تسجيل الدخول
บทนำ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งอย่างไพเราะและให้ความสดชื่นยามที่ได้กลิ่นอายน้ำทะเลที่โชยมาพร้อมกับลมพัดเบาๆ ให้คลายร้อนจากบรรยากาศที่อบอ้าวขึ้นเมื่อเขาสู่ฤดูร้อนของปี หากทว่าลมพัดเย็นกลับไม่ได้ดับความร้อนภายในกายของปิ่นอนงค์ที่ก้าวเดินดุ่มๆ ไปตามทางเดินตรงไปยังห้องทำงานของเชอรีนด้วยสีหน้าเรียบตึงจนพนักงานที่หันมาสบสายตาต่างเบิกตาโตด้วยความตกใจแกมรู้สึกกลัวเมื่อผู้บริหารสูงสุดของที่นี่กำลังอยู่ในโหมดน้ำเดือดปุดๆ จนเย็นไม่ได้
ดวงตาหวานฉายแววความโกรธถึงที่สุดจนกลบความหวานของนัยน์ตาไปจนหมดสิ้น ก่อนจะทวีคูณขึ้นเมื่อสายตาเห็นประตูห้องทำงานของเชอรีน สองเท้าที่เคยเดินก็แปรเปลี่ยนเป็นวิ่งตรงเข้าไปภายในห้องทำงานแล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะทำงานของเชอรีนยื่นมือไปสุดแขนแล้วกระชากผมอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนทำให้เจ้าของห้องที่กำลังตกใจนั่งนิ่งเบิกตาโตที่เห็นปิ่นอนงค์วิ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวถูกกระชากผมจนตัวเอียงเข้าหาคนกระทำก่อนจะรีบยกมือของตัวเองขึ้นมาจับที่มือของปิ่นอนงค์และผมของตัวเองเพื่อบรรเทาอาการเจ็บพลางลึกขึ้นยืนเมื่อถูกอีกฝ่ายออกแรงกระชากมากขึ้น
“กรี๊ด! ยายปิ่น! ยายบ้า! แกทำอะไรของแก ปล่อยผมฉันนะยายบ้า” เชอรีนกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อปิ่นอนงค์ปีนลงมาจากโต๊ะทำงานทั้งที่ยังกระชากผมของตนไม่ยอมปล่อย
“ทำอะไรน่ะเหรอ ฉันสิควรถามแกมากกว่าว่าแกทำอะไรลงไป!” ปิ่นอนงค์สวนกลับด้วยคำพูดแค่นหัวเราะ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย กรี๊ด! ฉันเจ็บนะ ปล่อยนะยายผีบ้า!” เชอรีนปฏิเสธเสียงแข็งไม่วายโวยวายกลับไปพลางพยายามแกะมือของปิ่นอนงค์ออกจากผมของตัวเองที่ทั้งถูกดึงถูกกระชากให้เดินตามอ้อมมายืนอีกฝั่งของโต๊ะทำงาน
“แกสิผีบ้า ไม่สิ ฉันเพิ่งนึกได้ว่าแกน่ะไม่ใช่ผีบ้าหรอกแต่เป็นชะนีหน้ามืดทำอะไรไม่คิด!” ปิ่นอนงค์สวนกลับก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่เต็มใจเพราะหงุดหงิดลูกพี่ลูกน้องอย่างเชอรีนที่สร้างเรื่องเอาไว้จนทำให้คุณปู่ต้องล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลที่ได้ยินสิ่งที่เชอรีนทำลงไป
“ยายปิ่น! แกกล้าด่าฉันว่าเป็นชะนีเหรอ ฉันเป็นพี่แกนะ” เชอรีนปรีดแตกทันทีรวบรวมแรงผลักปิ่นอนงค์ออกห่างจากตัวเองจนหลุดพ้นก่อนจะยืนชี้หน้าหลานสาวคนโตของเจ้าสัวทั้งที่เธอต่างหากที่ควรจะเป็นหลานสาวคนโตของตระกูลนี้
“พี่งั้นเหรอ กลับไปดูใบเกิดนะเชอรีน เธอเกิดช้ากว่าฉันสิบนาที” ปิ่นอนงค์แทบจะเลือดขึ้นหน้าที่อีกฝ่ายยังพยายามให้ตัวเองเป็นพี่สาวของเธอทั้งเวลาเกิดตามความเป็นจริงแล้วเธอคือพี่
“แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเธอจะบุกมากระชากผมคนอื่นแบบนี้ได้นะ แกเป็นบ้าอะไร!” เชอรีนเลิ่กลั่กก่อนจะพูดพลางจัดผมตัวเองให้เรียบร้อย
“ไม่ใช่แค่กระชากหรอกนะ แต่ฉันจะตบแกด้วยเชอรีน” พูดจบปิ่นอนงค์ก็พุ่งเข้าไปหาหวังจะฟาดมือลงบนใบหน้าของเชอรีน
ทว่า…
ข้อมือของปิ่นอนงค์ถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาของเตโซที่รีบจ้ำอ้าวเข้ามาคว้าข้อมือพลางรวบเอวของภรรยาสาวให้ออกห่างจากเชอรีนที่ยืนตกใจยกมือขึ้นมาตั้งท่าป้องกันตัวเองและแน่นอนว่าจะมีสวนกลับเช่นกันหากสามีของปิ่นอนงค์ไม่มาขวางเสียก่อน
เตโซเป็นผู้ชายที่เชอรีนหมายปองมาตั้งนานแล้วแต่กลับกลายเป็นปิ่นอนงค์ที่ได้เขาไปเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้งานวิวาห์จะถูกจัดเรียบง่ายไม่ได้ออกสื่อแต่ข่าววงในก็ถูกตีแผ่ออกไปอย่างรวดเร็วจนทุกคนรู้กันหมดว่าทั้งสองคนแต่งงานจนทะเบียนเป็นสามีภรรยากันแล้ว
นึกแล้วเชอรีนก็หงุดหงิดใจที่ผู้ชายที่หมายปองตกไปเป็นของคนอื่น
“ปล่อยฉัน! ถ้าคิดจะมาขวางก็กลับไปซะ” ปิ่นอนงค์ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิมพลางพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเตโซ
“ใจเย็นก่อนได้ไหมปิ่น” เตโซเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มนุ่มอย่างใจเย็น
“ใจเย็นงั้นเหรอ เชิญคุณใจเย็นไปคนเดียวเถอะ คุณก็รู้ว่าน้องนายสำคัญแค่ไหนกับฉัน แต่มัน! มันมาทำน้องนายจนเกือบเป็นอันตราย” ปิ่นอนงค์พูดพลางสะบัดข้อมือจนหลุดแล้วชี้ไปที่เชอรีนด้วยสายตาและสีหน้ากรุ่นโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
“นี่! แกเรียกฉันว่ามันเลยเหรอยายบ้า” เชอรีนวีนกลับ
“เออ!” ปิ่นอนงค์กระแทกเสียงสวนกลับ
“นัง…”เชอรีนกำลังจะด่ากลับ ทว่าถูกเตโชสวนกลับแทนปิ่นอนงค์
“คุณอย่าคิดที่จะพูดคำหยาบใส่ปิ่นนะคุณเชอรีน ผมเคยเตือนคุณแล้วว่าอย่ายุ่งกับปิ่น ไม่ใช่แค่ปิ่นแต่หมายถึงทุกอย่างที่อยู่ในความดูแลของปิ่น” เตโซหันขวับไปพูดเสียงแข็งด้วยสายตาราบเรียบจนดูน่ากลัวสำหรับเชอรีนที่สบสายตา
“อ๋อ แต่มันพูดหยาบใส่ฉันได้ยังงั้นเหรอคะคุณโซ” เชอรีนไม่พอใจขึ้นเสียงใส่เตโซกลับไป
“เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว เพราะสิ่งที่คุณทำลงไปมันควรจะมากกว่าการพูดคำหยาบใส่” เตโซพูดพลางหันกลับมามองปิ่นอนงค์ที่กำลังหายใจหอบด้วยความโกรธมองไปที่เชอรีน
“คุณโซ!” เชอรีนตวาดลั่น
“ไม่ใช่แค่เรื่องน้องนาย แต่เรื่องของคุณโซด้วย อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะว่าเธอไปอ่อยคุณโซถึงห้องตอนที่ฉันลงไปต้อนรับแขกของรีสอร์ตน่ะ คนอย่างเธอ…” ปิ่นอนงค์หยุดพูดเมื่อถูกเตโซเอ่ยแทรก
“เรื่องมันไม่มีอะไรเกินเลยนะปิ่น” เตโซพูดด้วยความตกใจเล็กน้อยที่ปิ่นอนงค์ทราบเรื่องทั้งที่เขาลังเลที่จะบอก
“ฉันไม่ได้มีเขาที่หัวนะคะ…คุณปู่รู้เรื่องที่เธอทำและบอกกับคุณอาแล้ว เธอเตรียมตัวแก้ตัวดีๆ ก็แล้วกัน กลับคะ” ปิ่นอนงค์ตอบเตโซก่อนจะหันกลับไปพูดกับเชอรีนอีกครั้งแล้วคว้ามือของชายหนุ่มให้เดินกลับออกมาจากห้องทำงานของเชอรีน
“คุณหึงหวงผมเหรอปิ่น” เตโซมองมือของหญิงสาวก่อนจะดึงสายตากลับมามองที่ด้านหลังของเธอแล้วถามออกไป
“หึง ก็แค่เล่นละครตบตาเชอรีนเท่านั้นแหละคะ แค่เรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำคุณปู่เข้าโรงพยาบาลแล้ว ฉันไม่อยากให้ปัญหาของเราไปกวนใจคุณปู่เพิ่ม เอาเป็นว่าฉันจะทำตัวดีๆ เป็นภรรยาของคุณอย่างเหมาะสมก็แล้วกันนะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบเสียงเรียบตามปกติที่ใช้คุยกับเตโซก่อนจะปล่อยมือออกเมื่อเดินมาถึงบริเวณด้านหน้าสำนักงานของรีสอร์ตแล้วหยุดเดินหันหน้าไปมองเตโซ
“คุณก็เป็นคุณสินะ” เตโซพูดพลางล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง
“ทำไมคะ อยากให้ฉันหึงคุณเหรอ” ปิ่นอนงค์ลองเชิงอย่างนึกสนุก
“ใช่” เตโซตอบออกมาตามตรง
ทว่า คำตอบของเขาทำให้เธอชะงักมองหน้าชายหนุ่มอย่างทำตัวไม่ถูกเมื่อคำตอบที่ได้แสนจะตรงไปตรงมาและเป็นความจริง ใช่ หญิงสาวทราบดีว่าคำตอบของเขาถูกพูดออกมาด้วยความรู้สึกจริงๆ ของเขา ตั้งแต่ต้องย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันจนเหมือนเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ก็ทำให้เธอได้เรียนรู้นิสัยใจคอของเตโซไม่ใช่น้อยจนพอที่จะรู้ว่าสิ่งไหนที่เขาพูดจริงสิ่งไหนที่เขาพูดเล่น และเมื่อครู่คือเขาพูดจริง เขากำลังอยากให้เธอหึงหวงเขากับเชอรีน
ฉับพลันที่สรุปได้ว่าเป็นคำพูดจริงจากเขาหัวใจที่เพิ่งสงบไปจากความโกรธและเหนื่อยกลับมาเต้นกระหน่ำด้วยอาการหวั่นไหวกับคนตรงหน้าเสียได้จนปิ่นอนงค์รู้สึกได้ว่าสองแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแสงแดดที่ร้อนอบอ้าวหรือกำลังเขินไปกับคำพูดของเขากันแน่
ตกลงแล้วใครกันที่ควรจะทำให้หวั่นไหวเพื่อให้ได้ใบหย่ากันล่ะเนี่ย!
บทส่งท้ายปิ่นอนงค์ยันตัวลุกขึ้นอย่างลำบากเล็กน้อยหากแต่ไม่เท่ากับความเจ็บที่ขาเมื่อรู้สึกถึงตะคริวที่ขาซ้ายของตัวเองก่อนจะพยายามยืดขาเพื่อช่วยคลายตะคริว คิ้วทรงสวยขมวดเข้าหากันเมื่อยิ่งรู้สึกเจ็บที่ขามากขึ้น“เป็นตะคริวเหรอปิ่น”“ค่ะ”กระทั่งเสียงทุ้มเข้มของเตโซดังขึ้นพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางเดินอ้อมมาอยู่ด้านหน้าของหญิงสาวแล้วนั่งลงที่พื้นข้างเตียงซึ่งเธอก็ขยับตัวห้อยขามาทางชายหนุ่ม“อือ…ขาไม่บวม คงเป็นตะคริวปกติ” เตโซมองสำรวจขาซ้ายของปิ่นอนงค์ก่อนจะจับข้อเท้าของเธอมาแล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ ตั้งแต่ข้อเท้าไปตามปลีน่องก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อหญิงสาวยิ้มออกมาพร้อมคำตอบ“เจ้าตัวเล็กทำให้คุณต้องตื่นมากลางดึกบ่อยนะช่วงนี้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงคาดโทษเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในครรภ์ของหญิงสาวอย่างไม่จริงจัง“อีกสองเดือนก็ครบกำหนดแล้วนิคะ เป็นเรื่องปกติค่ะ” ปิ่นอนงค์ยิ้มมีความสุขในทุกครั้งที่เตโซยอมตื่นยอมลุกมากับเธอเช่นนี้ตั้งแต่มีอาการแพ้ท้องเขาไม่เคยบ่นหรือมีท่าทีหงุดหงิดใส่เลยแม้แต่นิด ซึ่งทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมากขึ้นทั้งที่ก่อนหน้านี้แอบกังวลเป็นอย่างมากกับการที่ตั้งครรภ์ตอนใกล้เลขสี
“ไม่ใช่ค่ะ ตอนแรกเรานอนห้องเดียวกันแต่แยกที่นอน พอมาที่นี่ก็แยกห้องนอนกัน ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนที่ผ่านมา แต่เพราะความอ่อนโยนอบอุ่นของเขาทำให้ปิ่นตัดสินใจขอเขาเป็นแฟนก่อนเลยค่ะ ทั้งหล่อทั้งรวยแถมด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน ใครจะไม่รีบคว้าเอาไว้มาเป็นเจ้าบ่าวของตัวเองละคะ” ปิ่นอนงค์เป็นคนเอ่ยตอบอย่างรักษาเกียรติของเตโซโดยไม่พูดถึงข้อตกลงระหว่างกันที่ตอนนั้นหัวใจของเธอกับเขายังว่างเปล่าอยู่“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอน่ารักและทำให้ผมอยากดูแล ไม่มีทางที่คนอย่างผมจะใส่ใจใครโดยไม่สนว่าตัวเองจะลำบากแค่ไหน ขอแค่ให้เธอปลอดภัยมีความสุขก็พอแล้วครับ” เตโซพูดขึ้นบ้างพลางมองสบสายตาปิ่นอนงค์“หวาน หวานมากจริงๆ ค่ะ แต่ความร้ายของคุณปิ่นเราก็ถูกสยบด้วยความอ่อนโยนจากคุณโซ แหม น่าอิจฉามากเลยค่ะ แบบนี้ทั้งคู่คงรักเหนียวแน่นแน่นอน” เพราะความหมั่นไส้และอิจฉาที่คนื่นมีคนรักแล้วทำให้เชอรีนแอบแขวะออกไปตามประสาคนอิจฉาคนมีความรัก“แน่นอนครับ ผมรักเธอมากจนไม่สามารถปล่อยให้เธอเป็นอันตรายได้ ต่อให้ตอนนั้นเธอจะขอหย่าผม ผมก็จะปกป้องเธออย่างไม่มีข้อแม้” เตโซเป็นฝ่ายตอบก่อน“ปิ่นเองก็รักคุณมากเกินกว่าจะเสี่ยงให้คุณมามีอั
บทที่ 24ดวงใจที่ร้ายที่รัก หลังจากที่เตโซได้ขอปิ่นอนงค์แต่งงานไปได้เพียงคืนเดียวข่าวบันเทิงต่างก็ตีแผ่ภาพและข่าวการขอแต่งงานอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ต่อมาอีกหนึ่งเดือนงานวิวาห์สุดแสนตระการตาภายในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมวรรณวิภากิจที่ภูเก็ตก็ถูกจัดขึ้นโดยมีสื่อมวลชนและผู้หลักผู้ใหญ่ถูกเชิญเข้าร่วมงานวิวาห์ที่เปิดเผยและออกสื่อให้ทุกคนได้รู้อย่างสมเกียรติของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่เป็นถึงนักธุรกิจชื่อดังที่ใครต่างให้ความสนใจข่าวของคนทั้งสองมาตลอดยามที่มีข่าวตีแผ่ออกไป แม้งานวิวาห์ครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นด้วยความรักและความสุขท่ามกลางผู้คนมากมายที่เข้ามาเป็นพยานในวันแห่งความทรงจำที่มีความสุขที่สุดของปิ่นอนงค์และเตโซก็ยังมีข้อครหาเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าคนทั้งสองแต่งงานกันแบบเงียบและออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานเลี้ยงเลื่อนตำแหน่งของเตโซทำไมถึงแต่งงานกันอีกครั้งแต่แล้วข้อครหาเหล่านั้นก็ถูกปัดตกไปเมื่อมีคนแย้งมาว่าคนรวยมักชอบทำเรื่องแปลกตามใจ จึงกลายเป็นว่าทุกคนไม่สนใจตั้งคำถามอีกนอกจากรอดูภาพงานวิวาห์ตามสือที่จะตีแผ่ข่าวออกมาภายในงานดำเนินไปอย่างราบรื่นและใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ
“ถ้าผมไม่เข้าไปช่วยคุณ ผมก็เสียคุณไปสิ ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก คุณคือทุกอย่างในชีวิตที่เหลืออยู่ของผมนะปิ่น อย่าโทษเจ้าสัวเลย ต่อให้เจ้าสัวไม่ผิดคำพูดกับคุณผมก็จะดื้อเข้าไปปกป้องคุณอยู่ดี” เตโซได้ยิ้มกว้างเสียทีพลางยื่นมือไปดึงมือของสาวเจ้ามากอบกุมเอาไว้“เจ็บมากไหมคะ ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า” ปิ่นอนงค์ค่อยๆ ระบายยิ้มออกมาเพื่อให้เตโซชื่นใจขึ้นมาอีกนิดพลางดึงมือออกแล้วยื่นไปลูบเบาๆ ใกล้บริเวณบาดแผลที่ยังมีผ้าก๊อซปิดอยู่“ไม่แล้วครับ” เตโซยิ้มรับพลางตอบ“อยากจะแกล้งโกรธแล้วมึนตึงใส่ก่อนพังงานแต่ก็ทำไม่ลง ห่วงความรู้สึกของคุณอยู่เรื่อย” เธอยู่ปากพูดออกมา“แสบนักนะเรา ว่าแต่ปิ่นรู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ผมฟื้นแล้ว” ชายหนุ่มพูดพลางยกมือลงบนศีรษะของหญิงสาวยีเบาๆ ก่อนจะถาม“วันที่ปิ่นบอกมีงานด่วนนั่นแหละคะ บังเอิญเจอลุงหมอแล้วท่านบอกเลยยืนแอบฟังค่ะ” สาวเจ้าตอบตามตรง“อือหือ แสบจริงๆ นะปิ่น” เตโซอุทานออกมาพลางยิ้มขันตัวเองที่ไม่เชื่อพฤกษ์ที่ช่างสังเกต“ว่าแต่ จะเซอร์ไพรส์ขอปิ่นแต่งงานไม่ใช่เหรอคะ” เธอยิ้มขันก่อนจะพูดออกไป“ไม่เซอร์ไพรส์แล้ว ขอเลยแล้วกัน” เตโซพูดก่อนจะเริ่มมีท่าทีจริงจังขึ้นมาเตโซมองส
“อย่าเพิ่งกังวลไปครับ พี่ปิ่นอาจจะคิดงานถึงได้ให้เชอรีนมาที่นี่ก่อนก็ได้นะครับ พี่ปิ่นไม่หนีพี่ไปไหนแน่นอนครับ” เตชินเอื้อนเอ่ยขึ้นหากแต่ข้างในใจก็รู้สึกกลัวเล็กน้อยว่าการเซอร์ไพรส์ในครั้งนี้จะล่มไม่เป็นท่า“ขอบใจมาก” เตโซยิ้มรับแล้วขอบคุณน้องชายออกไป“แต่ถ้าพี่ปิ่นรู้แล้วเกิดโกรธขึ้นมาละคะ” พราวมุกเอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างเผลอลืมตัวก่อนจะรีบหันไปทางอื่นพลางขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังพฤกษ์ทันทีที่เตโซหันขวับมามอง“ไม่หรอกครับ” เตชินพยายามคิดในแง่ดีหากแต่มือไม้เริ่มสั่นยืนไม่นิ่งเฉกเช่นเดียวกับเตโซไปเสียแล้วเพราะกว่าพี่ชายของเขาจะได้พบผู้หญิงที่ใช่และมอบความสุขกับรอยยิ้มของเตโซได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยสักนิดทั้งสองคนเกือบจะไม่ได้มีชีวิตมาถึงวันนี้แล้ว…“คุณโซคะ เชอรีน เอ่อ…รออีกนิดนะคะ เชอรีนคิดว่าจะต้องไปได้สวยค่ะ” เชอรีนยังไม่ได้ให้คำตอบแต่ก้าวไปหาเตโซแล้วดึงแขนให้ชายหนุ่มหันหลังกับทางเดินมองมาที่เธอแล้วพูดขึ้นต่อ“รออะไรครับ แล้วเธอทำอะไรอยู่” เตโซพยายามควบคุมสติแล้วถามกลับไปด้วยความสงสัยใคร่รู้“คือว่า…ทุกคนคะ!” เชอรีนที่กำลังจะตอบอยู่ๆ ก็ตะโกนให้ทุกคนหันกลับมามองที่เธอเมื่อเห็นว่าปิ่นอน
สามวันต่อมาเตโซออกจากโรงพยาบาลก็เดินทางตรงมาภูเก็ตทันทีพร้อมกับคนอื่นๆ ที่ทราบเรื่องของชายหนุ่มตั้งแต่แรกแล้วไม่เว้นแม้แต่เจ้าสัวธรรมรงค์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าก่อนที่ปิ่นอนงค์จะเดินทางมาภูเก็ตได้ยินทุกอย่างที่พูดในห้องพักฟื้นแล้วเพียงแต่หญิงสาวไม่รู้ว่าเขามีแผนจะเซอร์ไพรส์อะไรเธอแต่ก่อนที่เขาจะเซอร์ไพรส์เธอนั่น ขอเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ให้รู้สึกแสบๆ คันๆ สักนิดก็แล้วกันปิ่นอนงค์เรียกพราวมุกมาเค้นหาความจริงจากปากจนได้รู้ว่าเตโซคิดจะทำอะไรและไม่ยากที่พราวมุกจะเข้าข้างหญิงสาวจนพูดออกมาจนหมดเปลือก เธอนึกดีใจที่รู้ว่าชายหนุ่มคิดจะเซอร์ไพรส์อะไรเธอแต่มีหรือจะง่ายอย่างที่หวังเอาไว้“คอยดูนะ ปิ่นจะทำให้คุณน้ำตาล่วงต่อหน้าคนอื่นไปเลย เจ้าเล่ห์ดีนัก แต่ก็นะ…ก็ยังดีที่ทำแบบนี้” ปิ่นอนงค์พึมพำกับตัวเองพลางมองไปยังกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่กำลังเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์โรงแรมที่ด้านหลังสวนหย่อมซี่งเชื่อมกับทางเดินมาทางรีสอร์ต“พี่ปิ่น งั้นมุกขอตัวไปหาพวกเขาก่อนนะคะ เดี๋ยวฝ่ายนั้นจะรู้ซะก่อนว่าพี่ปิ่นรู้เรื่องแล้ว” พราวมุกที่มาอยู่รอที่ภูเก็ตและแปรพรรคมาอยู่กับปิ่นอนงค์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่จะดีใจก็ไม่ดีใจจะเห็นใจก
เธอเป็นผู้หญิงที่ธรรมดา เป็นคนดีคนหนึ่งที่เขาที่ไม่ควรมาพบเจอเรื่องร้ายเลยสักนิด สิ่งที่เขาได้ยินมาจากเตชินมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะผ่านมาได้ หากเปรียบเทียบกับเขาแล้วยังมีความเข้มแข็งที่จะอดทนดูแลกิจการครอบครัวและน้องชายจนดตมีครอบครัวเช่นนี้ แต่กับปิ่นอนงค์ไม่เพียงสูญเสียบิดามารด
เตโซเดินลงบันไดด้วยอากัปกิริยาที่นกมือขึ้นมาลูบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเองอย่างไม่เข้าใจเมื่อหัวใจของเขาเต้นแรงกระหน่ำจนคิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะเบาใจเมืออาการหัวใจเต้นแรงค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อเดินลงมาพบกับเตขินและดาริกาซึ่งกำลังเดินกลับเข้าบ้านโดยมีลูกชายตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขนผู้เป็นพ่
“แต่คุณทำให้ฉันรู้สึกว่าไว้ใจได้” เธอพูดออกไปพลางมองสบสายตาเขา“ผมให้พูดใหม่” เตโซพูดพลางยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมคล้ายจะทำให้เธอกลัวว่าเขาจะจูบเธออีก“ฉันไว้ใจคุณค่ะ” เธอยืนยันคำเดิมแล้วยื่นใบหน้าไปใกล้จนจมูกชนกับจมูกของเขา พลางสบสายตาไม่ละไปมองทางอื่นแม้ว่าจะเขินมากก็ตาม“ปิ่น…” ครานี้เป็นเตโซ
น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้า







