Share

บทที่ 2

เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยสีพาสเทลกรีดเสียงดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบยามบ่าย ภายในห้องทำงานขนาดเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและไอฝุ่นชอล์กจาง ๆ

อัยยา อลิน เงยหน้าขึ้นจากภาพร่างทิวทัศน์ด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วในเวลาทำงานที่มหาวิทยาลัยเช่นนี้ จะไม่ค่อยมีใครโทรศัพท์ส่วนตัวเข้ามาหาเธอนักหากไม่ใช่เรื่องด่วนจริง ๆ

ปลายนิ้วเรียวที่เปื้อนฝุ่นผงสีเทากดรับสายพลางกดเปิดลำโพง เนื่องจากห้องทั้งห้องมีเพียงเธอทำงานตามลำพังก่อนที่เสียงทุ้มนุ่มแฝงความเคร่งขรึมของชายแปลกหน้าดังขึ้นจากปลายสาย

"สวัสดีครับ คุณอัยยา อลิน ใช่ไหมครับ?" คนปลายสายเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อรอให้หญิงสาวต้นทางตอบ

"ค่ะ ฉันอัยยากำลังพูดสาย ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครหรือคะ" เธอกรอกเสียงตอบกึ่งประหลาดใจเล็กน้อย

"ผมวิชาญ วชิรนัย เป็นเลขาฯ ส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูงแห่งตระกูลกิตติไพศาลสกุลครับ" คนปลายทางแนะนำตัวเสียงขรึมก่อนจะพูดต่อ

"ผมทราบมาว่าคุณอัยยามีความเชี่ยวชาญ... เอ่อ... ในด้านการดูแลและแต่งกายให้ผู้วายชนม์ รวมถึง... การอยู่เป็นเพื่อนในวาระสุดท้าย" น้ำเสียงของเขาติดจะลังเลราวกับไม่แน่ใจว่าจะใช้คำพูดใดให้เหมาะสมกับอาชีพที่ไม่ธรรมดาของเธอ

ตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจนเธอเองก็คุ้นหู ต้องการให้เธอไปเฝ้าศพของใครกัน อัยยาพึมพำในใจ เพราะเธอยังไม่รู้สาเหตุถึงการติดต่อมาของเขา ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ตอบในทันที

หญิงสาวปล่อยให้ความเงียบโรยตัวอยู่ชั่วครู่ ทั้งนี้เนื่องจากงานพิเศษที่เธอทำนอกเหนือจากการสอนศิลปะนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะป่าวประกาศ และผู้ที่ติดต่อมามักจะรู้กันเฉพาะในวงแคบหรือผ่านการแนะนำต่อ ๆ กันอย่างเงียบเชียบ การที่คนจากตระกูลใหญ่ระดับนี้ติดต่อมาโดยตรงจึงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ

"ค่ะ ดิฉันรับงานประเภทนั้น" อัยยาตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะรอฟังปลายสายอย่างอดทน

"คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานอาวุโสของตระกูลเพิ่งถึง แก่กรรมเมื่อคืนนี้อย่างกะทันหัน ทางเราจึงมีความประสงค์อยากจะเชิญคุณอัยยามาช่วยดูแลในส่วนนี้ รวมถึง... พำนักอยู่ที่คฤหาสน์เป็นการส่วนตัว เพื่อเฝ้าดูแลร่างของท่านไปจนกว่าจะถึงพิธีการสำคัญ...ไม่ทราบว่าคุณสะดวกไหมครับ"

"ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยนะคะ" อัยยาเอ่ยตามมารยาท หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นแต่เป็นสัญชาตญาณบางอย่างในกายของเธอเริ่มก่อตัว

"ไม่ทราบว่าท่านเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดคะ?"

"ผลชันสูตรเบื้องต้นจากแพทย์ระบุว่าเกิดจากอาการหัวใจวายเฉียบพลันเพราะตกใจสุดขีดครับ ร่างกายภายนอกไม่มีร่องรอยใด ๆ ที่น่าสงสัย" เลขาฯ หนุ่มตอบเสียงเรียบ

แต่แวบหนึ่งอัยยารู้สึกเหมือนได้ยินเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น ความเรียบง่ายที่ดูจงใจเกินไป

หัวใจวายเพราะตกใจสุดขีด? คำนี้ก้องอยู่ในหัวของอัยยา มันไม่ใช่สาเหตุการตายที่ผิดปกติเสียทีเดียว แต่การเน้นย้ำว่าตกใจสุดขีดและการติดต่อหาเธอซึ่งรับงานเฝ้าศพเป็นการส่วนตัว ทำให้ลางสังหรณ์บางอย่างกระตุกขึ้นมาอย่างแรง

"แน่นอนครับ ว่าทางเรามีค่าตอบแทนสำหรับความเชี่ยวชาญและเวลาของคุณอัยยาอย่างเหมาะสม" เสียงปลายสายกล่าวต่อเนื่องจากคิดว่าเธอลังเลเรื่องเงิน

ก่อนจะรีบอธิบายเหตุผลอย่างรวดเร็ว "ทั้งนี้เป็นเพราะ ทางครอบครัวต้องการความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากที่สุดในช่วงเวลานี้ และต้องการคนที่ไว้ใจได้รวมถึงมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้"

อัยยาหลับตาลงช้า ๆ ภาพคำสอนของหลวงตาทิมแวบเข้ามาในความคิด การเผชิญหน้ากับความตายไม่ใช่เรื่องน่าพิศมัย แต่มันคือหนทางที่เธอเลือกเพื่อฝึกฝนจิตใจและอยู่ร่วมกับของขวัญแสนพิเศษที่เธอไม่เคยต้องการนี้ให้ได้

นี่คืองาน... งานที่ท้าทายและอาจมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่ แต่ก็เป็นงานที่เธอต้องทำ

"ตกลงค่ะ" เธอตอบกลับไปในที่สุดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความมั่นคง "รบกวนขอรายละเอียดและที่อยู่ด้วยค่ะ ดิฉันจะเตรียมตัวและเดินทางไปทันที"

หลังจากวางสาย อัยยายังคงนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีตีรวนอยู่ในอก ความรู้สึกเย็นเยียบอย่างประหลาดแล่นผ่านร่างทั้งที่อากาศในห้องไม่ได้เย็นเลยแม้แต่น้อย

เธอยกมือขึ้นสัมผัสสร้อยที่มีพระองค์เล็กที่หลวงตามอบให้พึมพำบทสวดสั้น ๆ ในใจ ก่อนจะลุกขึ้นปัดฝุ่นชอล์กออกจากเสื้อผ้าเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หรูของตระกูลกิตติไพศาลสกุลสู่คำเชิญจากความมืดที่เธอรู้สึกได้ว่ามันจะไม่ใช่แค่งานเฝ้าศพธรรมดา ๆ อย่างแน่นอน

ณ อีกฟากหนึ่งของเมืองใหญ่ ภายในอาคารสีขาวสะอาดตาที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากย่างกรายเข้ามาใกล้หากไม่จำเป็น จริง ๆ กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อลอยปะปนกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ กลบกลิ่นอายของความตายที่ตกค้างจนแทบจางหายไปหมดสิ้น

สถานที่แห่งนี้คือห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ศูนย์ชันสูตรพลิกศพ สถานที่ทำงานของนายแพทย์วาโย อชิระ แสงไฟนีออนสาดส่องลงบนโต๊ะโลหะสีเงินวาว ร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจ

มือที่สวมถุงมือยางเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำขณะจัดเก็บเครื่องมือผ่าตัดที่เพิ่งผ่านการใช้งานและทำความสะอาดมาหมาด ๆ แต่ละชิ้นถูกวางลงในถาดตามตำแหน่งเดิมเป๊ะราวกับเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์

ความเงียบภายในห้องมีเพียงเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ และเสียงฮัมต่ำ ๆ ของเครื่องทำความเย็น วาโยชอบบรรยากาศแบบนี้ มันช่วยให้เขามีสมาธิจดจ่ออยู่กับข้อเท็จจริงร่องรอยและหลักฐานที่จับต้องได้ ซึ่งหลงเหลืออยู่บนร่างกายของผู้ไร้ลมหายใจ

"เคสชายสูงวัย หัวใจวายเฉียบพลันเมื่อคืน... ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่พบสิ่งบ่งชี้ถึงการต่อสู้หรือเหตุผิดธรรมชาติอื่นใด" เขาทวนผลการชันสูตรล่าสุดในใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้

แม้ในรายงานเบื้องต้นจากที่เกิดเหตุจะระบุถึง "อาการตกใจสุดขีด" แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้วมันไม่มีอะไรบ่งชี้เช่นนั้นจริง ๆ ทุกอย่างชี้ไปที่ภาวะหัวใจล้มเหลวธรรมดาตามอายุขัยและโรคประจำตัวของผู้ตาย... จบเคส ปิดแฟ้ม ส่งรายงาน

เขายืดตัวขึ้นถอดถุงมือยางทิ้งลงถังขยะติดเชื้อ ก่อนจะเดินไปยังอ่างล้างมือเพื่อทำความสะอาด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาเห็นเพียงความเหนื่อยล้าและความมุ่งมั่นที่ฉายชัดเท่าเดิม งานของเขาคือการค้นหาความจริง ไม่ใช่การสร้างเรื่องราวให้ตื่นเต้นเร้าใจ

วาโย...หลานได้ยินเสียงของป้าไหม น้ำเสียงอ่อนโยนของผู้เป็นป้าดังแว่วขึ้นในห้วงความคิดอีกครั้ง วาโยขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามปัดเสียงนั้นทิ้งเหมือนทุกที

ความฝัน... มันเป็นแค่ความฝันที่เกิดจากความเครียดสะสมและความเป็นห่วงป้าอริสาที่นอนป่วยอยู่เท่านั้น จิตใต้สำนึกกำลังเล่นตลกไม่มีอะไรมากไปกว่านี้

"อาจารย์ครับ เอกสารสรุปรายงานเคสเมื่อเช้าผมวางไว้ให้บนโต๊ะแล้วนะครับ" เสียงของวรัทผู้เป็นทั้งลูกศิษย์พ่วงด้วยตำแหน่งผู้ช่วยดังขึ้นจากหน้าประตูห้องดึงวาโยกลับสู่ปัจจุบัน

"อืม ขอบใจมาก" วาโยตอบรับสั้น ๆ เช็ดมือให้แห้งแล้วเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน เขาเริ่มจมดิ่งลงสู่โลกแห่งเอกสารและหลักฐานอีกครั้ง ปล่อยให้เสียงกระซิบในความฝัน... ลอยหายไปกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 90

    เรื่องราวเริ่มต้นจากความไว้ใจและสุดท้ายก็จบที่คำว่าไว้ใจ...หากจะเล่าเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของเขายังเด็ก...ซึ่งพ่อของเขาก็เป็นเด็กถูกทอดทิ้งและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในอดีต สถานที่ซึ่งชายคนนี้ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย ความสนิทและความผูกพันนี้ขอ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 89

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 88

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 87

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภาร

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 86

    อัยยาลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เธอหันไปมองทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "พวกเขา...พวกเขาถูกขังไว้ที่นี่ค่ะ...ในภาพวาดพวกนี้" เธอพูดเสียงสั่น "เมฆา...เขาน่าจะให้อาจารย์คนนั้นใช้มนต์ดำผนึกวิญญาณของเด็ก ๆ ทุกคนไว้กับภาพวาดแห่งความทรงจำเหล่านี้...พวกเขาต้องการให้เราช่วยปล

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 85

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 83

    ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 78

    คำพูดของอริสาทำให้หัวใจของอัยยาเย็นเยียบ...เธอถูกลักพาตัวมาไกลถึงชลบุรี! และโอกาสที่ตำรวจจะตามหาเธอเจอในเร็ววันนี้แทบจะเป็นศูนย์! แอด... เสียงบานพับประตูห้องดังขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนตามมาด้วยร่างสูงสง่าของเมฆาก้าวเข้ามาในห้องเก็บของใต้ท้องเรือที่เธอถูกขังอยู่ รอยยิ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 73

    หลายวันผ่านไปหลังจากที่ทีมเฉพาะกิจได้ข้อสรุปที่น่าตกตะลึงเกี่ยวกับเมฆา เมฆินทร์...สำหรับอัยยาแล้วทุกอย่างดูเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด รามิลไม่ได้ติดต่อมาเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม และเธอก็พยายามจะกลับไปใช้ชีวิตอาจารย์มหาวิทยาลัยตามปกติ แต่ลึก ๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 69

    เมื่ออัยยากลับออกมาสมทบกับวาโยและเมฆาที่ยืนรออยู่ในห้องจัดแสดงภาพอีกห้อง เมฆาก็ส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้เธอทันที แต่ในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยการสังเกตและจับผิด "เจอไหมครับคุณอัยยา สร้อยข้อมือของคุณ" เขาเอ่ยถาม อัยยาแสร้งทำเป็นถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางยกสร้อยข้อมือขึ้นมาให้ดู "ขอบค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status