Mag-log inธาม หรือ ตรีธารา สิงหบดินทร์ เป็นพี่ชายที่พ่อกับแม่ของเธียร์รับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูตั้งแต่เขายังไม่เกิด
“เริ่มเลยแล้วกัน”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นเพื่อดึงความสนใจกลับคืนมา
หลังเสร็จสิ้นการประชุม เธียร์กลับไปรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัว เพราะนาน ๆ ครั้งเขากับพี่ชายจะกลับบ้านมากันพร้อมหน้า
“ร้านเป็นไงบ้างล่ะธาม บริหารคนเดียวหลายอย่างแบบนี้ไหวแน่นะ ถ้าไม่ไหวก็ให้น้องไปช่วยอีกแรง”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม
“อะไรกันป๊า ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ”
เธียร์งอแงไม่ต่างจากเด็กสองขวบ หัวคิ้วผูกเข้าหากัน
“สบายมากครับ ร้านกำลังไปได้ดีเลย ส่วนงานที่โรงแรมก็ไม่ได้หนักอะไร ผมทำไหวอยู่ครับ”
ธามตอบคำถามผู้เป็นพ่อ
ครอบครัว ‘สิงหบดินทร์’ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมในเครืออยู่หลายจังหวัด อีกทั้งยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมื่อลูกชายทั้งสองคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้เป็นพ่อจึงให้มาช่วยดูแลกิจการ
“ถ้าไม่ไหวก็บอกป๊านะ เดี๋ยวป๊าจะสั่งให้เจ้านี่ไปช่วยดูแล”
ผู้เป็นพ่อพยักเพยิดไปทางลูกชายคนเล็กที่ไม่ค่อยเอาไหน วัน ๆ หาแต่เรื่องให้ปวดหัว ถ้าไม่ใช่เรื่องเมาแล้วไปมีเรื่อง ก็เป็นเรื่องผู้หญิง วนอยู่อย่างนั้น
“ไม่เอาด้วยหรอกครับ ให้พี่ธามทำคนเดียวไปเถอะ”
“แต่พรุ่งนี้แกต้องไปทำงานแทนฉันที่ภูเก็ตนะ”
ผู้เป็นพ่อย้ำคำสั่งกับเขาอีกรอบ
“รู้แล้วค้าบ ย้ำบ่อยอะไรขนาดนั้นผมไม่ได้ความจำสั้นสักหน่อย”
“ขนาดฉันย้ำอย่างนี้แกยังไม่คิดจะสนใจงานการเลย วัน ๆ เอาแต่ติดผู้หญิง ไม่ได้เรื่องจริง ๆ”
ผู้เป็นพ่อบ่นแบบไม่เว้นช่องว่างให้เถียง
“เอาน่า...คุณ ลูกทานข้าวอยู่จะมาบ่นอะไรตอนนี้คะ”
คุณหญิงเนตรนภา ผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นมา ทุกคนต่างก็เกรงกลัวและหยุดเถียงกันทันที โดยเฉพาะคนเป็นพ่อที่รับรู้ถึงรังสีที่แผ่ออกมาจากสายตาของแม่ที่จ้องมอง
ทางด้านนลินนั้น เมื่อเธียร์บอกว่าจะไม่มาหาสองสามวัน เธอคิดถึงเขาจึงวางแผนเรียกร้องความสนใจ ด้วยการแต่งหน้าแต่งตาเพื่อให้ดูซีดโทรมสุดๆ
‘ฉันไม่ปล่อยให้คุณไปคั่วสาวอื่นหรอกค่ะคุณเธียร์’ เธอนึกในใจขณะส่องกระจกดูเงาตนเอง จากนั้นก็...
แชะ !
เสียงถ่ายรูปดังมาจากกล้องโทรศัพท์ แล้วนลินก็ส่งรูปเข้าไลน์ของเธียร์พร้อมกับทิ้งข้อความไว้
‘ปวดหัวจนลุกไม่ขึ้นเลยค่ะ’
นาทีนี้ต้องรู้จักใช้มารยาหญิงให้เป็น
ชายหนุ่มชำเลืองมองการแจ้งเตือนที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ แต่ไม่ได้กดเข้าไปอ่านเพราะกำลังรับประทานอาหารอยู่กับครอบครัว
นลินรอข้อความตอบกลับของเขาอย่างใจจดใจจ่อ
ตื่อดึ่ง !
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น หญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูทันที
“อกหัก คืนนี้เจอกันร้านเดิม กู มึง กี้”
เป็นเสียงไลน์จากเพื่อนสาวของเธอต่างหากล่ะ
“เฮ้ออ !”
เธอเลิกคิ้วสูงพลางเหยียดริมฝีปากพร้อมถอนหายใจด้วยความผิดหวัง เมื่อไม่ใช่การแจ้งเตือนจากคนที่รอคอย เธอดูนาฬิกา...เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว เขาคงไม่มาหาเธอหรอกวันนี้
นลินครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนตัดสินใจที่จะออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน
‘ไม่รอคำตอบจากกูหน่อยเหรอวะ’ นลินตอบกลับข้อความของเพื่อน
‘ไม่ค่ะ
มึงไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้นนอกจากต้องไป’‘งั้นเจอกันสี่ทุ่ม’ เธอส่งข้อความทิ้งไว้ในแชตของเพื่อนสาวก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัว
หลังจากที่เธียร์มีโอกาสเปิดไลน์ของนลินอ่านแล้ว เขาคิดจะแวะไปหาเธอที่คอนโดสักครู่ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอโกหกแต่เขาก็เลือกที่จะไปเจอเธอ
“คุณแม่ครับวันนี้ผมคงกลับไปค้างที่คอนโดนะครับ พอดีต้องกลับไปเอาของเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”
ภายนอกเธียร์อาจจะแลดูเป็นคนแข็งกระด้าง แต่ใครจะรู้ว่าเวลาอยู่กับแม่หรือผู้หญิงที่เขารัก เขากลายเป็นคนขี้อ้อนเหมือนลูกแมว
“เจอกันแค่แป๊บเดียว จะไปอีกแล้วเหรอลูก แม่อุตส่าห์เตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อย”
ผู้เป็นแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจลูกชาย
“วันนี้ก็ค้างอยู่ที่นี่ ให้คนกลับไปเอาให้ก็ได้นี่”
คนเป็นพ่อกล่าวเมื่อเห็นภรรยาของตนทำสีหน้าเศร้าเพราะเจ้าลูกชายตัวดี
“แต่ว่า...”
เธียร์กำลังจะเอ่ยปากพูด
“เอาเถอะ แม่ไม่สำคัญเท่าผู้หญิงของแกนี่”
คุณหญิงเนตรนภากอดอกพลางทำหน้ามุ่ยน้อยใจลูกชาย
“โธ่ ! คุณแม่ค้าบบ”
ชายหนุ่มลากเสียงยาวอย่างออดอ้อน พลางเดินเข้าไปโอบกอดแม่แล้วจึงหอมแก้ม มองเผินๆ คล้ายเด็กสามขวบกำลังอ้อนแม่
“ผมกลับไปเอาของจริง ๆ ครับ งั้นผมขอไถ่โทษให้เป็นสำหรับเงินช็อปปิงแทนดีไหมครับ”
ลูกชายบอกพลางทำตาปริบ ๆ อ้อนแม่
ธามมองภาพสองแม่ลูกออดอ้อนกันแล้วสะท้อนใจ เขารู้ตัวเสมอว่าเป็นเพียงแค่เด็กที่พวกท่านรับมาอุปการะ ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ
ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งไม่สนิทสนมเหมือนก่อน เกิดเป็นระยะห่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวไม่เหมือนเดิม
ทุกครั้งที่เห็นภาพการหยอกล้อระหว่างพ่อแม่ลูก เขารู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนนอก
เมื่อหันไปมองผู้เป็นพ่อก็เห็นว่านั่งยิ้มพลางทอดตามองสองคนนั้น
“ป๊าครับ แม่ครับ ธามขอตัวกลับก่อนนะครับ พอดีต้องเข้าไปดูงานที่บาร์อีก เห็นลูกน้องบอกบัญชีมีปัญหา เลยว่าจะเข้าไปดูสักหน่อยน่ะครับ”
ธามเอ่ยขึ้นมา จึงกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
“นี่ก็จะทิ้งแม่ไปอีกคนเหรอเนี่ย ลูกชายบ้านนี้มันเป็นยังไงกันฮึ”
ผู้เป็นแม่ตัดพ้อ
“เอาเลยลูก ดีแล้วที่เข้าไปดู เรื่องแบบนี้ไว้ใจคนอื่นทำ ก็ไม่สู้เราทำเองหรอก”
คนเป็นพ่อเห็นดีเห็นงาม
“ครับ ไว้ผมจะแวะมาหาบ่อย ๆ นะครับ”
ชายหนุ่มเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่
“ขับรถดี ๆ นะลูก”
คุณหญิงเนตรนภาตบหลังลูกชายเบา ๆ
ธามเดินออกมาจากบ้านด้วยความรู้สึกน้อยใจเมื่อหันกลับไปเห็นพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกพูดคุยกันสนุกสนาน ‘ป๊ากับแม่ดูมีความสุขจังเลยนะครับเวลาอยู่กับเจ้าเธียร์’
ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นและสั่งสมมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่มีเธียร์เข้ามา ความสนใจของคนในบ้านก็ไปอยู่ที่เจ้าเธียร์หมด นอกจากจะเป็นลูกคนเล็กของบ้านแล้ว เธียร์ยังเป็นลูกแท้ ๆ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของป๊ากับแม่จริง ๆ
ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนไม่รักลูกตัวเองหรอกนะ
ใช่ !
พ่อแม่ทุกคนต่างรักลูกตัวเอง !
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







