INICIAR SESIÓNบทส่งท้าย
เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา
“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม
“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม
“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์
“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไป
เพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่วนผิดต่อหญิงสาวเช่นกัน ต่อให้ความจริงถูกเปิดเผยพร้อมกับการได้คนสำคัญของพวกเขากลับมาและได้ต้อนรับสมาชิกใหม่เพิ่มมาถึงสองคนแม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่ระหว่างเธอกับเขายังมีความรู้สึกผิดที่ไม่เลือกใช้เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันให้ดีที่สุด แต่กลับต่างร้ายใส่ใจจนเกือบพลาดคนที่ใช่มาตลอดอย่างสาวเจ้าไปตลอดกาล หากไม่ได้เตโซช่วยเหลือเขาก็คงทำพลาดครั้งใหญ่เสียเธอไป
ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณเตโซพี่ชายที่ดีของพวกเขาที่ยอมเสียสละและเลือกที่จะให้พวกเขามีความสุขมีความครัวที่น่ารักเช่นนี้
ความโกรธหรือมันไม่ควรมีอยู่นอกจากคำว่าขอบคุณ...
“ขอบคุณนะคะพี่เต ขอบคุณที่ทำเพื่อดาทั้งที่ตอนนั้นเข้าใจผิด” ดาริกาแหงนหน้าขึ้นประทับจูบที่คางของเตชิน
“พี่ก็ขอบคุณที่ดากลับมาพร้อมกับตาหนู ไม่ทิ้งพี่ไป” ชายหนุ่มพูดก่อนจะก้มลงหอมศีรษะหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“พูดถึงตาหนูก็คิดถึงขึ้นมาเลยคะ ทำไมเราไม่พาตาหนูมาเที่ยวด้วยคะ” เธอพูดขึ้นด้วยความคิดถึงลูกชายวัยสองขวบซึ่งถูกทิ้งไว้กับเตโซที่บ้าน
ส่วนเธอและเขาก็พากันมาเที่ยวที่ภูเก็ตซึ่งเป็นบ้านพักยามสมัยเด็กที่ครอบครัวทั้งสองมาเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน เมื่อฉุกคิดถึงสมัยเด็กเธอก็หันไปมองต้นมะพร้าวต้นที่เธอเคยปีนขึ้นไปเล่นจนโดนเตชินดุเข้าให้ ซึ่งการที่เธอหันไปมองต้นมะพร้าวก้ทำให้เขาหันไปมองตามด้วยรอยยิ้มกว้างแล้วตอบออกไป
“ตาหนูชอบปีนต้นไม้เหมือนดา พี่ไม่วางใจ ให้พี่โซช่วยดูดีแล้ว มาที่นี่สองคนกับดาพี่จะได้ใช้เวลากับดาเพราะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเวลาของดายกให้ตาหนูหมดเลย” เขาพูดพลางยิ้มขันเมื่อถึงถึงลูกชายคนโต
“ก็ลูกเพิ่งคลอดนิคะ ดาก็ต้องดูแลเป็นพิเศษเป็นเรื่องธรรมดา” ดาริกาตอบก่อนจะหันกลับไปมองภาพวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าอีกครั้ง
“แต่ผัวอย่างพี่ก็เหงานะ ดาหายไปเรียนต่อสองปีโดยไม่บอกกันพอกลับมาก็เล่นพี่ตกใจคิดว่าดามีครอบครัวใหม่ไปแล้ว ใครจะคิดว่าเป็นลูกพี่” เตชินพูดขึ้นติดงอนๆ ภรรยาสาวเล็กน้อย
“ทำไงได้คะ ก็พี่โซอยากเอาคืนพี่เตแทนดานี่น่า” เธอพูดเสียงอ้อนพลางเอนตัวมาด้านข้างยื่นมือไปทาบทับลงบนแก้มแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือลูบเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยวคนเป็นสามี
“ก็สมควรอยู่ แทนที่พี่จะทำดีกับดาดันไปใจร้ายใส่ พี่โซจะโกรธแทนก็ไม่แปลก” เตชินยอมรับอย่างว่าง่ายพลางมองสบสายตาหวานที่มองมาพร้อมรอยยิ้มหวาน
“ก็เพราะพี่เตอยากปกป้องทั้งดากับพี่โซทั้งที่เข้าใจผิดเหมือนกับดา อย่าโทษตัวเองอีกเลยนะคะ” เธอพูดพลางสบสายตาให้เขาได้รู้ว่าเรื่องราวที่ผ่านมาคืออดีตที่เราย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้
แต่อนาคตทั้งเธอกับเขาสามารถทำให้ดีได้ในแต่ละวันต่อจากนี้ไปเมื่อระหว่างเธอกับเขาเปลี่ยนมาใช้คำว่าครอบครัวกันแล้ว ต่อจากนี้ไปก็แค่มีกันและกัน พร้อมใจจับมือก้าวเดินไปข้างหน้าสร้างครอบครัวของตัวเองให้ดีที่สุดชดเชยกับวันเวลาที่ผ่านมา
วันเวลาที่ร้ายใส่กัน วันเวลาที่มีแต่รอยร้าวแต่บัดนี้มันถูกผสานให้เข้าด้วยกันจนยากจะแยกจาก...
“พี่รักดา รักดามาตลอด” เตชินเอื้อนเอ่ยคำรักเสียงนุ่มละมุนพลางมองสบสายตาหวานที่มองมาไม่หันหนี
“ดารู้คะ ดารับรู้ ต่อจากนี้ไปดาจะจับมือพี่เต ยืนอยู่ข้างๆ พี่เตในฐานะแม่ของลูกและภรรยาของท่านประธานบริษัทให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้หญิงอย่างดาจะทำให้ได้คะ” เธอเอ่ยเสียงหวานพลางให้คำมั่นสัญญา
“พี่จะทำหน้าที่ของพี่ให้ดีเท่าที่ผู้ชายอย่างพี่จะทำได้เช่นกัน แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่พี่จะทำให้มันดีคือเป็นสามีและพ่อของลูกให้กับดา เป็นผู้ชายที่จะปกป้องดูแลดาด้วยชีวิตของพี่ที่เหลือ” เขาพูดจบก็ก้มลงจุมพิตเธออย่างละมุน
ริมฝีปากบางครอบครองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นจูบตอบอย่างอ่อนโยนและอบอุ่นหัวใจ มือหนายกขึ้นทาบทับลงบนแก้มนุ่มเพื่อประคองใบหน้าสาวเจ้าเอาไว้แล้วกดจูบมากขึ้นราวกับกำลังกระหาย เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดไม่ยอมผละออกไปง่ายๆ จนรู้สึกถึงความชุ่มที่มุมปากของกันและกัน เขายังคงครอบครองกดจูบอย่างละมุนและนุ่มนวลต่อจนหัวใจดวงน้อยสั่นหวั่นไหวไม่หยุดด้วยความสุข ก่อนจะกระหน่ำเต้นแรงเมื่อรสจูบที่หวานละมุนแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนและซาบซ่านขึ้นจนเรือนร่างวาบหวามขึ้นมาจนขนลุกซู่
ชายหนุ่มผละออกเล็กน้อยพลางปรือตาขึ้นมาสบสายตาหวานที่ปรือขึ้นมามองเช่นกันก่อนจะกดจูบอย่างร้อนแรงอีกครั้งจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นโอบรอบลำคอเขาเมื่อร่างกานของเธอรู้สึกอ่อนระทวย ทั้งความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณของเรือนร่างที่ถูกริมฝีปากร้อนกดจูบอย่างหนักหน่วงพร้อมกับมือหนาที่เริ่มซุกซนลากไล้ที่เอวของเธอ
เตชินยังคงมอบรสจูบที่หวานละมุนสลับกับรสจูบที่เร่าร้อนให้กับดาริกาท่ามกลางเสียงลมเสียงนกที่โบยบินกลับรังในยามเย็นของวัน เสียงคลื่นกระทบฝั่งจนเกินเสียงซัดซ่าไปทั่วอาณาบริเวณหน้าหาดทรายบ้านพักต่างอากาศ แสดงที่ส้มทองอร่ามสาดส่องตกกระทบบุคคลทั้งสองที่ยังคงจุมพิตกันอยู่เช่นนั้นพร้อมเพียงกับดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าและขอบผืนทะเลกว้างใหญ่ แม้สายลมพัดพลิ้วจนเส้นผมยาวสลวยพลิ้วไหวไปตามแรงลมคลอเคลียข้างแก้มและลำคอขาว
มือหนายกขึ้นสอดเรียวนิ้วทั้งห้ากับเส้นผมแล้วปัดไปด้านหลังอย่างอ่อนโยนทั้งที่ยังคงมอบรสจูบหนักหน่วงแสนเร่าร้อนให้กับเธอไม่ขาดเฉกเช่นสายลมที่พัดที่พักพลิ้วและเสียงคลื่นที่ซัดกระหน่ำเข้ามาให้เขารู้ตัวว่าบัดนี้เจ้าของหัวใจของเขาคือเด็กหญิงตัวน้อยที่ชอบมานั่งดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันกับเขายามที่ได้มาบ้านพักแห่งนี้
รอยยิ้มหวานส่งมาให้ด้วยความสดใสร่าเริงพร้อมเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขยามได้นั่งลงข้างกายเขาดูพระอาทิตย์ตก
‘พี่เต ไว้โตขึ้นเรามาดูพระอาทิตย์ที่นี่ที่เดิมด้วยกันอีกนะคะ’
เสียงเล็กหวานเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มหวานทั้งที่เด็กหญิงตัวน้อยนั่งชันเข่าแล้วใช้แขนกอดเอาไว้ก่อนจะเอียงศีรษะพิงกับแขนของตัวเองมองไปที่พี่ชายซึ่งหัวใจดวงน้อยแอบหวั่นไหวมอบหัวใจให้มาตลอดอยู่ฝ่ายเดียว
หากทว่าไม่รู้เลยว่าเขาเองก็แอบหวั่นไหวยกหัวใจให้เธอเป็นเจ้าของมานานแล้ว...
‘เอาสิ ดูพระอาทิตย์ตกกับน้องดาทีไร พี่มีความสุขที่สุด’
น้ำเสียงทุ้มละมุนเอื้อนเอ่ยขึ้นสร้างความสั่นไหวให้หัวใจดวงน้อยก่อนจะยกมือข้างที่พาดแขนลงบนหัวเข่าข้างขวาที่ชันขึ้นมาเอื้อมไปขยี้เส้นผมน้องสาวที่เขาแอบมอบหัวใจให้ด้วยความเอ็นดู ส่วนมืออีกข้างทำเนียนขยับไปวางทับลงบนมือเล็กที่เลื่อนลงมาวางบนพื้นทราย
สายตาคมแสนอบอุ่นมองเด็กหญิงตัวน้อยที่มองมาด้วยสายตาหวานพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุขไม่ต่างจากเด็กชายตัวสูงที่ทั้งส่งสายตาลุ่มลึกแกมหวานละมุนส่งตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่กระชากหัวใจของเธอให้เต้นกระหน่ำไม่หยุดมาตั้งแต่นั้น เฉกเช่นเดียวกับเขาที่สั่นไหวมานานก่อนจะจบด้วยคำมั่นสัญญาไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบทะเลแสนกว้างใหญ่เบื้องหน้าของทั้งสองคน
‘สัญญาแล้วนะคะ’
‘สัญญาครับ’
‘ไม่คืนคำนะ’
‘ไม่คืนคำครับ’
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







