LOGINวันต่อมา
ท้องฟ้ายามเช้าเป็นสีฟ้าสดใส เมฆสีขาวลอยเรื่อยไปบนท้องฟ้าอย่างสม่ำเสมอ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านก้อนเมฆลงมากระทบผืนหญ้าสีเขียวขจี สวนดอกไม้และไม้ประดับถูกตกแต่งอย่างดี
คฤหาสน์หลังโตล้อมรอบไปด้วยรั้วสูง บริเวณโดยรอบได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ด้านหน้าตัวบ้านตกแต่งด้วยน้ำพุสวยงาม จากนั้นถัดมาด้านในแม่บ้านกำลังทำงานของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ นกเล็กเป็นหญิงอายุสามสิบปลายใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดโต๊ะอาหาร ส่วนอิ่มบุญกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟ ทุกอย่างจะต้องจัดเตรียมให้แล้วเสร็จก่อนที่เจ้านายจะลงมาจากชั้นสอง
“คุณท่านกับคุณผู้หญิงจะลงมาทานอาหารเช้าก่อนแปดโมงเช้าทุกวัน ดังนั้นอาหารจะต้องถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว คุณเฟยหลงชอบดื่มกาแฟตอนเช้าก่อนออกไปทำงานประจำ เธอต้องชงกาแฟเตรียมรอเอาไว้ เพราะหน้าที่อื่น ๆ เป็นของนกเล็กแล้วก็อิ่มบุญมัน” น้ำเสียงเรียบของหัวหน้าแม่บ้านอย่าง ป้าแมว เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกับผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย
ป้าแมวขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ดูแลบ้านหลังนี้มานานหลายปี กำลังสอนงานให้กับสาวใช้คนใหม่อย่างละเอียด ส่วนนกเล็กและอิ่มบุญก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่กี่ปี ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่ออย่างขะมักเขม้น
เรือนร่างอรชรสวมเสื้อสีดำจับคู่กับกระโปรงสั้นให้ลุคดูเรียบร้อย กลุ่มผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นเป็นระเบียบ ใบหน้าได้รูปหวานละมุนปราศจากสีสัน จมูกเป็นสันรับกับริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองจ้องมองสิ่งที่ป้าแมวสอนอย่างไม่กะพริบ
“แล้วเธอเนี่ยตอนเย็นขึ้นไปเตรียมน้ำอุ่นสำหรับคุณเฟยหลงด้วยนะ คุณเฟยหลงชอบแช่น้ำอุ่น”
“คุณเฟยหลงเป็นลูกชายของคุณท่านเหรอคะ” คราวนี้น้ำเสียงสดใสของหมวยลินถามขึ้น มันทั้งเต็มไปด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่า ผู้ชายที่เธอเจอเมื่อตอนกลางดึกเป็นใครกันแน่ แต่จะให้แน่ชัดก็ต้องถามคนที่อยู่มานานให้รู้แล้วรู้รอด
หลังจากที่ป้าแมวแนะนำให้รู้จักพี่นกเล็กกับพี่อิ่มบุญ ฉันก็พอรู้มาว่าตระกูลนี้คือ ตระกูลจาง มหาอำนาจลำดับต้น ๆ ของประเทศ ว่ากันว่าผู้นำของตระกูลชื่อราชา หรือ จางจวินหลง ส่วนภรรยาของเขาชื่อมินตรา แต่คนในบ้านจะเรียกคุณมิน แต่ผู้ชายที่ฉันเจอเมื่อวานเขาชื่ออะไรกันนะ แล้วเป็นลูกชายคนที่เท่าไหร่ ก็บ้านนี้มีลูกชายตั้งสามคน ไม่ง่ายเลยที่ฉันจะเดาชื่อเขา
“คุณเฟยหลงเป็นลูกชายคนโต ช่วงนี้จะมาอยู่ที่บ้านมากกว่าไปอยู่ที่คอนโดของตัวเอง ส่วนคุณเฟย์หงส์กับคุณจวินอี้ไม่ค่อยกลับมาบ้านหรอก”
“งั้นก็แสดงว่ามีแค่คุณเฟยหลงใช่ไหมคะ” เธอถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“ก็ใช่น่ะสิ หมวยถามไปทำไมเหรอ คุณเฟยหลงเนี่ยเจ้าระเบียบมากเลยนะ ต้องระวังเวลาจะหยิบจับอะไร”
อิ่มบุญพูดพลางวางถาดไว้บนเคาน์เตอร์ลายหินอ่อน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบนทิศมาสนใจคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง มันก็คงจะจริงอย่างที่อิ่มบุญพูดเขาเป็นคนหวงของมาก ขนาดขวดน้ำแค่ขวดเดียวเขายังคิดราคากับเธอ
“เวลาขึ้นไปบนห้องคุณเฟยหลง อย่าหยิบจับอะไรโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด ป้าเลี้ยงคุณเฟยหลงมาตั้งแต่เด็ก คุณเฟยหลงค่อนข้างจะเข้มงวดเรื่องนี้”
“หมวยเข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปนี้จะหยิบจับอะไรหมวยจะขออนุญาตก่อนค่ะ” น้ำเสียงเรียบของเธอเปล่งวาจาตอบ
“ต่อไปเดี๋ยวป้าจะสอนชงกาแฟ คุณเฟยหลงลงมาจะได้ดื่มเลย” ป้าแมวบอก จากนั้นก็สอนให้หมวยชงกาแฟทีละขั้นตอน ดวงตากลมโตจ้องมาการเคลื่อนไหวของป้าแมว ไม่นานเธอก็สามารถจดจำรายละเอียดเกือบทั้งหมดได้
เวลาผ่านไปหลายนาทีราชาและภรรยานั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับนกเล็กเดินถือชามข้าวไปเสิร์ฟ ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ มีเพียงแค่หมวยลินที่คอยสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของเพื่อนร่วมงาน วินาทีต่อมารูปร่างสูงใหญ่ของจางเฟยหลงก้าวลงมาจากบันได มือแกร่งพับแขนเสื้อตัวเองขึ้น จากนั้นเดินลงมานั่งข้างผู้เป็นแม่ สายตาแสนอบอุ่นเบนทิศไปสนใจลูกชายคนโต
“วันนี้ทำไมตื่นเร็ว มีงานด่วนเหรอลูก” มินตราเปล่งวาจาถามลูกชายคนโตของเธอ
“ผมมีประชุมเช้าครับ เออจริงสิผมมีเรื่องอยากจะขอป๊า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาคมกริบรับกับจมูกโด่ง ริมฝีปากหยักสวย เฟยหลงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำจับคู่กับกางเกงขายาวสีดำเช่นเดียวกัน
ในตอนนั้นเองหมวยลินสวมยูนิฟอร์มชุดสีดำเดินถือถาดที่มีแก้วกาแฟของเขามาเสิร์ฟ ดวงตากลมโตคู่สวยเอาแต่จ้องแก้วกาแฟ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาเลยสักนิด
“ผมขอได้ไหมครับป๊า สาวใช้คนใหม่ของป๊า” คำพูดเหล่านั้นทำเอาหมวยลินชะงักเล็กน้อย หลังจากวางแก้วเอาไว้บนโต๊ะเธอจึงเบือนหน้าไปมองผู้ชายร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทันที
“ลูกจะเอาไปทำไม เธอก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานวันแรก”
“เดี๋ยวผมจ่ายหนี้ให้เธอเอง ให้เธอชดใช้หนี้ที่ผม”
“เฟยหลงพูดแบบนี้ ลูกจะพาเธอไปอยู่ด้วยที่คอนโดเหรอ” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความสงสัย มินขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
“ช่วงนี้ผมอาจจะกลับดึกครับ เลยคิดว่าไปอยู่คอนโดจะสะดวกกว่าอยู่ที่บ้าน” เฟยหลงตอบ
“เอาสิ อยากได้ป๊าก็ยกให้ แต่ลูกต้องถามความสมัครใจของเธอเองนะ ว่าเธอจะยอมไปด้วยหรือเปล่า”
“ครับ ผมจะถามเธอดูอีกที” เชาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกใด ๆ เป็นวินาทีเดียวกับที่ร่างเล็กของหมวยลินเดินมาหยุดด้านข้างกายของอิ่มบุญ
“หมวยไปทำยังไงให้คุณเฟยหลงสนใจหมวยขนาดนี้เนี่ย ปกติคุณเฟยหลงไม่มองผู้หญิงคนไหนเลยนะ” อิ่มบุญที่ยืนอยู่ข้างกันกระซิบถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เอาไงดีพี่ หมวยต้องไปอยู่กับเขาเหรอ” ใบหน้าหวานละมุนหันมาถามอิ่มบุญ ดวงตาของเธอฉายแววความตึงเครียด
“ถ้าไม่อยากไปก็ปฏิเสธเลย คุณเฟยหลงเขาไม่เป็นคนตื๊อขนาดนั้นหรอก” คราวนี้น้ำเสียงของนกเล็กเอ่ยขึ้น ทั้งสามคนยืนอยู่ในมุมห้องที่ไกลออกมาจากโต๊ะอาหาร
“แต่ก็ไม่เห็นแปลกเลยพี่นกเล็ก หมวยสวยขนาดนี้เป็นใครก็สนใจขนาดคุณเฟยหลงยังสนใจเลย แต่อย่าว่างั้นเลยนะถือว่าพี่เตือนแล้วกัน อย่าเผลอใจเด็ดขาดเลยนะ เรากับพวกเขาไม่เหมาะสมกันหรอก ฐานะของพวกเขามันสูงส่งกว่าเรามาก” อิ่มบุญหันมาพูดกับเธอ ประโยคเมื่อครู่ที่เอื้อนเอ่ยออกมาทำเอาหมวยลินคิดมากไม่น้อย คนอย่างเขาทำไมต้องมาสนใจสาวใช้ต่ำต้อยแบบเธอ
“ความรักกับของเล่นเราต้องแยกให้ออก ว่าเขาอยากให้เราอยู่แบบไหน คุณเฟยหลงไม่เคยเปิดใจให้ใครเรื่องความรักเลย พี่กลัวว่าที่คุณเฟยหลงสนใจหมวยจะเป็นเรื่องอื่น” คำพูดของนกเล็กเหมือนคอยดึงสติหมวยลินให้อยู่กับตัวเอง
ฉันยอมรับว่าตัวเองก็แอบหวั่นไหวกับคำพูดของคุณเฟยหลง แต่เราเพิ่งจะเคยเจอหน้ากัน ฉันพยายามมองหาเหตุผลที่เขามาสนใจในตัวฉันมากกว่า หรือเพราะขวดน้ำที่ฉันแอบหยิบมา เขาถึงได้เอ่ยปากแบบนั้นกับพ่อตัวเอง
“คุณเฟยหลงเคยทำแบบนั้นกับ...” ไม่ทันพูดจบอิ่มบุญก็พูดตัดขึ้นมาเสียก่อน อิ่มบุญเป็นสาวใช้อายุห่างจากหมวยลินไม่มาก ทั้งนกเล็กและอิ่มบุญเป็นพี่น้องกัน จึงมีความคล้ายคลึงกัน
“ไม่ใช่อย่างนั้น หมวยห้ามคิดเด็ดขาด คุณเฟยหลงไม่ได้มีรสนิยมมาชอบพอกับสาวใช้หรอกนะ”
“แล้วทำไมเขาต้องมาสนใจหมวยด้วย หรือเพราะว่าหมวยไปแอบกินน้ำเขาเลยจะตามคิดเงินกับหมวย”
“นี่หมวยไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาเหรอ” นกเล็กถาม
“ใช่ค่ะ แค่ขวดเดียวเองนะ หมวยไม่รู้แล้วก็ขอโทษไปแล้ว”
“ถ้าหมวยไม่ได้ชดใช้ คุณเฟยหลงไม่ยอมหรอกนะ”
“ใช่ พวกพี่ก็โดนเก็บเงินมาแล้ว หมวยยังไม่มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง จะใช้ชีวิตก็ลำบากหน่อยนะ”
“หมวยไม่รู้ค่ะ แค่น้ำขวดเดียวคิดกันทุกบาททุกสตางค์เลยเหรอคะ เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนใจดำ”
เมื่อได้ยินทั้งสองคนพูดแบบนั้น เธอเองก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณเฟยหลงถึงสนใจเธอขนาดนี้ พลาดแล้วหมวยลินเธอดันไปหยิบของเขามาโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ แถมเงินติดตัวสักบาทยังไม่มีแล้วเธอจะหาเงินจากไหนมาชดใช้เขา
มองดูใบหน้าของคุณเฟยหลงดูดีเอามาก ๆ แต่เขาขึ้นชื่อว่าเป็นคนเจ้าระเบียบ บุคลิกภายนอกดูเย็นชา และควบคุมทุกสิ่งรอบตัวไว้ในกำมือ เขามักจะวางตัวเหนือกว่าใครโดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอกว่า เพราะในสายตาของเขา คนพวกนั้นคือผู้ที่ไม่ควรได้รับโอกาส ทว่ากลับมีมุมที่อ่อนโยน อบอุ่นและเปราะบางซ่อนอยู่ที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นจะได้สัมผัส
"""
วันต่อมาท้องฟ้ายามเช้าเป็นสีฟ้าสดใส เมฆสีขาวลอยเรื่อยไปบนท้องฟ้าอย่างสม่ำเสมอ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านก้อนเมฆลงมากระทบผืนหญ้าสีเขียวขจี สวนดอกไม้และไม้ประดับถูกตกแต่งอย่างดีคฤหาสน์หลังโตล้อมรอบไปด้วยรั้วสูง บริเวณโดยรอบได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ด้านหน้าตัวบ้านตกแต่งด้วยน้ำพุสวยงาม จากนั้นถัดมาด้านในแม่บ้านกำลังทำงานของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ นกเล็กเป็นหญิงอายุสามสิบปลายใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดโต๊ะอาหาร ส่วนอิ่มบุญกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟ ทุกอย่างจะต้องจัดเตรียมให้แล้วเสร็จก่อนที่เจ้านายจะลงมาจากชั้นสอง“คุณท่านกับคุณผู้หญิงจะลงมาทานอาหารเช้าก่อนแปดโมงเช้าทุกวัน ดังนั้นอาหารจะต้องถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว คุณเฟยหลงชอบดื่มกาแฟตอนเช้าก่อนออกไปทำงานประจำ เธอต้องชงกาแฟเตรียมรอเอาไว้ เพราะหน้าที่อื่น ๆ เป็นของนกเล็กแล้วก็อิ่มบุญมัน” น้ำเสียงเรียบของหัวหน้าแม่บ้านอย่าง ป้าแมว เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกับผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกายป้าแมวขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ดูแลบ้านหลังนี้มานานหลายปี กำลังสอนงานให้กับสาวใช้คนใหม่อย่างละเอียด ส่วนนกเล็กและอิ่มบุญก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่กี่ปี ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่ออย
บทที่ 1เป็นหนี้ต้องชดใช้หลังจากหมวยลินพยายามข่มตาหลับบนฟูกนอน บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดเข้ามากระทบพื้นปูนซีเมนต์ วินาทีต่อมาแพขนตาปิดสนิทค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมามองบรรยากาศโดยรอบ กลางดึกอันเงียบสงัดหมวยรู้สึกคอแห้งจนต้องกลืนน้ำลายลงคอหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยร่างอรชรของหมวยลินจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากฟูกนอน แม้ว่าพัดลมตั้งพื้นจะพัดความเย็นมากระทบเรือนร่าง ทว่าความรู้สึกร้อนอบอ้าวทำเอาคนตัวเล็กกระหายน้ำขึ้นมาถัดมาเธอจึงลุกขึ้นและเปิดประตูออกจากห้อง ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นทอดมองทางเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ด้านในตัวคฤหาสน์หลังโต มือเล็กเปิดตู้เย็นพร้อมกับหยิบขวดน้ำเย็น ๆ ออกมาดื่มอย่างถือวิสาสะ น้ำเย็นไหลผ่านลงคอทีละนิดทำให้หมวยลินรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง เธอมัวแต่นอนอุดอู้อยู่แต่ในห้องเพราะไม่กล้าจะเดินออกมาด้านนอกแต่พอได้ดื่มน้ำเย็น ๆ คนตัวเล็กก็คลี่ยิ้มกว้างรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกฉันพยายามข่มตานอนยังไงก็นอนไม่หลับ ไม่กล้าเดินออกมาดื่มน้ำด้วยซ้ำ แต่ได้น้ำเย็นเข้าปากรู้สึกดีขึ้นมาก ๆในขณะเดียวกันหากมองออกมาตรงด้า
อารัมภบทท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีเทาเข้มเป็นอมฟ้าจาง ๆ แสงอาทิตย์สีเหลืองยามใกล้ลาลับขอบฟ้าตกกระทบพื้นถนนที่ฉ่ำแฉะ ละอองฝนที่เพิ่งหยุดยังลอยวนอยู่ในอากาศ กลิ่นหยาดฝนลอยแตะจมูก สายลมเย็น ๆ พัดผ่านตรอกซอกซอย ตึกสามชั้นเรียงรายกันทอดยาวออกไปจนสุดลูกตา บางบ้านทาสีซีดจาง บางบ้านมีเถาวัลย์ไต่เลื้อยตามผนัง ร้านค้าเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นยาย และเสียงพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองทำให้ย่านนี้ไม่เคยเงียบเหงาตึกแถวหัวโค้งหลังนี้ตั้งตระหง่านในชุมชนเก่าแก่ สร้างมานานมากกว่าสามสิบปี ราวกับเป็นผู้เฝ้ามองเรื่องราวที่เคยเข้ามาและผ่านไป สีของผนังซีดจางลงตามกาลเวลา แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวขนาดเล็กเถาวัลย์เลื้อยพันริมกำแพงเหมือนธรรมชาติที่คอยแต่งเติมให้กับอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้น ขณะที่สายไฟระโยงระยางอยู่ช่องหน้าต่างที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบแสงแดดยามเย็นทาบทาบนผิวตึก กลิ่นละอองฝนยังคงติดอยู่ตามซอกซอย ภายในตึกแถวขนาดสามชั้นเปิดไฟสีเหลืองอุ่นส่องสว่างไปทั่วบริเวณชั้นหนึ่ง จานกับข้าวมื้อเย็นวางอยู่บนโต๊ะไม้ในครัวเล็ก ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นของข้าวสวยร้อน ๆ ที่เพิ่งตักออกมาจากหม้อแกงจืดเต้าหู้หมูสับ







