Share

รักร้ายใต้เงามังกร
รักร้ายใต้เงามังกร
Author: galaxy peach

อารัมภบท

Author: galaxy peach
last update Last Updated: 2026-02-13 15:14:54

อารัมภบท

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีเทาเข้มเป็นอมฟ้าจาง ๆ แสงอาทิตย์สีเหลืองยามใกล้ลาลับขอบฟ้าตกกระทบพื้นถนนที่ฉ่ำแฉะ ละอองฝนที่เพิ่งหยุดยังลอยวนอยู่ในอากาศ กลิ่นหยาดฝนลอยแตะจมูก สายลมเย็น ๆ พัดผ่านตรอกซอกซอย ตึกสามชั้นเรียงรายกันทอดยาวออกไปจนสุดลูกตา บางบ้านทาสีซีดจาง บางบ้านมีเถาวัลย์ไต่เลื้อยตามผนัง ร้านค้าเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นยาย และเสียงพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองทำให้ย่านนี้ไม่เคยเงียบเหงา

ตึกแถวหัวโค้งหลังนี้ตั้งตระหง่านในชุมชนเก่าแก่ สร้างมานานมากกว่าสามสิบปี ราวกับเป็นผู้เฝ้ามองเรื่องราวที่เคยเข้ามาและผ่านไป สีของผนังซีดจางลงตามกาลเวลา แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวขนาดเล็ก

เถาวัลย์เลื้อยพันริมกำแพงเหมือนธรรมชาติที่คอยแต่งเติมให้กับอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้น ขณะที่สายไฟระโยงระยางอยู่ช่องหน้าต่างที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ

แสงแดดยามเย็นทาบทาบนผิวตึก กลิ่นละอองฝนยังคงติดอยู่ตามซอกซอย ภายในตึกแถวขนาดสามชั้นเปิดไฟสีเหลืองอุ่นส่องสว่างไปทั่วบริเวณชั้นหนึ่ง จานกับข้าวมื้อเย็นวางอยู่บนโต๊ะไม้ในครัวเล็ก ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นของข้าวสวยร้อน ๆ ที่เพิ่งตักออกมาจากหม้อ

แกงจืดเต้าหู้หมูสับส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ กระตุ้นต่อมรับรสชวนให้น้ำลายไหล เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ก้าวมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะไม้พร้อมกับร่างเล็กของอาม่าวัยเจ็ดสิบแปดปี อาม่าทับทิมสวมเสื้อผ้าฝ้ายลายดอกเล็กสีชมพูกับกางเกงผ้าขากว้างสีกรมดูสะอาดสะอ้าน

ผมหงอกขาวให้ความรู้สึกเหมือนผ่านโลกมามากมาย เสริมภาพลักษณ์ดูสง่างาม ดวงตาสีน้ำตาลภายใต้กรอบแว่นตาสีใสมองดูอาหารบนโต๊ะ สองมือของอาม่าทับทิมไพล่หลังขณะเดินไปหยิบซองยาหอมมาสูดดม

“อาม่าวันนี้หมวยทำแกงจืดเต้าหู้หมูสับของโปรดอาม่าเลยนะ” น้ำเสียงสดใสเปล่งวาจาขึ้น ขณะเดียวกันอาม่าทับทิมหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ลมเย็นพัดเอาชายเสื้ออาม่าปลิวเบา ๆ พาเอากลิ่นของดอกเข็มที่ปลูกอยู่หน้าบ้านปะปนกับกลิ่นน้ำมันมวยที่ติดอยู่บนเสื้อ

หมวยลิน หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้เปล่งประกายความงามดั่งหยกขาว เธอมีใบหน้ารูปไข่หวานละมุนรับกับลำคอระหง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทองเปล่งประกายวาววับราวกับดวงดาวระยิบระยับในราตรีอันสงบ คิ้วเรียวโค้งดั่งเสี้ยวจันทร์ตัดกับจมูกเล็กได้รูป ริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อดูน่าลิ้มลอง

ผิวพรรณของเธอขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะแรกของฤดูหนาว เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับพลิ้วไหวราวม่านหมอก เธอมีรูปร่างเพรียวบางได้สัดส่วนโค้งเว้าเด่นชัดดูอ่อนช้อยแต่เย้ายวน

หมวยเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างอาม่า พร้อมกับในมือถือชามข้าวสวย ฝ่ามือหยาบของอาม่าทับทิมทาบทาลงบนเรียวแขนเบาของหมวยเบา ๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจาขึ้น

“อาหมวยไปเอาขวดน้ำปลามาให้หน่อย”

“อาม่าอีกแล้วนะคะ กินเยอะมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ”

“เนี่ย เอามาใส่ข้าวนิดเดียวเอง ลื้อลุกไปเอาให้อั๊วะหน่อยนะ อายุปูนนี้แล้วหัวเข่าก็ไม่ค่อยจะดี”

“ก็ได้ค่ะ แต่ม่าต้องสัญญากับหมวยก่อนว่าจะใส่แค่นิดเดียว”

“อืม ๆ ลุกไปเอามาได้แล้ว อั๊วะจะได้กินข้าว”

“ได้ค่ะ รอก่อนนะคะ”

เมื่อพยักหน้ารับปากอาม่าแล้ว รูปร่างอรชรลุกขึ้นจากท่านั่งเดินตรงไปหยิบขวดน้ำปลาอย่างที่อาม่าต้องการ จากนั้นยื่นขวดนั้นให้อาม่าที่นั่งรออยู่ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองเบนทิศความสนใจมามองเมนูอาหารที่ตนเองเป็นคนลงมือทำ มือเล็กใช้ตะเกียบคีบผัดผักบุ้งใส่ชามของอาม่า

ในขณะเดียวกันอาม่าก็กำลังเหยาะน้ำปลาลงบนข้าวสวยร้อน ๆ เพื่อเพิ่มความเข้มข้น ทว่ามันกลับเยอะเสียจนหมวยลินต้องเอ่ยปากห้ามปราม

“อาม่า ไหนลื้อบอกเหยาะแค่นิดเดียวไง แต่นี่อาม่าเหยาะไปเกือบจะหมดขวดแล้ว” น้ำเสียงใสของอาหมวยดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศภายในอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้น บรรยากาศแสนคุ้นชินที่เธอเติบโตมาตั้งแต่เด็ก

ในวันที่แม่ทิ้งเธอและออกจากบ้านหลังนี้ไป อาม่าก็คอยเลี้ยงดูและส่งเสียหมวยเรียนมาโดยตลอด ผู้เป็นพ่อนาน ๆ จะกลับเข้ามาบ้านทีและไม่เคยสนใจไยดีเธอเลยแม้แต่น้อย

“นิดเดียว อั๊วะเพิ่งจะเหยาะไปไม่กี่หยด ยังไม่หมดขวดหรอก” อาม่าทับทิมเปล่งถ้อยคำบอกพลางวางขวดน้ำปลาไว้บนโต๊ะ เมื่อได้ยินอย่างนั้นอาหมวยถึงกับส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย เพราะอาม่าเป็นคนชอบทานอาหารรสจัด และมักจะเหยาะน้ำปลาเติมลงบนข้าว

“ลื้อต้องลดเค็มลงหน่อยแล้วนะม่า กินเค็มเยอะแบบนี้ระวังไตถามหานะ” อาหมวยเอ่ยขึ้น

“อั๊วะก็กินของอั๊วะแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว กินตั้งแต่ตัวลื้อเท่านี้จนตอนนี้ลื้อโตเป็นสาวแล้ว”

“ปีนี้หมวยยี่สิบแล้วนะอาม่า เป็นไงหลานสาวม่าโตแล้วสวยไหมคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาคู่สวยหันไปมองอาม่าที่นั่งอยู่ด้านข้างกาย ทุกวันชีวิตของทั้งสองคนเรียบง่าย พูดคุยกันตามประสาอาม่ากับหลาน

ตั้งแต่เด็กจนโตชีวิตของฉันก็มีแต่อาม่า ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อก็อยากหาเงินเยอะ ๆ มาเลี้ยงดูอาม่าให้สุขสบาย

ดวงตากลมโตเปล่งประกายยามทอดมองอาม่า หมวยมองอาม่าเป็นฮีโร่ที่คอยหาเงินเลี้ยงดูเธอมาตลอด ทั้งที่ทำอาชีพค้าขายแต่ก็หาเงินส่งหมวยเรียนจบมัธยมปลาย แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยมาทำงานหาเงินช่วยอาม่าแทน

“สวยมันก็สวยแหละ แต่จะหาผัวได้ไหม แก่ไปจะได้มีคนอยู่ด้วยเผื่อวันไหนอั๊วะไม่อยู่แล้ว ลื้อจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว”

“ไม่เอา อาม่าอย่าพูดเรื่องไม่ดีแบบนี้สิ หมวยจะอยู่กับอาม่าตลอดไปเลยค่ะ”

“มีใครอยู่ไหมวะ ไอ้หานออกมา!” เสียงตะโกนของผู้ชายดังขึ้นมาจากด้านหน้าประตู ทำเอาร่างเล็กของหมวยลินสะดุ้งเล็กน้อย

“ใครมาถามหาพ่อลื้อ มันไปเมาจนก่อเรื่องอะไรอีก” อาม่าพูดพลางพยุงร่างกายตัวเองลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยชราชะเง้อมองลอดผ่านประตูเหล็กหน้าบ้าน

“อาม่าไม่ต้องลุกหรอก เดี๋ยวหมวยไปคุยให้เอง”

“เอางั้นก็ได้ ลื้อต้องระวังตัวด้วยนะ ไม่รู้พวกมันจะมากันกี่คน พ่อลื้อนี่ก็จริง ๆ วัน ๆ สร้างแต่ปัญหา”

“หมวยรู้แล้วค่ะ เจอมาตั้งแต่เด็กแล้ว” เธอหันไปพูดกับอาม่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ จากนั้นจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปเปิดประตูเหล็กออก

ทันทีที่ประตูเหล็กถูกแง้มออกช้า ๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองปะทะเข้ากับร่างกำยำของผู้ชายสวมชุดสูทนับสามชีวิต สายตาของพวกเขาจ้องมายังเธอ วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยเต้นแรงผิดจังหวะ คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้พวกเจ้าหนี้จะดูน่ากลัวจนอยากเดินถอยหลัง แต่เมื่อเลือกอะไรไม่ได้แล้วหมวยจึงต้องสู้หน้าพวกเขาต่อ

“มาหาพ่อเหรอคะ พ่อไม่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ”

“รู้ แล้วเธอรู้ไหมว่าพ่อของเธอจะไม่จ่ายหนี้”

คราวนี้น้ำเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่ยืนสวมเสื้อดำอยู่เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกับเธอ หมวยลินยืนเอามือกุมเข้าหากันด้านหน้า พลางก้มใบหน้าลงเล็กน้อย เพราะเธอรู้อยู่เต็มอกว่ายังไงพวกเจ้าหนี้ก็ต้องมาทวงหนี้ที่บ้านอยู่ดี

“พ่อติดหนี้อยู่เท่าไหร่เหรอคะ เดี๋ยวหมวยจะทยอยจ่ายให้”

“สองแสน จะทยอยจ่ายชาตินี้จะจ่ายหมดเหรอ”

“สองแสนเลยเหรอ ยังไงหมวยก็จะจ่ายให้หมดค่ะ แต่ขอทยอยจ่ายก่อนได้ไหม”

“ไม่ได้ เพราะเธอต้องไปเป็นคนใช้ ตามสัญญาที่พ่อเธอตกลงเอาไว้กับเจ้านายฉัน”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่ เธอต้องไปกับพวกฉันตอนนี้ ไปคุยกับเจ้านายของฉันเอาแล้วกัน”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ ขอฉันบอกอาม่าก่อนได้ไหม”

“ไม่ได้ เธอต้องไปเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ตามคำสั่งของท่าน” ไม่ทันที่จะได้ปฏิเสธท่อนแขนของอาหมวยก็ถูกมือแกร่งคว้าไว้เสียก่อน เธอจึงหันเข้าไปมองอาม่าที่อยู่ในบ้าน วินาทีนั้นอาม่ารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่าด้วยความที่อายุมากแล้วจึงเดินมาไม่ถึง...

“อาม่าเดี๋ยวหมวยกลับมานะคะ อาม่ารอหมวยที่นี่นะ ไม่ต้องห่วงหมวยหรอก” น้ำเสียงใสของหมวยลินตะโกนสุดเสียงเพื่อบอกให้อาม่าของเธอได้รับรู้ ในขณะที่ร่างกายของเธอถูกพาออกไปไกลจากอาม่าเรื่อย ๆ จนภาพร่างของอาม่าทับทิมค่อย ๆ เลือนหายไป

ร่างอรชรของหมวยลินถูกพามาตามซอกซอย จนในที่สุดก็มาหยุดตรงรถยนต์คันสีดำ จังหวะหัวใจของเธอเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก เมื่อมีคนแปลกหน้าพาเธอขึ้นรถไปในฐานะของลูกหนี้ เธอต้องจากอาม่าไปโดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตอันใกล้นี้จะต้องพบเจอกับอะไร เจ้าหนี้ของพ่อจะทำอะไรเธอบ้าง

ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ทว่าเธอกลับต้องมารับกรรมแทน พ่อที่ไม่เคยเลี้ยงดูเธอเลย และไม่เคยสนใจเลยว่าชีวิตของเธอจะเป็นยังไง

หน้าต่างกระจกสะท้อนภาพของเมืองศิวิไลซ์ ตึกสูงเสียดฟ้าเรียงรายกันทอดยาวออกไป ผู้คนยังคงเดินสวนกันไปสวนกันมาริมสองข้างทาง ใบหน้าของเธอเคร่งเครียดรู้สึกสิ้นหวังอย่างสุด เธอมองว่าชีวิตนี้ไร้ความหมาย ถ้าไม่มีอาม่าหมวยก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปเพื่อใคร...

หลายนาทีต่อมารถยนต์คันนี้ตบไฟเลี้ยวเข้ามาด้านในตัวคฤหาสน์หลังโต ซึ่งถูกห้อมรอบไปด้วยรั้วสีขาว สวนหย่อมถูกจัดแต่งอย่างสวยงามตัดกับน้ำพุที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงทางเข้า รูปปั้นม้าสีดำสองตัวหันหน้าเข้าหากัน แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลจาง

เมื่อรถยนต์คันนี้หยุดนิ่งประตูถูกเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กก้าวเท้าลงมาจากรถ ผู้หญิงตัวเล็กสวมเสื้อยืดสีชมพูจับคู่กับกางเกงลายหมีให้ลุคน่ารักและสดใส หมวยลินเดินก้มหน้าลงสีหน้าของเธอเหมือนกับภาพวาดที่ไร้ความรู้สึก

ถัดมาประตูไม้โอ๊คแกะสลักลวดลายซับซ้อนเปิดออกสู่โถงทางเดินโอ่อ่า เพดานโค้งสูงประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัล พื้นหินอ่อนสะท้อนแสงไฟสีขาวระยิบระยับ เรียวขาของเธอก้าวมาหยุดตรงด้านหน้าห้องทำงานของผู้นำตระกูล ก่อนที่บอดี้การ์ดสวมชุดสูทจะเปิดประตูให้เธอเดินเข้าไป

หมวยลินยืดตัวและสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เธอก้าวเข้ามาเหยียบพื้นเย็นเฉียบภายในห้องด้วยความมั่นใจ นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง หญิงสาวกุมมือเข้าหากันด้านหน้า วินาทีนี้เธอไม่กล้าสบตากับคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย ถึงอีกฝ่ายยังไม่เอ่ยปากพูดอะไรแต่หมวยลินก็รับรู้ถึงความเย็นชาที่แผ่รังสีออกมาจากร่างกายของเขา

“ลูกสาวของหานใช่ไหม” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยวาจาถาม แต่ทำเอาคนตัวเล็กรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง

“ใช่ค่ะ” หมวยตอบพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย

“ในสัญญาถ้าเกิดพ่อเธอจ่ายหนี้ไม่ได้ ลูกสาวอย่างเธอจะต้องเป็นคนชดใช้แทนทุกบาททุกสตางค์ เธอรู้ไหมว่าพ่อของเธอเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่” คนตัวเล็กไม่ตอบทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าปฏิเสธ

“สองแสน...เธอต้องทำงานใช้หนี้ให้พ่อของเธอจนกว่าจะครบสองแสน” ร่างสูงของราชาผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำของตระกูลจาง เปล่งวาจาบอกกับลูกหนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

หมวยลินถึงกับเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ภายในห้องทำงานตกแต่งด้วยโทนสีขาวล้วน โต๊ะทำงานตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านหลังเขาคือชั้นหนังสือที่รวมหนังสือหลากหลาย เพดานสูงประดับด้วยโคมไฟระย้า ใบหูทั้งสองข้างฟังสิ่งที่ชายวัยกลางคนพูด ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นทอดมองไปยังกรอบรูปครอบครัวของเขา

ครอบครัวประกอบด้วยพ่อแม่และลูกชายอีกสามคน ภาพตรงหน้าของหมวยลินทำเอานัยน์ตาคู่สวยจ้องมองอย่างไม่กะพริบ

“ฉันไม่มีทางเลือกให้เธอมากนัก เธอต้องเข้ามาทำงานเป็นคนใช้เพื่อชดใช้หนี้ของพ่อเธอ ส่วนเรื่องที่พักไม่ต้องห่วงเธออยู่กินที่นี่ฟรีทุกอย่าง เพียงแค่ว่าเงินเดือนของเธอจะถูกไปหักลบกับหนี้ที่เหลืออยู่”

ขณะที่ราชาหรือจางจวินหลงกำลังพูดกับเธอ หมวยลินก็เอาแต่จ้องมองกรอบรูปนั้นไม่เลื่อนสายตาไปไหน ภายในใจรู้สึกอิจฉาชีวิตของพวกเขาไม่น้อย ทั้งมีเงินทองมากมาย ทั้งอยู่พร้อมหน้า

“ได้ยินที่ฉันพูดเหรอเปล่า?” ราชายกคิ้วถาม

“อ๋อ ได้ยินค่ะ แล้วแบบนี้หมวยจะต้องทำงานไปอีกนานแค่ไหนเหรอคะ หมวยสามารถติดต่อกับอาม่าได้หรือเปล่า พอดีว่าอาม่าอยู่คนเดียวแล้วอายุมากแล้วด้วย” เมื่อราชาทวนถามเธออีกครั้ง หมวยลินจึงดึงสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว

“เธอสามารถติดต่อกับคนที่บ้านได้ ไปหาคนที่บ้านได้เพราะเธอแค่ทำงานที่นี่เหมือนคนทั่ว ๆ ไป ส่วนเรื่องที่ว่าจะต้องทำไปถึงเมื่อไหร่ เงินเดือนแม่บ้านที่นี่อยู่ที่หมื่นสองทำงานหกวันต่อสัปดาห์”

“โอเคค่ะ งั้นแสดงว่าวันหยุดหมวยกลับบ้านได้ใช่ไหมคะ”

“ใช่ แต่เธอต้องอยู่กินที่นี่กับหัวหน้าแม่บ้านและแม่บ้านอีกสองคน ทำงานไหวใช่ไหม”

“หมวยทำได้ค่ะ ว่าแต่จะให้หมวยเริ่มงานวันนี้เลยเหรอคะ”

“เดี๋ยวฉันให้คนพาเธอไปที่ห้องพัก พรุ่งนี้หัวหน้าแม่บ้านจะสอนงานเธอเอง ยิ่งเริ่มเร็วก็จะใช้หนี้หมดเร็วไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ยังใจดีกับหมวย ไม่งั้นหมวยก็คงจะไม่มีทางหาเงินมาคืนคุณได้แน่”

“อืม ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปห้องพักของเธอได้”

“ค่ะ แล้วจะให้หมวยเรียกคุณว่ายังไงดีคะ” ราชาไม่ตอบ แต่ฝ่ามือแกร่งกลับยกหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาอ่าน ไม่แม้แต่จะเบนสายตามามองเธอราวกับว่าหมวยลินกลายเป็นอากาศ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับ เธอจึงตัดสินใจหันหลังเดินออกมาจากห้อง ไม่ทันได้พูดอะไรบอดี้การ์ดสวมชุดดำที่ยืนรออยู่หน้าห้องก็เดินนำหน้าเธอยังด้านหลังตัวคฤหาสน์ วินาทีต่อมาร่างอรชรของหมวยลินเดินมาหยุดตรงหน้าประตูไม้

“ห้องของหมวยเหรอคะ” เธอหันไปถามผู้ชายร่างสูง

“อันนี้ห้องพักของเธอ พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าเดี๋ยวป้าแมวหัวหน้าแม่บ้านจะสอนงานให้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แล้วเสื้อผ้าล่ะ ทั้งเนื้อทั้งตัวหมวยมีเสื้อผ้าแค่นี้นะคะ”

“อันนั้นก็เป็นปัญหาของคุณครับ”

“เอ้า พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ ตอนพามาก็ไม่ถามกันสักคำ แล้วตอนนี้จะไม่สนใจกันงี้เหรอ” หมวยลินเปล่งวาจาด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นอีกระดับ

“ครับ ๆ ผมจะซื้อมาให้นะครับ”

“จะบ้าเหรอคะ หมวยเป็นผู้หญิงนะคุณจะซื้อให้ฉันได้ยังไง”

“งั้นจะให้ผมกลับไปที่บ้านคุณไหมล่ะครับ”

“ไม่ได้ค่ะ แบบนั้นอาม่าก็รู้เรื่องหมดสิ”

“แล้วคุณต้องการให้ผมทำยังไงกันแน่”

“ไม่รู้ค่ะ ค่อยคิดวันพรุ่งนี้แล้วกัน คุณกลับไปได้แล้วค่ะ”

“ครับ” เมื่อได้ยินอย่างนั้นบอดี้การ์ดสวมชุดสูทสีดำพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะที่แผ่นหลังแกร่งจะเลือนหายไปช้า ๆ หมวยลินจึงเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพักของตัวเอง เพียงชั่วข้ามคืนเธอก็ต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ในฐานะคนใช้ที่ต้องหาเงินชดใช้หนี้แทนพ่อ

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องขนาดเล็ก พื้นปูด้วยซีเมนต์ขัดมันตัดกับผนังอิฐเปลือย หน้าต่างบานเล็กที่สามารถเปิดออกไปดูวิวด้านนอกได้ ฟูกนอนวางกับพื้นมีผ้าห่มบาง ๆ และหมอนใบเดียว

คืนนี้หมวยจะหลับตาลงยังไง ในเมื่อความรู้สึกอ้างว้างเริ่มเกาะกุมหัวใจดวงน้อย เธอต้องจากอาม่ามาทำงานชดใช้หนี้ จะข่มตานอนตอนนี้ในหัวก็มีเรื่องให้คิดเต็มไปหมด หวังว่าหมวยจะผ่านมันไปได้เร็ว ๆ

"""

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักร้ายใต้เงามังกร   บทที่ 1 เป็นหนี้ต้องชดใช้ 2

    วันต่อมาท้องฟ้ายามเช้าเป็นสีฟ้าสดใส เมฆสีขาวลอยเรื่อยไปบนท้องฟ้าอย่างสม่ำเสมอ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านก้อนเมฆลงมากระทบผืนหญ้าสีเขียวขจี สวนดอกไม้และไม้ประดับถูกตกแต่งอย่างดีคฤหาสน์หลังโตล้อมรอบไปด้วยรั้วสูง บริเวณโดยรอบได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ด้านหน้าตัวบ้านตกแต่งด้วยน้ำพุสวยงาม จากนั้นถัดมาด้านในแม่บ้านกำลังทำงานของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ นกเล็กเป็นหญิงอายุสามสิบปลายใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดโต๊ะอาหาร ส่วนอิ่มบุญกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟ ทุกอย่างจะต้องจัดเตรียมให้แล้วเสร็จก่อนที่เจ้านายจะลงมาจากชั้นสอง“คุณท่านกับคุณผู้หญิงจะลงมาทานอาหารเช้าก่อนแปดโมงเช้าทุกวัน ดังนั้นอาหารจะต้องถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว คุณเฟยหลงชอบดื่มกาแฟตอนเช้าก่อนออกไปทำงานประจำ เธอต้องชงกาแฟเตรียมรอเอาไว้ เพราะหน้าที่อื่น ๆ เป็นของนกเล็กแล้วก็อิ่มบุญมัน” น้ำเสียงเรียบของหัวหน้าแม่บ้านอย่าง ป้าแมว เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกับผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกายป้าแมวขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ดูแลบ้านหลังนี้มานานหลายปี กำลังสอนงานให้กับสาวใช้คนใหม่อย่างละเอียด ส่วนนกเล็กและอิ่มบุญก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่กี่ปี ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่ออย

  • รักร้ายใต้เงามังกร   บทที่ 1 เป็นหนี้ต้องชดใช้ 1

    บทที่ 1เป็นหนี้ต้องชดใช้หลังจากหมวยลินพยายามข่มตาหลับบนฟูกนอน บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดเข้ามากระทบพื้นปูนซีเมนต์ วินาทีต่อมาแพขนตาปิดสนิทค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมามองบรรยากาศโดยรอบ กลางดึกอันเงียบสงัดหมวยรู้สึกคอแห้งจนต้องกลืนน้ำลายลงคอหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยร่างอรชรของหมวยลินจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากฟูกนอน แม้ว่าพัดลมตั้งพื้นจะพัดความเย็นมากระทบเรือนร่าง ทว่าความรู้สึกร้อนอบอ้าวทำเอาคนตัวเล็กกระหายน้ำขึ้นมาถัดมาเธอจึงลุกขึ้นและเปิดประตูออกจากห้อง ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นทอดมองทางเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ด้านในตัวคฤหาสน์หลังโต มือเล็กเปิดตู้เย็นพร้อมกับหยิบขวดน้ำเย็น ๆ ออกมาดื่มอย่างถือวิสาสะ น้ำเย็นไหลผ่านลงคอทีละนิดทำให้หมวยลินรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง เธอมัวแต่นอนอุดอู้อยู่แต่ในห้องเพราะไม่กล้าจะเดินออกมาด้านนอกแต่พอได้ดื่มน้ำเย็น ๆ คนตัวเล็กก็คลี่ยิ้มกว้างรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกฉันพยายามข่มตานอนยังไงก็นอนไม่หลับ ไม่กล้าเดินออกมาดื่มน้ำด้วยซ้ำ แต่ได้น้ำเย็นเข้าปากรู้สึกดีขึ้นมาก ๆในขณะเดียวกันหากมองออกมาตรงด้า

  • รักร้ายใต้เงามังกร   อารัมภบท

    อารัมภบทท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีเทาเข้มเป็นอมฟ้าจาง ๆ แสงอาทิตย์สีเหลืองยามใกล้ลาลับขอบฟ้าตกกระทบพื้นถนนที่ฉ่ำแฉะ ละอองฝนที่เพิ่งหยุดยังลอยวนอยู่ในอากาศ กลิ่นหยาดฝนลอยแตะจมูก สายลมเย็น ๆ พัดผ่านตรอกซอกซอย ตึกสามชั้นเรียงรายกันทอดยาวออกไปจนสุดลูกตา บางบ้านทาสีซีดจาง บางบ้านมีเถาวัลย์ไต่เลื้อยตามผนัง ร้านค้าเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นยาย และเสียงพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองทำให้ย่านนี้ไม่เคยเงียบเหงาตึกแถวหัวโค้งหลังนี้ตั้งตระหง่านในชุมชนเก่าแก่ สร้างมานานมากกว่าสามสิบปี ราวกับเป็นผู้เฝ้ามองเรื่องราวที่เคยเข้ามาและผ่านไป สีของผนังซีดจางลงตามกาลเวลา แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวขนาดเล็กเถาวัลย์เลื้อยพันริมกำแพงเหมือนธรรมชาติที่คอยแต่งเติมให้กับอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้น ขณะที่สายไฟระโยงระยางอยู่ช่องหน้าต่างที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบแสงแดดยามเย็นทาบทาบนผิวตึก กลิ่นละอองฝนยังคงติดอยู่ตามซอกซอย ภายในตึกแถวขนาดสามชั้นเปิดไฟสีเหลืองอุ่นส่องสว่างไปทั่วบริเวณชั้นหนึ่ง จานกับข้าวมื้อเย็นวางอยู่บนโต๊ะไม้ในครัวเล็ก ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นของข้าวสวยร้อน ๆ ที่เพิ่งตักออกมาจากหม้อแกงจืดเต้าหู้หมูสับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status