LOGINในช่วงเวลาที่แพทย์กำลังจะหมดหนทาง และความเงียบอันน่ากลัวกำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมทุกอย่าง เสียงสัญญาณชีพก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ติ๊ด...
เส้นกราฟที่เคยนิ่งสนิทขยับขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
หนึ่งจังหวะ
ติ๊ด...
สองจังหวะ
ติ๊ด...ติ๊ด...
แล้วหัวใจของเดซี่ก็กลับมาเต้นอีกครั้ง
หมอและพยาบาลชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบช่วยเหลือต่อทันที ความตึงเครียดในห้องยังไม่จางหาย แต่แววตาของทุกคนกลับมีความหวังกลับคืนมาอีกครั้ง ราวกับใครบางคนที่เกือบเดินข้ามเส้นแบ่งไปแล้ว เลือกหันหลังกลับมาในวินาทีสุดท้าย
หลังจากเดซี่ถูกดึงกลับมาจากขอบของความตาย สัญญาณชีพของเธอก็ค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ร่างกายที่เคยอ่อนแรงเริ่มตอบสนองดีขึ้นทีละน้อย จนแพทย์เจ้าของไข้ต้องรีบออกมาแจ้งข่าวให้ครอบครัวทราบ
แม่ของเดซี่แทบลุกขึ้นยืนไม่ไหวเมื่อเห็นหมอเดินออกมา
“คุณหมอคะ ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ”
หมอถอดหน้ากากอนามัยลงเล็กน้อย สีหน้าอ่อนโยนขึ้น
“คุณแม่ครับ ตอนนี้คนไข้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วนะครับ และดูเหมือนว่าอาการจะดีขึ้นด้วย”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบไปชั่ววินาที เหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกหรือไม่
“เมื่อครู่หัวใจของคนไข้หยุดเต้นไปแล้วครับ แต่กลับมาเต้นได้อีกครั้ง นับว่าเป็นปาฏิหาริย์มาก” หมอกล่าวต่อ “แสดงว่าคนไข้เองก็ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อ ดีใจด้วยนะครับ”
แม่ของเดซี่ปล่อยโฮออกมาทันที เธอยกมือไหว้หมอทั้งน้ำตา
“คุณหมอคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยชีวิตลูกสาวฉันไว้ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับคุณแม่ มันเป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้ว” หมอยิ้มบาง ๆ “อีกอย่าง คนไข้เองต่างหากครับที่ช่วยตัวเอง เธอพยายามจะมีชีวิตอยู่ หลังจากนี้ผมจะให้พยาบาลเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดนะครับ”
แม่ บิวตี้ และมายต่างกล่าวขอบคุณหมอและพยาบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความหวังที่เกือบดับสนิทกลับคืนมาอีกครั้ง เหมือนมีใครบางคนคืนลูกสาว คืนเพื่อนรัก คืนคนสำคัญให้พวกเธอในวินาทีสุดท้าย
บนเตียงผู้ป่วย เดซี่ยังคงหลับตาอยู่ ทว่าหยาดน้ำตาค่อย ๆ ไหลออกจากหางตาทั้งสองข้างอย่างเงียบงัน
ไม่มีใครรู้ว่าในโลกที่เธอจากมา เธอเพิ่งสูญเสียใครไป
ไม่มีใครรู้ว่าในหัวใจที่กลับมาเต้นอีกครั้งนั้น เจ็บปวดมากแค่ไหน
3 วันผ่านไป
หลังจากเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้น อาการของเดซี่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดแพทย์ก็อนุญาตให้ย้ายเธอออกจากห้อง ICU ไปยังห้องพักฟื้นได้ แม่และเพื่อน ๆ ยังผลัดกันเฝ้าเธอเหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้ทุกคนเริ่มกล้าหวังมากขึ้น กล้าเชื่อว่าเดซี่อาจกลับมาได้จริง ๆ
ในห้องพักฟื้นสีขาว กลิ่นยาจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาแตะปลายเตียงอย่างเงียบงัน เครื่องมือแพทย์ยังคงส่งเสียงเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนกำลังยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
ความมืดคือสิ่งแรกที่เดซี่รับรู้
// มืดจัง...ที่นี่ที่ไหนนะ //
เธอพยายามขยับตัว แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับไม่ใช่ของตัวเอง แขนขาไร้เรี่ยวแรงจนแทบไม่ตอบสนอง มีเพียงความรู้สึกเย็นของอากาศรอบกาย กลิ่นยาจาง ๆ และสัมผัสอบอุ่นที่กำลังกุมมือเธอไว้เท่านั้นที่บอกว่าเธอยังมีตัวตนอยู่
เดซี่พยายามรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อขยับร่างกาย แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงปลายนิ้วที่กระตุกเบา ๆ
// ทำไมขยับไม่ได้เลย...ที่นี่ที่ไหนกันนะ //
เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แสงสว่างทำให้ต้องหลับตาลงอีกครั้งทันที หลังจากหลับใหลไปนาน ดวงตาของเธอยังไม่คุ้นชินกับโลกที่สว่างเกินไป เดซี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างระมัดระวัง ภาพตรงหน้าเลือนรางในตอนแรก ก่อนจะชัดขึ้นทีละน้อย
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างสับสน
ห้องสีขาว เครื่องมือแพทย์ สายน้ำเกลือ และเสียงเครื่องมือที่ดังเบา ๆ อยู่ใกล้ตัว ทุกอย่างไม่คุ้นเคย แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเหมือนเธอควรจะเข้าใจว่ามันคืออะไร
แล้วสายตาของเธอก็หยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียง มือของผู้หญิงคนนั้นกุมมือเธอไว้แน่น
เดซี่มองใบหน้านั้นอยู่นาน ความคุ้นเคยบางอย่างค่อย ๆ ผุดขึ้นในหัว ภาพก่อนเกิดอุบัติเหตุที่เคยพร่าเลือนเริ่มกลับมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เสียงเรียกชื่อ เสียงรถ เสียงใครบางคนร้องตกใจ และใบหน้าของผู้หญิงคนเดียวกันนี้ที่เคยกอดเธอไว้ตั้งแต่เด็ก
// แม่...เหรอ //
หัวใจของเดซี่สั่นไหว
// แม่จริง ๆ เหรอ //
เธอพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเพื่อเปล่งเสียงออกมา
“มะ...แม่”
เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับอากาศ แม่ของเธอยังคงหลับอยู่ ไม่ได้ยินเสียงเรียกนั้น เดซี่จึงพยายามอีกครั้ง แม้ลำคอจะแห้งผากและเสียงแทบไม่มีแรง
“แม่...แม่คะ”
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดเข้ามา บิวตี้กับมายที่เพิ่งกลับจากซื้อของชะงักอยู่ตรงประตูทันที ของในมือหล่นลงพื้นโดยไม่มีใครสนใจ เมื่อเห็นเดซี่ที่เคยนอนนิ่งมาตลอดหนึ่งเดือนกว่า ตอนนี้ลืมตาขึ้นมาแล้ว และกำลังพยายามขยับตัวอยู่บนเตียง
“เดซี่!”
เสียงของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกันจนแม่ของเดซี่สะดุ้งตื่น
“เอะอะอะไรกันเด็ก ๆ”
บิวตี้กับมายพูดแทบไม่เป็นคำ น้ำตาเอ่อขึ้นในดวงตาทันที
“แม่คะ...เดซี่ฟื้นแล้วค่ะ”
แม่ของเดซี่หันกลับมามองช้า ๆ เหมือนกลัวว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นเพียงความฝัน
แล้วเธอก็เห็นลูกสาวกำลังมองมาที่เธอ
เดซี่น้ำตาไหล แต่ริมฝีปากกลับพยายามยิ้ม
“แม่คะ”
เพียงคำเดียวเท่านั้น ผู้เป็นแม่ก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เธอโผเข้ากอดลูกสาวด้วยความคิดถึงทั้งหมดที่เก็บกลั้นมาตลอดหลายสัปดาห์ บิวตี้กับมายรีบเข้ามากอดด้วยอีกคน ทั้งสามคนร้องไห้ปนหัวเราะรอบตัวเดซี่ ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือ เธอจะหายไปอีก
“เดซี่...ลูกแม่” แม่ของเธอสะอื้น “แกฟื้นแล้ว ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม่คิดว่าจะไม่ได้ลูกกลับคืนมาแล้ว”
เดซี่ร้องไห้ตามอย่างห้ามไม่อยู่ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแม่และเพื่อน ๆ ทำให้หัวใจที่เหมือนหลงทางมานานค่อย ๆ กลับมารับรู้ว่าเธอยังมีคนรออยู่ตรงนี้
“หนูกลับมาแล้วนะคะแม่” เธอพูดเสียงแหบพร่า “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ”
แม่กอดเธอแน่นขึ้น ส่วนบิวตี้กับมายก็ร้องไห้จนพูดอะไรไม่ออก ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น ความโล่งใจ และความรักที่ท่วมท้นจนไม่มีใครสนใจจะปาดน้ำตาอีกต่อไป
เดซี่ควรจะมีความสุข
เธอควรจะดีใจที่ตื่นขึ้นมาเจอแม่ เจอเพื่อน และได้กลับมาอยู่ท่ามกลางคนที่รักเธอมากขนาดนี้ แต่ลึกลงไปในใจ กลับมีความเศร้าบางอย่างกดทับอยู่เงียบ ๆ
มันไม่ใช่ความเจ็บจากร่างกาย ไม่ใช่ความกลัวจากอุบัติเหตุ และไม่ใช่ความตกใจที่ฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล หากแต่เป็นความว่างเปล่าที่อธิบายไม่ได้ เหมือนมีบางอย่างสำคัญมากถูกทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง
หัวใจของเธอโหยหาอะไรบางอย่าง
รอคอยใครบางคน
และเจ็บปวดราวกับเพิ่งสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไป ทั้งที่เธอกลับจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งนั้นคืออะไร
เดซี่หลับตาลงช้า ๆ น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งโดยไม่มีเหตุผล
นี่...ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่านะ
พี่เนย์ถอนหายใจยาว ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลงเล็กน้อย“ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา คุณก็ทำดีกับเธอซะ รักเธอให้มาก ๆ เหมือนที่เธอรักและรอแค่คุณ”ผมพยักหน้าอย่างสิ้นแรง“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ ผมจะใช้เวลาทั้งหมดของผมที่เหลือเพื่อเธอ”พี่เนย์เดินเข้ามาแตะไหล่ผมเบา ๆ แม้แววตาของเธอยังเจ็บ แต่ในนั้นมีความเข้าใจปะปนอยู่ด้วย“ตอนนี้มาภาวนาให้เธอปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิด”ผมหลับตาลงและภาวนาอีกครั้งภาวนาให้ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักกลับมาหาผมเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในความเงียบผมไม่คิดจะรับ จนพี่เนย์หันมามอง“เสียงโทรศัพท์คุณดัง ไม่รับหน่อยเหรอคะ มันรบกวนคนอื่น”ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อจีฮุนปรากฏบนหน้าจอ จึงกดรับ“ว่าไง”เสียงจีฮุนดังขึ้นอย่างร้อนรน“ฮยอง อยู่ไหนครับ ตอนนี้ในโซเชียลลงข่าวฮยองเต็มไปหมด ฮยองไปทำอะไรที่โรงพยาบาลกับอีจุน รีบกลับมาเลยนะครับ นักข่าวกำลังไปที่นั่น”“ฉันยังกลับไม่ได้”“ฮยอง ต้องกลับโซลด่วนเลยนะครับ ตอนนี้นัมกุกฮยองกำลังไปที่นั่น!”ผมกดวางสายก่อนที่ตัวเองจะระเบิดอารมณ์ออกมาในตอนที่คนที่ผมรักกำลังเป็นตายเท่ากัน ผมกลับถูกโลกทั้งใบบีบให้ต้องคิดเรื่องข่าว เรื่องชื่อเสียง เรื
เสียงรถพยาบาลดังขึ้นในที่สุด เจ้าหน้าที่รีบเข้ามารับตัวเดซี่ออกจากอ้อมแขนผม ผมไม่อยากปล่อย ไม่อยากให้ใครพรากเธอไปจากผมอีก แต่มือของพยาบาลและเสียงของเพื่อน ๆ เธอทำให้ผมต้องยอมถอยออกมาอย่างสิ้นแรงรถพยาบาลรีบนำร่างของเธอขึ้นไป พี่เนย์ มาย และบิวตามขึ้นไปด้วย พวกเธอไม่ยอมให้ผมขึ้นรถพยาบาลไปด้วย สายตาของพวกเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ ความเจ็บ และความกลัวผมเข้าใจถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกันรถพยาบาลเคลื่อนออกไป ทิ้งผมไว้กลางสายฝนกับหัวใจที่แตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี“ขอโทษนะครับ...” เสียงของคนขับรถดังขึ้นอย่างสั่น ๆ “ใช่แทโอฮยองหรือเปล่าครับ”ผมหันไปมองตามเสียงนั้น ดวงตายังพร่าเลือนด้วยน้ำตา แต่เมื่อมองหน้าเขาชัด ๆ ผมก็ชะงัก“อีจุน?”เขาหน้าซีดมาก สภาพเปียกโชกไม่ต่างจากผม ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด“หมายความว่ายังไง” ผมถามเสียงสั่น “นายคือคนที่ขับรถชนเธอ?”“ผะ...ผมขอโทษครับฮยอง ผมไม่ทันได้มอง ฝนตกหนักมาก ผม...ผมขอโทษจริง ๆ”ความโกรธแล่นขึ้นมาในอก ผมคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่นโดยไม่ทันคิด“นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป” เสียงของผมแตกพร่า “เธอ...เธอเป็นคนรักของฉัน ฉันเพิ่งจะเจอเธอ
อีกนิดเดียวผมก็จะคว้าตัวเธอไว้ได้เธอกำลังจะวิ่งข้ามถนนใหญ่โดยไม่มองทางทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็พุ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหัวใจของผมหยุดเต้น“เดซี่!!!”เสียงแตรรถดังลั่นถนนปรี๊นนนน!เอี๊ยดดดด!เสียงเบรกกรีดผ่านสายฝนจนเหมือนโลกทั้งใบฉีกขาดเธอหันกลับมามองผมในเสี้ยววินาทีนั้นและเธอยิ้มรอยยิ้มทั้งน้ำตาที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดในชีวิตโครมมมม!ร่างของเธอกระเด็นออกไปต่อหน้าต่อตาผมทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งเสียงฝนหายไปเสียงฟ้าร้องหายไปเสียงหัวใจของผมก็เหมือนหายไปด้วยผมยืนตะลึงอยู่กลางถนน มองร่างของเธอที่ล้มฟุบลงบนพื้น เลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลออกมาปะปนกับน้ำฝน กลีบดอกเดซี่บนปกสมุดที่เธอกอดไว้แนบอกเปียกชุ่มและเปื้อนคราบสีแดงจาง ๆไม่จริงไม่ใช่เรื่องนี้ต้องไม่เกิดขึ้น“เดซี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เสียงของผมแตกพร่าเหมือนหัวใจถูกฉีกออกจากอก หลังจากได้สติ ผมรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ ทรุดตัวลงข้างร่างบางที่นอนอยู่บนถนน แล้วประคองเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด มือของผมสั่นจนแทบจับเธอไม่อยู่เธอเบามากเบาจนน่ากลัว“ไม่นะ ไม่...เดซี่! ที่รัก คุณต้องไม่เป็นอะไร ตื่นมาคุยกับผมสิ ได้โปรด!”พี่เนย์ มาย
ถึงที่ผ่านมาผมจะเคยคิดว่าเธอไม่มีตัวตน แต่ผมไม่เคยลืมเธอเลยสักวัน เธอยังคงอยู่ในใจของผม อยู่ในทุกเพลง อยู่ในทุกภาพวาด อยู่ในทุกครั้งที่ผมมองดอกเดซี่ อยู่ในทุกความเงียบหลังประตูห้องปิดลงและผมยังรักเธอรักเหมือนวันนั้นรักเหมือนตอนที่เธอจับมือผมในโลกที่ไม่มีใครอื่น รักเหมือนตอนที่เราคิดว่าความตายอาจพรากทุกอย่างไปจากเรา แต่สุดท้ายหัวใจก็ยังไม่ยอมลืม ถ้าผมรู้สักนิดถ้าผมเอะใจสักนิดว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง ผมคงทำทุกอย่างเพื่อตามหาเธอ ผมคงไม่ปล่อยให้เธอต้องพยายามอยู่คนเดียว ไม่ปล่อยให้เธอเขียนสมุดเล่มนั้นด้วยน้ำตา ไม่ปล่อยให้เธอนั่งฉลองวันเกิดให้ผมเพียงลำพัง ไม่ปล่อยให้เธอเจ็บกับข่าวของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีใครกอดปลอบหลังจากนี้ ผมจะใช้ทุกเวลาในชีวิตเพื่อเธอผมจะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ในวันนี้ที่ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมจะไม่ยอมให้เธอไปไหนจากผมอีก และผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออีกเป็นครั้งที่สองผมตั้งใจไว้แบบนั้นตั้งแต่ได้อ่านสมุดบันทึกของเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอมีตัวตนเพราะสุดท้ายแล้ว หัวใจของผมมันโหยหาแค่เธอเท่านั้น ยอดดวงใจของผม ในที่สุดเราก็ได้พบกันผมสวมกอดเธอไว้แน่น เราสองคนร้องไห้ด้วยความคิ
แทโอผมเฝ้ารอเธออยู่ในคาเฟ่อีกไม่กี่นาทีเท่านั้น ผมก็จะได้เจอเธอ'เดซี่'ผู้หญิงที่ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจสร้างขึ้นมาในความฝัน ผู้หญิงที่อยู่ในภาพวาด อยู่ในเพลง อยู่ในความทรงจำ และอยู่ในทุกความเงียบของผมมาตลอดหลายปี ตอนนี้เธอกำลังจะกลับมาที่นี่ กลับมาหาผมจริง ๆครืนนนครืนนนเสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไกล ๆ เหมือนท้องฟ้ากำลังเก็บงำบางอย่างไว้ ก่อนจะปล่อยมันตกลงมาเป็นสายฝนในอีกไม่ช้า ผมหันไปมองนอกกระจก เมฆสีเทาเข้มกดต่ำลงเหนือท้องทะเล ลมพัดแรงจนต้นไม้หน้าคาเฟ่ไหวเอน แต่สิ่งที่ทำให้ผมกระวนกระวายไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง ไม่ใช่ฝนที่กำลังจะตกเป็นหัวใจของผมเองต่างหากหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บผมกำสมุดบันทึกลายดอกเดซี่ไว้ในมือแน่น จนขอบปกกดลงบนฝ่ามือ สมุดเล่มนี้ยังมีรอยน้ำตาของเธออยู่บนหลายหน้า ทุกตัวอักษรในนั้นเหมือนบอกผมซ้ำ ๆ ว่า เธออยู่บนโลกใบนี้จริง ๆ เธอรักผมจริง ๆ และเธอเจ็บปวดเพราะผมมาตลอดจริง ๆยิ่งคิด หัวใจผมก็ยิ่งบีบรัดแน่นผมอยากเจอเธอ อยากขอโทษ อยากกอดเธออยากบอกว่าเธอไม่ได้รออยู่ฝ่ายเดียว ผมเองก็เฝ้าคิดถึงเธอเหมือนกัน ถึงแม้จะโง่เกินกว่าจะรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่บนโลกนี้มาตลอดก็ตามผ่านไปไม่ถึงสิบนา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันเจ็บกับข่าวของเขามามากพอแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันเห็นมันด้วยตาของตัวเองน้ำตาของฉันไหลออกมาอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อครู่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นน้ำตาของความเจ็บปวดที่ลึกจนหายใจไม่ออกมินอาตะโกนขึ้นอีก“ปล่อยเธอนะ นี่คุณทำอะไร ไม่ไว้หน้าฉันเลยเหรอ” เธอหันมาจ้องฉัน “เธอเองก็เหมือนกัน มายืนกอดกับแฟนชาวบ้าน หน้าไม่อายจริง ๆ”คำพูดนั้นเหมือนฟาดลงกลางใจฉันแฟนชาวบ้านมือของฉันเย็นเฉียบลงทันทีมินอาพยายามดึงมือแทโอออกจากมือฉัน แล้วเข้ามาผลักไหล่ฉันอย่างแรง แทโอโมโหมาก เขารีบจับตัวมินอาออกห่างจากฉัน ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานในร้านให้ช่วยกันเธอไว้ พี่เนย์ มาย และบิวเองก็รีบเข้ามาช่วยกันมินอาออกไปอีกแรง“อะไรเนี่ย! ปล่อยฉันนะ แทโอนายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ นังนั่นมันเป็นใคร ทำไมนายถึงทำกับฉันแบบนี้ ปล่อยนะ! ปล่อย!”เสียงมินอาดังลั่นอยู่ด้านข้าง แต่แทโอไม่ได้สนใจเธอเลย เขารีบเดินกลับมาหาฉันและดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้งแต่ครั้งนี้ ฉันไม่สามารถกอดตอบเขาได้ร่างกายของฉันแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของ







