Masukพราวมุกลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นสองพี่น้องกับดาริกาเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลก่อนจะเดินเข้าไปหาคนทั้งสามด้วยรอยยิ้มก่อนจะทักทายออกไปทันทีด้วยความดีใจกับข่าวที่อาของเธอส่งมาบอกก่อนที่จะรีบต่อสายตรงไปหาเตโซทันที
“พฤกษ์พื้นตัวเร็วมาก ไม่กี่ชั่วโมงก็ฟื้นแล้วแต่อาหมอยังไม่ยอมให้ออกจากห้องไอซียูนะคะ เพราะต้องรอดูอาการแทรกซ่อนด้วยคะ” พราวมุกยิ้มพลางพูดออกไปขณะที่กำลังเดินไปที่ลิฟต์
“พฤกษ์เป็นคนแข็งแรง ยิ่งเป็นสายให้กับตำรวจก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีเพื่อเอาตัวรอด ไม่แปลกที่ฟื้นตัวเร็ว” เตโซหันไปตอบพราวมุกด้วยรอยยิ้มเอ็นดูกับท่าทางดีใจของสาวเจ้า
“นั่นสิคะ ถูกยิงขนาดนั้นแต่ยังสู้จนพาเปรมมาส่งพี่โซได้อย่างปลอดภัย” พราวมุกตอบพลางพยักหน้าก่อนจะพากันเดินเข้าลิฟต์ไปทันทีเพื่อขึ้นไปยังห้องไอซียู
ทว่า ลิฟต์ที่กำลังปิดก็ต้องเปิดออกเมื่อถูกมือของธนายื่นเข้ามาขวางก่อนจะส่งยิ้มให้กับทุกคนซึ่งอยู่ในเครื่องแบบของตำรวจเต็มยศแล้วเอ่ยทักทาย
“สวัสดีครับ ไงเต...ผมมารับหลักฐานกับเยี่ยมพฤกษ์ครับ หัวหน้าให้มาเอาเองเพราะกลัวจะเกิดอันตรายกับทุกคน ตอนนี้รอบๆ โรงพยาบาลมีตำรวจนอกเครื่องแบบคอยระวังอยู่นะครับ ตอนนี้ฝั่งนั้นรู้เรื่องพี่เตโซแล้ว เกรงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นครับ” หลังทักทายทุกคนรวมถึงเพื่อนแล้วจึงพูดให้เตโซได้รู้ถึงการทำงานของตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เริ่มเคลื่อนไหวทันทีที่ได้รู้ว่าหลักฐานได้มาครบแล้วและเตโซก็เปิดเผยตัวขึ้นมาหลังซ่อนตัวมานาน
“ขอบคุณมากนะธนา หลังจากนี้ก็ฝากเรื่องคดีด้วย แล้วก็เรื่องของเปรมกับน้องดา จะเป็นไปได้ไหมถ้าจะให้ตำรวจนอกเครื่องแบบคอยตามดูอยุ่ห่างๆ เพื่อความปลอดภัย” เตโซพยักหน้าให้กับธนาก่อนจะถามในสิ่งที่เขาก็พอรู้บ้างว่าสามารถทำได้
หากแต่ก็สามารถใช้ในกรณีพยานเท่านั้น สำหรับเปมิกาคงไม่เป็นปัญหาแต่กับดาริกาที่ไม่ได้ถูกกันเป็นพยานก็ทำให้เตโซอดเป็นห่วงไม่ได้ถ้าศศินกับคณินยังไม่ถูกจับเข้าคุก
“ได้ครับไม่มีปัญหา จริงๆ แล้วไอ้เตก็ขอให้ผมจัดตำรวจนอกเครื่องแบบคอยตามดูคุณดาริกามานานแล้วครับ” ธนาพูดพลางยักคิ้วให้กับเพื่อนเมื่อได้แกล้งเตชินที่เอาแต่ปิดบังเรื่องนี้มาตลอด
และคำพูดของธนาทำให้เตโซกับดาริกาหันไปมองที่เตชินด้วยความตกใจเล็กน้อย ยกเว้นก็แต่พราวมุกที่รู้เรื่องมาก่อนแล้วเพียงไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเพราะเป็นเรื่องของเพื่อนทั้งยังเกี่ยวกับคนภายในครอบครัว ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่เพื่อนเข้าใจผิดเรื่องเตโซเธอได้แต่ทำหน้าที่เป็นคนช่วยเหลือในเรื่องที่จะทำได้เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเธอจึงปล่อยให้พวกเขาได้เคลียร์กันเอง
“ไม่ต้องมองแบบนั้นครับ ตอนนั้นผมก็รู้สึกไม่ต่างจากพี่โซที่เป็นห่วงดาหรอก...หุบปากเหมือนเมื่อก่อนก็ดีอยุ่แล้ว ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องที่แกปิดบังเรื่องพี่โซเลยนะ” เตชินตอบสายตาตกใจแกมสงสัยของเตโซก่อนจะหันไปแหวใส่เพื่อน
“กูกำลังบอกแล้วเว้ย แต่ตอนนั้นอยู่ๆ มึงก็ตัดสายไปเอง กูนี่ตั้งใจจะผิดคำพูดกับพี่โซเพราะเห็นมึงเป็นเพื่อนรัก แต่หลังจากนั้นกูก็มีเรื่องยุ่งๆ เลยไม่ได้บอก” ธนารีบพูดความจริงออกไปเพื่อไม่ให้เพื่อนเข้าใจผิด
“ตัวเองเอาแต่ใจก็ต้องเจอแบบนี้แหละ” พราวมุกแซวเตชินอย่างสนิทสนมเมื่อไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป
“เธอเองก็ด้วยนะมุก” เตชินคาดโทษอย่างไม่จริงจังก่อนจะหันไปมองประตูลิฟต์เมื่อขึ้นมาถึงชั้นห้องไอซียูก่อนจะพากันเดินออกไปทันทีไม่รอช้า เพราะตอนนี้เปมิกาอยู่บ้านคนเดียวแม้จะมีตำรวจนอกเครื่องแบบคอยเฝ้าอยู่ระแวงบ้านก็ตามแต่ทุกคนก็ยังกังวลและเป็นห่วงเปมิกาอยู่ดี
“คุณศินครับ คนของคุณท่านที่ส่งไปคอยจับตาดูคุณดาริการายงานมาว่าเห็นคุณเตชินพาคุณดาริกาเข้าโรงพยาบาลครับ” ลูกน้องของผู้เป็นพ่อเดินเข้ามารายงานศศินซึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารการประชุมที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม
“เตรียมรถ” ศศินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทันทีด้วยความกังวลแกมสงสัยใครู่รู้
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดเรื่องที่ทำให้ดาริกาเจ็บตัวต้องเข้าโรงพยาบาลอีก จึงอดกังวลด้วยความเป็นห่วงดาริกาไม่ได้ก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินไปหยิบกุญแจก้าวเดินตรงไปยังหน้าบ้านทันทีอย่างร้อนใจ พอส่งข้อความหาเพื่อนๆ ก่อนขึ้นรถก็พบว่าไม่มีใครรู้เรื่องเลยสักคนว่าดาริกาเข้าโรงพยาบาลแม้แต่เพื่อนสนิทอย่างน้ำหวาน
ศศินจึงรีบออกรถขับตรงไปยังโรงพยาบาลที่ลูกน้องแจ้งชื่อโรงพยาบาลว่าเป็นที่ไหนทันทีอย่างร้อนใจเมื่อยิ่งไม่รู้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับดาริกา ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานเกินไปที่จะขับรถมาถึงโรงพยาบาลที่ดาริกากับเตชินอยู่ก่อนจะรีบล็อกรถแล้วเดินเข้าไปด้านในทันทีอย่างไม่รอช้าโดยไม่ทันสังเกตว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบคอยจับตาดูอยู่ และทันทีที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเห็นศศินก็รีบรายงานไปที่ธนาทันที ส่วนคนที่รีบร้อนอย่างศศินรีบก้าวเท้ายาวเข้าไปด้านในโรงพยาบาลได้ก็รีบตรงไปยังประชาสัมพันธ์ทันทีหวังจะถามเหตุฉุกเฉินแต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นดาริกาเดินออกมาจากลิฟต์พอดีจึงวิ่งตรงไปหาสาวเจ้าด้วยสายตากังวลแกมเป็นห่วง
“ดา! ดาเป็นอะไรหรือเปล่า” ศศินวิ่งเข้ามาจับแขนทั้งสองข้างของดาริกาเมื่อเห็นหญิงสาวกำลังเดินออกมาจากลิฟต์โดยไม่ทันมองเตชินซึ่งกำลังมองตรงมาด้วยสายตาไม่ชอบใจ
“…ศิน เราไม่ได้เป็นอะไร แล้วรู้ได้ยังไงว่าเรามาโรงพยาบาล” ดาริกาชะงักถอยหลังเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ฆ่าของเธอตัวจริงก่อนจะปรับสีหน้าและท่าทางให้ปกติเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไหวตัวทันก่อนจะเอ่ยตอบพลางถามกลับไปเมื่อเตชินก้าวเดินมายืนข้างๆ แล้วยื่นมือมากุมมือของเธอให้หลุดจากการจับมือถือแขนของศศิน
“นั่นสิ ฉันเห็นนายรู้เรื่องของดาไปซะทุกเรื่องเลยนะ ขยันวิ่งมาหาเมียคนอื่นแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนะ” เตชินพูดพลางข่มอีกฝ่ายด้วยสายตาแม้จะรู้ว่าศศินคงไม่ได้กลัวอะไรเขา แต่ถ้าไม่แสดงออกไปตามตรงก็คงจะใจกว้างเกินไป
ดาริกาดึงสายตาไปมองเตชินด้วยความอุ่นใจเมื่อเขาทำอย่างที่ได้พูดเอาไว้ พยายามปกป้องเธอจากศศินแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้คิดทำร้ายแต่เขากำลังปกป้องความรู้สึกของเธอ มือเล็กจึงกระชับจับมือหนาตอบพลางยกมืออีกข้างขึ้นไปแตะลงบนแขนของเตชินก่อนจะส่งยิ้มไปให้กับเขาเมื่อคนตัวสูงก้มลงมามอง พร้อมกับมือหนาอีกข้างยกขึ้นมาทัดเส้นผมของเธอที่หลังใบหูต่อหน้าศศินอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเช่นไร
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







