LOGINเกือบห้าโมงเย็นแล้วกิจกรรมกีฬากลางแจ้งจบลงข้าวของทุกอย่างถูกเก็บจนเรียบร้อยเหลือแค่ยกกลับไปกลับไปเก็บที่คณะเท่านั้น
“มีอะไรที่ต้องเอาไปเก็บอีกไหม นอกจากอุปกรณ์เชียร์”ช้องนางร้องถามณาราซึ่งกำลังเดินเก็บเศษขยะใส่ถุงดำ
“ไม่มีแล้ว เหลือแค่นั่นแหละ เดี๋ยวเราค่อยเอาไปเก็บที่คณะพร้อมกันก็ได้” ณาราร้องบอกแล้วก้มหน้าเก็บขยะต่อ
ไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมขยะถุงใหญ่
“วันนี้แกต้องไปทำงานหรือเปล่าช้อง”
“ไม่อ่า วันนี้เป็นวันหยุด เสร็จแล้วก็ว่าจะกลับบ้านเลย”พูดเสร็จก็หิ้วถุงสีรุ้งใบใหญ่ขึ้นพาดบ่าพลันเสียงแตรรถก็ดังขึ้นจากริมถนนสนามฟุตบอล
“ปี้น ๆ” รถยนต์สีดำคุ้นตาที่ช้องนางมักจะเห็นมาส่งมารับณาราทั้งเช้าและเย็น
“พ่อฉันมารับแล้วอ่า” หันมาบอกเพื่อนสีหน้าเจื่อน ๆ
“จ้า เห็นแล้ว กลับไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันเอากลับไปเก็บเอง” มือใหญ่ดันหลังเพื่อนแล้วยกมือโบกลาแล้วแล้วระบายยิ้มออกมา
ช้องนางรู้สึกอิจฉาเพื่อนทุกครั้งตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้นแล้วที่มีพ่อหรือแม่มาคอยรับส่ง เพราะเธอนั้นกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่เธอตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ พี่สาวของแม่จึงรับเธอมาเลี้ยง ถึงอย่างไรเธอก็ไม่มีญาติที่ไหนแล้วเหลือแค่ป้าเพียงคนเดียว
กว่าจะเก็บข้าวของทุกอย่างเข้าชั้นเรียบร้อยเวลาก็เลยไปค่อนข้างนาน เมื่อมองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปข้างนอกความมืดก็เข้ามาปกคลุมแล้ว มืออวบยกขึ้นลูบหน้าแล้วเห็นว่ามีฝุ่นเปื้อนอยู่
‘ล้างหน้าให้สดชื่นสักหน่อยดีกว่า’
ตลอดทั้งวันเธอกับเพื่อนวิ่งวุ่นจนเหงื่อไหลไคลย้อยแถมอากาศก็ร้อน ฝุ่นก็เยอะไม่แปลกใจหรอกหากหน้าจะมันเยิ้มขนาดนี้
แม้จะไม่ใช่ผู้หญิงแต่งหน้าแต่งตาจะปล่อยให้หน้าขึ้นสิวไม่ได้เพราะเธอยังต้องใช้หน้าใสๆ นี้ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟปั้นรอยยิ้มให้ลูกค้าอยู่
“ปึก ๆ กึก ๆ”
เสียงอะไรบางอย่างกระทบกันดังลั่นห้องน้ำจนมือที่กำลังเปิดน้ำล้างหน้าต้องหยุดชะงักลง สมองเธอเริ่มจินตนาการถึงสิ่งเร้นลับเกี่ยวกับผี ซึ่งมักจะฟังบ่อย ๆ ในเรื่องเล่ารายการผีชื่อดัง
นิ้วป้อมสั้นกำสร้อยพระที่ห้อยคอแล้วเริ่มสวดมนต์ชุดใหญ่
“ ผะ ผมไม่ไหวแล้ว เสร็จแล้ว” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นทำให้บทสวดมนต์ในใจต้องหยุดนิ่งลง หญิงสาวพยายามตั้งสติแล้วฟังใหม่อีกครั้งว่าเป็นเสียงคนหรือเสียงผีกันแน่
“ลีลาคุณยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยค่ะ” เรียวมือสวยรูดถุงยางอนามัยจากท่อนเอ็นออกแล้วโยนลงถังขยะก่อนจะลุกขึ้นจากฝ่าชักโครกดึงเพนตี้ลายลูกไม้ขึ้นสวมแล้วดึงกระโปรงนักศึกษาทรงเอลงมาปิด
“ถ้าชอบก็มาจัดกันบ่อยๆ สิ” เขาก้มลงจุ๊บแก้มหนึ่งทีแล้วหันมาจัดการกับร่างกาย เสื้อผ้าตัวเอง ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำเรื่องอย่างว่านอกสถานที่ แต่ในมหาลัยถือว่าเป็นครั้งแรกของเขา
“เฮ้ย!”
“ว้ายยย”
ประตูห้องน้ำเปิดออกสองหนุ่มสาวถึงกับตกใจเมื่อเห็นใครบางคนยืนอยู่ ใบหน้ากลมจ้องเขม็งมาที่ทั้งสองไม่วางตา เสียงเมื่อครู่ ไม่ใช่ผีสางที่ไหนหรอกแต่เป็นเสียงครางของสองคนนี้มากกว่า
...หน้าไม่อายกันเสียจริงสถานที่เรียนก็ไม่เว้น
“ถ้าอยากกันมากควรไปเปิดโรงแรมนะ ใกล้ ๆ แถวนี้ก็มี ไม่น่าทำตัวทุเรศในคณะแบบนี้เลย” ช้องนางสลับมองสองคนไปมาด้วยความรังเกียจ เตย์มีไม่ชอบสายตานั้นแต่รู้ว่าตัวเองทำไม่ดีจึงไม่โต้ตอบอะไร
“เอาเป็นว่าเราสองคนขอโทษแล้วกัน ทีหลังจะไม่ทำที่นี่อีก” ว่าจบก็แตะแขนคู่ควงให้เดินนำหน้าไปก่อนแม้หล่อนจะไม่พอใจผู้หญิงอ้วนคนนี้ทว่าทำอะไรมากไม่ได้เพราะไม่ใช่ถิ่นหรือคณะตัวเอง
“เรียนก็ว่าแย่แล้ว ยังทำตัวแย่อีก” ช้องนางบ่นพึมพำออกมาแล้วส่ายหัว เท้ายาวกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูกับหยุดชะงักเพราะประโยคนั้นทิ่มแทงใจดำเขาเหลือเกิน
“พริ ไปรอผผมที่รถเดี๋ยวผมตามไป” ออกปากบอกคู่ควงแล้วเดินย้อนกลับมาหาผู้หญิงเจ้าเนื้อที่กำลังยืนล้างหน้าอยู่ ดวงตาคมไล่สำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เข็มกลัดตรงปกคอเสื้อเป็นรูปตราชั่งบ่งบอกว่าเธอเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ แต่ไม่รู้ว่าเรียนปีไหน
รุ่นน้องเหรอ...แล้วทำไมถึงรู้ว่าการเรียนเขาแย่
ช้องนางเงยหน้าขึ้นจากก๊อกน้ำแล้วก็แปลกใจเมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าหล่อยังยืนอยู่ที่เดิม ทว่าเธอเลือกไม่สนใจก่อนจะดึงกระดาษทิชชูมาซับน้ำบนหน้า
“เมื่อกี้ เธอพูดว่าฉันการเรียนแย่เหรอ ดูถูกกันมากไปหรือเปล่า” ผิงกำแพงกอดอกมองหน้าหญิงสาวอย่างพิจารณา คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“ก็ดูถูกนี่แหละ ไม่ได้ดูผิดเลยสักนิด” หันกลับไปมองเขาก่อนจะหยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวมเพราะมืดแล้วสายตาเธอไม่ค่อยดีเท่าไร
“แต่ก็ไม่ควรพูดจาทำร้ายความรู้สึกคนอื่น”
“ถ้าการที่ฉันพูดความจริง แล้วทำให้นายรู้สึกแย่ เอาเป็นว่าขอโทษแล้วกัน แต่ทีหลังอย่าทำเรื่องแบบนี้ในคณะอีก หรือว่ากลัวว่าคนอื่นไม่รู้ว่านายเป็นคาสโนว่าตัวพ่อ”
พูดจบช้องนางก็เดินจากไปปล่อยให้เตย์มียืนอึ้งกับการต่อปากต่อคำนั้นโดยไม่หลงเสน่ห์ความหล่อของเขาเหมือนสาว ๆ คนอื่นเลยสักนิด
ผู้หญิงอะไรเย็นชาชะมัด...
“ผมไม่ได้ตั้งใจนะแม่ เขาให้เงินผมบอกว่าเป็นเพื่อนของพี่ช้อง ผมก็เลยพาไป” รภัทรเขย่าแขนคนเป็นแม่ด้วยอาการลนลานทว่า ระวีกับนั่งนิ่งไม่อยากจะเชื่อคำโกหกของลูกชายครั้งนี้มันมากเกินไปจริง ๆ กับการกระทำของรภัทร“ถ้าแกไม่ตั้งใจแกจะถึงขั้นโกหกฉันว่าป้าระวีป่วยทำไม” ช้องนางเดินเข้ามาพร้อมกับณาราเธอจับจ้องไปยังรภัทรด้วยความโกรธจนอยากจะเดินเข้าไปทึ้งหัวสักทีสองที หากวันนั้นคนที่เจ็บตัวเป็นเธอล่ะ มันจะรู้สึกผิดบ้างไหม“ภัทรขอโทษนะพี่ช้อง อย่าแจ้งความจับภัทรเลยนะ” ยกมือไหว้ปรกๆ แต่มันก็ไม่สามารถทำให้เธอใจอ่อนได้เหมือนทุกครั้ง“ไม่ คนอย่างแกต้องเข้าไปดัดสันดานในสถานพินิจดูบ้าง เผื่อจะดีขึ้น ต่อให้วันนี้ฉันยอมความ แต่กฎหมายอาญามันยอมความไม่ได้หรอกนะ”รภัทรเริ่มหน้าซีดหันไปหาคนเป็นแม่เพื่อขอร้องให้ช่วยตนเองอีกครั้ง ช้องนางรู้ทันจึงหันไปหาป้าระวี“ป้ารู้ใช่ไหมว่าป้ารักลูกและเลี้ยงลูกไม่ถูก” ระวีพยักหน้ารับว่าใช่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากสถานีตำรวจไปด้วยความปวดใจ แม้ว่าลูกชายจะตะโกนเรียกเท่าไรเธอก็ไม่ยอมหันกลับไป อย่างน้อยการไปอยู่ในนั้นมันน่าจะช่วยให้ลูกเธอดีขึ้นช้องนางมองตามหลังคนเป็นป้าไป แม้จะรู้ส
“มาแล้วเหรอเพื่อนรัก กูไม่คิดเลยว่ามึงจะกล้ามา สงสัยคงจะรักอีอ้วนนี่จริง ๆ” มันแค่นหัวเราะออกมา“มึงทำแบบนี้ทำไมวะ ช้องนางไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย”“เกี่ยวสิ เพราะมันเป็นผู้หญิงของมึงไง แถมน่าจะเป็นคนที่มึงรักด้วยอีกต่างหาก กูอยากให้มึงได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเวลาที่ต้องเสียคนรักไปบ้าง เหมือนที่กูเสียน้องสาวไปเพราะมึง”“กูไม่ได้ตั้งใจทำให้เทียร่าเสียใจ กูแค่ปฏิเสธความรักของน้องมึงไปเพราะไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าน้องสาวอยู่แล้ว เรื่องนี้มึงน่าจะรู้ดีกว่าใคร มึงแค่ไม่ยอมรับความจริงแล้วเอาแต่หาเหตุผลโทษคนอื่น”แววตาของเทียร์ฉายแววความเหี้ยม เปลวไฟแห่งความโทสะแผดเผาในใจ แม้จะเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดแต่เขาก็ไม่เคยยอมรับมันเลยสักครั้งยังคงจ่มอยู่กับเรื่องนี้มาห้าปีเสียงตะโกนพูดคุยกันทำให้ร่างอ้วนที่นอนไม่ได้สติตื่นขึ้นมา เธอลืมตาขึ้นแล้วกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับดวงตาให้เข้ากับแสงไฟสปอตไลฟ์“เตย์” เมื่อเห็นว่าเตย์มียืนอยู่ต่อหน้าเธอครางชื่อเขาออกมาแล้วยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง น้ำตาเริ่มไหลรินออกมา“ช้องนาง” เตย์มีจะวิ่งเข้าไปหาแต่แล้วก็ต้องชะงักลง เมื่อมันยกปืนขึ้นเล็งไปที่หัวของเธอ“อย่านะมึง ไม่อย่างนั้
“ยังไม่หายโกรธฉันอีกเหรอ” คณินเห็นณาราเดินอยู่ข้างหน้าจึงรีบเดินไปดักเอาไว้ นับตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ยอมให้เขาไปรับไปส่งอีกเลย แถมยังเลือกเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวเองอีกต่างหาก“ฉันไม่ได้โกรธนายนี่”“จริงเหรอ?” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอยกยิ้มมุมปาก “แต่ฉันเกลียดเลยต่างหาก”พูดจบก็กระแทกไหล่เขาให้หลบทาง แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย คณินเองก็ไม่ได้อยากจะง้อสักเท่าไรหรอก แต่เพราะทางบ้านกดดันมาเขาจึงจำใจต้องเข้าหาก่อนเดินมาได้ไม่นานณาราเห็นช้องนางหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ จึงเดินเข้าไปจะถามว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ แต่พอเข้าไปใกล้เธอก็เข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะอะไร‘จริงดิ เตย์มีตามจีบยัยช้องนางเพราะเห็นเป็นของเล่น’‘คิดไว้แล้วคนอย่างเตย์มีนะเหรอจะมาจริงจัง’ อีกคนพูดเสริมพร้อมกับเบะปาก โดยที่ทั้งกลุ่มไม่รู้เลยว่าช้องนางยืนฟังอยู่ณารายืนฟังแล้วทนไม่ไหวจะเดินเข้าไปปะทะแทนเพื่อนเสียหน่อยแต่ช้ากว่าร่างอ้วนที่เอาประมวลกฎหมายเล่มใหญ่ไปว่างกระแทกลงโต๊ะกลางวง“ใครบอกเธอเหรอว่าเตย์มีเห็นฉันเป็นของเล่น ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่าฉันอาจจะเห็นผู้ชายคนนี้เป็นของเล่นเหมือนกัน เป็นผู้หญิงเหมือนกันอย่ามาดูถูกกันสิ แต
“ช้อง” เตย์มีขยับตัวเข้าไปใกล้ ทว่าเธอกลับถอยล่นหนี มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะใบหน้าค้างอยู่กลางอากาศ“เราอยากอยู่คนเดียว เราขออยู่คนเดียวสักพักนะเตย์ นายกลับไปก่อน” เบือนใบหน้ามองไปทางอื่นเหมือนกำลังปรับสภาวะความคิดเพื่อรับมือกับเรื่องนี้เตย์มีพยักหน้ารับรู้ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มสูบก้าวเท้าไปจนถึงประตูห้องนอนแล้วหันกับมาพูดทิ้งท้ายช้องนางอีกครั้ง“เราขอแค่เธออย่าโกรธ อย่าเกลียดเราเลยนะ เพราะเราคงทนไม่ไหวหากต้องเสียคนที่เรารักไปอีกคน” เตย์มียืนคอตกมองด้านข้างของใบหน้าเธอก่อนจะตัดสินใจพูดต่อก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูด“เป็นแฟนกันไหม?”ช้องนางนิ่งอึ้งเพิ่มขึ้นเข้าไปอีกหันไปมองเขาด้วยแววตาที่กำลังสับสน เพิ่งมารู้ตัวว่าเขาลูกชายของคุณป้าคนนั้นไม่ถึงสิบนาทีเสียด้วยซ้ำ แล้วจู่ ๆ ก็มาขอเธอเป็นแฟนเนี่ยนะ“ไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้ เราจะรอวันที่เธอให้อภัยครอบครัวเรา”เสียงประตูห้องนอนปิดลงแล้วตามด้วยเสียงประตูด้านนอก เธอรู้ได้ทันทีว่าเขากลับไปแล้ว หัวใจเธอยามนี้ปวดหนึบอย่างบอกไม่ถูกความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรเลยเพราะเข้าใจเรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาคุณลุงก็ส่งเสียเธอและรับ
เสียงรถยนต์ยามเช้าวิ่งขวักไขว่ไปมาแม้ว่าห้องนี้จะอยู่สูงถึงชั้นยี่สิบแปดก็ตามแต่หูของคนตัวสูงที่กำลังเหยียดกายนอนอยู่บนโซฟาก็ได้ยินมันชัดแจ๋วอยู่ดีวันนี้เป็นวันเสาร์จึงไม่มีเรียนเตย์มีจึงคิดว่าจะนอนตื่นสายเสียหน่อยแต่มันคงหลับต่อไม่ได้แล้วเพราะเขาเป็นคนนอนหลับยากหากตื่นมาแล้วมักจะนอนต่อไม่ได้สองแขนบิดไปบิดมาเพื่อไล่ความเมื่อยออกจากร่างกายแล้วยันกายลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกเมื่อลืมตาตื่นคือเขารีบหันไปมองยังประตูห้องนอนทันทีแล้วเห็นว่ามันเปิดแง้มอยู่แสดงว่าคนด้านในคงตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่แล้วก๊อกๆ“เข้าไปได้ไหม” ชายหนุ่มเคาะประตูขออนุญาตคนที่อยู่ด้านใน เมื่อได้ยินเธอเอ่ยอนุญาตจึงเปิดประตูเข้าไปภาพตรงหน้าคือเหมือนหญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของอันน้อยนิดเข้าที่และจัดให้มันเป็นระเบียบ จะว่าไปสองวันมานี้ห้องนี้ดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นนับตั้งแต่มีคนตัวกลมเข้ามาอยู่“ของบางส่วนเป็นของดูต่างหน้าจากพ่อกับแม่เรานะ เวลาเราคิดถึงเราก็มักจะเอามันออกมาดู” ช้องนางหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปไม่ถามเซ้าซี้เหมือนเคย เธอจึงเงยหน้าขึ้นมอง“ลืมบอกไปว่าพ่อแม่เราเสียจากอุบัติเหตุทางรถย
ตอนแรกกายไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของช้องนางด้วย ผู้หญิงหน้านิ่งคนนั้นมีศัตรูด้วยเหรอ ดูแล้วไม่น่าจะมีพิษภัยกับใคร เมื่อเห็นเตย์มีส่งภาพถ่ายข้อความขู่ทำร้ายช้องนางจากเทียร์มาให้ดูเขาจึงเข้าใจแล้วว่าศัตรูนั้นไม่ใช่ของผู้หญิงร่างอ้วนคนนั้นแต่มันเป็นศัตรูจากเพื่อนรักเขานี่เอง“ยังไม่กลับกันอีกเหรอ”ชายหนุ่มสามคนยืนพูดคุยกันอยู่หน้าร้านทั้งที่ร้านแห่งนี้ปิดไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทว่าเพื่อนของเตย์มียังไม่ได้แยกกันกลับบ้านเลย“ออ กำลังจะกลับ เธอจะกลับแล้วใช่ไหม” กายก้าวเท้าเข้ามาหาจนช้องนางต้องขยับหนีสองก้าวเพราะเกรงว่ามันจะใกล้เกินไป“อือ เรากำลังจะกลับ”“ให้พวกเราไปส่งไหม” กายและผองเพื่อนเป็นคนอาสาหญิงสาวมองหน้าทั้งสามคนสลับไปมาครู่หนึ่งแล้วพ่นลมหายใจเบา ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่เธอคิดเอาไว้แน่นอน“เราถามอะไรหน่อยสิ” ช้องนางหันไปหากายซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะสลับสายตามองเลยไปยังชายหนุ่มสองคนที่เหลือด้านหลัง“เตย์มีส่งพวกนายมาจับตาดูเราใช่ไหม” คนอ้วนท้วนไม่ได้รอให้พวกเขาตอบแต่เลือกยิงคำถามออกไปแทน คิดจะปิดบังใครก็ปิดบังไปแต่กับผู้หญิงที่หูตาไวและขี้ระแ
ช้องนางรีบจ่ายค่ารถสาวเท้ายาว ๆ ตรงไปยังห้องแจ้งความภาพที่เห็นคือคนเป็นป้าทุบหลังลูกชายพรางกร่นด่าไปด้วย ความเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้าเริ่มเข้ามาปกคลุมหัวใจอีกครั้ง เธออยากหนีความวุ่นวายไปให้ไกล ๆ ทว่าก็ไม่เคยทำได้สักครั้ง เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เหลือแค่ป้าระวีเป็นญาติเพียงคนเดียว“เลิกเสียงดัง หรือโวย
“พวกมึง ตำรวจมา!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นแล้วก็วิ่งแซงหน้าไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ตัวเองแล้วเร่งเครื่องออกไปตามด้วยขบวนเด็กแว๊นหลายคันขับตามกัน มีเพียงแค่รภัทรเท่านั้นที่ชักช้าเพราะรถสตาร์ทไม่ติดจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวกลับไปยังโรงพักชาวบ้านย่านนั้นโทรเข้ามาร้องเรียนว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมาตั้งแก๊งแข่งรถกันเกื
แสงแดดจ้าสาดผ่านกระจกใสเข้ามากระทบใบหน้าเนียนใส ทว่าคนหลับลึกกลับไม่รู้ตัว เตย์มีเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้มือยกป้องแดดร่างอ้วนเอนหลังพงกับแท่นบัลลังก์จำลอง มือข้างหนึ่งยังคงถือชีตสรุปย่อของมาตรากฎหมาย สองขาป้อมเหยียดตรงในท่านั่ง กระโปรงทรงพีชเลิกขึ้นเหนือเข่าเล็กน้อยชายหนุ่มจึงถือวิสาสะดึงลงให้เมื่อช่
เช้าของวันใหม่เตย์มีตื่นตั้งแต่ไก่โห่โดยที่ป้าอุ่นไม่ได้เข้ามาปลุกเลย ทำเอาแม่บ้านสูงวัยประจำบ้านถึงกับงงงวยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนเดินไปหยิกแขนคุณหนูที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“โอ้ย...เจ็บ” สะดุ้งโหยงสะบัดแขนเราๆ “หยิกผมทำไมป้าอุ่น”“คุณหนูเจ็บ?”“อ้าว ก็เจ็บนะสิโดนหยิกแรงขนาดนี้”“แสดงว่าป้าไม







