เข้าสู่ระบบศศินมีสีหน้าเรียบตึงเมื่อถูกเตชินปัดมือของตนออกจากแขนของดาริกา ฉายแววตาไม่ชอบใจก่อนจะปรับเมื่อสาวเจ้าหันกลับมามองแล้วส่งยิ้มบางไปให้ หากแต่มือที่ทิ้งอยู่ข้างกายกำเข้าหากันแน่พลางถามออกไปด้วยความเป็นห่วงแม้จะไม่พอใจเตชินและเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในใจรอระบายออกไปยามเมื่อถึงเวลา
“ดาไม่ได้เป็นอะไรแน่นะ แล้วทำไมถึงมาโรงพยาบาลถ้าไม่ได้เป็นอะไร”
“เรามาเยี่ยมเพื่อนพี่เตเป็นเพื่อนน่ะ ศินยังไม่ตอบเราเลยนะว่ารู้ได้ยังไงว่าเรามาที่นี่”
ดาริกาเอ่ยตอบอย่างปกติเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงบีบจากมือหนาที่บ่งบอกออกมาโดยไม่ต้องพูดว่าเขาอยู่ข้างๆ อย่าได้กลัวคนรู้หน้าไม่รู้ใจอย่างศศินอย่างไรแล้วเขาก็อยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน จะคอยอยู่ปกป้องเธอข้างๆ อย่างที่เขาได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้
“เรา...”
“ไอ้เต้!”
ศศินกำลังหาข้ออ้างตอบออกไปแต่เพราะเสียงของธนาที่รีบเดินออกจากลิฟต์ตะโกนเรียกเอาไว้เสียงก่อนอย่างร้อนใจพลางก้าวเดินเข้ามาหาเตชินก่อนจะเงียบลงเมื่อเห็นศศินยืนอยู่ด้วยก่อนจะมองกลับมาที่เพื่อนซึ่งกำลังยืนชิดกับภรรยาจับมือถือแขนแสดงความรักจนคนเป็นตำรวจสถานะโสดอดอิจฉาไม่ได้
“ว่า” เตชินทักทายกลับไปด้วยความฉงนกับท่าทางของเพื่อน
“…กูโทร. มาไม่รับสายวะ จะบอกเรื่องศศินนี่แหละ” ธนารั้งต้นแขนเพื่อนให้ถอยออกห่างเล็กน้อยพลางกระซิบบอกเมื่อตนพยายติดต่อเตชินแต่เพื่อนกลับไม่รับสายเพื่อจะบอกเรื่องศศินมาที่โรงพยาบาล
“ขอบใจ” เตชินตอบรับเพื่อนก่อนจะดึงสายตากลับไปมองศศินแล้วถามขึ้น “นายรู้เรื่องน้องดาดีจังเลยนะ”
“คงไม่ดีเท่าพี่เตหรอกครับ ที่ผมรู้ก็เพราะเพื่อนผมเห็นดาเลยโทร. มาบอกก็เท่านั้นครับ” ศศินโป้ปดออกไป
“เพื่อนของนายนี่ดีจังเลยนะ เห็นเมียคนอื่นก็ต้องรีบโทร. ไปบอกด้วย” เตชินแค่นหัวเราะถามออกไปอย่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังโป้ปด
แม้จะไม่รู้ว่าศศินรู้เรื่องที่พวกเขามาโรงพยาบาลได้อย่างไรและโชคดีที่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าไม่ใช่มีแค่เขากับดาริกาเท่านั้นที่มาโรงพยาบาลถึงได้ถามสาวเจ้าออกมาอย่างเป็นห่วงเช่นนั้น จึงทำให้เขามั่นใจว่าอย่างน้อยคนใกล้ตัวก็ไม่มีใครเป็นหนอนบ่อนไส้ หากให้เดาก็คงเป็นคนของเจ้าตัวที่คอยส่งมาตามดูดาริกาเป็นแน่ถึงได้รู้ความเคลื่อนไหนของหญิงสาวเช่นนี้ อย่างคราก่อนก็ไม่ได้เป็นเพราะเพื่อนของดาริกาเป็นคนไปลบอกศศินว่าสาวเจ้าเข้าโรงพยาบาลแต่เป็นศศินที่แกล้งไปหาเพื่อนของเธอแล้วถามจนได้คำตอบ
“พวกเราสนิทกันมากน่ะครับ ดาเองก็รู้ ไม่ว่าใครจะเป็นอะไรหรือไม่สบายก็จะบอกกันแบบนี้แหละครับ” ศศินยังคงหาข้อแก้ตัวออกไปจนได้
“เราไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ศิน ไม่ต้องห่วงเราขนาดนั้นหรอก เอ่อ เราอยากกลับบ้านแล้ว ขอตัวก่อนนะ พี่เตคะเราไปกันเถอะคะ” ดาริกาส่งยิ้มบางไปให้ศศินอบ่างแกล้งขอบคุณก่อนจะหันกลับมามองเตชินเพื่อขอร้องทางสายตาให้เขารีบพาเธอออกไปจากศศินให้เร็วที่สุด
เพราะเธอเริ่มจะทนมองหน้าและทำตัวตามปกติกับศศินไม่ไหวแล้ว ยิ่งมองยิ่งได้ยินเสียงของศศินภาพที่เห็นผู้เป็นพ่อนั่งเลือดไหลออกมาและยังข่าวที่ผู้เป็นแม่เสียชีวิตที่ถูกจัดฉากให้เป็นเหมือนอุบัติเหตุค่อยๆ ผุดขึ้นมาให้หัวจนเธอเริ่มร้อนผ่าวที่ขอบตา
“นายก็กลับได้แล้วศิน ถ้าเมียฉันไม่สบายหรือเจ็บตรงไหนเพื่อนอย่างนายก็ไม่จำเป็นจะต้องมาดูแลหรอก เมียฉันฉันดูแลได้” เตชินสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่มือและดวงตาที่เริ่มวาววาบไปด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอเบ้า
“ครับ…ถ้าดาไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เรากลับก่อนนะ” ศศินตอบรับแต่สายตามองไปที่ดาริกาอย่างพินิจพิจารณาด้วยความชั่งใจและอดคิดอยู่แวบหนึ่งไม่ได้ว่าคนทั้งสองอาจจะรู้เรื่องของเตโซก็เป็นได้ แต่แล้วก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้นเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเธอที่ส่งมาให้เฉกเช่นทุกครั้ง
ทั้งสามคนต่างมองศศินที่เดินกลับออกไปก่อนจะหันกลับมามองกันและเริ่มบทสนทนาทันทีด้วยความกังวลเมื่อคาดเดาได้ว่าศศินจะต้องส่งคนคอยตามดูดาริกาเป็นแน่
“กลิ่นเริ่มไม่ดีแล้ววะ รู้ว่าคุณดาริกาไปไหนมาไหนแบบนี้คงส่งคนคอยตามจับตาดูคุณดาริกาแน่นอน” ธนาพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างจากเตชิน
“ไม่โรคจิตก็บ้าชัดๆ คนเลวอย่างมันต้องระวังให้มากกว่าเดิม กว่าฆ่าคนตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแบบนั้นตอนนี้แม้แต่นรกก็ไม่อยากจะรับตัวมัน” เตชินพูดขึ้นอย่างกังวลที่สุดเมื่อเห็นศศินหูตาไวเช่นนี้
“ดาเป็นห่วงพี่เปรมกับพี่โซมากกว่าคะ ถ้าเป็นอย่างที่คุณธนาพูด ศินก็ต้องรู้เรื่องพี่เปรมกับพี่โซกลับมาอยู่บ้านแล้ว” ดาริกาเอ่ยออกไปด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากชายหนุ่มทั้งสองคน
“ห่วงตัวเราก่อนดีกว่าไหม สองคนนั้นมีตำรวจคอยดูแลอยู่แล้ว” เตชินหันกลับมามองดาริกาที่ยังจับมือถือแขนของเขาไม่ยอมปล่อยก่อนจะยกมือขึ้นวางลงบนศีรษะสาวเจ้าแล้วจับโยกเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
“ศินคงไม่ทำอะไรดาหรอกคะ” ดาริกาพูดทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยมือผละออกห่างจนคนมองอย่างธนาต้องอมยิ้มแล้วพูดแทรกคนทั้งสอง
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะให้ตำรวจนอกเครื่องแบบคอยตามคุณเปมิกากับพี่โซไม่ให้คาดสายตา ยังไงขอตัวก่อนนะครับ กูต้องกลับขึ้นไปอีกรอบน่ะ ที่ลงมาก็เพื่อบอกเรื่องศินจะให้พี่โซหรือคุณพราวมุกลงมาก็เกรงจะตกเป็นเป้าของศศินได้” ธนามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เมื่อได้รับสัญญาณจากเพื่อนและภรรยาของเพื่อนธนาก็ส่งยิ้มส่งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินกลับตรงไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปสอบปากคำพฤกษ์ต่อทันทีเมื่อเจ้าตัวให้ความร่วมมือให้ปากคำกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“คุณธนาคงยุ่งน่าดูเลยนะคะ ไหนจะเรื่องพ่อดากับเรื่องเมื่อคืนที่บ้านพ่อดาอีก” ดาริกาหันกลับมาพูดกับเตชินเมื่อประตูลิฟต์ปิดลง
“ยุ่งจนละหลวม ให้ตำรวจนอกเครื่องแบบตามดูดายังไงถึงไม่รู้ว่าศินส่งคนตามจับตาดูดา” เตชินบ่นเพื่อนทั้งที่ประตูลิฟต์ปิดไปแล้วก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าของดาริกาด้วยความเป็นห่วงแม้ว่าตอนนี้หญิงสาวจะยังไม่ได้รับอันตราย
“จะโทษคุณธนาไม่ได้นะคะ พวกเขาก็มีหน้าที่อื่นด้วยนะคะพี่เต” เธอพูดขึ้นพลางก้าวเดินเมื่อเขาเริ่มเดินนำออกไปที่หน้าโรงพยาบาลทั้งที่มือยังคงจับอยู่กับเขาไม่ยอมปล่อย
“เอาเถอะ ยังไงพี่ก็คงปล่อยให้ดาคาดสายตาไม่ได้อยู่ดี” เตชินพูดพลางยิ้มแม้ในใจจะกังวลแต่ก็กอบกุมมือเล็กเอาไว้เพื่อความอุ่นใจของตัวเองด้วยเช่นกัน
ไม่ต่างจากสาวเจ้าที่รู้สึกเพราะความอบอุ่นที่ถูกส่งแผ่ซ่านมาถึงหัวใจของเธอ ทำให้สาวเจ้ากอบกุมมือกับเขาไม่ยอมปล่อยด้วยความอุ่นใจ
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







