Mag-log inวันต่อมา
ท้องฟ้ายามเช้าเป็นสีฟ้าสดใส เมฆสีขาวลอยเรื่อยไปบนท้องฟ้าอย่างสม่ำเสมอ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านก้อนเมฆลงมากระทบผืนหญ้าสีเขียวขจี สวนดอกไม้และไม้ประดับถูกตกแต่งอย่างดี
คฤหาสน์หลังโตล้อมรอบไปด้วยรั้วสูง บริเวณโดยรอบได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ด้านหน้าตัวบ้านตกแต่งด้วยน้ำพุสวยงาม จากนั้นถัดมาด้านในแม่บ้านกำลังทำงานของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ นกเล็กเป็นหญิงอายุสามสิบปลายใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดโต๊ะอาหาร ส่วนอิ่มบุญกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟ ทุกอย่างจะต้องจัดเตรียมให้แล้วเสร็จก่อนที่เจ้านายจะลงมาจากชั้นสอง
“คุณท่านกับคุณผู้หญิงจะลงมาทานอาหารเช้าก่อนแปดโมงเช้าทุกวัน ดังนั้นอาหารจะต้องถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว คุณเฟยหลงชอบดื่มกาแฟตอนเช้าก่อนออกไปทำงานประจำ เธอต้องชงกาแฟเตรียมรอเอาไว้ เพราะหน้าที่อื่น ๆ เป็นของนกเล็กแล้วก็อิ่มบุญมัน” น้ำเสียงเรียบของหัวหน้าแม่บ้านอย่าง ป้าแมว เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกับผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย
ป้าแมวขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ดูแลบ้านหลังนี้มานานหลายปี กำลังสอนงานให้กับสาวใช้คนใหม่อย่างละเอียด ส่วนนกเล็กและอิ่มบุญก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่กี่ปี ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่ออย่างขะมักเขม้น
เรือนร่างอรชรสวมเสื้อสีดำจับคู่กับกระโปรงสั้นให้ลุคดูเรียบร้อย กลุ่มผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นเป็นระเบียบ ใบหน้าได้รูปหวานละมุนปราศจากสีสัน จมูกเป็นสันรับกับริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองจ้องมองสิ่งที่ป้าแมวสอนอย่างไม่กะพริบ
“แล้วเธอเนี่ยตอนเย็นขึ้นไปเตรียมน้ำอุ่นสำหรับคุณเฟยหลงด้วยนะ คุณเฟยหลงชอบแช่น้ำอุ่น”
“คุณเฟยหลงเป็นลูกชายของคุณท่านเหรอคะ” คราวนี้น้ำเสียงสดใสของหมวยลินถามขึ้น มันทั้งเต็มไปด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่า ผู้ชายที่เธอเจอเมื่อตอนกลางดึกเป็นใครกันแน่ แต่จะให้แน่ชัดก็ต้องถามคนที่อยู่มานานให้รู้แล้วรู้รอด
หลังจากที่ป้าแมวแนะนำให้รู้จักพี่นกเล็กกับพี่อิ่มบุญ ฉันก็พอรู้มาว่าตระกูลนี้คือ ตระกูลจาง มหาอำนาจลำดับต้น ๆ ของประเทศ ว่ากันว่าผู้นำของตระกูลชื่อราชา หรือ จางจวินหลง ส่วนภรรยาของเขาชื่อมินตรา แต่คนในบ้านจะเรียกคุณมิน แต่ผู้ชายที่ฉันเจอเมื่อวานเขาชื่ออะไรกันนะ แล้วเป็นลูกชายคนที่เท่าไหร่ ก็บ้านนี้มีลูกชายตั้งสามคน ไม่ง่ายเลยที่ฉันจะเดาชื่อเขา
“คุณเฟยหลงเป็นลูกชายคนโต ช่วงนี้จะมาอยู่ที่บ้านมากกว่าไปอยู่ที่คอนโดของตัวเอง ส่วนคุณเฟย์หงส์กับคุณจวินอี้ไม่ค่อยกลับมาบ้านหรอก”
“งั้นก็แสดงว่ามีแค่คุณเฟยหลงใช่ไหมคะ” เธอถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“ก็ใช่น่ะสิ หมวยถามไปทำไมเหรอ คุณเฟยหลงเนี่ยเจ้าระเบียบมากเลยนะ ต้องระวังเวลาจะหยิบจับอะไร”
อิ่มบุญพูดพลางวางถาดไว้บนเคาน์เตอร์ลายหินอ่อน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบนทิศมาสนใจคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง มันก็คงจะจริงอย่างที่อิ่มบุญพูดเขาเป็นคนหวงของมาก ขนาดขวดน้ำแค่ขวดเดียวเขายังคิดราคากับเธอ
“เวลาขึ้นไปบนห้องคุณเฟยหลง อย่าหยิบจับอะไรโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด ป้าเลี้ยงคุณเฟยหลงมาตั้งแต่เด็ก คุณเฟยหลงค่อนข้างจะเข้มงวดเรื่องนี้”
“หมวยเข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปนี้จะหยิบจับอะไรหมวยจะขออนุญาตก่อนค่ะ” น้ำเสียงเรียบของเธอเปล่งวาจาตอบ
“ต่อไปเดี๋ยวป้าจะสอนชงกาแฟ คุณเฟยหลงลงมาจะได้ดื่มเลย” ป้าแมวบอก จากนั้นก็สอนให้หมวยชงกาแฟทีละขั้นตอน ดวงตากลมโตจ้องมาการเคลื่อนไหวของป้าแมว ไม่นานเธอก็สามารถจดจำรายละเอียดเกือบทั้งหมดได้
เวลาผ่านไปหลายนาทีราชาและภรรยานั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับนกเล็กเดินถือชามข้าวไปเสิร์ฟ ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ มีเพียงแค่หมวยลินที่คอยสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของเพื่อนร่วมงาน วินาทีต่อมารูปร่างสูงใหญ่ของจางเฟยหลงก้าวลงมาจากบันได มือแกร่งพับแขนเสื้อตัวเองขึ้น จากนั้นเดินลงมานั่งข้างผู้เป็นแม่ สายตาแสนอบอุ่นเบนทิศไปสนใจลูกชายคนโต
“วันนี้ทำไมตื่นเร็ว มีงานด่วนเหรอลูก” มินตราเปล่งวาจาถามลูกชายคนโตของเธอ
“ผมมีประชุมเช้าครับ เออจริงสิผมมีเรื่องอยากจะขอป๊า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาคมกริบรับกับจมูกโด่ง ริมฝีปากหยักสวย เฟยหลงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำจับคู่กับกางเกงขายาวสีดำเช่นเดียวกัน
ในตอนนั้นเองหมวยลินสวมยูนิฟอร์มชุดสีดำเดินถือถาดที่มีแก้วกาแฟของเขามาเสิร์ฟ ดวงตากลมโตคู่สวยเอาแต่จ้องแก้วกาแฟ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาเลยสักนิด
“ผมขอได้ไหมครับป๊า สาวใช้คนใหม่ของป๊า” คำพูดเหล่านั้นทำเอาหมวยลินชะงักเล็กน้อย หลังจากวางแก้วเอาไว้บนโต๊ะเธอจึงเบือนหน้าไปมองผู้ชายร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทันที
“ลูกจะเอาไปทำไม เธอก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานวันแรก”
“เดี๋ยวผมจ่ายหนี้ให้เธอเอง ให้เธอชดใช้หนี้ที่ผม”
“เฟยหลงพูดแบบนี้ ลูกจะพาเธอไปอยู่ด้วยที่คอนโดเหรอ” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความสงสัย มินขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
“ช่วงนี้ผมอาจจะกลับดึกครับ เลยคิดว่าไปอยู่คอนโดจะสะดวกกว่าอยู่ที่บ้าน” เฟยหลงตอบ
“เอาสิ อยากได้ป๊าก็ยกให้ แต่ลูกต้องถามความสมัครใจของเธอเองนะ ว่าเธอจะยอมไปด้วยหรือเปล่า”
“ครับ ผมจะถามเธอดูอีกที” เชาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกใด ๆ เป็นวินาทีเดียวกับที่ร่างเล็กของหมวยลินเดินมาหยุดด้านข้างกายของอิ่มบุญ
“หมวยไปทำยังไงให้คุณเฟยหลงสนใจหมวยขนาดนี้เนี่ย ปกติคุณเฟยหลงไม่มองผู้หญิงคนไหนเลยนะ” อิ่มบุญที่ยืนอยู่ข้างกันกระซิบถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เอาไงดีพี่ หมวยต้องไปอยู่กับเขาเหรอ” ใบหน้าหวานละมุนหันมาถามอิ่มบุญ ดวงตาของเธอฉายแววความตึงเครียด
“ถ้าไม่อยากไปก็ปฏิเสธเลย คุณเฟยหลงเขาไม่เป็นคนตื๊อขนาดนั้นหรอก” คราวนี้น้ำเสียงของนกเล็กเอ่ยขึ้น ทั้งสามคนยืนอยู่ในมุมห้องที่ไกลออกมาจากโต๊ะอาหาร
“แต่ก็ไม่เห็นแปลกเลยพี่นกเล็ก หมวยสวยขนาดนี้เป็นใครก็สนใจขนาดคุณเฟยหลงยังสนใจเลย แต่อย่าว่างั้นเลยนะถือว่าพี่เตือนแล้วกัน อย่าเผลอใจเด็ดขาดเลยนะ เรากับพวกเขาไม่เหมาะสมกันหรอก ฐานะของพวกเขามันสูงส่งกว่าเรามาก” อิ่มบุญหันมาพูดกับเธอ ประโยคเมื่อครู่ที่เอื้อนเอ่ยออกมาทำเอาหมวยลินคิดมากไม่น้อย คนอย่างเขาทำไมต้องมาสนใจสาวใช้ต่ำต้อยแบบเธอ
“ความรักกับของเล่นเราต้องแยกให้ออก ว่าเขาอยากให้เราอยู่แบบไหน คุณเฟยหลงไม่เคยเปิดใจให้ใครเรื่องความรักเลย พี่กลัวว่าที่คุณเฟยหลงสนใจหมวยจะเป็นเรื่องอื่น” คำพูดของนกเล็กเหมือนคอยดึงสติหมวยลินให้อยู่กับตัวเอง
ฉันยอมรับว่าตัวเองก็แอบหวั่นไหวกับคำพูดของคุณเฟยหลง แต่เราเพิ่งจะเคยเจอหน้ากัน ฉันพยายามมองหาเหตุผลที่เขามาสนใจในตัวฉันมากกว่า หรือเพราะขวดน้ำที่ฉันแอบหยิบมา เขาถึงได้เอ่ยปากแบบนั้นกับพ่อตัวเอง
“คุณเฟยหลงเคยทำแบบนั้นกับ...” ไม่ทันพูดจบอิ่มบุญก็พูดตัดขึ้นมาเสียก่อน อิ่มบุญเป็นสาวใช้อายุห่างจากหมวยลินไม่มาก ทั้งนกเล็กและอิ่มบุญเป็นพี่น้องกัน จึงมีความคล้ายคลึงกัน
“ไม่ใช่อย่างนั้น หมวยห้ามคิดเด็ดขาด คุณเฟยหลงไม่ได้มีรสนิยมมาชอบพอกับสาวใช้หรอกนะ”
“แล้วทำไมเขาต้องมาสนใจหมวยด้วย หรือเพราะว่าหมวยไปแอบกินน้ำเขาเลยจะตามคิดเงินกับหมวย”
“นี่หมวยไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาเหรอ” นกเล็กถาม
“ใช่ค่ะ แค่ขวดเดียวเองนะ หมวยไม่รู้แล้วก็ขอโทษไปแล้ว”
“ถ้าหมวยไม่ได้ชดใช้ คุณเฟยหลงไม่ยอมหรอกนะ”
“ใช่ พวกพี่ก็โดนเก็บเงินมาแล้ว หมวยยังไม่มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง จะใช้ชีวิตก็ลำบากหน่อยนะ”
“หมวยไม่รู้ค่ะ แค่น้ำขวดเดียวคิดกันทุกบาททุกสตางค์เลยเหรอคะ เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนใจดำ”
เมื่อได้ยินทั้งสองคนพูดแบบนั้น เธอเองก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณเฟยหลงถึงสนใจเธอขนาดนี้ พลาดแล้วหมวยลินเธอดันไปหยิบของเขามาโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ แถมเงินติดตัวสักบาทยังไม่มีแล้วเธอจะหาเงินจากไหนมาชดใช้เขา
มองดูใบหน้าของคุณเฟยหลงดูดีเอามาก ๆ แต่เขาขึ้นชื่อว่าเป็นคนเจ้าระเบียบ บุคลิกภายนอกดูเย็นชา และควบคุมทุกสิ่งรอบตัวไว้ในกำมือ เขามักจะวางตัวเหนือกว่าใครโดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอกว่า เพราะในสายตาของเขา คนพวกนั้นคือผู้ที่ไม่ควรได้รับโอกาส ทว่ากลับมีมุมที่อ่อนโยน อบอุ่นและเปราะบางซ่อนอยู่ที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นจะได้สัมผัส
"""
บทที่ 33ภรรยาของเฮียหนึ่งปีต่อมาท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสตัดกับก้อนเมฆสีขาวลอยเรียงตัวเป็นแนวยาวบนท้องฟ้า แสงอาทิตย์สาดกระทบกระจกสะท้อนเงาระยิบระยับ ภายในห้องรับรองของโรงแรมระดับห้าดาว ถูกตกแต่งฉากอย่างสวยงามสำหรับงานแต่งงานของทายาทลำดับหนึ่ง จางเฟยหลงสวมชุดสูทปักลายมังกรสีดำทอง ด้านหน้าเป็นแถบกระดุมจีนเรียงลงมาเป็นแนวตรง และหมวยลินในชุดกี่เพ้ายาวเข้ารูปสีแดงเข้ม ผ้าซาตินปักลายดอกโบตั๋นและหงส์ทอง กระโปรงแหวกหน้าขาเล็กน้อยพองามทั้งคู่นั่งคุกเข่าบนเบาะด้านหน้าของผู้ใหญ่ บนโต๊ะประดับลายมังกรวางพานใส่สินสอดและซองสีแดง ภายในมีทองแท่ง เครื่องประดับหยก โฉนดบ้านและแหวนของเจ้าบ่าวเจ้าสาว อาม่าทับทิมยิ้มกว้างก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมาโรยข้าวตอกและดอกไม้ลงบนสินสอดอย่างอ่อนโยนเพื่อเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์จากนั้นอาม่าก็ยกสินสอดออกไปเพื่อเก็บรักษา รอยยิ้มประดับบนหน้าของทุกคนที่มาร่วมงาม ถัดมาคู่บ่าวสาวนั่งอยู่ข้างกันพร้อมกับหยิบแหวนเพชรสวมบนนิ้วนางข้างซ้ายของหมวยช้า ๆ วินาทีนี้เธอตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าเล็กน้อย ใบหน้าหวานละมุนคลี่ยิ้มหวานจากนั้นหยิบแหวนจากกล่องกำมะหยี่มาสวมบนนิ้วของเฟย
สองสัปดาห์ต่อมาท้องฟ้าสีเทาอ่อนปกคลุมไปทั่ว ไม่มีแม้กระทั่งแสงแดด กลุ่มเมฆสีขาวกระจายตัวบนท้องฟ้าอย่างสม่ำเสมอ ชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าแห่งนี้ถูกปรับเป็นสถานที่จัดพิธีสำคัญ ไม่มีการเผยแพร่บนสื่อยักษ์ระดับประเทศ ม่านสีดำทึบถูกดึงเปิดออกเผยให้เห็นถึงแสงไฟสลัวบนเวที สะท้อนกับแผ่นประทับตราสัญลักษณ์ของตระกูลจางสมาชิกระดับสูงของเครือข่ายใต้ดินทั่วทวีปเอเชียยืนเรียงกันในชุดสูทสีดำ ใบหน้านิ่งเรียบแต่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นตาสีดำเต็มไปด้วยความเคารพด้านหลังของสมาชิกคือชายฉกรรจ์ในชุดยูนิฟอร์มสีดำ พิธีในครั้งนี้ไม่ใช่งานเลี้ยงมีเพียงอำนาจและศักดิ์ศรี ธุรกิจใต้ดินที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนับสิบปี ตั้งแต่รุ่นของอากงสู่รุ่นพ่อ บัดนี้ถึงเวลาของหลานชายคนแรกของตระกูลแล้วร่างสูงของชายวัยกลางคนประธานรุ่นปัจจุบันก้าวเท้าขึ้นเวที ราชากวาดตามองไปรอบห้องก่อนกล่าวถ้อยคำขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่น่าเกรงขาม“วันนี้ผมถอดตำแหน่งและอำนาจทั้งหมดของตัวเองส่งต่อให้กับทายาทคนแรกนั่นก็คือ จาง เฟยหลง ผู้สืบทอดธุรกิจทั้งหมดของตระกูลจางและในฐานะผู้นำสูงสุดของเครือข่ายรุ่นที่สาม”ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยท่าทีสง่า
บทที่ 32ทายาทสืบทอดตระกูลสัปดาห์ต่อมาแสงอาทิตย์สีเหลืองอบอุ่นสาดส่องลงมาอาบอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้นทำให้ทุกอย่างดูสดใสและมีชีวิตชีวา ป้ายผ้าสีแดงเขียนด้วยพู่กันเป็นภาษาจีนที่แปลว่า เปิดร้านวันแรก เฮง เฮง เฮง ถูกห้อยไว้ด้านหน้าตึกแถวสีครีมที่เพิ่งสร้างใหม่ กลิ่นสีโชยจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นธูปจากกระถางบูชาด้านหน้าประตูหมวยลินสวมชุดกี่เพ้าสีแดงเนื้อผ้าแนบเนื้อแต่งแต้มด้วยลวดลายมังกรตัดกับดอกไม้ ให้ลุคดูสง่างามและสื่อถึงความเป็นสิริมงคล คอจีนสูงแบบดั้งเดิมรับกับลำคอระหง ส่วนรอยแหวกช่วงอกเผยให้เห็นผิวเนียนอย่างจงใจ และสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีครีมดูสะอาดตา ใบหน้าหวานละมุนแต่งแต้มด้วยสีชมพู เรือนผมดำขลับถูกรวบเป็นแกละต่ำทั้งสองข้าง ตกแต่งด้วยโบสีแดงเพิ่มลุคน่าเอ็นดูมือเล็ก ๆ ตักโจ๊กร้อน ๆ ใส่ชามจากนั้นประคองถาดยกไปเสิร์ฟให้กับแขก ด้านข้างคืออาม่าทับทิมในชุดกี่เพ้าสีแดง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นฉายแววความตื่นเต้น รอยยิ้มของอาม่าทับทิมเผยให้เห็นถึงความปลาบปลื้ม ในที่สุดหลานสาวก็สามารถเปิดร้านอาหารตามความฝันสมัยสาว ๆ ได้สำเร็จเพราะครั้งหนึ่งอาม่าเคยอยากเปิดร้านอาหารแต่พอแต่งงานมีความครัวชีวิตก็ต้องดู
เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงเลิกงานหมวยลินเคลียร์งานของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงยืนรออยู่หน้าบริษัท แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีเหลืองอร่ามสาดกระทบพื้นปูนสีขาว ผู้คนต่างทยอยกลับที่พักหลังจากทำงานมาทั้งวัน รถยนต์แล่นบนท้องถนนความวุ่นวายที่พบเจอทุกวันเป็นประจำ“เธอชื่อหมวยใช่ไหม เป็นเลขาของคุณเฟยหลงเหรอ?” ถัดมาน้ำเสียงแหลมแสบแก้วหูของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ดึงความสนใจของหมวยลินได้ชะงัดเธอค่อย ๆ หันไปมองใบหน้ากลมน่ารัก ผมสีน้ำตาลยาวสลวย ดวงตาสีดำสนิท จมูกโด่งเป็นสัน ปากอิ่มแดงฉ่ำ เธอสวมเสื้อนักศึกษาจับคู่กับกระโปรงสั้นสีดำก้าวเท้าเข้ามาใกล้กับหมวย“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่า” หมวยลินขมวดคิ้วถามขึ้น ขณะที่หันไปประจันหน้ากับผู้หญิงคนนั้น“ฉันชื่ออิงฟ้า จริง ๆ ก็เคยเป็นว่าที่คู่หมั้นของเขานะ แต่ตอนนี้เขากับพ่อของฉันตกลงกันแล้ว ว่าจะไม่มีงานหมั้นเกิดขึ้น ที่พ่อฉันตกลงเซ็นสัญญากับบริษัทของเขาต่อเป็นเพราะเธอเลยนะ”“จริงเหรอคะ เอาจริง ๆ หมวยคิดว่าแค่เราจริงใจกับเขาก่อน สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาก็คือความจริงใจนั่นแหละค่ะ”“ก็จริงนะ เพราะความจริงใจของเธอหรือเปล่าคุณเฟยหลงเขาถึงเลือกเธอเป็น
บทที่ 31เฮียมีคู่หมั้นแล้วหลายเดือนต่อมาก้อนเมฆสีขาวลอยเรื่อยไปบนท้องฟ้าสีฟ้าอ่อน สายลมพัดพอให้ใบไม้ไหวเบา ๆ ตามแรงลมไม่มีการเปลี่ยนทิศกะทันหัน แสงแดดไม่จ้าจนแสบตาสะท้อนลงบนแนวกระจกของตึกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองศิวิไลซ์ ถัดมาจากโถงลิฟต์นำสายตาสู่โต๊ะทำงานของเลขานุการจัดวางอยู่ด้านหน้าห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง โต๊ะกระจกถูกสั่งทำมาเป็นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อความหรูหราและสวยงาม เก้าอี้หนังแท้นั่งเคียงคู่พร้อมกับสตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวจับคู่กับกระโปรงสั้น เรือนผมสีดำสนิทยาวสลวยจนถึงกลางหลัง ใบหน้าหวานละมุนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง จมูกเล็กได้รูปรับกับริมฝีปากรูปกระจับน้ำอิงเลขาคนก่อนของท่านประธานสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อน ใบหน้าสวยและผมสั้นให้ลุคดูเท่และมีเสน่ห์ เสียงแป้นพิมพ์ดังสลับกับเสียงเครื่องถ่ายเอกสารส่งผลให้น้ำอิงหันไปหยิบกระดาษแผ่นสีขาวมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของตัวเอง ขณะเดียวกันนัยน์ตาสีน้ำตาลประกายทองจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และมือทั้งสองข้างกำลังพิมพ์งานอย่างคล่องแคล่วใบหน้าสวยของเธอดูเครียดเกร็งด้วยความวิตก หมวยขมวดคิ้วแน่นด้วยคว
ตัดภาพมาที่คอนโดของเฟยหลงท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสตัดกับก้อนเมฆสีขาวก่อตัวเป็นรูปร่างลอยเรื่อยไปบนท้องฟ้า แสงแดดส่องลอดผ่านกิ่งไม้สร้างลวดลายบนพื้นปูนสีขาวบริเวณส่วนกลางของคอนโด ลิฟต์ความเร็วสูงถูกเปิดออกสู่โถงทางเดินจากนั้นทั้งคู่เดินมาหยุดตรงด้านหน้า ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ เสียงกระเป๋าลากกับพื้นลายหินอ่อนขัดมันวาวดังขึ้นเบา ๆก่อนที่สตรีรูปร่างเล็กจะเดินมาหยุดตรงห้องนั่งเล่น เธอสวมเสื้อยืดสีดำจับคู่กับกางเกงยีนสีน้ำเงินอ่อน ลุคเรียบง่ายสำหรับวันสบาย ๆ ใบหน้าหวานละมุน จมูกเล็กได้รูปรับกับริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ ผิวพรรณขาวเนียนดุจหิมะแรก เรือนผมสีดำสนิทยาวสลวยถึงกลางหลัง หมวยหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดทีวีก่อนจะเอนแผ่นหลังขนาบไปกับพนักพิงอย่างผ่อนคลายวินาทีถัดมาชายหนุ่มร่างสูงสวมเสื้อยืดสีขาวจับคู่กับกางเกงขายาวก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับหย่อนกายนั่งลงด้านข้าง ไปเที่ยวครั้งนี้ทำเอาเหนื่อยมากก็จริงแต่เขากลับรู้สึกมีความสุขมาก ๆ เช่นกัน“ตอนเย็นหมวยขอกลับบ้านไปหาอาม่านะคะ ได้ของฝากมาเยอะเลยจะเอาไปให้อาม่า” ริมฝีปากอิ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ได้เลยครับ เฮียก็จะไปด้วย” เข
เมื่อพวกเขานั่งลงบนโซฟาทำเอาหมวยลินแทบกลั้นหายใจ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น“ตั้งแต่ติดสาวก็ไปแต่ร้านพี่เซไม่มาร้านผมเลยนะเฮียเฟย์”“ก็นิดหน่อย ถ้าช่วงไหนตัวเกมมีปัญหากูก็ไม่มีเวลามากหรอก ดูอย่างเฮียมึงสิ ติดสาวขนาดไหนก็พามาด้วย”“อ้าววันนี้พกสาวมาด้วยเหรอเฮีย สวัสดีหมวยลินสบายดีไหมครับ” น
บทที่ 20หึงหมวยเหรอคอนโดของเฟยหลงภายในห้องผนังกระจกสูงจรดเพดานเผยให้เห็นวิวเมืองศิวิไลซ์ ผนังตกแต่งด้วยโทนสีดำและแดงให้ความรู้สึกหรูหรา ห้องครัวเปิดโล่งพร้อมเคาน์เตอร์ลายหินอ่อนสีดำเรียบหรู เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ถัดมามือแกร่งของเฟยหลงจัดวัตถุดิบวางลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนที่จะเปิดตู้เย็นออกจัด
แสงแดดอุ่น ๆ ส่องผ่านกลุ่มเมฆสีขาวนุ่มที่ลอยเอื่อยอยู่บนท้องฟ้าสีคราม เมืองหลวงยามเช้าเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคำรามต่ำ ขณะที่มันพุ่งตัวไปตามถนนที่ยังไม่คับคั่ง กระจกหน้าต่างสะท้อนเงาของท้องฟ้าสลับกับตึกสูงที่เรียงราย จุดหมายของรถยนต์คันนี้คือบริษัทของตระกูลจาง ซึ่งขึ้นชื่อว่า
บทที่ 4เฟยหลงสนใจวันต่อมายามเช้าท้องฟ้าสีครามสดใส กลุ่มเมฆเล็ก ๆ ลอยตัวเรียงกันเป็นแนวยาว แสงแดดสีทองอร่ามปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ อาคารสีขาวสะอาดตาตัดกับหลังคาสีน้ำเงินเข้มตั้งตระหง่านอย่างงดงาม ลานน้ำพุด้านหน้าส่งเสียงน้ำไหลแผ่วเบา แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงบนผืนหญ้าสีเขียวขจี







