LOGINร่วมสัปดาห์แล้วที่ธนัชกลับมาถึงบ้าน และทันทีที่ก้าวย่างเหยียบธรณีชายหนุ่มก็ได้รับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ เสี่ยทศผัวน้องดาบิดาของเขามอบหมายงานแทบทุกอย่างของท่านให้เขารับช่วงต่อ
เริ่มจากที่ธนัชต้องดูแลสวนยาง สวนปาล์ม และไร่สวนต่าง ๆ แทนท่านอย่างไม่มีข้อแม้ โยกโย้ไม่ได้
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ธนัชถึงได้ทำงานงก ๆ จนเหงื่อไหลเป็นสายน้ำ ผิวสีน้ำผึ้งที่เคยสะอาดสะอ้านอย่างหนุ่มเมืองหลวงก็เปลี่ยนเป็นดำคล้ำกร้านแดด หมดกันลุคหนุ่มแบดบอยกร้าวใจแห่งเมืองซิวิไลซ์
หลังจากที่สั่งการให้ลูกน้องนับจำนวนต้นกล้ายางที่เสียหายเพื่อจะสั่งกล้าพันธุ์ยางมาลงปลูกใหม่ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ธนัชก็ขับรถบึ่งตรงไปยังบ้านของพ่อแม่เพื่อพักกินข้าวเที่ยงที่ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปบ่ายโมงครึ่งแล้ว
ใช้ความเร็วเพียงหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเพราะสวนยางสวนนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ออกจากซอยแล้วเลี้ยวซ้ายขับต่อไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว รถไม่ติด คนไม่พลุกพล่าน บรรยากาศดีวิถีชนบทมันก็ดีอย่างนี้ สามารถเปิดกระจกรับแอร์ธรรมชาติ ขับกินลมชมวิวสูดอากาศได้สบายในแบบที่หากใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงคงทำเช่นนี้ไม่ได้
ระหว่างทางชายหนุ่มขับผ่านหน้าบ้านของญานิศาก็อดหันไปมองไม่ได้ เขาชะลอความเร็วรถลงอย่างลืมรู้ตัว
ที่ศาลาหน้าบ้านเห็นมารดาของหญิงสาวนั่งหันหน้ามองถนน สองมือเท้าลงกับแคร่ข้างตัว ขาสองข้างแกว่งไปมาเหมือนกำลังนั่งรับลมชมคนขับรถผ่าน หากสายตาที่มองมาทางรถของเขามีรอยยิ้มบาง ๆ ที่คุ้นเคย
เวลาที่กลับบ้านมาได้พบเจอกันท่านมักจะยิ้มอ่อนโยนให้แบบนี้ทุกครั้ง เขาได้ซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปไหว้บ้างเมื่อมีโอกาส แต่ครั้งนี้ยังไม่มีจังหวะมาทักทายกันด้วยเพราะตั้งใจกลับมาอยู่นาน และคงได้เจอหน้าค่าตากันไปตลอดอยู่แล้ว
ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นจึงกดแตรแทนการทักทาย กดหัวลงต่ำเล็กน้อยแล้วหันไปยิ้มคืนให้ท่านบ้าง วันนี้เขารีบ หิวจนแสบท้อง ไว้วันหน้าวันหลังค่อยมาสวัสดีใหม่
มารดาของญานิศาเป็นข้าราชการครู ชื่อครูเจี๊ยบ จิตรา แต่เขามักเรียกว่าน้าเจี๊ยบบ้าง ครูเจี๊ยบบ้าง ด้วยเพราะติดปากเรียกน้า เพราะท่านเป็นเพื่อนสนิทกับมารดาของเขา
ท่านสอนอยู่ที่โรงเรียนประถมใกล้บ้าน สมัยเด็กเขาเองก็เคยเรียนกับท่าน โตมากับท่านช่วงประถมวัย ท่านรักและเอ็นดูเขามากเพราะเป็นเด็กหัวดี เห็นแบบนี้ตอนเด็กถูกส่งไปแข่งมารยาทมาหลายครั้งและได้รางวัลกลับมาทุกครั้งจนเป็นลูกรักของครูอาจารย์ทั้งโรงเรียน
ละสายตาจากน้าเจี๊ยบแล้วชายหนุ่มก็เผลอเอียงคอมองไปยังข้างตัวบ้านที่เป็นคอกวัว จนได้เห็นว่าญานิศากำลังจูงเจ้าวัวตัวปัญหาเข้าคอก
ไม่สิ... ไม่ใช่จูง ให้ถูกต้องเรียกว่าฉุดกระชากลากถูมากกว่า วัวนะที่ฉุดเธอ เพราะหญิงสาวตัวเล็กกว่าวัวเปรตนั่นเป็นไหน ๆ แต่สุดท้ายเธอก็สามารถต้อนเจ้าวัวเข้าคอกสำเร็จจนได้
“หึ! เลี้ยงวัวก็เป็น” มุมปากหยักกดลึกเป็นรอยยิ้มจาง ๆ
ไม่บ่อยนักที่จะเห็นผู้หญิงมาทำอะไรแบบนี้ โดยเฉพาะหญิงสาววัยรุ่น เพราะมันควรเป็นหน้าที่ของผู้ชาย หากพละกำลังไม่มากพอมักจะต้านแรงของวัวไม่ไหวในตอนที่มันเกิดดื้อรั้นขึ้นมา
ทว่าญานิศากลับทำได้เฉยเลย
ญานิศาอายุถึงยี่สิบหรือยังเขาไม่แน่ใจ เธอผิวขาวจัดและเนียนละเอียดตามประสาลูกเสี้ยวที่พ่อมีเชื้อสายแขกขาวและแม่ก็มีเชื้อสายจีน รูปร่างก็... อวบ อวบแบบน่าจะเต็มไม้เต็มมือดี มีเนื้อนมไข่ ไม่ผอมเพรียวแต่ก็สูงเกือบ 170 เซนติเมตร ไม่ได้ตัวเล็กตัวน้อยบอบบาง หากก็สวยสะพรั่งในแบบที่เชื่อว่าผู้ชายคนไหนเห็นเป็นต้องอยากฟัด
วัยอย่างญานิศาควรเดินช็อปปิงอยู่ที่ห้าง ไม่ก็เที่ยวผับบาร์ หรือติวหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยมากกว่าจะมาอยู่กับวัวกับหญ้ากลางป่ากลางสวนยางในพื้นที่ห่างไกลตัวเมืองแบบนี้ แม้หมู่บ้านเขาจะห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ไม่ถึงยี่สิบกิโลเมตรก็ตาม
ธนัชขับรถมาจนถึงบ้าน ทันทีที่ก้าวขาลงมายืนข้างตัวรถถังสีดำและไม้กวาดน้ำยางก็ลอยลิ่ว ๆ มาตกลงตรงหน้า ถ้าไม่หลบคาดว่าอาจจะดั้งหักหรือหัวแตกก็ได้
“พ่อ!” ชายหนุ่มสบถลั่น
ใช่ครับ ฝีมือพระบิดากูเอง!
ส่วนคนสุดท้องเป็นผู้ชายอีกเช่นกัน ตอนนี้หนูน้อยวัยแปดเดือนอยู่ในเป้อุ้มบนหลังของผู้เป็นพ่ออย่างธนัช “โชคดีจังที่แต่งกับพี่” ญานิศาเอ่ยเสียงหวานพลางหยอกล้อกับลูกชายคนสุดท้อง ธนัชช่วยเธอเลี้ยงลูกตลอด เธอเป็นคุณแม่ลูกสามที่ไม่เหนื่อยเลยสักนิด ได้ทำงานเต็มที่ นอนเต็มอิ่ม รูปร่างหน้าตาก็ยังดูดี ไม่โทรมเหมือนคุณแม่คนอื่น ๆ เพราะมีเขาคอยเป็นทุกอย่างให้ ไหนจะเหล่าปู่ย่าตายายที่แทบจะแย่งกันเลี้ยงหลานญานิศารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ๆ“งั้นมีลูกเพิ่มอีกสักคนดีไหม คราวนี้ขอลูกชายนะ” ธนัชกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาคมเจือแววหื่นกระหายมองภรรยา นับวันญานิศาจะสวยเกินไปแล้วนะ สวยจนเขาไม่อยากให้ก้าวออกจากบ้านไปไหนสมกับที่เป็นเจ้าของสถาบันสอนบุคลิกภาพจริง ๆ ยิ่งโตยิ่งสวยสง่า หากทว่าก็ยังมีความน่ารัก น่าทะนุถนอมอยู่มากสำหรับเขา ในขณะที่เขาต้องพยายามดูแลตัวเองอย่างหนักเพราะอายุห่างจากหญิงสาวหลายปี ผิวก็คล้ำ กลัวจะดูแก่ไปจนคนมองว่าเป็นพ่อลูกกัน“ทะลึ่งมากค่ะคุณพ่อ” ปากบอกว่าเขาทะลึ่งแต่มือไม้เธออยู่สุขเสียที่ไหน ลูบไล้อยู่ที่สีข้างเขาแล้วกรีดกรายปลายเล็บจิกลงเบา ๆ ทำเอาคนหื่นอยากจะอุ้มเม
“อยากแต่งขนาดนั้นเลย” จรูญถาม“ครับ”“มั่นใจแล้วนะ” ว่าที่พ่อตาถามย้ำ ทำธนัชชักหวั่น“ทำไมอะพ่อ” ตอนนี้เขาเองก็เรียกบิดาของคนรักว่าพ่อแล้วเหมือนกัน“กูยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวมันเลย” จรูญแสร้งทำหน้าขยาดใส่ลูกสาวเรียกเสียงฮาจากทุกคน“พ่ออะ! จิ๊บสวยขนาดนี้ พี่บอมต้องมั่นใจอยู่แล้วแหละ ใช่ไหม” จะเปลี่ยนใจก็ไม่ทันแล้วนะ ในท้องนี่สองเดือนกว่า ๆ ต้นปีหน้าก็จะลืมตามาดูโลก“ว่าแต่ไอ้จ๊อชมันหายหัวไปไหน”“ไม่รู้มัน พอโตแล้วก็ไม่ค่อยจะอยู่บ้าน” จรูญถอนหายใจ ธนัชเลยช่วยคลี่คลายไม่อยากให้สถานการณ์ที่กำลังดี ๆ อยู่ตึงเครียด กลัวเมียเครียดไปด้วย ลูกเขาก็อาจจะเป็นอันตราย“เด็กชาย ๆ ก็งี้แหละครับ ธรรมดา”“นั่นสิคะ” จินดาเข้าข้าง“นี่ก็คนนึง มันดื้อใส่ออกบ่อยก็เข้าข้างอยู่นั่น” จรูญบ่นเมีย“ก็พี่รูญว่าลูกบ่อยแล้ว ถ้าจินไม่เข้าข้างเดี๋ยวจะสูนพ้น[1]เอานะคะ อย่าบ่นแรงตะ เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตก” คำพูดติดตลกของจินดาทำให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง“จิ๊บ กับจิน ชื่อแม่กับชื่อพี่จิ๊บตัว จ.จานเหมือนกันเลยค่ะ” ยายลูกหมูเอ่ยขึ้นมา เรียกรอยยิ้มจากทุกคนในบ้านได้“เอ๊า พูดได้ด้วยเหรอเรา พี่จิ๊บก็คิดว่าแม่เราลืมใส่ถ่
ได้ความว่าทั้งคู่รู้จักกันเพราะเรื่องราวที่จินดาได้เคยช่วยญานิศาไว้ คราวนั้นหญิงสาวได้เอากระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกายและอาหารทะเลสด ๆ จากแพปลาเก่าของธนัชจากปัตตานีไปขอบคุณทุกคนที่ช่วยเธอเอาไว้วันนั้น จินดากับจรูญเลยได้มีโอกาสรู้จักหน้าค่าตากันสองปีให้หลังก็ได้เจอกันบ่อยครั้งเพราะจินดาและลูกสาวมาเช่าบ้านในซอยตรงข้ามบ้านเสี่ยทศ ทั้งคู่เลยมีโอกาสได้ทำความรู้จักกันจนสานสัมพันธ์ ที่ผ่านมาจรูญไม่กล้าบอกลูกสาวเพราะยังไม่มั่นใจและจินดาขอเอาไว้จินดาเป็นผู้หญิงเจียมตัวคนหนึ่งเพราะคิดว่าตัวเองเป็นแค่แม่หม้ายลูกติด ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวด้วยซ้ำ มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ หนึ่งคันกับลูกสาวที่ตอนนี้อยู่ในวัยมัธยมต้น ในขณะที่บ้านของจรูญมีมากกว่า มีคนนับหน้าถือตา มีลูก ๆ ที่เก่งและเป็นความภาคภูมิใจ เธอกลัวมาตลอดว่าคนจะครหาว่าตนมาจับจรูญเพราะหวังอะไร จนมาวันนี้ที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันได้กว่าสี่ปีแล้ว จรูญถึงได้ขอให้เปิดเผยความสัมพันธ์แล้วย้ายมาอยู่ด้วยกันอย่างเป็นทางการ“ดีใจจังที่พ่อจะมีเมียสักที จะได้ไม่ต้องบ่นจิ๊บมาก” ญานิศาแซวไปอย่างนั้น“จิ๊บดีใจนะคะที่เป็นน้าจิน”“น้าก็ดีใจนะที่จิ๊บไม่รังเกียจน้
“เนี่ย แม่เลือกไม่ผิดจริง ๆ เลย” กานดาชมตัวเองที่เล็งญานิศาไว้ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย พอหอยเริ่มเท่าฝ่าตีนก็พยายามให้ได้ลงเอยกับลูกชายตัวดีให้ได้“น้องดาเมียพี่โคตรเก่ง” นี่ก็อีกคนที่ชมเมียตัวเองเก่งมากธนัชมองบิดามารดาที่ผลัดกันชื่นชมไม่ขาดปากก็เบ้หน้า “ผมต่างหากเลือกเมียเก่ง”“ไม่ต้องเลยมึงไอ้บอม แรกก่อนมึงบอกไม่เอาไม่สนใจ รำคาญ แม่จำได้ขึ้นใจเลยจิ๊บ” นางกานดาเถียงกลับเสียงดัง ซ้ำยังหันไปฟ้องญานิศาอีกต่างหาก“โหแม่ อย่าพูดงี้ดิ เดี๋ยวจีบเครียด ไม่ดีต่อหลานแม่นะ” ธนัชรีบยกสองมือปิดหูคนรักแล้วเถียงมารดา “อย่าไปฟังนะจิ๊บ แม่ไร้สาระ”แล้วชายหนุ่มก็หาจังหวะรีบอุ้มภรรยาที่กำลังจะกลายมาเป็นแม่ของลูกขึ้นรถกลับบ้านตนไปทันใด หากอยู่นานกว่านี้มีหวังน้องดาเมียพี่ทศได้ลากไส้เขาออกมาชำแหละให้เมียดูเป็นแน่ญานิศายิ้มขำ เธอไม่คิดมากสักนิดเพราะรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบเธอตั้งแต่แรก แต่ภูมิใจมากกับความพยายามของตัวเองที่ล่อเขามาเป็นพ่อของลูกได้สำเร็จในวันนี้ด้วยวิถีทางของตัวเองใครบอกเป็นผู้หญิงต้องนั่งสนิมสร้อยให้ใครมาเลือก ในเมื่อเราสามารถเลือกเองได้ เคยเจอผลวิจัยที่ว่าผู้หญิงที่เลือกจีบผู้ชายก่อนมักจะเจอคู่ชี
“ว่าแต่น้องจิ๊บจะกลับไปบินวันไหนลูก อยู่บ้านได้หลายวันไหม ต่อรือเขาทำบุญเดือนห้า มีโนราห์โรงครูกัน เห็นว่าไอ้จ๊อชมันจะออกพรานกันใช่ไหม”ประเพณีทำบุญเดือนห้าของทุกปีที่วัดใกล้บ้านจะมีมโนราห์โรงครูมาตั้งรำหน้าเจดีย์พระธาตุ หลายคนก็จะมารำแก้บนกัน รำออกพรานบ้าง รำมโนราห์บ้างแล้วแต่ว่าจะบนบานอะไรกันไว้ และปีนี้จ๊อชน้องชายของญานิศาจะรำออกพรานแก้บนที่สอบติดคณะที่ตั้งใจ“ใช่ค่ะ จ๊อชออกพราน พ่อก็ด้วย เห็นไปบนพร้อมกัน น่าจะออกพรานพร้อมกันเลยค่ะแม่” ญานิศาเปลี่ยนมาเรียกเสี่ยทศและกานดาว่าพ่อแม่ตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนแล้ว กานดาพยักหน้าเมื่อได้ยิน“เออนั่นแหละ น้องอยู่ต่อก่อนนะลูก ไปเที่ยวงานวัดกัน” ท่านไม่มีลูกสาว เมื่อได้ญานิศามาเป็นลูกสะใภ้ก็ยิ่งรักมากกว่าเก่า อยากควงลูกสะใภ้ที่รักดั่งลูกสาวในไส้ไปออกงาน เดินอวดคนให้ทั่ววัดเลยว่าลูกสะใภ้ทั้งเก่งทั้งสวยแค่ไหนกานดายืดอกยิ้ม แค่คิดก็ภูมิใจแล้ว หากทว่าประโยคต่อไปของญานิศาทำเอาทุกคนต้องอ้าปากค้าง“จิ๊บก็อยู่นานเลยรอบนี้ อยู่จนกว่าจะแก่นั่นแหละ”“ฮะ! / ว่าพรื่อนะ! / หือ!” สามคนพ่อแม่ลูกประสานเสียงกันเมื่อได้ยินประโยคนั้นอยู่นานจนกว่าจะแก่ หมายความว่า
ธนัชส่ายหน้าขำ นึกเอ็นดูเพื่อน “เออ ชม”“ชมห่าไรวะ ชมว่าเหมือนเปรตเนี่ยนะ”“เออนั่นแหละ อะ เอากุญแจไป มึงจะเอาคันไหนก็เลือก แต่อย่ามาเรียกกูอีก” ชายหนุ่มเก็บไว้เพียงกุญแจรถเอสยูวีคันที่ขับประจำเผื่อไว้ใช้งาน แล้วยัดพวงกุญแจรถอีกสี่คันใส่มือหิรัญแล้วหันหลังให้“ใส่เสื้อผ้าเถอะกูขอร้อง อุบาทว์!” เมื่อได้กุญแจมาแล้วหิรัญก็ด่าส่งท้ายก่อนจะกลับไปส่วนธนัชก็ปล่อยให้เพื่อนไปผจญภัยตามยถากรรม เขาไม่ว่างเพราะอยากนอนกอดเมียสี่ปีผ่านไป...ฤดูยางผลัดใบก็หวนมาอีกครั้ง ญานิศาได้วันหยุดกลับบ้าน ทันทีที่เธอแลนดิ้งธนัชก็ทำหน้าที่ไปรอรับเช่นทุกครั้ง ทั้งสองยังคงกอดกัน แล้วส่งรอยยิ้มให้กัน เขาเป็นเหมือนขุมพลังที่พร้อมจะเติมเต็มให้เธออย่างที่ผ่านมา“คิดถึงมากเลยค่ะ” เสียงออดอ้อนมาพร้อมกับกอด กลิ่นตัวของหญิงสาวหอมจนธนัชซุกหน้ากอดไม่ปล่อย“พี่คิดถึงมากกว่า” เสียงอู้อี้ที่กลุ่มผมสลับกับเสียงสูดดมกลิ่นเธอเข้าปอด“กลับไปนอนกอดกันที่บ้านได้ไหมอะ ท่านี้มันเมื่อยอยู่นะ” ญานิศาว่า พวกเธอสองคนกอดกันตั้งแต่ทันทีที่เจอหน้า จนขึ้นมานั่งบนรถก็ยังกอดกันอีกครั้ง จอดทุกไฟแดงก็ยังกอดกัน“กลับบ้านไปก็ยังไม่ได้นอนนะ”“หื่นอ
“ฮา! ไอ้ลูกเปรต มึงทำไหรผู้หญิงวะ!” พวกลุง ๆ ป้า ๆ เริ่มจะเสียงดังและมีอารมณ์ไม่พอใจ ชุมพลที่เคืองหนักก็ยกมือขึ้นชี้หน้าหญิงสาว กรามแกร่งขบแน่นไม่พูดอะไรทั้งนั้น ทว่าสายตามองเธออย่างอาฆาต แล้วก็รีบพุ่งขึ้นรถก่อนจะทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงจนฝุ่นฟุ้งกระจาย“เป็นไรไหมลูก” หญิงแม่ลูกอ่อนถาม ด้วยตนเองก็
“ค่ะ” ญานิศาที่พยักหน้าแล้วตอบรับ ใบหน้าสวยยิ้มกว้างแล้วพูดต่ออย่างไม่กระดากเลยสักนิดว่า“จิ๊บเป็นหลานป้าดาแม่พี่บอมค่ะ นี่อาจารย์รู้จักกับพี่หนูด้วยเหรอคะ” ญานิศาตาวาวแสดงออกถึงความประหลาดใจและดีใจในทีจนชายหนุ่มที่เพิ่งได้ชื่อว่าพี่มุมปากกระตุก อยากจับยายเด็กนี่ตีก้นให้เข็ด บอกว่าเขาเป็นพี่ กล้าพู
“น่ากลัวจัง งั้นฉีดเลยเถอะ” หญิงสาวหัวเราะคิก ทีเรื่องทะลึ่งตึงตังละมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที แต่ไม่นานเธอก็หลับไปธนัชยิ้มเอ็นดูแล้วก็นั่งลงบนพื้นข้างโซฟาเพื่อที่ญานิศาจะได้จับมือเขาไว้ถนัด เธอขยับตัวแล้วดึงมือเขาไปรองแก้มแทนหมอนจนแก้มบี้ไปข้าง ปากอิ่มเผยอท่าทางน่ารักน่าชังเขาก็ขู่ไปอย่างนั้นเองเข็ม
พัก! ล้มเลิกความคิดเรื่องนี้ไปได้เลยไอ้บอม“แต่จิ๊บเบื่อ ขอไปด้วยนะพี่บอมนะ นะคะ นะ น้า...” อยู่ ๆ ญานิศาก็ทำเสียงออดอ้อนหน้าซื่อตาใส“เบื่อก็ไปหาอะไรทำ” ที่ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับเขา ธนัชคิดในใจ“ก็เนี่ย กำลังจะทำตัวให้มีประโยชน์อยู่ ช่วยงานฟรีเงินไม่ต้องจ่าย แต่ถ้าอยากตอบแทนจิ๊บรับค่าตัวเป็นหัวใจ







