Beranda / LGBTQ+ / รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles) / บทที่ 25 สราญ ฉันยังไม่เคยบอกรักลูกฉันเลย

Share

บทที่ 25 สราญ ฉันยังไม่เคยบอกรักลูกฉันเลย

Penulis: Me.Daisy
last update Tanggal publikasi: 2026-06-22 17:30:10

หมายเหตุ *** มีฉากรุนแรงสูง  ผู้อ่านที่จิตใจอ่อนไหวควรได้รับคำแนะนำ

      ฉันถามเอไอแล้ว  ว่าฆ่าตัวตายด้วยวิธีไหนเจ็บน้อยที่สุด  แต่เอไอไม่ตอบ  ทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ไม่ตอบ  มันน่าโมโหไหมละ  ฉันคิดถึงแม่  บางทีถ้าฉันตาย  ฉันอาจไปอยู่บนสวรรค์เหมือนแม่  ได้นอนตักนางฟ้า  ได้ฟังเสียงดนตรีรื่นหู  มีหน้าตาผิวพรรณแบบนางฟ้า  ก็ไม่เลว

      แต่ฉันก็มีลางสังหรณ์  ว่าถ้าตายแบบฆ่าตัวตาย  จะได้ไปอยู่รวมกับพวกที่ทำความดีสะสมไว้มากมายหรือเปล่า  มันเป็นการทำร้ายจิตใจพ่อแม่  ฉันจึงสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต

       เท่าที่จับประเด็นได้  ทางศาสนาพุทธบอกว่า  ถือเป็นกรรมหนัก  แม้จะฆ่าตัวเองก็ตาม  การฆ่าตัวตายไม่ใช่การหนีทุกข์  แต่เป็นการสร้างทุกข์ต่อไป  หลังตายจะไปเกิดในอบายภูมิ  เพื่อเผชิญทุกข์แบบซ้ำๆ

      ฉันขนลุกซู่  เมื่อพบว่าฉันจะจมอยู่ในทุกข์  เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ  แต่ฉันไม่อยากอยู่ในสถานที่เดิมๆ เจอมาส  แล้วกลับไปทรมานใจทุกวัน

     ความหนักทึบทางใจ  กดฉันให้ซึมเศร้า  ไม่อยากมีชีวิตอยู่  มีแต่อยากตัดไฟแต่ต้นลม  อยากหายไปจากสถานการณ์นี้  ฉันจึงเลือกที่จะจบชีวิตบัดซบแบบนี้ลง  ช่างหัวมัน  ขอแค่ไม่ต้องเห็นภาพบาดตา  ตอนมาสแต่งงานกับคุณกฤษณ์  โพสต์โมเมนต์ตอนวันพิเศษ  ตอนไปเที่ยวกัน  ฉันก็ถือว่าฉันจะได้ไม่ต้องร้องไห้ตามลำพังอีก

      การถูกมาสปฏิเสธเหมือนไฟเผาจนมอดไหม้  มันแสบร้อนในอก  จนต้องดิ้นพล่านด้วยความทุกข์ทรมาน  ฉันตีอกตัวเองซ้ำๆ อย่างแสบลึก  ราวกับถูกพริกทาแล้วจุดไฟเผา

      ไม่ว่าจะเดินไปอาบน้ำ  นั่งกินข้าว  หรือล้มตัวลงนอน  ในอกก็หมองไหม้  จนฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป  ความตายคงเป็นทางเดียวที่จะยุติมันได้  ฉันภาวนาขอให้ตายแล้วไม่ต้องเกิดอีก  ฉันขอเลือกที่จะเชื่อว่าตายแล้วหายทุกข์

      ฉันแอบซื้อยานอนหลับมาจากร้านขายยา  พร้อมกับคำโกหกว่าซื้อไปฝากแม่  และมีใบสั่งยาปลอมๆ ที่ฉันเคยเห็นหมอเขียนให้พ่อ

       ตอนแรกฉันก็รู้สึกสบายดี  แค่อิ่มที่กินยาเข้าไปเป็นกำมือ  แต่จู่ๆ  ฉันก็คลื่นไส้  มึนงง  เวียนหัว  รู้สึกแน่นหน้าอก  เหงื่อออกมาก  แถมมือเท้าเย็น

      เสียงในหัวเงียบลง  ฉันนึกถึงหน้ามาส  ตอนที่ฉันคุยกับเธอ  ตอนเธอปฏิเสธฉัน  แล้วเธอก็หันไปกอดแขนคุณกฤษณ์  แล้วฉันก็นึกถึงแม่  แม่ที่ปลอบประโลมฉันว่า  ฉันจะต้องไม่เป็นอะไร

     ร่างกายฉันชักกระตุก  ฉันปวดท้อง  สิ่งรอบตัวเริ่มหายไปจากความรับรู้  ฉันรู้สึกเหมือนจมลงในน้ำ  ฉันเห็นตัวเองนอนอยู่  เหมือนตัวฉันหลุดออกจากร่าง....

.

.

     ในมุมมองของสราญ

     สราญรู้ดีว่าช่วงนี้  เจนมินค่อนข้างอ่อนไหว  และกินอะไรมากจนผิดปกติ  แต่สราญก็ยังซื้อขนมมาฝาก  เพราะมันเป็นข้ออ้างเดียว  ที่สราญจะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนเจนมิน  สราญเข้าห้องไปโดยไม่เคาะ

      "เมอแรงก์อร่อยๆ จ้า"

      สราญมองเข้าไปในห้องสลัว  เห็นว่ามีกลุ่มก้อนอะไรกองอยู่  เลยเปิดไฟ  แล้วพบว่า

      เจนมินนอนอยู่บนพื้น  น้ำลายไหลจากมุมปาก  เธอนิ่งเหมือนไม่หายใจ  ไม่ตอบสนองใดๆ  แม้สราญจะเรียกเธอยังไงก็ตาม  มีเพียงขวดยาที่ตกอยู่บนพื้น

     "ขอร้องล่ะ  อย่าตายนะเจนมิน  เธอจะตายไม่ได้นะเจนมิน"

      สราญเลยวิ่งไปตามคนมาช่วย  พวกผู้ชายช่วยกันหามเธอไปส่งโรงพยาบาล  คุณกษิดิ์เดชตกใจจนหน้าซีด

     "เกิดอะไรขึ้นกับเจนมิน  ใช่ผู้หญิงที่มีปัญหาและเจนมินรักเธอมากหรือเปล่า?"

    "ค่ะ"

     สราญร้องไห้  ไม่กล้าวัดว่าเจนมินยังหายใจหรือเปล่า  ใบหน้าเธอนิ่งสนิท  จนน่าใจหาย  และสราญไม่รู้จะทำอย่างไร

    "โทรหาเธอ"

     "คะ  คุณท่าน?"

     "เจนมินอาจต้องการกำลังใจ"

     "ค่ะ"

      สราญโทรบอกข่าวให้พี่มาสรู้  และเธอก็กำลังไปเจอเราที่โรงพยาบาล

      บุคลากรทางการแพทย์เข็นเธอเข้าห้องฉุกเฉิน  และกั้นไม่ให้ญาติผู้ป่วยเข้าไป  สราญสวดมนต์  นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ส่วนคุณกษิดิ์เดชก้มหน้า  ยกมือปิดหน้า  คนอื่นดูร้อนใจไม่แพ้กัน

      แล้วมาสก็มาถึง  เธอหน้าซีดตัวสั่น  รอคอยอยู่หน้าห้องฉุกเฉินพร้อมพวกเรา

     "เจนมินไปหาเธอ  แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น?"

     "มาส...มาสขอโทษ"

     "เธอก็รู้ว่าเจนมินเป็นโรคซึมเศร้า  เป็นโรคหัวใจ  เธอรู้ดีทุกอย่าง  แล้วเธอมาทำอย่างนี้กับลูกสาวฉันได้ยังไง?

      ยัยเด็กคนนี้ไม่เคยยิ้มแบบจริงใจเลยสักครั้ง  ยกเว้นตอนคิดถึงเธอ  แต่เธอก็ยังไม่ถนอมรอยยิ้มนี้ไว้  แล้วบีบให้ลูกสาวของฉันต้องฆ่าตัวตาย"

     "คุณคะ  พอเถอะค่ะ"

     คุณนิจปรามสามีของเธอ  แต่เขามาถึงจุดเดือด  และไม่อาจเงียบเฉยได้อีกต่อไป

     "ถ้าลูกฉันตาย  ฉันจะอยู่ยังไง  ถ้าลูกฉันตายเธอก็คงยิ้มได้เหมือนเดิม  เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ครอบครัวเราต้องสูญเสียลูกสาวสุดที่รักไปตลอดกาล  เธอจะรับผิดชอบยังไง?  ไหนเธอตอบมาสิ"

    "มาสไม่ได้ตั้งใจ  มาสแค่อยากให้เจนมินมูฟออน  อยากให้เจนมินตัดใจจากมาส  แล้วไปเจอคนที่ดีกว่า

     มาสเป็นผู้หญิงไม่ดี  มาสเป็นเมียน้อยเขา  แต่เจนมินก็ยังยืนกรานที่จะรอ  และรักมาส  มาสอยากให้เจนมินมีความสุขกับรักครั้งใหม่  มาสไม่คิดว่าเรื่องจะมาถึงขั้นนี้

     มาสรู้ว่าทำยังไงก็ไม่พอ  แต่มาส...มาสขอโทษค่ะ"

     เธอคุกเข่าแล้วก้มลงกราบคุณกษิดิ์เดช  แต่เขาหันไปอีกทาง  ปฏิเสธการขอขมาจากเธอ

     พวกเรารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอยู่นาน  แล้วหมอก็เดินออกมา  สราญไม่อยากตีความว่าหน้าซึมของหมอ  หมายความว่าอย่างไร  สราญอยากฟังจากปากหมอมากกว่า

     "คนไข้กินยานอนหลับเกินขนาด  แถมยังเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา  แล้วก็มาหาหมอช้าเกินไป  หัวใจเธอหยุดเต้น 

     และเราไม่อาจทำให้เธอฟื้นขึ้นมาได้  หมอขอแสดงความเสียใจด้วยครับ"

     สราญรู้สึกเหมือนสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตขาดหายไป  รอบตัวสราญมีแต่คนร้องไห้  ร้องไห้แบบมีเสียง  และซึมอยู่กับตัวเอง

     มาสทำหน้าช็อก  และเอามือจับหน้าอก  เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในใจของเธอมีเจนมินอยู่เต็มหัวใจ  แต่เธอก็ผลักไสเจนมินด้วยความหวังดี  กระทั่งลืมคำนวณว่าเจนมินจะรับมือไว้ไม่ไหว  สราญจะไม่โทษเธอ  เพราะตอนนี้มาสทุกข์ถึงที่สุด

    คุณกษิดิ์เดชเดินมาหามาส  ตบหน้าเธออย่างแรง

    "อย่าให้ฉันต้องเห็นหน้าเธออีก  แม้แต่งานศพเจนมิน  ก็อย่าได้คิดที่จะมา  ฉันไม่อโหสิให้  ไม่รับขอขมา  ไม่ให้อภัยเธอตลอดชีวิต

     และฉันขอสาปแช่งเธอ  ให้เธอพลัดพรากจากคนที่รัก  ถูกพรากของรักเหมือนที่ฉันเจอ

จะไปไหนก็ไป  ฉันไม่ให้โอกาสเธอลาเจนมินอีก"

      พี่ดีว่ามาถึงเป็นคนสุดท้าย  มาทันฉากนี้พอดี  และพาพี่มาสกลับห้องพัก  ส่วนฉันกับคุณกษิดิ์เดชเดินเข้าไปลาเจนมินเป็นครั้งสุดท้าย

      เจนมินนอนหลับตาอยู่บนเตียง  ใบหน้าเธอสงบเหมือนกำลังนอนหลับ  คุณท่านหอมแก้มเจนมิน  ลูบหน้าลูบตาเธอ  แล้วร้องไห้ปานจะขาดใจ  ส่วนสราญเอื้อมมือไปจับมือเจนมิน  มือที่เคยอบอุ่นกลับเย็นเฉียบ

     "สราญ  ฉันยังไม่เคยบอกรักลูกฉันเลย"

คุณท่านเอ่ยกับฉันเสียงเศร้า  พวกเราร้องไห้กันเงียบๆ

    สราญนึกถึงตอนที่เราลุ้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยกัน  ตอนช่วยกันปลุก  เวลาเรียนกับอาจารย์ที่สอนน่าเบื่อ  ตอนที่พยายามจีบพี่มาส  แต่ตอนนี้ภาพเหล่านั้นจะไม่มีอีกต่อไป  และสราญต้องโดดเดี่ยว  เพราะเพื่อนรักของสราญจากไปแล้ว  จากไปตลอดกาล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บันทึกของเจนมิน วันที่ 1-3

    บันทึกของเจนมิน วันที่ 1ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความงวงนอน เหมือนสมองถูกทาบทับไปด้วยหมอกฝ้า จนไม่อาจคิดอ่านอะไรได้เหมือนปกติ ฉันไม่ชอบความเฉื่อยชาเหล่านี้ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้สิ่งแรกที่ทำให้ฉันเครียด คือ พ่อ พ่อเห็นคะแนนสอบปลายภาคของฉันด้วยแววตาเฉยเมย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นโทสะก้อนใหญ่ ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้ทำให้พ่อพอใจนักเรื่องเรียน แต่ฉันก็มีดีเรื่องอื่น เช่นว่า..เช่นว่า..ไว้นึกออกฉันจะเขียนลงไปสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกดีในวันนี้ คือฉันเจอแมวหน้าตาขี้ริ้วขี้เร่ห์ ตรงใต้ตึกคณะ มันผอมโซ และเป็นเพียงลูกแมวที่ไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน ฉันเข้าใจความอ้างว้างนี่ดี เลยซื้ออาหารเปียกให้มัน มองดูเจ้าเหมียวเลียอาหารจนหมด มันเข้ามาคลอเคลียร์ฉัน ความรู้สึกที่ว่าฉันเป็นคนสำคัญ มันก็ดีอย่างนี้เองบันทึกของเจนมิน วันที่ 2สิ่งดีๆที่ฉันอยากขอบคุณ เกิดขึ้นตอนฉันเล่นโซเชียลมีเดีย เห็นเด็กๆในทวีปห่างไกล เนื้อตัวมอมแมม&nbs

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 30 ตอนจบที่แท้จริง(ตอนจบ)

    ฉันนั่งมองเสี้ยวหน้าของมาสด้วยความหลงใหล ไม่รู้ว่า ถ้าเราคบกันสักสามสิบปี ฉันจะรักเธอน้อยลงไหม? แต่ตอนนี้ฉันรักเธอ และอยากให้เธอฟื้นสักที แสงแดดสาดส่องลงบนเปลือกตาของเธอ ทำความระคายเคืองให้สุดที่รักของฉัน มันเป็นแบบนี้มาเดือนหนึ่งแล้ว แล้วเปลือกตาก็ค่อยๆ ขยับ ลืมตาขึ้น มาสตื่นแล้ว! มาสหันมามองรอบๆ ตัว แล้วก็ทำหน้าตกใจเมื่อเห็นฉัน "เจนมิน! เจนมินจริงด้วย เกิดอะไรขึ้น มาสตายไปเจอเจนมินได้ไง?" "ใครตาย ไม่มีใครตายทั้งนั้น มีแต่มาสนั่นแหละที่สลบไปหนึ่งเดือน" "ห้ะ?" "ใช่ เราต้องคุยกันยาวเลย" "ถ้าอย่างนั้น ที

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 29 คนป่วยทางจิตไม่ใช่คนบ้า

    ในมุมมองของมาส มาสอยากเป็นส่วนหนึ่งให้คนที่เป็นซึมเศร้าเลิกอาย และตระหนักความสำคัญของการรักษาตัว รวมไปถึงมีคนรอบข้างที่เข้าใจคนป่วย ปฏิบัติตัวกับคนป่วยอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคนป่วยซึมเศร้าในไทยมีกว่าสี่เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทย มาสโพสต์ไดอารี่ที่มาสเขียน เพื่อไม่ให้ลืมเรื่องของเจนมินทุกช่องทางเท่าที่จำได้ ทั้งโซเชียล เว็บบอร์ด บล็อก หรือที่ไหนก็ตามที่มาสคิดออก โดยที่มาสไม่กล้าอ่านมันซ้ำอีก และวานให้ดีว่าพิมพ์ให้ด้วย เพราะมาสไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว อีกใจหนึ่งมาสกลัวว่ามาสจะเลิกเศร้า และเลิกคิดถึงเจนมินได้แล้ว คนที่มีอาการมากมายไม่ได้รับการรักษา ทำให้มีคนฆ่าตัวตายอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่จิตแพทย์มีทั้งยา และมีวิธีการบำบัดอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าโรคจะเกิดจากสภาพแวดล้อม พันธุกรรม หรือสารเคมีในสมอง

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 28 สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ สราญ

    ในมุมมองของสราญ สราญเป็นคนมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เด็กๆ เสื้อผ้าต้องรีดจนเรียบ เรียงกันตามสี ไล่จากสีอ่อนไปสีเข้ม สราญแบ่งเวลาอย่างชัดเจน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตอนคบกับยีนส์ ยีนส์ชอบบอกว่า ให้สราญผ่อนปรนกับตัวเองลงบ้าง แต่เวลาอ่านหนังสือ เวลาออกกำลังกาย สราญไม่เคยสละให้ยีนส์เลย นั่นแหละ ยีนส์ถึงได้สะสมความน้อยใจเอาไว้ และปะทุออกมา อย่างที่ทุกคนเห็น แต่ตอนนี้ เวลาที่สราญจัดสรรอย่างพอเหมาะ กลับกลายเป็นเวลาที่สราญเห็นหน้าคนหนึ่งลอยมาตลอดเวลา นั่นคือใบหน้าของพี่ดีว่า ตอนยิ้ม ตอนยียวน ตอนโกรธ ตอนใจลอย หรือตอนทำหน้าเฉยๆ ทุกโมเมนต์ปรากฏในหัวสราญ จนไม่เป็นอันทำภารกิจตามตารางงาน แถมการฝึกซ้อมทำอาหารกับแม่เทียนในวันนี้&n

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 27 มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส

    มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส คนที่ชื่อเจนมิน มาสตื่นขึ้นมาด้วยสภาพแฮงก์ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งข้างกาย สัมผัสแรกที่เห็นหน้าเธอ คือเจนมินสวยจนชวนหลงใหล ประเภทอยากตามตื๊อเป็นแฟนตลอดไป คำแรกที่เธอพูดกับมาสคือ 'สวยจัง' เธอคงไม่รู้ว่า เธอก็สวยไม่แพ้ใคร แววตาเศร้าสร้อยทำให้มาสอยากปกป้อง และที่น่าแปลกคือเธออยากรับผิดชอบคืนนั้นของเรา แน่นอนว่ามาสหัวเราะ เพราะสมัยนี้เขาไม่คิดแบบนั้นกันแล้ว เธอเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบๆ ตัวมาส หาข้ออ้างมาเจอด้วยการรับน้องบ้าง อยากหาเพื่อนกินข้าวบ้าง เธอไม่เคยหยุดพยายาม ที่จะรู้จักมาสให้มากขึ้น จนกระทั่งมีคนบอกเธอว่า มาสเป็นเมียน้อยคนอื่น มาสไม่เคยอายเรื่องระหว่างมาสกับพี่กฤษณ์ แต่ตอนนั้นมาสอายเ

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 26 เรามาส่งเจนมินด้วยรอยยิ้มกันเถอะ

    ในมุมมองของมาส มาสขอร้องสราญเป็นครั้งสุดท้าย ขอเข้าไปหาเจนมินเพื่อร่ำลา สราญบอกมาสว่า เมื่อคุณเดชไปเตรียมสถานที่จัดงานศพ สราญจะโทรบอกมาส มาสรออยู่ที่ลานจอดรถนาน เสียงรถเข้าออกค่อยๆ เลือนหายไปจากโสตประสาทของมาส มาสได้ยินแต่เสียงเจนมินพูด เจนมินหัวเราะอยู่ในหัว คนคนนั้นจะพูดมากเฉพาะกับคนที่สนิทเท่านั้น เสียงที่แท้จริงที่มาสได้ยินในตอนนี้ คือเสียงลมหายใจของมาสเอง มันดังเพื่อแสดงว่า ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน แต่มาสก็ยังอยู่ ยังไม่ตาย แต่อยู่อย่างทรมาน และด้วยความรู้สึกผิด มาสยืนอยู่นาน จนตัวทั้งตัวกลายเป็นก้อนหิน ก้อนหินที่เจ็บปวดได้ มาสไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีเสียงสะอื้น มีแต่ห้วงลมหายใจขาดช่วง ทุกครั้งที่มาสคิดถึงเจนมิน ใจมาสเหมือนจะขาด เหมือนจะตายตามไป แต่ที่

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 24 มาสขอให้เจนมินเลิกมาหามาส แล้วมูฟ ออนไปต่อเถอะนะ

    เรามาถึงหน้าหอพักของมาส แล้วนั่งรอกันครู่ใหญ่ พี่ดีว่าบอกเราว่า คุณกฤษณ์ส่งข้อความหามาส จะมาหาเธอวันนี้ แต่พี่ดีว่าแอบลบข้อความนั้น แล้วนัดมาสให้มาเจอกับฉัน และมาสก็ตอบตกลง รถตู้ของพ่อปิดฟิล์มส

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 23 สู้ไม่สู้?

    คุณกฤษณ์ส่งข่าวมาบอกมาส ว่าคุณสุนิตาแท้ง เธอไม่ได้สบายใจ หรือดีใจ ที่รู้ว่าเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องเสียไป จากความเครียดของแม่ ที่มาสเป็นคนมีส่วน ฉันต้องมาหามาสทุกคืน เพื่อมาดูเธอกินข้าวและเข้า

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 22 หนูอยากวาดรูป แล้วพ่อก็ห้ามหนูไม่ได้ด้วย

    วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ ปกติฉันจะไปคลุกอยู่ที่ห้องของมาส แต่วันนี้ ฉันมีภารกิจสำคัญ นั่นคือ ภารกิจทวงคืนไอแพด ฉันรอให้พ่อเดชอยู่ตามลำพังในห้องนั่งเล่น แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร เหมือนที่ชอบทำเวลาจะรบกวนใคร

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 21 มาสไม่อยากให้เรื่องของเราซับซ้อนไปมากกว่านี้

    ฉันแผ่แขนกางขาออก อยู่บนเตียงนุ่ม ในห้องมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ ในหัวฉันว่างเปล่า ไม่มีความคิดใดผุดขึ้นมา นอกจากหน้าของมาส ฉันว่าการรักษาโรคซึมเศร้าเป็นไปด้วยดี ฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ แต่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status