เข้าสู่ระบบ“ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ หลังจากหนูอุ่นกลับไปที่เรือนคำหอม เราก็เริ่มคบกันแบบคนรัก น่าจะเดือนกว่าได้แล้ว ตอนนี้อะไรๆ ก็ลงตัวพร้อมแต่งมากครับ” แววตาคนพูดทอประกายระยิบระยับเมื่อเอ่ยถึงประโยคหลัง หลังปรับความเข้าใจกับฤทัยรักษ์แล้วโลกของพวกเขาก็กลายเป็นสีชมพู แดนดินยิ้มประจบพี่ชายเธอ “คุณชายเคยบอกไว้ ถ้าผมจริงจังกับหนูอุ่นถึงขั้นอยากแต่งงานมีลูกมีหลานเมื่อไหร่ จะช่วยสนับสนุนผม ดังนั้นอนุญาตให้เราสองคนแต่งงานกันเร็วๆ ด้วยนะครับ”“ขอกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอครับ” คุณชายถามยิ้มๆ หลังจากหายอึ้งกับความพูดตรงของอีกฝ่าย“ง่ายๆ แบบนี้แหละครับ ผมคิดว่าถึงเวลาต้องลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวได้แล้ว ผมมั่นใจว่าน้องสาวคุณชายคือคนที่ใช่ ไม่ว่าช้าหรือเร็วพวกเราก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี ผมไม่อยากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่เราเป็นแค่แฟน ผมอยากเป็นทุกอย่างของหนูอุ่นเร็วๆ อยากแต่งงานใช้ชีวิตคู่อยู่กับเธอไปนานๆ ตราบจนแก่เฒ่าตายจากกัน ผมสัญญาว่าจะดูแลหนูอุ่นต่อจากพวกคุณให้ดีที่สุด คุณชายไม่ต้องห่วงเลยครับ”“ถ้าคุณกับหนูอุ่นมีความต้องการตรงกัน ผมก็ไม่คัดค้าน แต่การที่คุณเดินทางมาพบผมแค่คนเดียวแบบนี้ จะให้ผมแน่ใจได้ยังไงว่าน
ความจริงจากปากของแดนดินทำเอาฤทัยรักษ์ไปต่อไม่ถูกเลยครูนิ่มที่เธอเข้าใจว่าเป็นแฟนใหม่เขานั้นมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว สามีของอีกฝ่ายคือเพื่อนของแดนดินเอง ช่วงหลายวันก่อนอีกฝ่ายไปทำงานต่างจังหวัด เลยให้แดนดินคอยรับ-ส่งภรรยาระหว่างมาสอนพิเศษเด็กๆ ที่เรือนคำหอม พอกลับจากต่างจังหวัดก็มารับมาส่งภรรยาเองเหมือนเดิมตอกย้ำเรื่องที่เธอเข้าใจพวกเขาผิดไปอีกกกกขายหน้าที่สุด...“นี่!”"อุ๊ย!" ฤทัยรักษ์สะดุ้งหันมองคนร้องเรียกเสียงดัง อุตส่าห์หนีมานั่งเล่นอยู่ที่กระท่อมปลายนา เขายังจะตามมาอีก “ทีหลังเรียกเบาๆ ก็ได้ค่ะ ตกใจหมด มีอะไรคะ”“ยังจะถาม ตอนนี้เรื่องที่เข้าใจผิดก็เข้าใจถูกแล้ว ไม่ทราบว่าคุณนายจะมาง้อกระผมตอนไหนขอรับ นี่รอจนเหนื่อยแล้วนะ”คนตัวสูงเดินดุ่มๆ เข้ามาถามเสียงดังลั่นกระท่อม ถ้าเป็นหนังจีน ต้นไม้ใบหญ้าคงจะปลิวว่อนเพราะพลังเสียงเขาแน่ เธอแกล้งทำหน้าเหลอหลาถาม“ยังไม่ได้ง้ออีกเหรอคะ”แดนดินถลึงตาใส่ ก่อนจะทรุดนั่งลงข้างๆ ทำหน้าเว้าวอน “ง้อฉันสิ ง้อหน่อยนะคนดี ฉันอยากโดนง้ออะ”โถ พ่อมาอย่างกับพายุ สุดท้ายกลายเป็นละอองฝน“นะๆ ง้อฉันหน่อย”“เด็กๆ ไม่เห็นจะต้องให้ง้อเลย” เธอบอกเสียงอ่อนลง
“ถ้าจะถามแค่นี้ ไม่ต้องถามดีกว่า เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันอยู่ยังไง คิดถึงเธอไหม โกรธไหม น้อยใจแค่ไหน เธอไม่คิดจะถามเลยไง หา!” แดนดินหันกลับไประเบิดคำถามด้วยท่าทางราวกับเสือโดนเหยียบหาง ทำไมกลับมาแล้วยังไม่มาง้อเขา แม่คุณควรจะเข้ามาง้องอนเขา บอกว่ายอมรับรักเขาแล้วสิฤทัยรักษ์แค่นยิ้มบอก “ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดจะถาม แต่ในเมื่อความรู้สึกของคุณไม่เหมือนเดิมแล้ว ฉันก็ไม่รู้จะถามไปทำไม ถามไปเพื่ออะไร”“ไม่ถามก็ต้องง้อฉันสิ ฉันโกรธเธออยู่นะ”“ฉันก็โกรธ! โกรธมากด้วยที่คุณทำตัวแบบนี้ ฉันแค่ขอเวลาทบทวนใจตัวเองไม่ถึงเดือน คุณกลับมีคนอื่นแล้ว คนที่บอกว่ารักฉัน คนที่คอยดูแลฉันแต่ก็ชอบแกล้งฉันคนนั้นมันไม่อยู่แล้ว ตั้งแต่กลับมานี่ฉันไม่เจอไอ้บ้านั่นเลย เปล่าประโยชน์จะพูดอะไรทั้งนั้นละ”แดนดินพูดไม่ออก “...”เห็นเขายืนอึ้ง คนระเบิดอารมณ์ออกมาทั้งน้ำตาจึงเอ่ยต่อเสียงหยัน “เขาไม่ได้รอให้ฉันมาง้อแล้ว ทำไมฉันต้องง้อเขาด้วยล่ะ" ว่าแล้วฤทัยรักษ์ก็เงยหน้ามองท้องฟ้า เช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนเดินไปหยิบภาพที่วาดเกือบเสร็จนั่นมายื่นให้แดนดิน เธอพยายามบังคับมือและเสียงไม่ให้สั่นยามบอกกับเขา “รับมันไปส
เวลานับเดือนล่วงเลยผ่านไปคนขอเว้นระยะห่างเพื่อทบทวนตัวเองถึงปรากฏตัวขึ้นหน้าเรือนคำหอมวันเวลาที่วังท่านลุงนั้นผ่านไปอย่างเงียบเหงาเหลือเกิน เหงาจนคิดถึงคนที่นี่จับใจ“โฮ่งๆ โฮ่ง!”แก๊งหลังอานส่งเสียงเห่ามาแต่ไกล เมื่อเห็นคนบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ แต่พอได้กลิ่นที่คุ้นเคยของฤทัยรักษ์ พวกมันกระดิกหางล้อมหน้าล้อมหลังเธออย่างตื่นเต้น“ไผมานั่น เซาเห่าก่อนแน่” (ใครมานั่น เลิกเห่าก่อนสิ) ยายบัวตะโกนถามมาจากระเบียงเรือน พอมองเห็นว่าใครมาก็ทำตาโต ผลุบหายไปแล้วกลับมาใหม่พร้อมเจ้าของเรือน“หนูอุ่นจริงๆ ด้วย!” หญิงชราร้องทักด้วยน้ำเสียงดีใจ ก่อนจะทำหน้าตกใจตามเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้“หนูอุ่นเองค่ะ” ฤทัยรักษ์ยกมือไหว้พลางมองท่าทีแปลกๆ ของหญิงชราอย่างสงสัย ทำไมดูตกใจมากกว่าดีใจที่เห็นเธอล่ะ“ย่านึกว่าใคร หนูอุ่นมาแล้วก็ขึ้นมาบนเรือนสิจ๊ะ ขึ้นมาๆ”หญิงสาวยิ้มกว้างปัดความสงสัยทิ้ง ไล่พวกหลังอานให้ไปเล่นที่อื่นก่อน แล้วเดินขึ้นเรือนพร้อมกระเป๋าลากใบใหญ่ด้วยความตื่นเต้น“เพิ่งมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักก่อนไหมลูก”“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ นี่คนอื่นไปไหนกันหมดคะ” ถามพลางชะเง้อมองหาคนที่เหลือ ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว ทุกคนน่าจ
แม้ว่าผลจะออกมาเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่แดนดินไม่คิดจะปล่อยพวกมันไปง่ายๆ พอผู้จัดการใหญ่ที่กลายมาเป็นผู้ช่วยมือทองโทรมารายงานผลวันนี้ เขาจึงกำชับไปอีกว่า “ติดตามผลต่อไปให้ผมด้วย อย่าให้เรื่องเงียบเด็ดขาด ยิ่งทำให้มันตกต่ำมากกว่านี้ยิ่งดี ถ้าพวกคุณทำได้ สิ้นปีผมจะให้โบนัสพิเศษ”("วางใจได้เลยครับ พวกเราจะทำให้เต็มที่")"ฝากด้วยแล้วกัน"("ครับ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับโบนัสนะครับเจ้านาย")แดนดินสั่งงานอีกเล็กน้อยค่อยวางสาย ดวงตาสีดำขลับทอดมองแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ด้านหลังวังอย่างพอใจ ในยุคสมัยที่ทั่วโลกกำลังพัฒนาไปข้างหน้าเช่นนี้ อิทธิพลของ ‘สื่อนิ้วมือ’ ค่อนข้างเร็วและรุนแรง หลายคนดังได้เพราะสื่อในชั่วข้ามคืน บางคนก็พังในชั่วข้ามคืนเหมือนดนัยภพกับพ่อขณะกำลังยืนทอดอารมณ์อย่างสบายใจอยู่นี่เอง หางตาพลันเหลือเห็นร่างสูงของเจ้าของวังเดินมาหา แดนดินเก็บยิ้มร้ายๆ หันไปหาอีกฝ่าย “คุณชาย”“ทำอะไรอยู่ครับ ผมมารบกวนหรือเปล่า พอดีมีเรื่องอยากจะขอคุยด้วยหน่อย เรื่องหนูอุ่น”“ไม่รบกวนเลยครับ มีอะไรพูดมาได้เลย” เขาบอกยิ้มๆ ทันทีที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดเรื่องอะไร“คุณดินคิดยังไงกับหนูอุ่นครับ”
ฝ่ายคุณชายหนุ่มไม่ได้สบถออกมา เพียงกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจ เขามอบมิตรภาพให้ มันกลับตอบแทนเขาด้วยการทำมิดีมิร้ายน้องสาวเขา เดิมทีเขาก็ไม่ชอบหน้าคนขี้เบ่งอย่างดนัยภพ แต่จำใจคบไว้เพื่อใช้งานในบางครั้ง“พี่ขอโทษนะหนูอุ่น” เขาบอกอย่างเสียใจจริงๆ “ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นคนแบบนี้ไปได้”ฤทัยรักษ์รีบส่ายหน้าบอก “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ชายเลยค่ะ เขาบอกว่าเป็นเกมที่เล่นกับเพื่อนๆ ที่อยู่คนละกลุ่มกับพี่ชาย เห็นว่ากำลังเก็บแต้มล่าพรหมจรรย์อะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ”“แล้วยังไงต่อ เรากับเพื่อนได้ไปแจ้งความอะไรบ้างไหม”“ก็อย่างที่บอกค่ะ เขาขู่ว่าถ้าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจหรือบอกให้คนอื่นรู้ เขาจะให้คนมาทำร้ายหนูอุ่นกับเพื่อนๆ และคนในครอบครัวของพวกเราจนอยู่ไม่ได้ จะยัดข้อหาให้ด้วย หนูอุ่นไม่อยากให้ทุกคนเดือดร้อนไปด้วย ยังไงหนูอุ่นก็ยังปลอดภัย ยังไม่ถูกเขาทำร้ายจริงๆ ก็เลยไม่ได้บอกใครว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นค่ะ” บอกด้วยสีหน้าไม่สู้ดี“ฉันไม่รู้จะด่ายังไง ไม่ด่าก็แล้วกัน” แดนดินว่าเสียงเย็นฝ่ายพี่ชายถอนใจถาม “แล้วตอนนี้ดนัยภพอยู่ที่ไหน”“ในคุกค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบพลางเหลือบมองคนช่วยจัดการให้“พูดจริง?!” “ผมให







