Home / LGBTQ+ / รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles) / บทที่ 23 สู้ไม่สู้?

Share

บทที่ 23 สู้ไม่สู้?

Author: Me.Daisy
last update publish date: 2026-06-17 17:30:07

        คุณกฤษณ์ส่งข่าวมาบอกมาส  ว่าคุณสุนิตาแท้ง  เธอไม่ได้สบายใจ  หรือดีใจ  ที่รู้ว่าเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องเสียไป  จากความเครียดของแม่  ที่มาสเป็นคนมีส่วน

        ฉันต้องมาหามาสทุกคืน  เพื่อมาดูเธอกินข้าวและเข้านอน  จากนั้นฉันก็กลับบ้าน  แต่พี่ดีว่าส่งข่าวมาบอกฉัน  ว่ามาสนอนไม่หลับ  และเธอไลน์หาพี่ดีว่าจนดึกดื่นทุกคืน

       คืนนี้ฉันจึงขอพ่อมานอนบ้านรุ่นพี่หรือมาส  บอกท่านเรื่องปัญหาทั้งหมด  และบอกด้วยว่าฉันรักเธอสุดหัวใจ

      ทีแรกพ่อจะไม่ยอม   แต่แววตามุ่งมั่นคู่นี้ของฉันเปลี่ยนใจพ่อได้  พ่อบอกว่ามุมเอาจริงของฉันเหมือนแม่จนน่าตกใจ

      ฉันวางกระเป๋าเสื้อผ้า  แล้วเข้าไปโอบมาสจากด้านหลัง  เธอกุมมือฉันเอาไว้  แล้วเอนศีรษะมาพิงฉัน  น้ำตาไหลออกอย่างช้าๆ

      "ถ้าเจนมินไม่มา  มาสคงนอนไม่หลับ  คงคิดทั้งคืนว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของมาส  มาสเป็นคนทำให้เด็กคนนี้ต้องตาย"

     "มาสไม่ผิดหรอก  มาสไม่ได้ตั้งใจ"

      "แต่..."

       "ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น  คืนนี้เราจะกินอาหารอร่อยๆ ดูหนัง  แล้วก็นอนหลับอย่างมีคุณภาพ"

       มาสก้มลงซับน้ำตา  ฉันประคองหน้าเธอมาใกล้ๆ  แต่ฉันไม่อยากใช้โอกาสตอนที่เธออ่อนแอ  จึงขยี้หน้าเธอเล่น  แล้วระบายยิ้มให้  จนสีหน้าเธอดูดีขึ้น

      เราสั่งส้มตำปูปลาร้า  น้ำตกหมู  ข้าวเหนียว  ปลาดุกย่าง  อาหารที่ทุกคนกินประจำ  แต่เป็นอาหารประจำสำหรับเราสองคน

       ฉันซี้ดปากเมื่อเจอส้มตำพริกสิบเม็ด  ส่วนมาสน้ำตาไหล  สูดน้ำมูกอย่างหมดหนทาง

       "เจนมินทำมาสร้องไห้"

      "แซ่บคักๆ"

     "อุ้ย  เว้าอีสานเป็นนำบ่?"

      "แม่น"

      เราหัวเราะให้กัน  ฉันรู้สึกว่ามาสสบายใจขึ้น  จนเกือบหายเป็นปกติ  จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

      "พี่กฤษณ์"

      เธอเอ่ยแค่นั้น  แล้วออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียง  ปล่อยฉันเอาไว้ในห้อง  ฉันมองอากัปกิริยาเธอขณะคุย  เธอดูลำบากใจ  ขณะเดียวกัน  สีหน้าจริงจังนั้น  ก็บอกฉันว่า  เธอยังอยากรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ให้ได้

      ฉันมองเธอด้วยสายตาหมาหงอย  และมาสก็รับรู้ได้  เธอเดินกลับเข้ามาในห้อง  แล้วเปิดลำโพง

      "ตาแท้ง  เพราะเครียด  แต่มาสไม่ต้องโทษตัวเองนะคะ  เธอเป็นแบบนี้  เพราะตัวเธอเอง"

       ฉันอยากตั๊นหน้าไอ้หมอนี่แรงๆ  ปลุกให้เขาตื่นขึ้นมา  รับรู้ว่าทำใครหลายคนเสียน้ำตา  แม้ฉันจะปลอบมาสเท่าไหร่  แต่เธอก็ยังคงโทษตัวเอง

      "เธอดื่มเหล้าทุกวัน  พอเมาแล้วก็ขุดเรื่องเก่าๆ มาพูด  เรื่องที่เราได้กันจนท้อง  ต้องแต่งงานกับคนจนแบบพี่  ต้องเลี้ยงลูกสาวเราคนเดียว  แล้วพี่ล่ะ  พี่ก็ไปรับส่งลูก  ดูแลลูกเหมือนกัน  ทำไมเธอไม่คิดบ้าง..."

      ฉันยิ่งเห็นนิสัยแย่ๆ ของหมอนี่เข้าไปอีก  แต่มาสทำหน้าเรียบเฉย  แถมเธอดูปวดใจ

       "แล้วพอเสียลูกไป  ตาก็โทษว่าเพราะพี่  เธอไม่เคยโกรธตัวเอง  ที่รั้งคนไม่มีใจไว้กับตัว  จนเรื่องมันเลวร้ายลงเรื่อยๆ  เธอซึม  เศร้า  บ่น  และร้องไห้

      พี่ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว  พี่อยากเลิกกับเขา  ถึงจะสงสารลูก  แต่พี่ทนไม่ไหวแล้วมาส"

      ฉันถอนหายใจ  แล้วในที่สุด  คุณกฤษณ์ก็คิดได้ว่าควรจะชัดเจนสักที

      "มาสรักพี่กฤษณ์นะคะ  ไม่ว่าพี่กฤษณ์จะตัดสินใจว่ายังไง  มาสก็จะยอมรับ  มาสยอมตกนรก  ดีกว่าอยู่โดยไม่มีพี่  ถ้าพี่ตัดสินใจแล้ว  ต่อให้ต้องกระโดดหน้าผา  มาสก็จะไปกับพี่"

    ฉันแทบเข่าทรุด  เมื่อได้ยินประโยคนี้

     มาสไม่เคยรักฉัน  ไม่เคยมีตัวแปรที่ชื่อ'เจนมิน'  ในสมการอันซับซ้อนของเธอ  และในสมการนั้นมีเพียงมาส  และคุณกฤษณ์เท่านั้น

      "พี่กฤษณ์คะ  มาสรู้ว่าพี่กฤษณ์กำลังเครียด  มาสยังไม่ควรพูดเรื่องนี้  แต่มาสก็อยากบอกพี่ว่า  มาสคิดว่า..."

      เธอเงียบไปพักใหญ่  ทำหน้ายุ่ง ก่อนเอ่ยออกมา

     "มาสท้อง!!"

     เชี่ย!  เกมพลิก  ฉันอ้าปากหวอเมื่อได้ยิน  ไม่รู้มาก่อนเลยว่า  ความอยากของแซ่บของเธอ  เป็นเพราะ

     มาสท้อง!

      ฉันเสยผม  ส่ายหน้า  น้ำตาค่อยๆ ไหล  พวกเขาไม่เพียงมีความสัมพันธ์กัน  แต่กำลังจะมีเลือดเนื้อที่เป็นของพวกเขาอีก  และความสัมพันธ์ของพวกเขาจะยิ่งแน่นแฟ้น  จนฉันไม่อาจเอื้อมมือไปยุ่งได้

       ยัยเจนมินเอ๊ย  เรื่องของเราจบแค่นี้

      และถึงแม้เธอไม่ท้อง  มาสก็เลือกคุณกฤษณ์อยู่ดี  ฉันทำอะไรไม่ได้  จึงก้มลงเก็บของแล้วเดินกลับบ้าน  มือข้างหนึ่งโทรหาคนขับรถ  มืออีกข้างเช็ดน้ำตา

       ตอนเช้า  ฉันลงมาทานข้าวตามปกติ  พ่อดูแปลกใจที่เห็นฉัน  แถมสีหน้าเหมือนทองไม่รู้ร้อน  แล้วตักข้าวเข้าปากเรื่อยๆ จนท้องป่อง  แล้วพ่อต้องเป็นคนห้าม

      "กินเยอะขนาดนั้น  เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"

      "เจนมินจะรักษาตัวให้หายจากทุกโรค  แล้วจะมีชีวิตที่ดี  มีความสุข  จนคนอื่นต้องอิจฉา"

      ทุกคนชูนิ้วโป้งให้ฉัน  รู้สึกแปลกใจ  แต่ก็ดีใจที่ฉันมีแรงบันดาลใจขนาดนั้น  ส่วนฉันซ่อนใบหน้าทุกข์ทรมานเอาไว้  แล้วยิ้มจนตาหยีออกมา

      พ่อทำสายตาเป็นห่วงส่งมาให้ฉัน  ฉันจึงยิ้มกลับไปให้  แล้วแกล้งเดินออกไปขึ้นรถ  มุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัย

      สราญนั่งรถตู้ไปกับฉัน  และเธอก็บอกได้ทันทีว่าฉันไม่ปกติ

      "สราญจะไม่ถามว่าเป็นอะไร  แต่ถ้าเจนมินอยากเล่า  ก็เล่ามาได้เลย"

       ฉันที่ไม่กล้าสบตาใคร  แต่พอเจอสายตาเข้าใจจากสราญ  ก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว

      "มาสท้อง  และมาสก็เลือกเขา  ไม่เลือกเจนมิน"

       สราญไม่พูดอะไรสักคำ  แต่กอดฉันไว้ด้วยสองมืออันแข็งแรง  แล้วก็ปลอบโยนฉันแทนแม่  แม่ที่ไม่ว่ายังไงก็รักฉันมากที่สุด  แม้ว่าฉันจะอ่อนแอ  ไม่ได้เรื่องแค่ไหนก็ตาม

      "ท้องแน่เลยเหรอ?"

      "มาสคิดว่า  มาสท้อง"

       ฉันตอบพลางสะอึกสะอื้น

      "มีลูกก็ดี  เพราะเจนมินมีไม่ได้  จะได้ไม่ต้องเสียเงินให้หมอทำให้"

      ฉันหยุดสะอื้น  จ้องมองด้วยแววตาสงสัย

     "นั้นลูกเขา"

      "ก็ลูกมาสนั่นแหละ  เจนมินรักแม่  จะไม่รักลูกเขาเหรอ?"

      "รักสิ"

      "อีกอย่าง  พี่มาสก็คิดว่าตัวเองท้อง  แต่ยังไม่แน่สักหน่อย"

      แล้วสราญก็ก้มหน้าลงมองมือถือ  ก่อนพิมพ์อะไรยืดยาว  จนฉันสงสัยว่าเธอ  จะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังหรือเปล่า?

     "อย่าเล่าให้ใครฟังนะ  เจนมินอายที่เป็นฝ่ายแพ้"

      "คนคนนี้  พอรู้เรื่องแล้ว  จะช่วยเจนมินได้"

      ฉันแทบร้องอ๋อในทันที  จิตใจที่ปิดแคบในเมื่อครู่  เปลี่ยนเป็นเริ่มมีหวังขึ้นแล้ว

       "พี่ดีว่าบอกว่า  เราต้องทำงานเป็นทีม  และเราต้องชนะคุณกฤษณ์ที่หัวเดียวกระเทียมลีบ"

       "แต่มาสรักเขา  แถม..."

      "เออน่า  รู้อยู่หรอก  แต่สามหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว  และเดิมพันครั้งนี้คือความสุขชั่วชีวิตของเจนมินเลยนะ"

     สราญกำหมัดแล้วหันมาทางฉัน

     "สู้ไม่สู้?"

      "สู้!"

     ฉันร้องด้วยพลังชีวิตอย่างเต็มเปี่ยม  ต่อหน้าเพื่อนรักคนนี้!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บันทึกของเจนมิน วันที่ 1-3

    บันทึกของเจนมิน วันที่ 1ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความงวงนอน เหมือนสมองถูกทาบทับไปด้วยหมอกฝ้า จนไม่อาจคิดอ่านอะไรได้เหมือนปกติ ฉันไม่ชอบความเฉื่อยชาเหล่านี้ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้สิ่งแรกที่ทำให้ฉันเครียด คือ พ่อ พ่อเห็นคะแนนสอบปลายภาคของฉันด้วยแววตาเฉยเมย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นโทสะก้อนใหญ่ ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้ทำให้พ่อพอใจนักเรื่องเรียน แต่ฉันก็มีดีเรื่องอื่น เช่นว่า..เช่นว่า..ไว้นึกออกฉันจะเขียนลงไปสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกดีในวันนี้ คือฉันเจอแมวหน้าตาขี้ริ้วขี้เร่ห์ ตรงใต้ตึกคณะ มันผอมโซ และเป็นเพียงลูกแมวที่ไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน ฉันเข้าใจความอ้างว้างนี่ดี เลยซื้ออาหารเปียกให้มัน มองดูเจ้าเหมียวเลียอาหารจนหมด มันเข้ามาคลอเคลียร์ฉัน ความรู้สึกที่ว่าฉันเป็นคนสำคัญ มันก็ดีอย่างนี้เองบันทึกของเจนมิน วันที่ 2สิ่งดีๆที่ฉันอยากขอบคุณ เกิดขึ้นตอนฉันเล่นโซเชียลมีเดีย เห็นเด็กๆในทวีปห่างไกล เนื้อตัวมอมแมม&nbs

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 30 ตอนจบที่แท้จริง(ตอนจบ)

    ฉันนั่งมองเสี้ยวหน้าของมาสด้วยความหลงใหล ไม่รู้ว่า ถ้าเราคบกันสักสามสิบปี ฉันจะรักเธอน้อยลงไหม? แต่ตอนนี้ฉันรักเธอ และอยากให้เธอฟื้นสักที แสงแดดสาดส่องลงบนเปลือกตาของเธอ ทำความระคายเคืองให้สุดที่รักของฉัน มันเป็นแบบนี้มาเดือนหนึ่งแล้ว แล้วเปลือกตาก็ค่อยๆ ขยับ ลืมตาขึ้น มาสตื่นแล้ว! มาสหันมามองรอบๆ ตัว แล้วก็ทำหน้าตกใจเมื่อเห็นฉัน "เจนมิน! เจนมินจริงด้วย เกิดอะไรขึ้น มาสตายไปเจอเจนมินได้ไง?" "ใครตาย ไม่มีใครตายทั้งนั้น มีแต่มาสนั่นแหละที่สลบไปหนึ่งเดือน" "ห้ะ?" "ใช่ เราต้องคุยกันยาวเลย" "ถ้าอย่างนั้น ที

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 29 คนป่วยทางจิตไม่ใช่คนบ้า

    ในมุมมองของมาส มาสอยากเป็นส่วนหนึ่งให้คนที่เป็นซึมเศร้าเลิกอาย และตระหนักความสำคัญของการรักษาตัว รวมไปถึงมีคนรอบข้างที่เข้าใจคนป่วย ปฏิบัติตัวกับคนป่วยอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคนป่วยซึมเศร้าในไทยมีกว่าสี่เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทย มาสโพสต์ไดอารี่ที่มาสเขียน เพื่อไม่ให้ลืมเรื่องของเจนมินทุกช่องทางเท่าที่จำได้ ทั้งโซเชียล เว็บบอร์ด บล็อก หรือที่ไหนก็ตามที่มาสคิดออก โดยที่มาสไม่กล้าอ่านมันซ้ำอีก และวานให้ดีว่าพิมพ์ให้ด้วย เพราะมาสไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว อีกใจหนึ่งมาสกลัวว่ามาสจะเลิกเศร้า และเลิกคิดถึงเจนมินได้แล้ว คนที่มีอาการมากมายไม่ได้รับการรักษา ทำให้มีคนฆ่าตัวตายอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่จิตแพทย์มีทั้งยา และมีวิธีการบำบัดอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าโรคจะเกิดจากสภาพแวดล้อม พันธุกรรม หรือสารเคมีในสมอง

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 28 สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ สราญ

    ในมุมมองของสราญ สราญเป็นคนมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เด็กๆ เสื้อผ้าต้องรีดจนเรียบ เรียงกันตามสี ไล่จากสีอ่อนไปสีเข้ม สราญแบ่งเวลาอย่างชัดเจน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตอนคบกับยีนส์ ยีนส์ชอบบอกว่า ให้สราญผ่อนปรนกับตัวเองลงบ้าง แต่เวลาอ่านหนังสือ เวลาออกกำลังกาย สราญไม่เคยสละให้ยีนส์เลย นั่นแหละ ยีนส์ถึงได้สะสมความน้อยใจเอาไว้ และปะทุออกมา อย่างที่ทุกคนเห็น แต่ตอนนี้ เวลาที่สราญจัดสรรอย่างพอเหมาะ กลับกลายเป็นเวลาที่สราญเห็นหน้าคนหนึ่งลอยมาตลอดเวลา นั่นคือใบหน้าของพี่ดีว่า ตอนยิ้ม ตอนยียวน ตอนโกรธ ตอนใจลอย หรือตอนทำหน้าเฉยๆ ทุกโมเมนต์ปรากฏในหัวสราญ จนไม่เป็นอันทำภารกิจตามตารางงาน แถมการฝึกซ้อมทำอาหารกับแม่เทียนในวันนี้&n

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 27 มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส

    มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส คนที่ชื่อเจนมิน มาสตื่นขึ้นมาด้วยสภาพแฮงก์ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งข้างกาย สัมผัสแรกที่เห็นหน้าเธอ คือเจนมินสวยจนชวนหลงใหล ประเภทอยากตามตื๊อเป็นแฟนตลอดไป คำแรกที่เธอพูดกับมาสคือ 'สวยจัง' เธอคงไม่รู้ว่า เธอก็สวยไม่แพ้ใคร แววตาเศร้าสร้อยทำให้มาสอยากปกป้อง และที่น่าแปลกคือเธออยากรับผิดชอบคืนนั้นของเรา แน่นอนว่ามาสหัวเราะ เพราะสมัยนี้เขาไม่คิดแบบนั้นกันแล้ว เธอเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบๆ ตัวมาส หาข้ออ้างมาเจอด้วยการรับน้องบ้าง อยากหาเพื่อนกินข้าวบ้าง เธอไม่เคยหยุดพยายาม ที่จะรู้จักมาสให้มากขึ้น จนกระทั่งมีคนบอกเธอว่า มาสเป็นเมียน้อยคนอื่น มาสไม่เคยอายเรื่องระหว่างมาสกับพี่กฤษณ์ แต่ตอนนั้นมาสอายเ

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 26 เรามาส่งเจนมินด้วยรอยยิ้มกันเถอะ

    ในมุมมองของมาส มาสขอร้องสราญเป็นครั้งสุดท้าย ขอเข้าไปหาเจนมินเพื่อร่ำลา สราญบอกมาสว่า เมื่อคุณเดชไปเตรียมสถานที่จัดงานศพ สราญจะโทรบอกมาส มาสรออยู่ที่ลานจอดรถนาน เสียงรถเข้าออกค่อยๆ เลือนหายไปจากโสตประสาทของมาส มาสได้ยินแต่เสียงเจนมินพูด เจนมินหัวเราะอยู่ในหัว คนคนนั้นจะพูดมากเฉพาะกับคนที่สนิทเท่านั้น เสียงที่แท้จริงที่มาสได้ยินในตอนนี้ คือเสียงลมหายใจของมาสเอง มันดังเพื่อแสดงว่า ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน แต่มาสก็ยังอยู่ ยังไม่ตาย แต่อยู่อย่างทรมาน และด้วยความรู้สึกผิด มาสยืนอยู่นาน จนตัวทั้งตัวกลายเป็นก้อนหิน ก้อนหินที่เจ็บปวดได้ มาสไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีเสียงสะอื้น มีแต่ห้วงลมหายใจขาดช่วง ทุกครั้งที่มาสคิดถึงเจนมิน ใจมาสเหมือนจะขาด เหมือนจะตายตามไป แต่ที่

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 25 สราญ ฉันยังไม่เคยบอกรักลูกฉันเลย

    หมายเหตุ *** มีฉากรุนแรงสูง ผู้อ่านที่จิตใจอ่อนไหวควรได้รับคำแนะนำ ฉันถามเอไอแล้ว ว่าฆ่าตัวตายด้วยวิธีไหนเจ็บน้อยที่สุด แต่เอไอไม่ตอบ ทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ไม่ตอบ มันน่าโมโหไหมละ ฉันคิดถึงแม่ บางทีถ้าฉันตาย ฉันอาจไปอย

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 24 มาสขอให้เจนมินเลิกมาหามาส แล้วมูฟ ออนไปต่อเถอะนะ

    เรามาถึงหน้าหอพักของมาส แล้วนั่งรอกันครู่ใหญ่ พี่ดีว่าบอกเราว่า คุณกฤษณ์ส่งข้อความหามาส จะมาหาเธอวันนี้ แต่พี่ดีว่าแอบลบข้อความนั้น แล้วนัดมาสให้มาเจอกับฉัน และมาสก็ตอบตกลง รถตู้ของพ่อปิดฟิล์มส

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 22 หนูอยากวาดรูป แล้วพ่อก็ห้ามหนูไม่ได้ด้วย

    วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ ปกติฉันจะไปคลุกอยู่ที่ห้องของมาส แต่วันนี้ ฉันมีภารกิจสำคัญ นั่นคือ ภารกิจทวงคืนไอแพด ฉันรอให้พ่อเดชอยู่ตามลำพังในห้องนั่งเล่น แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร เหมือนที่ชอบทำเวลาจะรบกวนใคร

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 21 มาสไม่อยากให้เรื่องของเราซับซ้อนไปมากกว่านี้

    ฉันแผ่แขนกางขาออก อยู่บนเตียงนุ่ม ในห้องมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ ในหัวฉันว่างเปล่า ไม่มีความคิดใดผุดขึ้นมา นอกจากหน้าของมาส ฉันว่าการรักษาโรคซึมเศร้าเป็นไปด้วยดี ฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ แต่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status