LOGINหลังจากที่เขานั้นได้ลองพูดคุยกับพ่อของตาต้ามันก็ทำให้เขาคิดหลายล้านรอบว่าเขานั้นสามารถช่วยหรือทำสิ่งใดได้บ้าง… เขายังยืนยันคำเดิมว่าเขาต้องการยุติเรื่องระหว่างเขากับตาต้าในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมรับเงินของเขาดี ๆ ดังนั้นเขาก็คงจะต้องใช้วิธีอื่นแทนและเขาคิดว่าถ้าเขานั้นใช่เรื่องการรักษาพ่อของตาต้ามาเป็นตัวแปรมันน่าจะดีกว่าและเขาคิดว่าตาต้าคงไม่สามารถปฏิเสธได้ด้วยเพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายและชีวิตของพ่อตนเอง.. เอาเป็นว่าหาข้อมูลก่อนก็แล้วกันว่าจะต้องทำยังไงบ้าง
ตึกตึกตึก… “ช่วงนี้มึงแปลกมากเลยนะไอ้ปัณณ์” “แปลกยังไงวะกูไม่เข้าใจก็หล่อเหมือนเดิมไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลยสักนิด..” แหวะ.. “หล่อแต่มึงดีแต่มึง..” “แน่นอนหล่อที่สุดในโลกเกิดมาก็หล่อเลยทำไมมึงอิจฉา” “กูไม่อิจฉาหมาขี้เรื้อนเว้ย..” “โถ่ ๆ ทำไมสาวไม่เล่นด้วยเลยมาหาที่ลงงี้เหรอวะไอ้นิม” “เล่นตัวสวยก็ไม่สวยแต่เสือกเล่นตัว..” “ฮ่าฮ่าฮ่า.. กูว่าแล้วเชียวทำไมกูถึงซื้อหวxไม่ถูกบ้างวะ..” “เหรอ? เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่าแต่ว่าจริง ๆ นะไอ้ปัณณ์ช่วงนี้มึงดูเปลี่ยนไป..” “หล่อขึ้น?” “กูจริงจัง.. ช่วงนี้มึงดูไม่ร่าxเท่าเมื่อก่อนทำไมวะเจอคนที่ใช่แล้ว? หรือว่าพ่อแม่มึงหาเมียให้มึงแล้ว..” “เจอที่ไหนล่ะกูแค่เบื่อ ๆ ไม่รู้ว่ะ.. มันรู้สึกเบื่อ ๆ ก็น่าเดิม ๆ กันทั้งนั้นมันเบื่อ..” “ก็ถูกของมึง.. แต่ว่า.. ไม่เอา ๆ ไม่คิดดีกว่าเดี๋ยวเสียคำพูด..” “อะไร?” “ไม่มีไร.” “มีมึงมีอะไรมึงพูดมาไอ้นิมมึงจะพูดอะไร?” “ก็ได้ ๆ กูเสียดายพนักงานเสิร์ฟในร้านแม่งคัดหน้าตาได้ดีทีเดียวเสียดาย..” “มึงหยุดเอาไว้ตรงนั้นเลย..” ไอ้ห่xนี่นะ.. เขาจะตำหนิมันก็ทำได้ไม่เต็มปากเพราะเรื่องของตาต้ามันยังคาราคาซังอยู่ยังไงล่ะ แต่ก็นะพนักงานโซนบาร์เขาเป็นคนบอกให้คัดเลือกพนักงานที่หน้าตาจริงเพราะอยากให้ตรงนั้นเป็นแหล่งดึงดูดลูกค้าและมันก็เป็นมาได้ดีเสมอ.. ดังนั้นเรื่องหน้าตาไว้ใจที่ร้านเขาได้เลยไม่ต้องห่วง.. “ว่าแต่.. ใครเป็นโรคไต?” “ไม่มีใครเป็นกูแค่ไปอ่านเจอโพสต์นึงมาก็เท่านั้นกูแค่อยากรู้เฉย ๆ ” ไอ้นี่นิตาดีฉิบหายมันจะขยันสังเกตเกินไปแล้วนะ.. ทำตัวยิ่งกว่าเมียเขาอีกแล้วแบบนี้เรื่องระหว่างเขากับตาต้าจะเป็นยังไงต่อนะไม่ได้ ๆ ต้องระวังให้มากขึ้นแต่อันที่จริงเราสองคนก็ไม่ได้มีเรื่องอย่างว่ากันอีกเลยแค่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาได้เจอกับตาต้าโดยบังเอิญก็เท่านั้นเอง.. “อยากเรียนหมองี้เหรอ?” “มึงพูดออกมาอย่างกับกูเป็นคนขยันเรียนนะไอ้นิมมึงคิดสิ.. คิดดี ๆ แค่พวกเราจบมาได้ก็ถือว่าเป็นภาระอันใหญ่หลงงของสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากแล้วนะมึงจะให้กูไปเรียนหมอเรียนห่าอะไรแบบนี้อีกเหรอวะไอ้นิม” “ก็ไม่รู้เป็นอยู่ ๆ มึงทำเป็นเหมือนคนฉลาดไงก็เลยถาม..” “เฮ้อ.. บางครั้งกูก็อยากรู้อยากเห็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับร้านเราบ้างมึงน่ะควรจะหาความรู้นิด ๆ หน่อย ๆ เข้าสมองบ้างไอ้นิมเผื่อวันดีคืนดีได้ลูกมาโดยไม่ได้ตั้งใจอย่างน้อย ๆ เด็กก็จะได้มีความฉลาดจากทางฝั่งพ่อบ้างไม่ใช่ให้ความฉลาดไปตกเป็นภาระของฝั่งแม่เพียงคนเดียว..” “รอให้มันถึงวันนั้นก่อนแล้วค่ะคิดก็แล้วกัน.. หาอะไรมากระแทกปากหน่อยสิ..” “ตีนกูไหมล่ะ?” “หยาบคายมาก.. คบไม่ได้คนแบบนี้..” เนี่ยแล้วมันก็ขยันทำตัวแบบนี้แล้วใครเขาจะไปให้ความเคารพมันกัน.. แต่ก็นะเรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาก็พอส่วนไอ้ท่าทีอันเฟรนลี่ของไอ้นิมให้มันแสดงแบบนั้นไปเถอะเพราะเขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยถ้ามันเอาจริงขึ้นมานี่.. น่ากลัวอยู่นะไอ้บ้าเนี่ยอย่าเชียวอย่าคิดจะไปมีเรื่องกับมันเด็ดขาดไม่งั้นชะตาอาจจะขาดได้ง่าย ๆ ~~~~ ตกลงแล้วพ่อของตาต้าเป็นโรคไตได้ยังไงนะเรื่องนี้เขาจะไปถามใครได้? คือเขาอยากทำให้เรื่องของเราสองคนมันจบ ๆ ไปให้เร็วที่สุดและทางนี้คือหนทางที่น่าจะเวอร์สุดแล้วล่ะแต่เขาจะรู้ได้ยังไงว่าจะต้องทำแบบไหนและเริ่มยังไง.. หนึ่งสัปดาห์ต่อมา.. ตึกตึกตึก.. “มาคุยกับฉันหน่อยเรื่องสำคัญ..” ขวับ.. “ตกใจหมดเลย.. คุณปัณณ์พยายามมาให้สุ่มให้เสียงหน่อยจะได้ไหมคะแล้วตอนนี้ดิฉันก็กำลังทำงานอยู่ด้วยดังนั้นรอก่อนจะได้รึเปล่าคะ” “ใครมันกล้ามีปัญหา?” “คุณไม่มีแต่ดิฉันมีค่ะ..” ใช่เธอสิโดนไม่ใช่เขาแค่เรื่องครั้งก่อนเธอก็ถูกจับตาจากเพื่อนร่วมงานมาตลอดดังนั้นเธอจะต้องไม่ให้ตัวเองถูกจับจ้องและถูกนินทาเด็ดขาด.. “งั้นก็รอให้เลิกงานก่อนก้แล้วกันแต่ต้องมานะถ้าเบี้ยวล่ะก็.. ตายแน่..” เฮือก.. “ค่ะ ๆ ไม่เบี้ยว ๆ ” ขวับ.. ตึกตึกตึก.. “ตาต้้า.. แกไปทำอะไรมาทำไมคุณปัณณ์ถึงได้ตามจิกแกแบบนี้เนี่ย.. แกจะมีชีวิตรอดจนมีลูกมีผัวใช่ไหม?” “พี่ฝ้าย.. อย่าพูดแบบนี้สิหนูกลัวนะ..” “แล้วแกไปทำอะไรมาทำไมคุณปัณณ์ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญแกแบบนี้.. น่ากลัวอ่ะแล้วสายตาเมื่อกี้ตอนที่แกปฏิเสธว่าไปตอนนี้ไม่ได้อะ.. น่ากลัวมากฉันนี่ขนลุกเลย..” “เอาเป็นว่าช่วยเป็นกำลังใจให้ตาต้าด้วยนะคะขอให้ทุกคนช่วยภาวนาให้ตาต้าอยู่รอดปลอดภัยก็พอนะคะที่เหลือคงจะต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามกรรม..” ไม่ได้เธอจะให้คนอื่นรู้เรื่องของเธอกับคุณปัณณ์ไม่ได้.. ดังนั้นเธอจะต้องพูดให้มันน่ากลัวเอาไว้ก่อนดังนั้นอย่าได้ถามเธอเยอะเลยนะพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทั้งหลาย.. “แต่ถ้าตาต้าเป็นอะไรหรือโดนข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิต.. ตาต้าต้องบอกพวกเรานะแล้วพวกเราจะลองหาทางออกให้..” “ขอบคุณค่ะพี่ฝ้าย.. ถ้ามันหนักหนาเกินไปตาต้าจะขอความช่วยเหลือนะคะ..” เออ ๆ ออ ๆ ไปก่อนก็แล้วกันเนอะตาต้า.. หลังเลิกงาน.. ตึกตึกตึก… ก๊อก ก๊อก ก๊อก.. “เข้ามา..” แกร๊ก.. ปึง.. “มีอะไรเหรอคะ?” “มีเรื่องจะถามน่ะ.. ” “ค่ะ..” “พ่อของเธอเป็นโรคไต.. มันเกิดขึ้นได้ยังไงเหรอ?” “ทำไมเหรอคะ?” “ตอบมาเถอะน่า.. จะมาเล่นลิ้นทำไม..” “ไม่ได้เล่นลิ้นค่ะดิฉันแค่อยากรู้ว่าคุณปัณณ์ต้องการรู้ไปทำไม” “ไม่ได้เล่นลิ้น.. หรือเธออยากโดนเล่นลิ้น? ถ้าไม่ตอบก็ไม่แน่นะ..” 0//0 “ตอบค่ะ.. พ่อไตวายเฉียบพลันค่ะ..” “สาเหตุล่ะ? พอจะบอกได้ไหมว่าทำไมมันถึงวายเฉียบพลัน..” “ถ้าจำไม่ผิดนะคะวันนั้นพ่อบอกว่าปวดเอวมากแล้วพ่อก็อาเจียนค่ะ.. ” ใช่วันนั้นเธอจำได้เลยพ่อน่ะบ่นว่าปวดบริเวณเอวมาก ๆ ปวดเหมือนกับว่ามันจะขาดออกจากกันเลยตอนนั้นพ่อบอกกับเธอแบบนี้แล้วไม่นานพ่อก็อาเจียนออกมา.. ตอนนั้นพ่อของเธอซีดมาก ๆ เธอทำอะไรไม่ถูกเธอไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไงแต่โชคดีที่เธอนึกถึงพี่โก้และขอให้พี่โก้ช่วยพาเธอและพ่อไปส่งโรงพยาบาล.. เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหมอก็พาพ่อไปยังห้องฉุกเฉินทันทีไม่นานพ่อก็ถูกพาตัวเข้าห้องตรวจและตรวจอย่างละเอียด.. ผลออกมาก็คือพ่อไตวายเฉียบพลันตอนนั้นสมองของเธอมันคิดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า.. ห้ามร้องนะ เธอจะเสียพ่อไปรึเปล่า.. แล้วเธอจะต้องทำยังไงต่อไปล่ะตอนนี้.. “แล้วมันสามารถวายเฉียบพลันได้เลยเหรอแค่ปวดเอวเนี่ย..” “ไม่ค่ะพอดีพ่อมีอาการเป็นนิ่วมาก่อน.. น่าจะเป็นมานานแล้วแต่พ่อแค่ไม่รู้ตัวจนพ่อเริ่มฉี่เป็นเลือดสุดท้ายแล้วก็วายเฉียบพลันค่ะ..” “แล้วการรักษาล่ะ? จะต้องฟอกไตตลอดเลยเหรอ?” “ใช่ค่ะถ้าไม่มีใครบริจาคไตก็คงจะต้องทำไปเรื่อย ๆ แบบนี้จนกว่าจะถึงวันที่พ่อจากไป..” เรื่องนี้เธอไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลยแต่เธอก็พอจะเริ่มทำใจแล้วเพราะทุกอย่างยนโลกนี้มันไม่เที่ยงแท้.. พ่อมักจะบอกกับเธอเสมอว่าคนเราเกิดมา เจ็บป่วย แก่ แล้วก็ตายไปมันคือวัฎจักรของชีวิต.. แต่เธอก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย.. ”แล้วเรื่องบริจาคไตจะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่?“ ”บอกไม่ได้ค่ะเพราะน่าจะต้องรันตามคิวของผู้ที่ยื่นขอรับการผ่าตัด.. “ ”คือเอาง่าย ๆ ก็คือว่า.. ไม่รู้เลยว่าจะได้ตอนไหนและไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้รึเปล่า.. อย่างนี้น่ะเหรอ?“ ”ค่ะ.. ตามนั้น..“ ”อืม.. เข้าใจแล้ว.. ไปได้แล้วกลับดี ๆ ล่ะ.. “ ”ค่ะ..“ ขวับ.. ตึกตึกตึก.. เพียงแค่หญิงสาวก้าวขาออกไปมันก็ทำให้ห้องนี้เงียบขึ้นมาจนน่ากลัว.. เรื่องราวที่เจ้าตัวพูดออกมานั้นถ้าเป็นเขาคงจะร้อนรนและทำอะไรไม่ถูกแต่ดูเหมือนว่าเธอก็เคยรู้สึแบบนี้มาก่อนจนตอนนี้เธอคนนั้นชินชาสินะ.. แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้เขาจะเป็นคนหาทางออกและจัดการเองเพื่อให้ความสัมพันธ์ของเราจบลงอย่างสวยงาม.. เขาจะลอง ๆ หาวิธีดูก้แล้วกัน.. แม้ว่าปากของชายหนุ่มจะบอกว่าไม่คิดอะไรและอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างตนและหญิงสาวคนนั้นจบลงไปแต่แววตาและท่าทีที่แสดงออกมาจนหมดเปลือกว่าเป็นห่วงหญิงสาวคนนั้นมันช่างดูขัดแย้งกันเหลือเกิน.. เพียงแค่น้ำเสียงที่สั่นเครือของหญิงสาวเริ่มเอื้อนเอ่ยหัวใจของชายหนุ่มก็เริ่มสั่นไหว.. แล้วแบบนี้น่ะเหรอที่เรียกว่าอยากจะจบปัญญาทุกอย่างระหว่างตนกับหญิงสาวลง..สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ลาออกจากโรงพยาบาลของคุณลุงและที่แน่นอนคุณลุงก็ต้องบ่นเขาจนหูชาเพราะว่าเขาทำตามแม่ของเขาแต่ถึงกระนั้นคุณลุงเองก็เข้าใจในสิ่งที่เขาทำและสิ่งที่แม่เข้าจะสื่อสาร.. คุณลุงบอกว่าถ้าเกิดมีอะไรฉุกเฉินคุณลุงจะขอยืมตัวเขาบ้างเป็นครั้งเป็นคราวเพราะอันที่จริงหมออย่างเขาก็มีความสามารถที่จะจัดการคนไข้ได้ในระดับหนึ่งและคุณลุงเองก็บอกว่าโรงพยาบาลเอกชนของครอบครัวเราน่ะใครจะมาก็มาได้ ใครจะออกก็ออกได้ แต่คนที่สามารถไว้ใจได้น่ะ.. ยากหาไม่ค่อยมีดังนั้นคุณลุงจึงขอให้เขาช่วยเหลือท่านบ้างในยามฉุกเฉินเขาก็ตอบตกลงไปเพราะสุดท้ายแล้วพวกเราก็คือครอบครัวใหญ่ที่ทุกคนคือคนสำคัญของกันและกันอยู่ดี… ตึกตึกตึก.. “แม่.. แม่ครับผมมาแล้ว.. ผมลาออกแล้ว..” ตึกตึกตึก… “เอะอะเสียงดังอะไรตั้งแต่เช้า.. ไม่มีมารยาท..” ตึกตึกตึก.. “แม่.. กรีนอยู่ไหน..” “ฉันจะไปรู้เหรอว่ากรีนอยู่ที่ไหน.. ” “แม่!! ผมไม่เล่นนะแม่.. ผมลาออกแล้วโดนคุณลุงบ่นหูชาแล้วด้วย.. แม่จะไม่รักษาคำพูดเหรอ…” “แต่กรีนว่ามุมนั่นร่มรื่นมาก ๆ เลยนะคะ” “พ่อก็คิดแบบนั้นเมื่อก่อนพ่อน่ะอยากจะสร้างศาลาตรงนั้นแล้วก็ปลูกดอกไม้ไว้รอบ ๆ ปล
การมาเข้าเวรของเขาในวันนี้เป็นวันที่สุดแสนจะมีความสุข.. วันดี ๆ วันที่ทำให้เขาต้องยิ้มให้กับทุกสิ่งทุกอย่างไม่เว้นใบไม้ดอกไม้.. ก็คนมันมีความสุขนิเพราะตอนนี้เขากำลังจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วและคนนั้นก็คือคนที่เขาจองมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์แล้วก็ไม่แปลกปะที่จะดีใจที่ได้เธอคนนั้นมาครอบครอง.. “จะซื้ออะไรไปฝากกรีนดีนะ..” นิ้วเรียวยาวแสนนุ่มในแบบฉบับคนเป็นหมอกำลังไถหน้าจอโทรศัพท์ไปมาในช่วงที่ไม่มีคนไข้.. ชายหนุ่มกำลังเลื่อนหาสิ่งของที่ตนเองคิดว่าฝ่ายหญิงจะชอบเพราะชายหนุ่มคิดเองเออเองว่าผู้หญิงทุกคนต้องชอบแน่ ๆ ชายหนุ่มจึงขมักเขม้นในการเลื่อนหาสิ่งของที่ตนเองคิดว่าฝ่ายหญิงจะชอบแต่อยู่ ๆ ก็มีข้อความของผู้เป็นแม่ส่งเข้ามาคราแรกชายหนุ่มก็จะไม่คิดจะตอบโต้หรือเปิดดูแต่เมื่อผู้เป็นแม่ส่งมาหนักขึ้นและหนักขึ้นไม่เพียงแค่ข้อความแต่ยังมีรูปที่ผู้เป็นลูกชายยังไม่ได้เปิดดูอีกนั้นส่งมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า.. จนในที่สุดคุณหมอหนุ่มสุดหล่อก็ทนไม่ไหวและต้องเปิดข้อความดู.. ครืด… ผลัวะ.. ตึกตึกตึก.. “คุณหมอ.. คุณหมอคะ คุณหมอจะไปไหนคะ..” ตึกตึกตึก.. กึก.. “ผมต้องไปครับ.. แฟนผม.. แฟนผมโดนจับตัวไปครับ.
หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับกันต์พี่ชายของกรีนแล้วเขาก็ให้กรีนหยุดอยู่บ้านไม่ต้องไปทำงานอีกต่อไปและเขาก็ได้ลองสอบถามเกี่ยกับครอบครัวของทั้งสองคนเพื่อที่เขานั้นจะได้ไปพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของกรีนแต่คำตอบที่เขาได้จากพี่ชายกรีนนั้นมันก็ทำให้เขาค่อนข้างสับสนอยู่เหมือนกัน.. คือว่าพ่อกับแม่แยกทางกัน ช่วงแรกกรีนและพี่ชายก็อยู่กับพ่อเพราะแม่นั้นไปอยู่ที่ไหนไม่มีใครทราบทำเหมือนกันว่าตนเองไม่มีูลูกแล้วดังนั้นทั้งสองคนเลยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงจนสุดท้ายก็มีปัญหากันก็ไม่น่าแปลกสักเท่าไรเมื่อแม่เลี้ยงมีลูกติดของตนเองมาด้วยและพ่อก็รักลูกติดที่ช่างพูดช่างจาและอ้อนเป็นมากกว่าลูกแท้ ๆ ของตนเอง.. ต่อให้มีเงินเดินมาขนาดไหนก็เอาไปลงกับลูกเลี้ยงจนหมดและสุดท้ายก็มีปากเสียงกันและทำให้คนเป็นพ่อลงไม้ลงมือกับลูกแท้ ๆ ของตนเองและนั่นจึงทำให้กันต์ต้องพาตัวเองออกจากบ้านและไปอยู่อาศัยกับคนเป็นลุงแต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดลุงแท้ ๆ ลวนลามหลาน ๆ ทั้งสองและนั่นจึงทำให้กันต์ต้องพาตัวเองไปหาที่อยู่อื่นและสุดท้ายก็มาจบที่ห้องเช่าหลังเล็ก ๆ ด้วยความใจดีของเจ้าของห้องเช่าเพราะสงสารเด็กทั้งสองคนเจ้าของตึกเลยให้ไปอยู่ที่บ้านของตนเอง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา.. “จะไม่เล่าจริง ๆ เหรอคะ?” “เล่าสิแต่ต้องไปคุยกันในห้องของเรา.. ปะขึ้นไปได้แล้วอ้อ.. อย่าลืมสิ่งแลกเปลี่ยนด้วยนะ..” “หื่น.. บ้ากาม..” “เราก็เหมือนกันอย่ามาทำเป็นพูดดีไม่งั้นครั้งนั้นจะแตกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหรอ?” 0//0 “พูดอะไรก็ไม่รู้..” ขวับ ขวับ ขวับ.. โชคดีที่ไม่ค่อยมีคนอยู่แถวนี้ไม่งั้นเธอคงอายแต่เอาจริง ๆ นะเธอน่ะกลัวคุณเก้นอายมากกว่าที่มีคนอย่างเธอเป็นแฟน.. ไม่รู้สิเธอทำงานกลางคืน เธอขายดริ๊งก์และแต่งตัวค่อนข้างโป๊ด้วยเธอกลัวว่าเธอจะทำให้คุณหมอเก้นอับอายที่มีคนอย่างเธอเป็นแฟน.. เธอกลัวจัง.. “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น.. เอาเป็นว่าเธอเป็นเธอแบบนี้น่ะดีแล้วไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครและเปลี่ยนเพื่อฉัน.. ฉันรักเธอในแบบที่เธอเป็นถึงแม้ว่าบางครั้งเธอจะยกขวดเหล้าเทกรอกปากตัวเองเหมือนกับสามล้อที่พึ่งทำงานเสร็จแล้วก็กำลังกระหายเหล้าและต้องรีบซดเหล้าเพราะตัวเองกำลังตัวสั่นเพราะเป็นโรคแอลกอฮอล์ลิซึ่ม..” “คุณเก้น!! พูดเกินไปรึเปล่าคะ?” ฮึ่ย.. พูดแบบนี้มันน่าอายนะแต่มันก็จริงแหละเธอดื่มแบบนั้นเป็นบางครั้ง.. เธอไม่ขอเถียง.. แฮะ แฮะ.. “ไม่เกินจริงครับเพราะถ้าคนอ
“ไอ้เก้น.. ที่มึงพูดเนี่ยมึงหมายความว่ายังไง..” “ก็ตามนั้น.. กูไม่อยากให้กรีนทำงานที่นี่แล้ว..” “มึง.. ไอ้บ้ามึงกำลังล้อกูเล่นจริง ๆ ใช่ปะเนี่ยไอ้เด็กกรีนเนี่ยนะ.. มึงมันบ้า..” ไอ้เด็กคนนั้นเนี่ยนะ ไอ้เด็กกรีนที่มันแอบจูบตาต้าแล้วมันก็คอยทะเลาะกับเขาเรื่องของตาต้าเนี่ยนะที่ไอ้เก้นอยากได้.. เอาจริง ๆ ถ้าบอกว่าไอ้เด็กนั่นชอบผู้หญิงเขาก็เชื่อเพราะทรงมันได้แบบว่าหญิงรักหญิงแต่ไม่คิดว่าไอ้เด็กกรีนนั่นจะมีผัวเอ๊ย.. มีแฟนเป็นผู้ชาย.. แล้วไอ้แฟนคนนั้นก็คือไอ้เก้นญาติเขาอีก.. ไม่ใช่ละมันต้องมีอะไรสักอย่างที่เขาไม่รู้และมันไม่ได้เล่าให้ฟัง.. “ไอ้เก้นกูจะถามมึงอีกครั้งนึง..” “ก็บอกแล้วไงว่ากูไม่อยากให้กรีนทำงานที่นี่แล้ว.. กรีนแฟนกูและกูก็ได้ไปคุยกับพี่ชายของกรีนมาแล้ว..” “ไม่ใช่.. มันต้องมีอะไรที่ซับซ้อนที่มึงไม่ได้เล่าให้ฟังอย่างละเอียด.. ไม่มีทางที่มึงจะชอบไอ้เด็กกรีนนั่นง่าย ๆ มันต้องมีตื้นลึกหนาบางและมีอะไรใด ๆ ในก่อไผ่แน่นอน.. มึงเล่ามา..” “ครั้งเดียวแล้วก็ไม่ต้องถามอีกและที่สำคัญกรีนเองก็ไม่รู้ด้วย..” เรื่องนี้เขาเองก็ไม่ได้เล่าให้กรีนฟัง.. ถ้าให้เล่าก็คือเมื่อก่อนตอนที
จุ๊บ.. จุ๊บ.. “คุณหมอ… ” “ครับ.. ” “อย่าทำหน้าแบบนี้ฉันกลัว..” “กลัวอะไรครับ? กลัวโดนกินเหรอ? เรื่องนั้นไม่ต้องกลัวนะเพราะยังไงก็โดนอยู่ดี..” จุ๊บ.. จุ๊บ.. จ๊วบ.. อื้อ.. “กรีน.. รักนะ..” จุ๊บ.. แผล็บ.. จุ๊บ.. งับ.. “อ๊ะ.. คุณหมอ.. มันจั๊กจี้ค่ะ..” “งั้น..” จุ๊บ… จ๊วบ.. “คุณหมออื้อ..” หน้าอกของเธอตอนนี้กำลังถูกริมฝีปากสีแดงของเขาครอบอยู่.. ไรหนวดที่มันเสียดสีกับผิวบริเวณหน้าอกของเธอมันทำให้เธอรู้สึกอ่อนไหวกว่าปกติแต่ถามว่าเขาหยุดรึเปล่า.. ไม่เลยมันเหมือนกับว่าเขายิ่งสนุกขึ้นไปอีก.. แต่เธอก็แปลกนะเธอดันยินยอมให้เขาทำอย่างสบายอกสบายใจ.. “กรีน.. ไม่ไหวแล้วแต่ฉันไม่อยากทำกับเธอที่นี่.. ” เขาจะไม่กระทำเรื่องอย่างว่าบนรถแน่นอน เขาไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นแค่จับจูบลูบและคลำแค่นี้มันก็มากพอแล้วดังนั้นเขาจึงต้องบอกกรีนเอาไว้ก่อนและเขาก็จะพากรีนไปที่อื่น.. “คุณหมอ.. แล้วแต่คุณหมอเลยค่ะ..” 0//0 หนึ่งชั่วโมงต่อมา.. จุ๊บ จุ๊บ.. แกร๊ก.. ปึง.. “คุณหมอ.. หายใจไม่ทันค่ะ..” ตั้งแต่เราสองคนขึ้นลิฟมาคุณหมอก็จูบและขย้ำเธอไม่หยุดเลย.. เขาดูรีบร้อนมาก รีบร้อนจนมันแทบจะทำให้ค
“วันนี้พ่อห้ามดื้อนะจ๊ะเดี๋ยวหนูนั่งรอหน้าห้องนะ..” “พ่อไม่เคยดื้อนะมีแค่ตาต้านี่แหละที่ดื้อ.. รอพ่อนะลูกนะ พ่อจะรีบออกมาและจะรีบหาย..” เธอรู้ดีว่าถ้าพ่อไม่ได้รับการผ่าตัดและได้รับบริจาคไตมันก็จะทำให้พ่อของเธอเจ็บตัวแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ถามว่าเธอท้อรึเปล่าไม่เลยเธอไม่มีใครแล้วนอกจากพ่อดังน
เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด.. ตึง ตึง ตึง.. เสียงขาเตียงที่ทำงานอย่างหนักเพื่อรองรับแรงกระแทกจากคนบนเตียงนั้นสร้างเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเตียงจะต้องพังลงมาแน่.. ไม่เพียงเท่านั้นเสียงหัวเตียงที่กระทบกับพนังห้องดังตึง ตึง ตึงถี่ ๆ และหนักแน่นมันคือสิ่งยืนยันว่าคนที่อยู่ภายในห้
สวัสดีฉันชื่อ สุมิตา หรือใคร ๆ ต่างก็เรียกฉันว่า ตาต้า ฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ชีวิตนั้นไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่แต่ฉันก็มีความสุขในแบบฉบับของตัวเองนะ แม้ว่าบางครั้งคนอื่นจะบอกว่าฉันนั้นน่าสงสารยิ่งกว่าอะไรแต่ฉันก็ไม่ได้เก็บเอาไปคิดอะไรมากหรอกเพราะในทุก ๆ วันของฉันมีพ่อที่คอยเป็นกำลังใจให้
ปัณณ์ ชายหนุ่มอายุ 30 ที่มีพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตา และฐานะ ชายที่เตียงของเขาไม่เคยเหือดแห้งจากผู้หญิง.. ทุกวันที่เขาเข้าไปตรวจบาร์ เขามักจะได้หญิงสาวติดไม้ติดมือมาเสมอ.. เพียงแค่เขาส่งสายตาไปยังหญิงสาวคนใดพวกหล่อนก็พร้อมที่จะพาตัวมาถวายเขาแต่เรื่องราวในครั้งนี้มันต่างออกไป.. เขาไม่เคยคิดจะกินเด็กใน







