LOGIN‘แค่แผลถลอกเองคะพี่เต’ ดาริกาซึ่งตั้งตัวได้จากที่ตกลงมานั่งชันเข่าพลางใช้มือปัดทรายให้ออกจากแผลถลอกที่หัวเข่าและรอยขีดข่วนตามขาจากการที่พลาดลื่นตกลงมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปคลี่ยิ้มกว้างให้กับเตชินที่ขมวดคิ้วยุ่งมองมาด้วยสายตาดุแกมเป็นห่วง
‘ทำไมดื้อแบบนี้น้องดา ไม่ต้องไปปัดมัน สกปรกหมดแล้ว’ เตชินดุดาริกาเสียงเข้มพลางมองดุบาดแผลของสาวเจ้าอย่างกังวลเมื่อได้เห็นผิวหนังของเธอถลอกเป็นแนวยาวและเป็นแผลใหญ่ที่หัวเข่า
แม้เขาจะรู้ว่าเธอเจ็บแค่ไหนกับรอยขีดข่วนเป็นทางยาวที่ขาและแผลขนาดใหญ่ที่หัวเข่าแต่ยังยิ้มออกมาเพื่อไม่ให้เขากังวล แต่ดวงตาที่เอ่อคลอหน่วยด้วยน้ำตาใสเพราะอดกั้นความเจ็บอยู่ ถึงปากกับตาจะยิ้มแต่ข้างในเจ็บมากขนาดนั้นจนระบายมันออกมาด้วยน้ำตาแทนเสียงร้องก็ทำให้เขาหงุดหงิดกับความเข้มแข็งของเธอไม่ใช่น้อย
ก็เพราะความเข้มแข็งของเธอมันมักจะมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ไม่สามารถระบายออกได้ก็เพื่อให้คนรอบข้างสบายใจ นิสัยผู้ใหญ่เกินเด็กไปแล้วดาริกา
‘นิดเดียวเองคะ...พี่เต’ ดาริกาเริ่มยิ้มไม่ออกเมื่อเห็นสีหน้าที่กังวลจนเกินเหตุของเตชินจนรู้สึกผิดที่ดื้อกับเขา
‘ดื้อ ดื้อจนเจ็บตัวแบบนี้อย่าหวังว่าจะให้พี่หายโกรธได้เลยตัวเล็ก’ เตชินบ่นออกไปอย่างไม่พอใจ
‘ขอโทษคะ’ ดาริกาก้มหน้าหลุบสายตาหนีอย่างรู้สึกผิด มือที่จับขาทั้งสองขาตกลงไปวางแหมะที่พื้นทราย
‘ลุกขึ้น’ เตชินรับรู้ถึงความรู้สึกผิดของดาริกาจึงคิดจะสั่งสอนอีกเล็กน้อยเลยตัดสินใจออกคำสั่งพลางลุกขึ้นยืนก้มมองดาริกา
‘รับทราบคะ’ ดาริกาซึ่งเข้าใจว่าเตชินก็เหนื่อยใจจนไม่อยากโกรธจึงคลี่ยิ้มจนเห็นฟันรีบยันตัวลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องกลับไปนั่งลงใหม่เมื่อรู้สึกเจ็บระบมไปทั่วทั้งขาข้างซ้ายที่บาดเจ็บ ‘โอ๊ย!’
‘ทีนี้รู้หรือยังว่าความดื้อไม่ฟังผู้ใหญ่จะเป็นยังไง’ เตชินที่รู้อยู่แล้วว่าเธอคงทนความเจ็บที่จะฝืนตัวลุกขึ้นเดินกลับขึ้นบ้านพักต่างอากาศไม่ไหวจึงพูดออกไปให้เจ้าตัวได้คิด
‘รู้แล้วคะพี่เต’ เธอพูดเสียงหงอยพลางก้มหน้า
‘มะ ขี่หลังพี่ ขืนให้เดินไปเองคงได้ร้องไห้ออกมาแน่’ เตชินแอบยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูแต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจ
‘ไม่ต้องดีใจขนาดนั้น พี่ไม่หายโกรธง่ายๆ หรอกนะ’ เขาพูดพลางนั่งลงยองๆ แล้วหันหลังให้กับเธอเพื่อให้คนตัวเล็กพยุงตัวเองขึ้นมาอยู่บนหลังของเขาง่ายขึ้น
‘ขอบคุณคะ’ แม้จะเข้าใจว่าเขากำลังดกรธ แต่เธอก็รีบยันตัวเองลุกขึ้นมานั่งยองก่อนจะโน้มตัวขึ้นไปอยุ่บนหลังของเตชิน โอบแขนรอบลำคอของคนตัวสูงเมื่อแขนของเขาสอดเข้ามาช้อนใต้ข้อพับขาก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืน
‘ถ้าอยากให้พี่หายโกรธก็ลองพูดมาว่าจะทำยังไง’ เตชินยกยิ้มโดยที่คนตัวเล็กไม่มีทางได้เห็น
‘ดา...ดา เอ่อ ดา ดาจะเป็นผู้ช่วยตัวเล็กให้กับพี่เตเมื่อดาโตขึ้น เป็นผู้ช่วยนะคะไม่ใช่เลขา แค่ผู้ช่วยคะเพราะพี่โซบอกว่าถ้าดาอยากทำงานที่บริษัทของพวกพี่ก็เป็นแค่ผู้ช่วยเพราะสบายสุดแล้วไม่ต้องทำทุกอย่างเหมือนเลขา ดาจะเป็นผู้ช่วยของพี่เต ตกลงไหมคะ’ ดาริการีบพูดออกไปอย่างเอาใจหลังอึกอักอย่างคิดหาคำพูดที่ดีให้เตชินฟังแล้วชอบจนหายโกรธ
‘ผู้ช่วยตัวน้อย’ เตชินพูดเสียงกลั้วหัวเราะอย่างชอบใจกับคำพูดเอาใจของเธอ
‘ใช่ค่ะ ผู้ช่วยตัวน้อยของพี่เต’ เธอยิ้มออกพูดเสียงร่าเริง
‘แค่นี้ยังไม่พอ’ เตชินยังคงแกล้งคนตัวเล็กต่อ
‘งั้น งั้นดาก็จะเป็นผู้ช่วยของพี่เตที่มีโต๊ะทำงานในห้องทำงานของพี่เต นั่งใกล้ๆ พี่เตเลย เวลาพี่เตเรียกใช้ก็จะสะดวก จะได้เห็นดาที่หน้าตาน่ารักน่ามอง โอเคไหมคะ’ ดาริกาพยายามคิดหาวิธีจนได้แล้วพูดออกไปพลางแนบใบหน้ากับแก้มของเขา
‘แบบนี้ค่อยหายโกรธหน่อย’ เตชินเอียงศีรษะเล็กน้อยเพื่อนหันไปยิ้มกับคนตัวเล็ก
‘ดาสัญญาคะว่าดาจะเป็นผู้ช่วยตัวน้อยที่มีโต๊ะทำงานในห้องพี่เต ต่อให้พี่เตไม่ต้องการดาก็ดื้อเพื่อเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของพี่เตคะ’ เธอยิ้มกว้างรีบเอ่ยคำมั่นสัญญาออกไปทันที
‘สัญญาแล้วคืนคำไม่ได้นะ’ เตชินพูดออกไปทั้งที่รู้ว่าดาริกาไม่มีทางคืนคำ
‘ดาสัญญาไม่คืนคำคะ’ เธอพูดพลางโอบกอดเขาอีกนิดเพื่อเป็นส่งสัญญาณให้เขาได้รู้ว่าเธอไม่มีทางผิดคำพูดที่สัญญากับเขาอย่างแน่นอน
“ผู้ช่วยตัวน้อย...” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันกลับไปมองที่บานประตูห้องนอนของดาริกาอีกครั้ง ก่อนจะรีบหันหน้าหนีเมื่อพราวมุกเปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอนจึงทำให้เห็นว่าดาริกาถูกเปลี่ยนชุดนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มนวมเป็นที่เรียบร้อย
“ดูแลต่อแล้วกันนะ ฉันออกจากบ้านมาโดยไม่ได้บอกลุงเขยกับคุณปู่ กลัวพวกท่านจะเป็นห่วงถ้าไม่เจอฉัน” พราวมุกพูดเมื่อเดินมาถึงตัวเตชินที่นั่งอยู่บนโซฟาไม่ลุกไปไหน
“อื้ม ชอบใจ ไม่ส่งนะ” เตชินพยักหน้าพลางลุกขึ้นยืนเตรียมเดินกลับเข้าไปในห้องของดาริกา
“เต” ก่อนที่พราวมุกจะเดินไปถึงประตูห้องของดาริกา เธอได้หันกลับไปมองเตชินอีกครั้ง
เตชินไม่ได้ขานรับแต่อย่างได้ทำเพียงหันกลับไปมองโดยที่มือยังคงจับด้ามเปิดประตูห้องยนอนของดาริกา รอให้พราวมุกพูดขึ้นมาเท่านั้น
“ฉันรู้ว่านายทำลงไปเพื่อใคร แต่อย่ากลายเป็นปีศาจจริงๆ ก็พอ ยังไงคนผิดก็คือคนผิด คนไม่ผิดยังไงก็บริสุทธิ์ ฉันเองก็ไม่ชอบที่นายเป็นอยู่ทุกวันนี้ ยิ่งกับคนบางคนยิ่งไม่อยากเห็นนายในตอนนี้ ลองทบทวนดูนะเต” พราวมุกพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องของดาริกาไปทันที
เตชินไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบกลับไปนอกจากเปิดประตูออกให้หว้างขึ้นแล้วมองไปที่ดาริกาซึ่งนอนหลับไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างตั้งแต่เธอเมาจนปีนขึ้นต้นไม้ที่บ้านของจิรันจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างครุ่นคิดทบทวนตามคำพูดของพราวมุกที่เอ่ยขึ้นตักเตือนให้เขามีสติ แต่สำหรับเขาแล้วคือเชื่อในสิ่งที่เห็นมากกว่าคำพูดและสิ่งที่เห็นมันก็ยากเกินไปที่เขาจะปล่อยผ่านมันไปอย่างที่หายโกรธเธอง่ายๆ เมื่อครั้งเธอตกต้นมะพร้าว
แม้จะสำหรับเธอแล้วอาจเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากพี่ชายของเขาเพื่อทำให้เธอลืมเลือนอดีตแต่ทว่าเขาที่รู้ความจริงก้ยากเกินจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมกับเธอได้
กลับไปเป็นเหมือนเดิมมันยากเกินไปสำหรับเขาที่จะทำมันลงไป
เตชินยืนมองดาริกาที่หลับอยู่บนเตียงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาทั้งที่รู้ว่าเธอไม่มีทางได้ยินในสิ่งที่เขาพูดเป็นแน่ แต่เขาก็ยังที่จะเลือกพูดมันออกมาเพื่อเตือนสติให้กับตัวเองเอาไว้ว่าอย่าได้ใจอ่อนอีกเด็ดขาดและอย่าได้ลืมเรื่องเมื่อหกปีที่แล้วกับการสูญเสียเตโซ พี่ชายที่เหลือเพียงคนเดียวของเขาและเป็นพี่ชายที่ดูแลสั่งสอนเขามาตั้งแต่เสียบิดามารดาตั้งแต่เด็กจนถึงวันที่เขาจะต้องขึ้นมารับตำแหน่งเป็นรองประธานบริษัท ทุกอย่างที่เขามีในตอนนี้ก็ได้มันมาเพราะเตโซทั้งหมด
พี่ชายที่เขาจะไม่มีทางโกรธหรือไม่พอใจแม้จะเสี้ยวความรู้สึกต่อให้สิ่งที่เตโซทำจะเลวร้ายก็ตาม
“ถ้าเธอจำมันได้เมื่อไร เธอยังจะถามคำถามกับฉันเหมือนวันนี้อีกหรือเปล่าดาริกา”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







