Se connecterธาม หรือ ตรีธารา สิงหบดินทร์ เป็นพี่ชายที่พ่อกับแม่ของเธียร์รับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูตั้งแต่เขายังไม่เกิด
“เริ่มเลยแล้วกัน”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นเพื่อดึงความสนใจกลับคืนมา
หลังเสร็จสิ้นการประชุม เธียร์กลับไปรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัว เพราะนาน ๆ ครั้งเขากับพี่ชายจะกลับบ้านมากันพร้อมหน้า
“ร้านเป็นไงบ้างล่ะธาม บริหารคนเดียวหลายอย่างแบบนี้ไหวแน่นะ ถ้าไม่ไหวก็ให้น้องไปช่วยอีกแรง”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม
“อะไรกันป๊า ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ”
เธียร์งอแงไม่ต่างจากเด็กสองขวบ หัวคิ้วผูกเข้าหากัน
“สบายมากครับ ร้านกำลังไปได้ดีเลย ส่วนงานที่โรงแรมก็ไม่ได้หนักอะไร ผมทำไหวอยู่ครับ”
ธามตอบคำถามผู้เป็นพ่อ
ครอบครัว ‘สิงหบดินทร์’ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมในเครืออยู่หลายจังหวัด อีกทั้งยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมื่อลูกชายทั้งสองคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้เป็นพ่อจึงให้มาช่วยดูแลกิจการ
“ถ้าไม่ไหวก็บอกป๊านะ เดี๋ยวป๊าจะสั่งให้เจ้านี่ไปช่วยดูแล”
ผู้เป็นพ่อพยักเพยิดไปทางลูกชายคนเล็กที่ไม่ค่อยเอาไหน วัน ๆ หาแต่เรื่องให้ปวดหัว ถ้าไม่ใช่เรื่องเมาแล้วไปมีเรื่อง ก็เป็นเรื่องผู้หญิง วนอยู่อย่างนั้น
“ไม่เอาด้วยหรอกครับ ให้พี่ธามทำคนเดียวไปเถอะ”
“แต่พรุ่งนี้แกต้องไปทำงานแทนฉันที่ภูเก็ตนะ”
ผู้เป็นพ่อย้ำคำสั่งกับเขาอีกรอบ
“รู้แล้วค้าบ ย้ำบ่อยอะไรขนาดนั้นผมไม่ได้ความจำสั้นสักหน่อย”
“ขนาดฉันย้ำอย่างนี้แกยังไม่คิดจะสนใจงานการเลย วัน ๆ เอาแต่ติดผู้หญิง ไม่ได้เรื่องจริง ๆ”
ผู้เป็นพ่อบ่นแบบไม่เว้นช่องว่างให้เถียง
“เอาน่า...คุณ ลูกทานข้าวอยู่จะมาบ่นอะไรตอนนี้คะ”
คุณหญิงเนตรนภา ผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นมา ทุกคนต่างก็เกรงกลัวและหยุดเถียงกันทันที โดยเฉพาะคนเป็นพ่อที่รับรู้ถึงรังสีที่แผ่ออกมาจากสายตาของแม่ที่จ้องมอง
ทางด้านนลินนั้น เมื่อเธียร์บอกว่าจะไม่มาหาสองสามวัน เธอคิดถึงเขาจึงวางแผนเรียกร้องความสนใจ ด้วยการแต่งหน้าแต่งตาเพื่อให้ดูซีดโทรมสุดๆ
‘ฉันไม่ปล่อยให้คุณไปคั่วสาวอื่นหรอกค่ะคุณเธียร์’ เธอนึกในใจขณะส่องกระจกดูเงาตนเอง จากนั้นก็...
แชะ !
เสียงถ่ายรูปดังมาจากกล้องโทรศัพท์ แล้วนลินก็ส่งรูปเข้าไลน์ของเธียร์พร้อมกับทิ้งข้อความไว้
‘ปวดหัวจนลุกไม่ขึ้นเลยค่ะ’
นาทีนี้ต้องรู้จักใช้มารยาหญิงให้เป็น
ชายหนุ่มชำเลืองมองการแจ้งเตือนที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ แต่ไม่ได้กดเข้าไปอ่านเพราะกำลังรับประทานอาหารอยู่กับครอบครัว
นลินรอข้อความตอบกลับของเขาอย่างใจจดใจจ่อ
ตื่อดึ่ง !
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น หญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูทันที
“อกหัก คืนนี้เจอกันร้านเดิม กู มึง กี้”
เป็นเสียงไลน์จากเพื่อนสาวของเธอต่างหากล่ะ
“เฮ้ออ !”
เธอเลิกคิ้วสูงพลางเหยียดริมฝีปากพร้อมถอนหายใจด้วยความผิดหวัง เมื่อไม่ใช่การแจ้งเตือนจากคนที่รอคอย เธอดูนาฬิกา...เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว เขาคงไม่มาหาเธอหรอกวันนี้
นลินครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนตัดสินใจที่จะออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน
‘ไม่รอคำตอบจากกูหน่อยเหรอวะ’ นลินตอบกลับข้อความของเพื่อน
‘ไม่ค่ะ
มึงไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้นนอกจากต้องไป’‘งั้นเจอกันสี่ทุ่ม’ เธอส่งข้อความทิ้งไว้ในแชตของเพื่อนสาวก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัว
หลังจากที่เธียร์มีโอกาสเปิดไลน์ของนลินอ่านแล้ว เขาคิดจะแวะไปหาเธอที่คอนโดสักครู่ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอโกหกแต่เขาก็เลือกที่จะไปเจอเธอ
“คุณแม่ครับวันนี้ผมคงกลับไปค้างที่คอนโดนะครับ พอดีต้องกลับไปเอาของเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”
ภายนอกเธียร์อาจจะแลดูเป็นคนแข็งกระด้าง แต่ใครจะรู้ว่าเวลาอยู่กับแม่หรือผู้หญิงที่เขารัก เขากลายเป็นคนขี้อ้อนเหมือนลูกแมว
“เจอกันแค่แป๊บเดียว จะไปอีกแล้วเหรอลูก แม่อุตส่าห์เตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อย”
ผู้เป็นแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจลูกชาย
“วันนี้ก็ค้างอยู่ที่นี่ ให้คนกลับไปเอาให้ก็ได้นี่”
คนเป็นพ่อกล่าวเมื่อเห็นภรรยาของตนทำสีหน้าเศร้าเพราะเจ้าลูกชายตัวดี
“แต่ว่า...”
เธียร์กำลังจะเอ่ยปากพูด
“เอาเถอะ แม่ไม่สำคัญเท่าผู้หญิงของแกนี่”
คุณหญิงเนตรนภากอดอกพลางทำหน้ามุ่ยน้อยใจลูกชาย
“โธ่ ! คุณแม่ค้าบบ”
ชายหนุ่มลากเสียงยาวอย่างออดอ้อน พลางเดินเข้าไปโอบกอดแม่แล้วจึงหอมแก้ม มองเผินๆ คล้ายเด็กสามขวบกำลังอ้อนแม่
“ผมกลับไปเอาของจริง ๆ ครับ งั้นผมขอไถ่โทษให้เป็นสำหรับเงินช็อปปิงแทนดีไหมครับ”
ลูกชายบอกพลางทำตาปริบ ๆ อ้อนแม่
ธามมองภาพสองแม่ลูกออดอ้อนกันแล้วสะท้อนใจ เขารู้ตัวเสมอว่าเป็นเพียงแค่เด็กที่พวกท่านรับมาอุปการะ ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ
ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งไม่สนิทสนมเหมือนก่อน เกิดเป็นระยะห่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวไม่เหมือนเดิม
ทุกครั้งที่เห็นภาพการหยอกล้อระหว่างพ่อแม่ลูก เขารู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนนอก
เมื่อหันไปมองผู้เป็นพ่อก็เห็นว่านั่งยิ้มพลางทอดตามองสองคนนั้น
“ป๊าครับ แม่ครับ ธามขอตัวกลับก่อนนะครับ พอดีต้องเข้าไปดูงานที่บาร์อีก เห็นลูกน้องบอกบัญชีมีปัญหา เลยว่าจะเข้าไปดูสักหน่อยน่ะครับ”
ธามเอ่ยขึ้นมา จึงกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
“นี่ก็จะทิ้งแม่ไปอีกคนเหรอเนี่ย ลูกชายบ้านนี้มันเป็นยังไงกันฮึ”
ผู้เป็นแม่ตัดพ้อ
“เอาเลยลูก ดีแล้วที่เข้าไปดู เรื่องแบบนี้ไว้ใจคนอื่นทำ ก็ไม่สู้เราทำเองหรอก”
คนเป็นพ่อเห็นดีเห็นงาม
“ครับ ไว้ผมจะแวะมาหาบ่อย ๆ นะครับ”
ชายหนุ่มเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่
“ขับรถดี ๆ นะลูก”
คุณหญิงเนตรนภาตบหลังลูกชายเบา ๆ
ธามเดินออกมาจากบ้านด้วยความรู้สึกน้อยใจเมื่อหันกลับไปเห็นพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกพูดคุยกันสนุกสนาน ‘ป๊ากับแม่ดูมีความสุขจังเลยนะครับเวลาอยู่กับเจ้าเธียร์’
ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นและสั่งสมมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่มีเธียร์เข้ามา ความสนใจของคนในบ้านก็ไปอยู่ที่เจ้าเธียร์หมด นอกจากจะเป็นลูกคนเล็กของบ้านแล้ว เธียร์ยังเป็นลูกแท้ ๆ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของป๊ากับแม่จริง ๆ
ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนไม่รักลูกตัวเองหรอกนะ
ใช่ !
พ่อแม่ทุกคนต่างรักลูกตัวเอง !
หยาดพิรุณสงสัยว่าผู้หญิงที่เธอเจอวันนี้คือใคร จึงเอ่ยถามกับเลขาสาวของชายหนุ่มขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งรถกลับโรงแรม“โทษทีนะคะ ไม่ทราบว่าคุณจีพอจะรู้จักผู้หญิงที่อยู่กับพี่เธียร์เมื่อตอนกลางวันไหมคะ ?”“คุณน้ำฟ้าหมายถึงคุณนลินเหรอคะ ?”คนเป็นเลขาย้อนถาม เธอพอจะรู้ว่านลินกลับเธียร์มีความสัมพันธ์กัน แต่ก็ไม่ได้รู้ข้อมูลส่วนตัวของเจ้านายลึกซึ้งขนาดนั้น “เธอชื่อนลินเหรอคะ ?”เมื่อได้ยินชื่ออีกฝ่าย หญิงสาวก็เริ่มรู้สึกว่าคุ้นหน้าคุ้นตาฝ่ายนั้นขึ้นมาทันที “ใช่ค่ะ คุณนลิน...ที่เป็นนางแบบน่ะค่ะ จีเองก็ไม่ทราบเรื่องของเจ้านายมากนัก รู้แค่ว่าพวกเขาทั้งสองคนรู้จักกันมานานแล้วค่ะ”หญิงสาวตอบด้วยสีหน้าปกติ “อ้อ ขอบคุณค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบ ก็ทำให้หยาดพิรุณอยากรู้ว่าสองคนนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ...ก่อนหน้านี้เห็นคุณลุงมานพบอกว่าพี่เธียร์โสดนี่นา งั้นก็แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ก็คงจะไม่ใช่เเฟนของพี่เธียร์สินะ ฉันชักอยากจะรู้จักผู้หญิงคนนี้แล้วสิ... ณ โรงแรมธาราแกรนด์ ธีรติต้องลงไปประชุมงานของโรงแรม จึงต้องปล่อยให้ลินลดานอนรออยู่ที่ห้อง เขาบอกกับเธอไว้ว่าจะพาไปทานข้าวด้วยกันตอนเย็น“รออยู่นี่แหละ ตอน
“เมียก็อยู่นี่จะไล่ให้ฉันไปเอาคนอื่นทำไม...หืม”นาน ๆ ทีเขาจะใช้คำนี้กับเธอ ทำให้คนฟังใจเต้นแรงอยู่เหมือนกัน แม้ว่าสุดท้ายเธออาจจะคิดไปเองก็ได้ ว่าเขายกสถานะเมียให้เธอ ชายหนุ่มเดินเข้ามาหา แล้วลงนั่งข้าง ๆ พลางดึงร่างเธอไปกอดไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่ง จมูกคลอเคลียอยู่ที่กกหูและซอกคอของนลินกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ บนตัวหญิงสาวช่างหอมหวานจนดึงดูดให้คนที่ได้สูดดมอยากจะกลืนกินมันเข้าไป “ฉันชอบน้ำหอมกลิ่นนี้”...เพราะฉันรู้ว่าคุณชอบไงคะถึงได้ใช้กลิ่นนี้เวลาอยู่กับคุณ...“ปล่อยลินค่ะ”หญิงสาวทำเป็นเล่นตัวนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม เพราะก่อนหน้านี้เธอกำลังโกรธเขาอยู่ ฟอดดด !เธียร์ไม่สนใจคำพูดของเธอ เขาหอมแก้มนวลเพียงเพื่อสูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคย“ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงคะ”คนตัวเล็กเอ่ยเสียงสั่นด้วยความรู้สึกที่สับสนภายในใจ ก่อนหน้านี้เขาอยู่กับผู้หญิงอีกคน ทั้งยังมีท่าทีปกป้องผู้หญิงคนนั้นอย่างออกนอกหน้า แต่ตอนนี้เขากลับมาทำแบบนี้กับเธอ มันช่างย้อนแย้งจนทำให้เธอสับสน “นี่เธอโกรธฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันยังไม่ได้ไปเอากับใครสักหน่อย !”...พูดออกมาได้อย่างไรต้องรอให้ไปเอาก่อนหรือไงคะ ลินถึงจะมีสิทธิ์โกร
ความสงสัยใคร่รู้ในตัวเธอมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กว่าจะรู้ตัวหญิงสาวก็มายืนอยู่ที่หน้าโรงแรมเสียแล้ว เธอคาดว่าเธียร์น่าจะมาพักที่โรงแรมธาราแกรนด์ โรงแรมชื่อดังซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวของเขานั่นเองนลินมาถึงโรงแรมด้วยความรู้สึกประหม่าและไม่แน่ใจว่าเธอจะเจออะไร หญิงสาวเดินตรงไปที่แผนกต้อนรับเพื่อสอบถามข้อมูลการเข้าพักของชายหนุ่ม“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยไหมคะ ?”พนักงานสาวเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ไม่ทราบว่าที่นี่มีแขกที่ชื่อว่า คุณธีรติ สิงหบดินทร์ หรือเปล่าคะ ?”นลินถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“สักครู่นะคะ”พนักงานสาวเมื่อได้ยินชื่อก็ทำสีหน้าเลิ่กลั่กแล้วหันไปพูดกับพนักงานอีกคนลินลดากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ระหว่างที่รอคำตอบจากพนักงานต้อนรับ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเธียร์เดินออกจากลิฟต์พร้อมผู้หญิงคนหนึ่งภาพที่เธอเห็นคือ...ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ชวนให้ผู้ที่พบเห็นเข้าใจผิดได้ง่ายโดยเฉพาะตัวเธอเอง หญิงสาวจ้องเขม็งไปที่พวกเขาสองคน ความไม่พอใจเผยออกมาทางสีหน้าของเธออย่างชัดเจน นลินปรี่เข้าไปหาทั้งคู่เมื่อเธียร์เห็นหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังเดินตรงมา ชายหนุ่มตกใจหน้าซี
“ฉันไม่อยู่ก็ฝากดูแลเธอด้วยนะ และที่สำคัญอย่าให้เธอรู้เด็ดขาดว่าครั้งนี้ฉันไปกับใคร”หากลินนลินได้ยินประโยคนี้ คงโกรธจนควันออกหูเป็นแน่ แต่ที่เขาทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะจะนอกใจเธอไปหาคนอื่น แต่การไปทำงานครั้งนี้ผู้เป็นพ่อบังคับให้เขาพาลูกสาวของเพื่อนไปดูงานด้วย ทั้งสองคนรู้จักกันบ้างแล้ว“ครับนาย”สิงหาตอบรับคำสั่งของเธียร์ก่อนจะพาเขาไปรับ น้ำฟ้า ตามคำสั่งของบิดาและพาทั้งสองไปส่งยังสนามบินยามเช้าตรู่ “ตื่นเช้าง่วงแย่เลยสิ”ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “นิดหน่อยค่ะ พี่เธียร์ดูเพลีย ๆ นะคะ เมื่อคืนนอนหลับไหมคะ”น้ำฟ้า หรือ หยาดพิรุณ เกียรติสิริกุล หันไปจ้องมองใบหน้าคมชัดเข้ารูป ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็ดูดีอยู่เสมอ เมื่อรวมกับสไตล์การแต่งตัวที่ภูมิฐาน เรียกได้ว่าตกสาวได้สบาย“พี่นอนไม่ค่อยหลับน่ะ ไม่ได้เจอคุณลุงนพนานแล้ว ท่านสบายดีใช่ไหม”ชายหนุ่มตอบส่ง ๆ พลางเอ่ยถามสารทุกข์พ่อของหญิงสาวหรือเพื่อนของพ่อเขานั่นเอง “สบายดีค่ะ คุณพ่ออยากเจอพี่เธียร์มากเลยค่ะ เห็นพูดถึงอยู่บ่อย ๆ”หญิงสาวตอบกลับเขาไปพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มสดใส หวังจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกประทับใจและ
หญิงสาวร่างอรชรกำลังเลือกชุดสุดเซ็กซี่สำหรับไปปาร์ตีคืนนี้ สุดท้ายก็ได้เดรสเกาะอกสั้นสีดำรัดรูปเผยสัดส่วนโค้งเว้าน่ามอง อีกทั้งหน้าอกหน้าใจที่แหวกลึกจนเห็นร่องสวยนลินเดินไปที่ชั้นวางกระเป๋าแบรนด์เนมสุดรักสุดหวงของเธอเพื่อเลือกกระเป๋าที่เธอจะสะพายวันนี้ ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงแตะคีย์การ์ดที่หน้าประตู ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดออก แกร็ก !ทั้งคู่หันมาประจันหน้ากันพอดี สิ่งแรกที่สะดุดตาเธียร์คือหน้าอกหน้าใจที่เปิดโชว์จนเกือบจะเห็นจุก “จะแต่งตัวไปไหน จะไปหาผัวใหม่หรือไง”ปากแบบนี้น่าโดนตบจริง ๆ นลินคิดในใจ แต่ก็รู้ตัวว่าตนเองมีความผิด จึงเถียงอะไรเขาไม่ออก เธอเคยตกลงกับเธียร์ไว้ว่าถ้าเลือกที่จะอยู่กับเขา ก็ต้องตัดเรื่องที่จะไปเที่ยวกลางคืนโดยไม่มีเขาออก แต่ตอนนี้กลับถูกจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังจะแอบหนีเที่ยว “ลินไม่ได้ไปหาผัวใหม่ค่ะ เพราะลินไม่เคยมีผัว”นลินสะบัดบ๊อบเดินหนีเขาเข้าห้องหน้าตาเฉย “แล้วที่ยืนหัวโด่อยู่นี่คืออะไร ! “ร่างสูงตะโกนถามตามหลังพร้อมกับปิดประตูนลินนั่งแต่งหน้าต่อที่โต๊ะเครื่องแป้งโดยไม่ได้สนใจชายหนุ่มที่อยู่ด้านนอก เพราะยังโกรธที่เขาไม่สนใจไยดีเธอเมื่อตอน
ธาม หรือ ตรีธารา สิงหบดินทร์ เป็นพี่ชายที่พ่อกับแม่ของเธียร์รับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูตั้งแต่เขายังไม่เกิด“เริ่มเลยแล้วกัน”ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นเพื่อดึงความสนใจกลับคืนมา หลังเสร็จสิ้นการประชุม เธียร์กลับไปรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัว เพราะนาน ๆ ครั้งเขากับพี่ชายจะกลับบ้านมากันพร้อมหน้า“ร้านเป็นไงบ้างล่ะธาม บริหารคนเดียวหลายอย่างแบบนี้ไหวแน่นะ ถ้าไม่ไหวก็ให้น้องไปช่วยอีกแรง”ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม“อะไรกันป๊า ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ”เธียร์งอแงไม่ต่างจากเด็กสองขวบ หัวคิ้วผูกเข้าหากัน“สบายมากครับ ร้านกำลังไปได้ดีเลย ส่วนงานที่โรงแรมก็ไม่ได้หนักอะไร ผมทำไหวอยู่ครับ”ธามตอบคำถามผู้เป็นพ่อครอบครัว ‘สิงหบดินทร์’ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมในเครืออยู่หลายจังหวัด อีกทั้งยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมื่อลูกชายทั้งสองคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้เป็นพ่อจึงให้มาช่วยดูแลกิจการ“ถ้าไม่ไหวก็บอกป๊านะ เดี๋ยวป๊าจะสั่งให้เจ้านี่ไปช่วยดูแล”ผู้เป็นพ่อพยักเพยิดไปทางลูกชายคนเล็กที่ไม่ค่อยเอาไหน วัน ๆ หาแต่เรื่องให้ปวดหัว ถ้าไม่ใช่เรื่องเมาแล้วไปมีเรื่อง ก็เป็นเรื่องผู้หญิง วนอยู่อย่างนั้น“ไม่เอาด้วยหรอกครับ







