกลับฟู่เหวินอวี่ไปว่า "พวกเราออกมาเจอกันเถอะค่ะ""มีอะไรหรือเปล่า?" เจียงจิ่นเหยียนเห็นเธอทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอก "จะไปไหนเหรอ? ให้ผมไปส่งไหม?""ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากรบกวน... คือฉันจะไปเจอคนคนหนึ่งค่ะ"เธอส่ายหน้า เมื่อสบเข้ากับสายตาอันอบอุ่นของเจียงจิ่นเหยียน ในใจของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาถ้าหากเจียงจิ่นเหยียนโกรธขึ้นมาจะทำยังไงดี?แต่เจียงจิ่นเหยียนเ
วันนี้สวีเหยาตั้งใจแต่งตัวให้ดูดีเป็นพิเศษปีใหม่กำลังจะมาถึง เจียงจิ่นเหยียนจึงตั้งใจชวนเธอไปดูหนังด้วยกันในวันเคาท์ดาวน์นี้แน่นอนว่าเธอเข้าใจในเจตนาของเจียงจิ่นเหยียน ประกอบกับเธอก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กับชายหนุ่มผู้มีนิสัยอ่อนโยนและใจดีคนนี้เช่นกันทุกครั้งที่อยู่กับเจียงจิ่นเหยียน เธอมักจะรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจอย่างมาก ความรู้สึกของการมีที่พึ่งพิงแบบนี้ เธอแทบไม่เคยได้สัมผัสอีกเลยนับตั้งแต่พ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อถึงตอนเย็น แสงไฟนีออนตามท้องถนนก็เริ่มสว่างไสวทุกแห่งหนประดับประดาด้วยโคมไฟสวยงามและคึกคักเป็นพิเศษ มีคู่รักเดินจูงมือกันผ่านไปมาไม่ขาดสายเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ สวีเหยาเลือกสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงแมตช์กับเสื้อโค้ทวูล ดูทั้งซุกซนน่ารักและสง่างามในเวลาเดียวกันหิมะเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เกล็ดหิมะละอองเล็กๆ ร่วงหล่นลงมา สวีเหยายื่นมือออกไปรับโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นก็มีเงาหนึ่งทอดลงมาเหนือศีรษะเป็นเจียงจิ่นเหยียนนั่นเอง เขาจัดผ้าพันคอให้สวีเหยาอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับเอียงร่มไปทางเธอ"ขอโทษนะ รอนานไหม?"การกระทำของเขาทำให้แก้มของสวีเหยามีสีขึ้น เธอยิ้มพร้อมส่า
สวีเหยาหางานทำที่ร้านดอกไม้แถวบ้าน เป็นงานจัดดอกไม้ แม้เงินเดือนจะไม่สูงแต่เธอก็ชอบมันมากการได้ส่งต่อความสวยงามให้แก่ผู้อื่นทำให้เธอมีความสุข ในระหว่างที่ทำงานที่นี่เธอก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ มากมาย“พี่เฉิน สวัสดีค่ะ” สวีเหยาเดินยิ้มแฉ่งเข้ามาในร้าน ผู้จัดการร้านรีบดันจานซาลาเปาร้อนๆ มาตรงหน้าเธอทันที“มาจ้ะ รีบชิมดู พี่ทำเองกับมือเลยนะวันนี้”หลังจากเตรียมงานเสร็จเรียบร้อย สวีเหยาก็ได้รับออเดอร์ให้ไปส่งดอกไม้ข้างนอกแต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือ ที่อยู่ของออเดอร์นี้อยู่บ้านข้างๆ เธอเองเธอกอดช่อดอกลิลลี่ไปส่งที่หน้าบ้านของลูกค้า แล้วยื่นมือไปกดกริ่ง“ขอโทษครับ กำลังไปครับ”เสียงทุ้มใสของชายหนุ่มดังขึ้นจากหลังประตู เมื่อประตูเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาก็รับช่อดอกไม้ไปจากมือเธอ“ขอบคุณครับ... อ้าว คุณนั่นเอง?”ก่อนที่เขาจะพูดจบ น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นเสียงดีใจอย่างกะทันหันสวีเหยาเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกว่าหน้าตานี้คุ้น ๆ “คุณคือ...” เธอนึกอยู่พักหนึ่ง แล้วก็นึกออกทันทีว่าใบหน้านี้คือเพื่อนเล่นสมัยเด็กที่เคยอ้วนจ้ำม่ำคนนั้นเธอสบตากับชายหนุ่ม







