Masukบทที่ 1
หลานสาวตัวแสบกับคุณปู่เจ้าเล่ห์
“คุณปู่คะ หมอนี่...” ปิ่นอนงค์พูดพลางหยิบรูปถ่ายของผู้ชายหนึ่งในบรรดาที่คุณปู่ของหญิงสาวคัดสรรมาให้แล้วจึงพูดขึ้นต่อ “เมื่อสามวันก่อนปิ่นเพิ่งเห็นหมอนี่พาผู้หญิงคนอื่นเข้าโรงแรมของเราไปทำเรื่องอย่างว่า โยนทิ้งได้เลยคะคนนี้”
“คนนี้ก็ได้ ดูสมาร์ตมีการศึกษาไม่วอกแวกเรื่องผู้หญิงแน่นอน” ธรรมรงณ์ท่านประธานบริหารวรรณวิภากิจอสังหาริมทรัพย์เลื่อนสายตาไปขวาทีซ้ายทีก่อนจะหยิบรูปถ่ายของหลานชายเพื่อนสนิทแทนลูกหลานนักธุรกิจคนอื่นขึ้นมาระดับสายตาของหลานสาวสุดที่รัก
“เมื่อคืนเวลาตีหนึ่งสามสิบห้านาทีข่าวสดล่าหัวปล่อยข่าวมาว่าเขาซุกเมียซุกลูกชายถึงสองคนบวกกับแชทไลน์กลุ่มของปิ่นที่แชร์รูปครอบครัวของเขาที่กำลังไปเที่ยวดิสนี่ย์แลนด์ที่ฮ่องกง คุณปู่จะไปแยกผัวเมียแย่งพ่อเขามาเหรอคะ ผิดศีลนะคะคุณปู่” ปิ่นอนงค์มองรูปถ่ายในมือของผู้เป็นปู่แล้วยิ้มกว้างออกมาจนตาหยี่ก่อนจะหุบยิ้มแล้วพูดออกไปพร้อมกับยื่นหลักฐานให้ดูประกอบ
“โธ่...ยายหนู อายุสามสิบห้าแล้วนะ มีครอบครัวให้ปู่ได้สบายใจเถอะ พี่ชายเราก็มีใจรักชอบผู้ชายด้วยกัน แล้วจะให้ปู่ไปบังคับขู่ให้หันมาแต่งงานกับผู้หญิงมันก็ไม่ถูก” คนเป็นปู่โอดครวญราวกับเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจแต่พยายามหว่านล้อมคนตรงหน้า
“คุณปู่ขา ไม่ใช่ปิ่นไม่อยากแต่งงานมีครอบครัวเสียหน่อย แต่ปิ่นไม่อยากถูกคุณปู่คลุมถุงชนหรอกนะคะ อีกอย่างปิ่นก็มีคนถูกใจแล้วด้วย” ปิ่นอนงค์เริ่มอ่อนใจกับผู้เป็นปู่ก่อนจะเผลอหลุดปากพูดออกไป
“ใคร ถ้าเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเราปู่ไม่เห็นด้วย หมอนั้นกับปิ่นอยู่คนละโลกกันและให้ความมั่นคงกับปิ่นไม่ได้” ธรรมรงค์ถามก่อนจะฉุกคิดไปถึงเพื่อนผู้ชายสมัยเด็กของหลานสาวจึงรีบโพล่งออกไปทันที
“ไม่ใช่ค่ะคุณปู่ เขาคนนั้นน่ะได้ฉายาคุณชายน้ำแข็งแถมคุณปู่ก็รู้จักดีด้วยค่ะ” ปิ่นอนงค์มีสายตาที่เจ้าเล่ห์และนึกสนุกราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ เพราะรู้ดีว่าหากพูดออกไปเช่นนี้คนเป็นปู่ก็คงหยุดแค่ตรงนี้ หากทว่าไม่เป็นอย่างที่คิด
“ใครรีบบอกปู่มาเลยยายหนู” คนเป็นปู่เร่งเร้าหลานสาวด้วยความอยากรู้เต็มแก่
“ก็...”
เขาว่ากันว่าสมัยนี้มันก้าวหน้าไปไกลแค่ไหนแล้วเป็นยุคที่มีรถไฟเร็วข้ามประเทศ สื่อสารทางไกลเห็นหน้าได้ไม่ว่าจะอยู่คนละซีกโลก จะยังมีการจับคลุมถุงชนกันอีกหรือ
แน่นอน...ตระกูลเก่าแก่อย่างวรรณวิภากิจที่มีรากเหง้ามาจากผู้ดีเก่าของคนจีนที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย การคลุมถุงชนก็มีมาทุกรุ่นของบรรพบุรุษของตระกูลหญิงสาว มีทั้งไม่เต็มใจและมีทั้งเต็มใจจนไปถึงมีใจให้กันแม้แต่บิดามารดาของเธอก็เช่นกันที่พวกท่านอยู่ในกลุ่มที่มีใจต่อกัน
ยกเว้นเธอกับพี่ชาย!
และดูท่าแล้วคนเป็นปู่คงไม่ยอมลามือง่ายๆ เธอจึงตัดสินใจไล่สายตาไปตามรูปถ่ายที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเพราะเห็นว่าหน้าตามีเอกลักษณ์แม้หญิงสาวจะไม่รู้จักแต่ในบรรดาทั้งหมดเขาคงดีกว่าเป็นแน่
“คนนี้คะ คนที่หนูชอบ” เธอยื่นรูปถ่ายไปให้ปู่แล้วตอบออกไปด้วยรอยยิ้มหวาน
“ตกลง คนนี้ปู่ชอบ ปู่จะจัดงานแต่งงานให้หลานกับเตโซ” ธรรมรงค์คลี่ยิ้มพึงใจเพราะถ้าหลานสาวคนนี้ไม่ถูกใจใครเลยก็คิดว่าจะจับให้แต่งงานกับเตโซแทน
แม้ตอนนี้เตโซจะลงจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้วก็ตามแต่ก็ยังเป็นที่ปรึกษาในฐานะผู้ถือหุ้นเท่ากับน้องชายอย่างเตชิน มีหน้าที่การงานประวัติดีเหมาะสมกับหลานสาวของเขาที่สุด
“งั้นไม่มีมาให้เลือกอีกแล้วนะคะคุณปู่ ปิ่นขอตัวไปเตรียมตัวบินไปภูเก็ตพรุ่งนี้นะคะ” ปิ่นอนงค์ยิ้มร่าพลางลุกขึ้นยืนอย่างดีใจเมื่อปู่ยอมลามือในที่สุด
ทว่า…
“ปู่ส่งคณาไปแทนแล้ว เราค่อยตามไปทีหลัง พรุ่งนี้ปู่จะนัดให้ปิ่นกับเตโซไปเดทเพื่อทำความรู้จักกัน แต่ถ้าปิ่นรู้จักเขาแล้วงั้นก็ไปแค่เดทก็พอ” คนเป็นปู่รู้ทันหลานสาวเพราะรู้ดีว่าปิ่นอนงค์ที่หวงแหนพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองมากขนาดไหน
ไม่มีทางที่จะไปรู้จักเตโซที่อยู่คนละวงการธุรกิจ แต่ที่มีรูปของเตโซติดมาก็เพราะคณาผู้ช่วยเผลอหยิบติดมือมาด้วยจากลูกสาวที่กำลังกรี๊ดกราดชายหนุ่มเท่านั้น จึงรู้ว่าหลานสาวกำลังโกหกเพื่อให้ตนลามือในการจับคู่ให้หลานสาวตัวแสบก่อนจะรีบเดินทางไปภูเก็ตเพื่อหนี
ไม่มีทาง!
คนอย่างธรรมรงค์ที่หมายตาเรื่องอะไรไว้แล้วจะไม่มีคำว่าพลาดเด็ดขาด คนเป็นปู่จึงดักทางหลานสาวก่อนที่จะมาหาในวันนี้ด้วยการส่งคณาไปจัดการปัญหาที่ภูเก็ต แน่นอนว่าตนรู้ดีกว่าพี่ชายที่แทบจะไม่ใส่ใจน้องสาวในเรื่องของความรักสักนิดจนน้องสาวจะย่างเข้าอายุสามสิบหกปีแล้ว
“ปู่คะ ปู่คิดจะทำอะไร ปิ่นก็บอกไปแล้วว่าปิ่นมีคนนั้นเป็นคนในใจ” ปิ่นอนงค์กลับมานั่งลงตามเดิมตามกลับไปอย่างไม่ไว้ใจ
“ปู่ไม่ได้จะทำอะไร ปู่แค่อยากให้คนที่บอกข่าวดีกับเขาเป็นหลานก็เท่านั้น” ธรรมรงค์พูดพลางเอนหลังพิงผนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ จนดูน่าหมั่นไส้แก่สายตาหลานสาว
หากแต่ภายในใจของปิ่นอนงค์กำลังร้อนรุ่มก็เพราะว่าหญิงสาวไม่รู้จักชายหนุ่มแม้แต่ชื่อ จะให้เธอเดินเข้าไปบอกเขาได้อย่างไรว่าเธอกับเขาจะแต่งงานกัน จะกลายเป็นหญิงประหลาดสติไม่ดีต่อสายตาเขามากกว่า
เรื่องอะไรกันที่เธอจะยอมทำตามที่ปู่บอกกันเล่า!
“วันหลังดีกว่าคะ ปิ่นก็แค่แอบชอบเขาส่วนเขาไม่ได้ชอบปิ่น ขืนปิ่นเข้าไปบอกเขานะกลายเป็นหญิงบ้ารีบโทร. เรียกเจ้าหน้าที่มารับปิ่นไปรักษาอาการบ้าแน่ๆ คะคุณปู่” ปิ่นอนงค์แก้ตัวออกไปอย่างหวุดหวิด
แต่ดูเหมือนคนที่ดื้อไม่ต่างจากหลานสาวจะไม่ยอมหยุดแค่เพียงคำแก้ตัวของปิ่นอนงค์จึงตัดสินใจที่จะแกล้งยอมไปก่อนแต่ตนนี่แหละที่จะเป็นคนจัดการเอง
“ก็ได้ ปู่ยอมแล้ว งั้นคืนนี้หลานก็พักผ่อนเยอะๆ เตรียมตัวก็พอ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังก็ได้”
“ขอบคุณนะคะคุณปู่ ปิ่นรักปู่ที่สุดเลย”
ปิ่นอนงค์คลี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีหน้ายอมแพ้ของปู่พลางโน้มตัวมาเก็บรูปถ่ายเหล่านั้นกลับลงซองเอกสารสีน้ำตาล ซึ่งบ่งบอกได้ว่าปู่ของเธอยอมแล้วจริงๆ แต่เธอไม่รู้เลยว่ากำลังถูกปู่ของตัวเองกำลังเล่นละครใส่อย่างที่เธอมักทำเป็นประจำยามที่จะปฏิเสธการบังคับจากปู่
เมื่อคนรู้ทันกันมาเจอกันมีหรือจะยอมโดนหลอกได้ง่ายๆ น่ะ
บทส่งท้ายปิ่นอนงค์ยันตัวลุกขึ้นอย่างลำบากเล็กน้อยหากแต่ไม่เท่ากับความเจ็บที่ขาเมื่อรู้สึกถึงตะคริวที่ขาซ้ายของตัวเองก่อนจะพยายามยืดขาเพื่อช่วยคลายตะคริว คิ้วทรงสวยขมวดเข้าหากันเมื่อยิ่งรู้สึกเจ็บที่ขามากขึ้น“เป็นตะคริวเหรอปิ่น”“ค่ะ”กระทั่งเสียงทุ้มเข้มของเตโซดังขึ้นพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางเดินอ้อมมาอยู่ด้านหน้าของหญิงสาวแล้วนั่งลงที่พื้นข้างเตียงซึ่งเธอก็ขยับตัวห้อยขามาทางชายหนุ่ม“อือ…ขาไม่บวม คงเป็นตะคริวปกติ” เตโซมองสำรวจขาซ้ายของปิ่นอนงค์ก่อนจะจับข้อเท้าของเธอมาแล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ ตั้งแต่ข้อเท้าไปตามปลีน่องก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อหญิงสาวยิ้มออกมาพร้อมคำตอบ“เจ้าตัวเล็กทำให้คุณต้องตื่นมากลางดึกบ่อยนะช่วงนี้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงคาดโทษเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในครรภ์ของหญิงสาวอย่างไม่จริงจัง“อีกสองเดือนก็ครบกำหนดแล้วนิคะ เป็นเรื่องปกติค่ะ” ปิ่นอนงค์ยิ้มมีความสุขในทุกครั้งที่เตโซยอมตื่นยอมลุกมากับเธอเช่นนี้ตั้งแต่มีอาการแพ้ท้องเขาไม่เคยบ่นหรือมีท่าทีหงุดหงิดใส่เลยแม้แต่นิด ซึ่งทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมากขึ้นทั้งที่ก่อนหน้านี้แอบกังวลเป็นอย่างมากกับการที่ตั้งครรภ์ตอนใกล้เลขสี
“ไม่ใช่ค่ะ ตอนแรกเรานอนห้องเดียวกันแต่แยกที่นอน พอมาที่นี่ก็แยกห้องนอนกัน ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนที่ผ่านมา แต่เพราะความอ่อนโยนอบอุ่นของเขาทำให้ปิ่นตัดสินใจขอเขาเป็นแฟนก่อนเลยค่ะ ทั้งหล่อทั้งรวยแถมด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน ใครจะไม่รีบคว้าเอาไว้มาเป็นเจ้าบ่าวของตัวเองละคะ” ปิ่นอนงค์เป็นคนเอ่ยตอบอย่างรักษาเกียรติของเตโซโดยไม่พูดถึงข้อตกลงระหว่างกันที่ตอนนั้นหัวใจของเธอกับเขายังว่างเปล่าอยู่“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอน่ารักและทำให้ผมอยากดูแล ไม่มีทางที่คนอย่างผมจะใส่ใจใครโดยไม่สนว่าตัวเองจะลำบากแค่ไหน ขอแค่ให้เธอปลอดภัยมีความสุขก็พอแล้วครับ” เตโซพูดขึ้นบ้างพลางมองสบสายตาปิ่นอนงค์“หวาน หวานมากจริงๆ ค่ะ แต่ความร้ายของคุณปิ่นเราก็ถูกสยบด้วยความอ่อนโยนจากคุณโซ แหม น่าอิจฉามากเลยค่ะ แบบนี้ทั้งคู่คงรักเหนียวแน่นแน่นอน” เพราะความหมั่นไส้และอิจฉาที่คนื่นมีคนรักแล้วทำให้เชอรีนแอบแขวะออกไปตามประสาคนอิจฉาคนมีความรัก“แน่นอนครับ ผมรักเธอมากจนไม่สามารถปล่อยให้เธอเป็นอันตรายได้ ต่อให้ตอนนั้นเธอจะขอหย่าผม ผมก็จะปกป้องเธออย่างไม่มีข้อแม้” เตโซเป็นฝ่ายตอบก่อน“ปิ่นเองก็รักคุณมากเกินกว่าจะเสี่ยงให้คุณมามีอั
บทที่ 24ดวงใจที่ร้ายที่รัก หลังจากที่เตโซได้ขอปิ่นอนงค์แต่งงานไปได้เพียงคืนเดียวข่าวบันเทิงต่างก็ตีแผ่ภาพและข่าวการขอแต่งงานอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ต่อมาอีกหนึ่งเดือนงานวิวาห์สุดแสนตระการตาภายในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมวรรณวิภากิจที่ภูเก็ตก็ถูกจัดขึ้นโดยมีสื่อมวลชนและผู้หลักผู้ใหญ่ถูกเชิญเข้าร่วมงานวิวาห์ที่เปิดเผยและออกสื่อให้ทุกคนได้รู้อย่างสมเกียรติของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่เป็นถึงนักธุรกิจชื่อดังที่ใครต่างให้ความสนใจข่าวของคนทั้งสองมาตลอดยามที่มีข่าวตีแผ่ออกไป แม้งานวิวาห์ครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นด้วยความรักและความสุขท่ามกลางผู้คนมากมายที่เข้ามาเป็นพยานในวันแห่งความทรงจำที่มีความสุขที่สุดของปิ่นอนงค์และเตโซก็ยังมีข้อครหาเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าคนทั้งสองแต่งงานกันแบบเงียบและออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานเลี้ยงเลื่อนตำแหน่งของเตโซทำไมถึงแต่งงานกันอีกครั้งแต่แล้วข้อครหาเหล่านั้นก็ถูกปัดตกไปเมื่อมีคนแย้งมาว่าคนรวยมักชอบทำเรื่องแปลกตามใจ จึงกลายเป็นว่าทุกคนไม่สนใจตั้งคำถามอีกนอกจากรอดูภาพงานวิวาห์ตามสือที่จะตีแผ่ข่าวออกมาภายในงานดำเนินไปอย่างราบรื่นและใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ
“ถ้าผมไม่เข้าไปช่วยคุณ ผมก็เสียคุณไปสิ ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก คุณคือทุกอย่างในชีวิตที่เหลืออยู่ของผมนะปิ่น อย่าโทษเจ้าสัวเลย ต่อให้เจ้าสัวไม่ผิดคำพูดกับคุณผมก็จะดื้อเข้าไปปกป้องคุณอยู่ดี” เตโซได้ยิ้มกว้างเสียทีพลางยื่นมือไปดึงมือของสาวเจ้ามากอบกุมเอาไว้“เจ็บมากไหมคะ ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า” ปิ่นอนงค์ค่อยๆ ระบายยิ้มออกมาเพื่อให้เตโซชื่นใจขึ้นมาอีกนิดพลางดึงมือออกแล้วยื่นไปลูบเบาๆ ใกล้บริเวณบาดแผลที่ยังมีผ้าก๊อซปิดอยู่“ไม่แล้วครับ” เตโซยิ้มรับพลางตอบ“อยากจะแกล้งโกรธแล้วมึนตึงใส่ก่อนพังงานแต่ก็ทำไม่ลง ห่วงความรู้สึกของคุณอยู่เรื่อย” เธอยู่ปากพูดออกมา“แสบนักนะเรา ว่าแต่ปิ่นรู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ผมฟื้นแล้ว” ชายหนุ่มพูดพลางยกมือลงบนศีรษะของหญิงสาวยีเบาๆ ก่อนจะถาม“วันที่ปิ่นบอกมีงานด่วนนั่นแหละคะ บังเอิญเจอลุงหมอแล้วท่านบอกเลยยืนแอบฟังค่ะ” สาวเจ้าตอบตามตรง“อือหือ แสบจริงๆ นะปิ่น” เตโซอุทานออกมาพลางยิ้มขันตัวเองที่ไม่เชื่อพฤกษ์ที่ช่างสังเกต“ว่าแต่ จะเซอร์ไพรส์ขอปิ่นแต่งงานไม่ใช่เหรอคะ” เธอยิ้มขันก่อนจะพูดออกไป“ไม่เซอร์ไพรส์แล้ว ขอเลยแล้วกัน” เตโซพูดก่อนจะเริ่มมีท่าทีจริงจังขึ้นมาเตโซมองส
“อย่าเพิ่งกังวลไปครับ พี่ปิ่นอาจจะคิดงานถึงได้ให้เชอรีนมาที่นี่ก่อนก็ได้นะครับ พี่ปิ่นไม่หนีพี่ไปไหนแน่นอนครับ” เตชินเอื้อนเอ่ยขึ้นหากแต่ข้างในใจก็รู้สึกกลัวเล็กน้อยว่าการเซอร์ไพรส์ในครั้งนี้จะล่มไม่เป็นท่า“ขอบใจมาก” เตโซยิ้มรับแล้วขอบคุณน้องชายออกไป“แต่ถ้าพี่ปิ่นรู้แล้วเกิดโกรธขึ้นมาละคะ” พราวมุกเอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างเผลอลืมตัวก่อนจะรีบหันไปทางอื่นพลางขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังพฤกษ์ทันทีที่เตโซหันขวับมามอง“ไม่หรอกครับ” เตชินพยายามคิดในแง่ดีหากแต่มือไม้เริ่มสั่นยืนไม่นิ่งเฉกเช่นเดียวกับเตโซไปเสียแล้วเพราะกว่าพี่ชายของเขาจะได้พบผู้หญิงที่ใช่และมอบความสุขกับรอยยิ้มของเตโซได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยสักนิดทั้งสองคนเกือบจะไม่ได้มีชีวิตมาถึงวันนี้แล้ว…“คุณโซคะ เชอรีน เอ่อ…รออีกนิดนะคะ เชอรีนคิดว่าจะต้องไปได้สวยค่ะ” เชอรีนยังไม่ได้ให้คำตอบแต่ก้าวไปหาเตโซแล้วดึงแขนให้ชายหนุ่มหันหลังกับทางเดินมองมาที่เธอแล้วพูดขึ้นต่อ“รออะไรครับ แล้วเธอทำอะไรอยู่” เตโซพยายามควบคุมสติแล้วถามกลับไปด้วยความสงสัยใคร่รู้“คือว่า…ทุกคนคะ!” เชอรีนที่กำลังจะตอบอยู่ๆ ก็ตะโกนให้ทุกคนหันกลับมามองที่เธอเมื่อเห็นว่าปิ่นอน
สามวันต่อมาเตโซออกจากโรงพยาบาลก็เดินทางตรงมาภูเก็ตทันทีพร้อมกับคนอื่นๆ ที่ทราบเรื่องของชายหนุ่มตั้งแต่แรกแล้วไม่เว้นแม้แต่เจ้าสัวธรรมรงค์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าก่อนที่ปิ่นอนงค์จะเดินทางมาภูเก็ตได้ยินทุกอย่างที่พูดในห้องพักฟื้นแล้วเพียงแต่หญิงสาวไม่รู้ว่าเขามีแผนจะเซอร์ไพรส์อะไรเธอแต่ก่อนที่เขาจะเซอร์ไพรส์เธอนั่น ขอเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ให้รู้สึกแสบๆ คันๆ สักนิดก็แล้วกันปิ่นอนงค์เรียกพราวมุกมาเค้นหาความจริงจากปากจนได้รู้ว่าเตโซคิดจะทำอะไรและไม่ยากที่พราวมุกจะเข้าข้างหญิงสาวจนพูดออกมาจนหมดเปลือก เธอนึกดีใจที่รู้ว่าชายหนุ่มคิดจะเซอร์ไพรส์อะไรเธอแต่มีหรือจะง่ายอย่างที่หวังเอาไว้“คอยดูนะ ปิ่นจะทำให้คุณน้ำตาล่วงต่อหน้าคนอื่นไปเลย เจ้าเล่ห์ดีนัก แต่ก็นะ…ก็ยังดีที่ทำแบบนี้” ปิ่นอนงค์พึมพำกับตัวเองพลางมองไปยังกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่กำลังเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์โรงแรมที่ด้านหลังสวนหย่อมซี่งเชื่อมกับทางเดินมาทางรีสอร์ต“พี่ปิ่น งั้นมุกขอตัวไปหาพวกเขาก่อนนะคะ เดี๋ยวฝ่ายนั้นจะรู้ซะก่อนว่าพี่ปิ่นรู้เรื่องแล้ว” พราวมุกที่มาอยู่รอที่ภูเก็ตและแปรพรรคมาอยู่กับปิ่นอนงค์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่จะดีใจก็ไม่ดีใจจะเห็นใจก
หากแต่สำหรับปิ่นอนงค์แล้วไม่ได้ใส่ใจคำนินทาหรือฉายาที่บรรดานักข่าวตั้งให้เลยสักนิด เพราะสำหรับเธอแล้วการใช้ชีวิตปราศจากคนรักก็มีความสุขมาตลอดไม่ได้เดือดร้อนหรือรู้สึกว่าขาดอะไรไป แต่หญิงสาวเริ่มไม่แน่ใจแล้วในตอนนี้ว่ายังรู้สึกเช่นนั้นอยู่หรือไม่เมื่อลึกลงไปที่ก้นบึ้งของหัวใจกลับมีความรู้สึกแปลกประห
บทที่ 3 หลานเขยสายเปย์“มามี้ๆ มามี้ทำไมไม่พูด เงียบทำไมครับ” เจ้านายซึ่งยืนจับมือกับปิ่นอนงค์มองสลับไปสลับมากับเตโซที่มองหน้าหญิงสาวไม่ยอมพูดเช่นกันด้วยความไม่เข้าใจจึงตัดสินใจเขย่ามือสาวเจ้าเอื้อนเอ่ยถามออกไป“เอ่อ คือ…เอ่อ ไม่มีอะไรครับ งั้นเราไปทานข้าวกันเลยเนอะ” เพราะความหาเหตุผลมาตอบไม่ได้ปิ
หญิงสาวเลือกที่รวบผมเกล้าขึ้นทั้งหมดเมื่อค่ำวันนี้จะต้องทานอาหารริมทะเลที่ต้องเจอลมแรงไม่ใช่น้อยจึงไม่อยากให้ผมปลิวไปตามลมจนเกิดปัญหาระหว่างทานมื้อค่ำ ส่วนรองเท้าเธอเลือกสวมใส่รองเท้าแตะรัดข้อเท้าสีขาวเข้ากับชุดเดรสที่สวมใส่ หากแต่เสียดายที่สาวเจ้าไม่ใช่คนชอบสวมใส่เครื่องประดับเหมือนคนอื่นๆ จึงทำให
“ถ้าคุณปิ่นไม่อยากดินเนอร์ สั่งอาหารจากห้องอาหารมาตามเดิมก็ได้ครับ” เตโซมองปิ่นอนงค์ซึ่งพยายามกดสีหน้าอึดอัดใจด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มจึงหันไปมองสายพิณพลางยิ้มก่อนจะออกคำสั่งออกไปใหม่เพื่อไม่ให้หญิงสาวรู้สึกไม่ดีกับการถูกบีบบังคับให้ทำในสิ่งที่เธอไม่อยากทำ ก่อนจะหันกลับไปมองที่สาวเจ้าเมื่อเธอโพล่งออกมา







