Masuk“ฉันไม่อยู่ก็ฝากดูแลเธอด้วยนะ และที่สำคัญอย่าให้เธอรู้เด็ดขาดว่าครั้งนี้ฉันไปกับใคร”
หากลินนลินได้ยินประโยคนี้ คงโกรธจนควันออกหูเป็นแน่ แต่ที่เขาทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะจะนอกใจเธอไปหาคนอื่น แต่การไปทำงานครั้งนี้ผู้เป็นพ่อบังคับให้เขาพาลูกสาวของเพื่อนไปดูงานด้วย ทั้งสองคนรู้จักกันบ้างแล้ว
“ครับนาย”
สิงหาตอบรับคำสั่งของเธียร์ก่อนจะพาเขาไปรับ น้ำฟ้า ตามคำสั่งของบิดาและพาทั้งสองไปส่งยังสนามบินยามเช้าตรู่
“ตื่นเช้าง่วงแย่เลยสิ”
ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“นิดหน่อยค่ะ พี่เธียร์ดูเพลีย ๆ นะคะ เมื่อคืนนอนหลับไหมคะ”
น้ำฟ้า หรือ หยาดพิรุณ เกียรติสิริกุล หันไปจ้องมองใบหน้าคมชัดเข้ารูป ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็ดูดีอยู่เสมอ เมื่อรวมกับสไตล์การแต่งตัวที่ภูมิฐาน เรียกได้ว่าตกสาวได้สบาย
“พี่นอนไม่ค่อยหลับน่ะ ไม่ได้เจอคุณลุงนพนานแล้ว ท่านสบายดีใช่ไหม”
ชายหนุ่มตอบส่ง ๆ พลางเอ่ยถามสารทุกข์พ่อของหญิงสาวหรือเพื่อนของพ่อเขานั่นเอง
“สบายดีค่ะ คุณพ่ออยากเจอพี่เธียร์มากเลยค่ะ เห็นพูดถึงอยู่บ่อย ๆ”
หญิงสาวตอบกลับเขาไปพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มสดใส หวังจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกประทับใจและไม่อึดอัดเวลาอยู่กับเธอ
“ไว้มีโอกาสจะชวนท่านมาทานข้าวด้วยกัน”
ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแววตาของเขาดูเป็นกังวลและคิดหนัก แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ถามอะไรเขาต่อ
ลินลดาตื่นช่วงสาย หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปเปิดผ้าม่านสีทึบออก แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่ คนตัวเล็กงัวเงียเมาขี้ตาเดินออกมาจากห้องนอนมองซ้ายขวาไม่เจอใคร
“ไปก็ไม่ลาสักคำ หึ”
ใบหน้าบึ้งตึงแสดงความน้อยใจ ริมฝีปากคว่ำลงโดยอัตโนมัติ
กริ๊ง ! กริ๊ง !
เสียงกดกริ่งดังขึ้นที่หน้าประตู หญิงสาวแปลกใจและมีสีหน้างุนงง ใครกันที่มาหาแต่เช้าขนาดนี้ คนตัวเล็กเดินทอดน่องไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับ เพราะชุดนอนของเธอดูจะโป๊เกินไปสำหรับการต้อนรับแขก ปรากฏว่าคนที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูคือ สิงหา ลูกน้องของเธียร์นั่นเอง
“อาหารเช้าที่คุณเธียร์สั่งให้ผมนำมาให้ครับ ถ้ามีอะไรเรียกใช้ผมได้ตลอดเลยนะครับ”
“คุณเธียร์ไปตั้งแต่ตอนไหนเหรอ ?”
หญิงสาวเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ
“ผมไปส่งคุณเธียร์ที่สนามบินตอนตี 5 ครับ”
“อืม.. ขอบใจจ้ะ”
นลินถอยกลับเดินเข้าห้องพร้อมปิดประตู
เธอกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นเปิดโทรศัพท์ดู ปรากฏว่าเธอโดนเพื่อนสาปเต็มช่องแชตเพราะเทเพื่อนไปเมื่อคืน
‘ถ้ามึงอกหักเมื่อไหร่กูจะซ้ำเติมมึงจนจมดินเลย คอยดู’
‘ให้เวลาอีกสามสิบนาทีไม่เห็นหน้ากูตัดเพื่อน’
‘จะให้กูไปขออนุญาตผัวให้มึงมั้ย ? ’ มิ้ง เพื่อนสาวของเธอพิมพ์ด่ารัวเต็มช่องแชต หญิงสาวนั่งยิ้มปนหัวเราะเมื่อได้อ่านข้อความที่เพื่อนส่งมา
ติ๊ง !
‘@caa_cha ได้ส่งข้อความถึงคุณ’
เสียงแชตของเพื่อนสาวคนหนึ่งเด้งขึ้นมา
‘ไปเที่ยวไหนจ๊ะนางแบบสาว ว่าจะทักหาตั้งแต่เมื่อเช้าแต่พึ่งลงเครื่อง’
ชาดาเพื่อนนางแบบส่งข้อความมาหา นลินอ่านแล้วก็สงสัยว่าเพื่อนส่งผิดแชตหรือเปล่า
‘เที่ยวไหนอะไร กูนอนอยู่คอนโดเนี่ย’ หญิงสาวตอบกลับเพื่อนไป
‘อ้าวเหรอ สงสัยกูจำผิดคน แต่ผู้ชายหน้าเหมือนพี่เธียร์มึงมากเลยนะ’
เพื่อนสนิทและคนใกล้ตัวของเธอต่างรู้เรื่องราวของนลินเพราะเธอไม่ค่อยจะปิดบังเรื่องผู้ชายกับเพื่อนเท่าไหร่ ป้องกันการแอบกินซ้ำกัน
‘เห็นที่ไหนเหรอ ? ’ แม้ในใจไม่อยากจะอ่านในสิ่งที่เธอคิดแต่ก็หลีกหนีความจริงไม่ได้
‘เมื่อเช้าที่สนามบิน’
ประโยคที่ส่งมาทำเอาหัวใจของหญิงสาวหล่นวูบ เกิดคำถามขึ้นมากมายในใจ เขาบอกกับเธอว่าต้องบินไปทำงานที่ต่างจังหวัด แต่เหตุใดถึงมีผู้หญิงไปกับเขาเล่า
เธอต้องรู้คำตอบที่แท้จริงจากปากของเขา !
ลินลดาเตรียมจะกดโทรศัพท์โทรหาฝ่ายชาย แต่ทว่าถามเขาแบบนี้ก็คงไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเท่ากับไปดูด้วยตาตัวเอง
คิดดังนั้นเธอก็ลุกไปเก็บกระเป๋าพร้อมเดินทางไปยังสนามบินโดยทันที
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
“ถ้าเสร็จแล้วเรากลับกันเถอะ”น้ำเสียงเย็นชากล่าวออกไปอย่างเยือกเย็น โดยไม่ได้สนใจว่าคนตรงหน้ากำลังยิ้มให้เขาด้วยแววตาที่เป็นประกาย เธียร์มาส่งน้ำฟ้าที่บ้านของเธอ ก่อนจะพบกับผู้เป็นพ่อของหญิงสาว เมื่อเห็นรถเข้ามาจอดผู้เป็นพ่อและแม่ก็ออกมายืนรอเพราะนี่ก็เป็นเวลาดึกแล้ว ชายหนุ่มลงจากรถมาสวัสดีผู้ใหญ่
ลินลดาปล่อยโฮออกมาทันทีที่วางสายจากเขา เธอแค่รู้สึกเจ็บใจที่โดนหักหลังจากคนที่ให้ความสำคัญและเชื่อใจมากที่สุด ทำให้หญิงสาวย้อนกลับไปคิดว่าที่ผ่านมา ระหว่างเธอกับเขามีเรื่องไหนบ้างที่เป็นความจริง ทุกอย่างที่เธอเชื่อเขามาตลอดมันมีความจริงอยู่กี่เรื่อง“ฮืออ... ลินรู้แล้วค่ะว่าลินไม่ได้มีความหมายอะไรก
“แล้วผู้หญิงคนนั้นเธอดีกว่าฟ้าตรงไหนเหรอคะ ฟ้าสามารถซัปพอร์ตช่วยเหลือหน้าที่การงานพี่ได้ทุกทาง แล้วเธอล่ะคะ ?”คนตัวเล็กเอ่ยถามออกไปอย่างเอาแต่ใจ สีหน้าของเธอดูไม่พอใจเขาขึ้นมาทันที “เพราะเธอคือคนที่พี่รักยังไงล่ะ”ประโยคนี้ทำเอาน้ำฟ้าหน้าเหวอทันที เพราะเท่าที่เธอไปสืบเรื่องของนลินมาดูเหมือนว่าทั้
รถยนต์คันหรูทะเบียนรถป้ายประมูลขับมาจอดบริเวณลานจอดรถที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งซี่งเธียร์จองเอาไว้เพื่อพาน้ำฟ้ามารับประทานอาหาร เมื่อรถจอดสนิทแต่หญิงสาวยังคงนั่งนิ่ง ชายหนุ่มจึงมองเธอด้วยหางตาพร้อมเอ่ยถามออกไป“ถึงแล้วครับ ไม่ลงเหรอครับ ?”ร่างสูงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเฉยชาบาดจิต พร้อมสีหน้านิ่งเ







