INICIAR SESIÓNบทพิเศษ 2
พรหมลิขิต
เจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์
เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สอง
ชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปทางขวาราวหกร้อยเมตรซึ่งกำลังมองไปยังจุดเดียวกับที่เตโซมอง เธอยิ้มและใช้หัวใจซึมซับเสียงเปียโนทั้งที่บนตักและมือยังคนมีไอแพดและปากกาสำหรับการจดบทเรียน
หญิงสาวตัดสินใจออกมาจากบ้านพักในวันหยุดเพื่อหาสถานที่สบายใจนั่งทำงานที่อาจารย์มอบหมายให้ แต่ระหว่างที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับการนั่งรับลมทำงานไปด้วยเสียงเปียโนก็ดังขึ้น จึงเงยหน้าขึ้นไปมองพร้อมรอยยิ้มกว้างเมื่อนักดนตรีเปียโนบรรเลงเพลงที่เธอชอบและเป็นเพลงโปรดที่มักจะเปิดฟังยามที่ค้องการผ่อนคลาย
“All of me”
สาวเจ้าเปรยชื่อเพลงขึ้นมาด้วยรอยยิ้มขบขันเมื่อฉุกคิดได้ว่าเพลงนี้ช่างไม่เข้ากับตัวเธอเลยเมื่อเพลงสื่อถึงความรักของคนสองคน แต่ทว่าเธอคือสาวโสดอายุสามสิบห้าปีที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนมิหนำซ้ำยังโลกส่วนตัวสูงจนคนเป็นปู่คอยย้ำเตือนเรื่องสามีในอนาคตตลอดเวลาหากแต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจใดๆ ทั้งสิ้น
ต่อให้คนเป็นปู่จะพยายามหาผู้ชายมาประเคนก็ตาม
“ทำลายบรรยากาศชัดๆ เลยนะ”
หญิงสาวหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมามองชื่อคนปลายสายซึ่งต่อสายเข้ามาเกือบทุกๆ ชั่วโมงเพียงเพราะอยากจะสานสัมพันธ์หลังได้เจอกันตามนัดของคนเป็นปู่จัดการให้ ถึงขั้นซื้อตัวให้กับชายคนนี้เดินทางข้ามฟ้าข้ามทะเลมาที่สวิตเซอร์แลนด์เพื่อ ‘เดต’ กันตามคำสั่ง
สำหรับเธอเขาคนนั้นแค่เพียงปริปากพูดออกมาก็เห็นลิ้นไก่แล้ว ถึงเธอจะไม่เคยมีแฟนหรือคนรักมาก่อนก็ตามแต่คนที่มีพี่ชายซึ่งรู้จักผู้ชายมากมายหลากหลายจนกลายเป็นที่ปรึกษาเรื่องผู้ชายให้เธอจนในที่สุดสาวโสดคานทองเรียกพี่ก้แทบจะรู้ทันผู้ชายที่เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์
“ขยันโทร. มาขนาดนี้…ให้ตายสิ ตามมาที่นี่ได้ไงกัน”
หญิงสาวซึ่งยังคงบ่นกับตัวเองต่อเมื่อสายที่เงียบไปดังจึ้นอีกครั้งก่อนจะดึงสายตาไปมองทางอื่นอย่างเบื่อหน่ายที่มีคนมารบกวนเวลาการทำงาน แต่ทว่าดวงตาหวานกลับสะดุดที่ร่างสูงของชายลูกครึ่งไทยอังกฤษกำลังเดินหันซ้ายหันขวา ที่หูข้างขวากำลังถือสมาร์ตโฟนแนบอยู่ ซึ่งเธอจำได้เป็นอย่างดีว่าคนคนนี้คือผู้ชายที่คนเป็นปู่หามาให้ และไม่คิดเลยว่าจะตามเธอมาถึงเจนีวา สาวเจ้ารีบเก็บของที่วางข้างกายบนเก้าอี้และบนตักของตัวเองอย่างรวดเร็วพลางคอยหันไปมองชายหนุ่มคนนั้นที่เดินเข้ามาใกล้ขึ้นทุกทจนกระทั่ง…
“คุณ…”
ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินหนีไปอีกทางชายหนุ่มก็หันมาเจอเข้าพอดีแต่โชคดีที่มีวัยรุ่นเดินผ่านเข้ามาขวางได้อย่างบังเอิญ หญิงสาวจึงรีบหมุนตัวเพื่อจะเดินหนีทว่าเพราะความเอาแต่มองชายหนุ่มด้วยความกลัวเล็กน้อยว่าจะถูกเขาตามมาทันจึงทำให้ต้องคอยกึ่งเดินกึ่งวิ่งแล้วหันไปมองจึงไม่ทันระวังชนเข้ากับนักศึกษาที่กำลังเดินหอบหนังสือมาทำงานไม่ต่างจากเธอจนข้าวของตกลงพื้น ทั้งสองคนทั้งขอโทษขอโพยรีบนั่งลงเก็บของทันที
“ขอโทษค่ะๆ ขอโทษนะคะ” สาวเจ้าขอโทษพลางหันไปมองดูชายหนุ่มที่หลุดพ้นจากกลุ่มวัยรุ่นมาได้ก็รีบเดินตรงมาหาพร้อมรอยยิ้มที่เธอไม่ได้รู้สึกสักนิดว่ามีเสน่ห์
“หนังสือของคุณค่ะ” นักศึกษาสาวยื่นหนังสือบริหารคืนให้สาวเจ้าด้วยความงุนงงในความเร่งรีบของอีกฝ่ายเล็กน้อย
“ขอบคุณนะคะ” เธอรีบรับมาก่อนจะลุกขึ้นก้าวเท้ายาวออกจากจุดนี้ไปทันทีเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาใกล้มากทุกที
นักศึกษาสาวซึ่งลุกขึ้นยืนอย่างงงๆ กับท่าทีของอีกฝ่ายพลางมองสาวเจ้าเดินจากไปก่อนจะหันกลับไปตามเดิมเพื่อจะเดินไปหาที่นั่งแต่แล้วก็ต้องหลบเมื่อมีผู้ชายจากที่เดินมาก็เปลี่ยนเป็นวิ่งพลางเรียกหญิงสาวที่เดินชนตนเมื่อครู่จึงหลบไปใกล้กับเตโซซึ่งหันมามองด้วยความตกใจเล็กน้อยที่อยู่ก็มีหญิงสาวเดินมาใกล้อย่างไม่ทันระวัง แต่แล้วก็ต้องเบนสายตาตามหญิงสาวที่หอบหนังสือในแขนไปยังชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งที่กำลังวิ่งตามกันก่อนจะดึงสายตากลับมาเมื่อหญิงสาวข้างๆ อุทานขึ้น
“ขอโทษนะคะ สร้อยข้อมือของคุณหรือเปล่าคะ”
นักศึกษาสาวที่ก้มเห็นสร้อยข้อมือซึ่งตกอยู่ใต้เก้าอี้ที่เตโซนั่งอยู่จึงก้มเก็บยื่นไปให้กับชายหนุ่มซึ่งหันมามองพอดีด้วยความเข้าใจผิด แต่แล้วก็ต้องยัดใส่มือเตโซแทนเมื่อมีเสียงเรียกเข้าให้ต้องรีบกดรับก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันไปมองเตโซอีก เขาได้แต่มองสร้อยข้อมือจี้โลมาน่ารักหากแต่ราคาเพียงหลักร้อยแค่มองดูเท่านั้น
เขาไม่ได้ด้อยค่าสิ่งของในมือหากแต่เพราะเขาทำงานเกี่ยวกับอัญมณีจึงมักมองออกว่าของเป็นประเภทไหนและเรทราคาอยู่ที่เท่าไร ก่อนจะกำที่สร้อยแล้วชูขึ้นมองที่จี้โลมาก่อนจะพูดขึ้นติดตลกกับตัวเอง
“อยู่ๆ ก็ได้ของฟรี…ต้องส่งไปแก้ใส่เพชรที่ตาแกซะแล้วโลมาน้อย จะได้สวยๆ มีราคาขึ้นมาสักหน่อย เพิ่มมูลค่าให้แกก็แล้วกัน ไหนๆ ก็ได้เจ้าของใหม่แล้ว”
เตโซพูดจบก็เก็บสร้อยข้อมือลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะลุกขึ้นยืนมือล้วงกระเป๋ากำสร้อยข้อมือเอาไว้กับมือก่อนจะเดินไปอีกทางกับเจ้าของตัวจริงที่วิ่งหนีผู้ชายอีกคนไปคนละทาง
หากแต่คนทั้งสองไม่รู้เลยว่าเจนีวาที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของพวกเขาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่จะดึงพวกเขาหวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง
แต่…
พวกเขาทั้งสองคนจะนั้นจะจำกันได้หรือไม่นะ เมื่อคนหนึ่งหลงเชื่อว่าหัวใจตัวเองยังคงหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งแต่งงานมีหลานชายให้กับ ส่วนอีกคนรักความโสดมีโลกส่วนตัวเกินกว่าจะมองผู้ชายให้เข้ามาอยู่ในชีวิต
ต่างคนต่างกัน…
ต่างคนต่างมีความคิดความเชื่อ…
เอ? แล้วพวกเขาจะหวนกลับมาเจอกันได้อย่างไรนะ
-จบบริบูรณ์-
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







