เข้าสู่ระบบมีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอ
เขาผิด ใช่
เขาพลาด ใช่
เธอหนีไป ก็สมควร
แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันที
เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีก
แม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุด
ก็คือดาริกา...
“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่
“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา
“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสียงแข้งก่อนจะเงียบลงแล้วพูดขึ้นใหม่เมื่อหญิงสาวหยุดดิ้น “คุยกันดีๆ ก่อนได้ไหม เลิกดื้อเลิกหนี มันไม่ง่ายเลยนะกว่าที่พี่จะตามหาดาจนเจอ”
“แค่พี่โซพามาเจอดาไม่ได้หมายความว่าพี่เตตามหาดาเจอนะคะ” ดาริกาหยุดดิ้นแล้วหันไปมองชายหนุ่ม
“พี่รักน้องดา รัก รักที่หมายความว่าผู้ชายอย่างพี่รักน้องดาในฐานะผู้หญิงไม่ใช่น้องสาว” เตชินพูดพลางกระชับกอดและซุกใบหน้ากับซอกคอของเธออย่างออดอ้อนและอ่อนโยน
“…” ดาริกานิ่งลงฉับพลันแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
“พี่ขอโทษที่ไม่ได้พูดมันออกไปให้ชัดเจน แต่ที่ผ่านมาความรู้สึกของพี่ไม่ได้หมายความว่ามองน้องดาเป็นแค่น้องสาว ตพี่มองดามากกว่านั้น พี่รักดา พี่รู้ใจตัวเองมานานแล้วแต่เลือกที่จะเก็บเงียบจนเกือบจะสายไป” เมื่อเห็นว่าดาริกาไม่ดิ้นและเงียบฟังจึงพูดออกต่อทันทีอย่างไม่รอช้า
เพราะเขากลัวว่าเธอจะไม่ยอมรับฟังหากยังชักช้ากว่านี้
“ไม่คิดว่ามันสายไปเหรอคะ” ดาริกาพูดขึ้นเสียงเรียบ ยิ่งทำให้เตชินหวาดกลัวขึ้นทุกที
“มันต้องไม่สายไป พี่รู้ว่าดาก็รักพี่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งไม่ใช่พี่ชาย...พี่รักดา” เตชินยังคงปฏิเสธคำพูดของดาริกาด้วยความกลัว
“ถ้ารู้แล้ว ต่อจากนี้ไปจะยังปากไม่ตรงกับใจอยู่อีกไหมคะ” ดาริกาเอ่ยขึ้นเสียงนุ่มถามกลับไปพลางกลั้นยิ้ม
ในทีแรกหญิงสาวอยากจะยื้อเวลามากกว่านี้แต่เพราะสัมผัสได้ถึงร่างกายสูงของชายหนุ่มที่เริ่มสั่นน้อยๆ จึงเลือทกี่จะหยุดแค่นั้นเพื่อไม่ให้เขาใจเสียไปมากกว่านี้จนยอมแพ้และเลือกที่จะเป็นฝ่ายเดินจากเธอไป
เพราะเธอเองก็กลัวเช่นกัน
“ไม่ ไม่ ไม่แน่นอน พี่จะรักและแสดงมันออกมาให้ตรงกับหัวใจของพี่ พี่...น้องดา” เตชินส่ายศีรษะพลางพูดออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะชะงักแล้วผละออกดันหญิงสาวให้หันมาเผชิญหน้า
“จริงหรือเปล่าคะ” เธอมองเขาด้วยรอยยิ้มแล้วถามกลับไป
“นี่...จริง จริงที่สุด พี่พูดความจริง พี่รักดา” เตชินคิดจะเอาเรื่องแต่แล้วก็รีบเปลี่ยนเป็นบอกรักก่อนจะดึงเดินเข้ามากอดอีกครั้งด้วยความดีใจ
“ดาก็รักพี่เตคะ รักมากและคิดถึงมาก ตาหนูเองก็คิดถึงพี่เต” ดาริกากอดตอบพลางบอกรักไม่วายพูดถึงลุกชายของเธอกับเขา
“พี่จะไม่ปล่อยดาให้หนีหายไปไหนอีกแน่นอน” เตชินกระชับกอดแน่น
“ถึงจะปล่อยดาเองนี่แหละคะที่จะไม่ปล่อยหรือจะหนีไปไหนอีก จะกอดจะจับพี่เตให้อยู่ติดกับดาไปตลอดชีวิต” ดาริกายิ้มอย่างมีความสุขพลางกระชับกอด
“พี่ก็เช่นกัน และดาทำให้พี่เสียเวลาไปถึงสองพี่ที่ไม่ได้ดูแลตาหนู ขอบคุณที่ไม่ทำให้ตาหนูเกลียดพี่ เล่าทุกอย่างให้พี่ฟังได้ไหมสองปีที่ผ่านมา” เตชินกดริมฝีปากลงบนแก้มนุ่มก่อนจะฝังจมูกลงที่ศีรษะของเธออย่างอ่อนโยนพลางกระชับกอด
“ดารักพี่เตนะคะ จะให้ลูกเกลียดพ่อของเขาได้ยังไง ตาหนูอยากเจอพี่จะแย่แล้ว” ดาริกาตอบพลางซุกใบหน้าเข้าหาหน้าอกของเขา
รับความอบอุ่นอ่อนโยนที่ถูกแผ่ซ่านส่งมาให้เธอ
ภาพที่เตชินและดาริกายืนกอดกันกลมพร้อมรอยยิ้มหลังได้พูดคุยกันแล้วอยู่ภายในสายตาของเตโซและพราวมุกที่ได้แต่ยืนมองชายหนุ่มหญิงสาวทั้งสองคนที่เอาแต่มีปากเสียงกันก่อนจะจบลงด้วยดีโดยที่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสองมีตุลธรหลานชายยื่นจับมือกับเตโซและพราวมุกมองดุคนเป็นพ่อแม่ง้องอนกันด้วยความสนุกมีความสุขตามประสาเด็ก
“ขอบคุณนะมุกที่ช่วยเตกับดาให้มาเจอกันที่นี่” เตโซหันกลับมายิ้มให้กับพราวมุกเมื่อแผนที่แท้จริงแล้วอยุ่ที่พราวมุก
“ต้องขอบคุณพี่ของมุกมากกว่าคะ รายนั้นแค่บอกก็ยอมให้เข้าพักพี่จัดเตรียมทุกอย่างให้เลยคะ รับรอง ดินเนอร์เย็นนี้ของทั้งสองคนโรแมนติกสุดๆ คะ” พราวมุกหันกลับมาตอบเตโซด้วยรอยยิ้มพลางบอกถึงบุคคลที่เตโซควรขอบคุณนั้นก็คือปิ่นอนงค์
หากทว่าคนฟังไม่ได้ใส่ใจมากนักเมื่อตอนนี้ความสนใจอยู่ที่น้องชายและน้องสะใภ้ซึ่งผละออกจากกันก่อนจะมองหน้ากันและกัน ในจังหวะนั้นเองที่เตโซให้หลานชายวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นพ่อและมอบกอดแรกให้กันและกัน
อ้อมกอดของสองพ่อลูกครั้งแรกตั้งแต่เด็กชายตัวน้อยตุลธรได้หลังลืมตาดูโลก
ตุลธรรีบวิ่งเข้าไปหาเตชินกับดาริกาทันทีอย่างอดใจรอไม่ไหวด้วยความคิดถึงพลางตะโกนเรียกคนทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่สดใสร่าเริงอย่างมีความสุข
ทว่า กลับเป็นความชื่นใจและรอยยิ้มที่แสนล้ำค่าให้กับเตชิน
“ปะป๋า! มามี้!”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







