เข้าสู่ระบบหญิงสาวร่างอรชรกำลังเลือกชุดสุดเซ็กซี่สำหรับไปปาร์ตีคืนนี้ สุดท้ายก็ได้เดรสเกาะอกสั้นสีดำรัดรูปเผยสัดส่วนโค้งเว้าน่ามอง อีกทั้งหน้าอกหน้าใจที่แหวกลึกจนเห็นร่องสวย
นลินเดินไปที่ชั้นวางกระเป๋าแบรนด์เนมสุดรักสุดหวงของเธอเพื่อเลือกกระเป๋าที่เธอจะสะพายวันนี้ ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงแตะคีย์การ์ดที่หน้าประตู ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดออก
แกร็ก !
ทั้งคู่หันมาประจันหน้ากันพอดี สิ่งแรกที่สะดุดตาเธียร์คือหน้าอกหน้าใจที่เปิดโชว์จนเกือบจะเห็นจุก
“จะแต่งตัวไปไหน จะไปหาผัวใหม่หรือไง”
ปากแบบนี้น่าโดนตบจริง ๆ นลินคิดในใจ แต่ก็รู้ตัวว่าตนเองมีความผิด จึงเถียงอะไรเขาไม่ออก
เธอเคยตกลงกับเธียร์ไว้ว่าถ้าเลือกที่จะอยู่กับเขา ก็ต้องตัดเรื่องที่จะไปเที่ยวกลางคืนโดยไม่มีเขาออก แต่ตอนนี้กลับถูกจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังจะแอบหนีเที่ยว
“ลินไม่ได้ไปหาผัวใหม่ค่ะ เพราะลินไม่เคยมีผัว”
นลินสะบัดบ๊อบเดินหนีเขาเข้าห้องหน้าตาเฉย
“แล้วที่ยืนหัวโด่อยู่นี่คืออะไร ! “
ร่างสูงตะโกนถามตามหลังพร้อมกับปิดประตู
นลินนั่งแต่งหน้าต่อที่โต๊ะเครื่องแป้งโดยไม่ได้สนใจชายหนุ่มที่อยู่ด้านนอก เพราะยังโกรธที่เขาไม่สนใจไยดีเธอเมื่อตอนเย็น
“จะไปไหน”
ร่างสูงเดินตามเข้ามา ยืนกอดอกพิงประตูถาม
“ไปหาเพื่อนค่ะ”
เธอตอบโดยไม่สบตาอีกฝ่าย หยิบลิปสติกสีแดงสดขึ้นมาทาริมฝีปากรูปกระจับสวยได้ทรง
“ไม่ต้องไป”
เขาเอ่ยปากดักคอเสียงแข็ง
“ทำไมล่ะคะ แค่ไปเที่ยวกับเพื่อนเอง ทีคุณยังไปได้แต่พอลินจะไปบ้างกลับห้ามตลอด”
หญิงสาวเถียงกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ฉันคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะเรื่องนี้ ถ้ายังดื้อรั้นเอาแต่ใจก็แล้วแต่เธอเลย”
ดวงตาดำสนิทสาดประกายเย็นยะเยือกวูบหนึ่ง แล้วจึงหันหลังเดินออกไป วินาทีนั้นลินลดาก็นึกขึ้นได้อย่างฉับพลันว่าไม่ควรทำตัวเหมือนเด็กเช่นนี้
หญิงสาวร่างเล็กรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง
“งั้นคืนนี้คุณก็อยู่กับลินสิคะ...นะคะ...อยู่กับลินนะ”
เสียงหวานออดอ้อนให้เขาเห็นใจและอยู่กับเธอ ในหนึ่งสัปดาห์เธียร์จะแวะมาอยู่กับเธอที่นี่...คอนโดที่เขาซื้อให้อย่างน้อยก็สามถึงสี่วัน แต่หลัง ๆ มานี้ เธออยากอยู่กับเขาแทบทุกวัน
“อืม”
ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ แต่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขแม้จะได้อยู่กับเขาแค่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
“ลินหิวจังเลยค่ะ วันนี้ยังไม่ได้ทานอะไรเลย...หิวไส้จะขาดแล้ว”
เรือนร่างบอบบางเคลื่อนขยับตัวไปอยู่ด้านหน้าของเธียร์แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาออดอ้อน โอบแขนเล็ก ๆ ของตนรอบเอวหนาของชายหนุ่ม สีหน้าแล้วแววตาเปิดเผยความรู้สึกที่อยากได้รับความสนใจ
เธียร์ก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ทำตาปริบ ๆ ใส่เขา ต่อให้เป็นพระอิฐพระปูนเจอแบบนี้ก็คงต้องพ่ายแพ้
เธียร์ตามใจเธอทุกอย่าง เขาสั่งลูกน้องคนสนิทอย่าง สิงหา ให้นำอาหารขึ้นมาส่งที่ห้องของเธอ
“ลินนึกว่าคุณจะพาไปทานข้างนอกซะอีก แต่ทานที่ห้องก็ดีเหมือนกันค่ะ ขอแค่ได้อยู่กับคุณก็พอ”
ใบหน้าเรียวเล็กยกยิ้มกว้างจนดวงตาหยักโค้งเป็นสระอิ
“ช่วงนี้ฉันยังไม่อยากเป็นข่าวสักเท่าไหร่”
ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าของเขายากจะคาดเดาอารมณ์
รอยยิ้มของหญิงสาวเจื่อนลงทันที
“กลัวคนอื่นรู้เรื่องของเราขนาดนั้นเลยเหรอคะ ? “
คนตัวเล็กเลิกคิ้วขณะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“แล้วเธอชอบให้เป็นข่าวนักหรือไง”
เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ก็แค่ไปทานข้าวเองนี่คะ ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย ทีกับคนอื่นคุณยังไปได้แต่พอกับลินคุณมีข้ออ้างตลอดเลยนะคะ”
คนตัวเล็กเริ่มขึ้นเสียงใส่เขา
“ก็นั่นลูกค้าของผม”
เขาตอบอย่างใจเย็น ไม่ได้ใส่อารมณ์แต่อย่างใด
“แล้วลินละคะ ลินเป็นอะไรสำหรับคุณ”
นลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาเศร้าหมองขึ้นมาทันที เมื่อรู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายที่มีใจให้มากกว่า และในความสัมพันธ์นี้ หากจะมีใครสักคนต้องเสียใจ คนนั้นก็คงเป็นเธอ
เพราะเธอคาดหวังมากจนเกินไป
“....”
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่สายตาของเขาก็ดูคิดหนักอยู่เช่นกัน
“ขอโทษที่ลินคาดหวังว่าคุณจะให้ความสำคัญกับลินมากเกินไป จนลืมไปว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ลินก็แค่คู่นอนที่คุณมีไว้แก้เหงาก็เท่านั้น หึ ... ดูไร้ค่าดีเหมือนกันนะคะ ถ้าไม่อยากให้ลินคาดหวัง ได้โปรดอย่ามาให้ความหวังลินค่ะ อย่าทำเหมือนว่าคุณมีใจให้ลิน ทั้ง ๆ ที่คุณไม่เคยมีเลยสักครั้ง”
หญิงสาวพูดจบก็หยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาหรูในห้องรับแขก ชายหนุ่มเอื้อมไปจะจับมือเธอ แต่เธอเดินเข้าห้องนอนเสียก่อน
ปล่อยให้เธียร์นั่งจมกับความคิดของตัวเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวที่ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี ตอนนี้เขาสับสนไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว หัวใจของเขานั้นต้องการอะไรกันแน่ หรือเพียงแค่สบายใจเมื่ออยู่กับเธอ
เขาใช้เวลาอยู่กับตัวเองนานแค่ไหนไม่รู้ พอเดินเข้าไปหาเธอในห้อง หญิงสาวก็หลับไปเสียแล้ว
ชายหนุ่มเดินทอดน่องเข้าไปยืนใกล้ ๆ คนตัวเล็กที่นอนขดอยู่บนที่นอน พลางก้มลงมองใบหน้าของเธอที่มีคราบเลอะเปรอะเปื้อนจากเครื่องสำอางและน้ำตา
“ฉันพูดได้แค่ว่าตอนนี้ฉันมีแค่เธอ และไม่คิดจะมีใครคนอื่นเลยจริง ๆ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเบา ๆ กับหญิงสาวที่กำลังหลับใหล เอื้อมไปดึงผ้ามาห่มให้พร้อมลูบหัวเธอเบา ๆ ก่อนจะกลับออกไปในกลางดึก
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







