공유

บทที่ 5

작가: เทียนเทียน
นางจัดแต่งร่างและใบหน้าของไฉ่เยว่ด้วยมือตนเอง

หญิงสาวผู้มีรอยยิ้มอยู่เสมอและดวงตาโค้งหยี บัดนี้นอนสงบนิ่งอยู่บนแผ่นไม้เย็นเยียบ ไม่อาจลืมตาได้อีกแล้ว

หลายวันต่อมา เฉิงรั่วอวี๋ขังตนเองอยู่ในตำหนักเจาหยาง ปิดประตูไม่ยอมออกมา

ทุกสิ่งภายนอก ราวกับไม่เกี่ยวข้องกับนางอีกแล้ว

นางเพียงนอนหรือนั่งนิ่ง มองตะวันขึ้นจันทราลับนอกหน้าต่าง สายตาว่างเปล่า ราวกับร่างที่ถูกพรากวิญญาณไป

จนกระทั่งถึงงานฉลองวันเกิดของฮองเฮาเย่หว่านซวง

ในฐานะพระสนมของวังหลัง นางจำต้องเข้าร่วมงาน

เสียงพิณขลุ่ยบรรเลง ผู้คนยกจอกดื่มกันอย่างคึกคัก บนที่นั่งประธานเหนือแท่นสูง เซี่ยเสวียนโจวกับเย่หว่านซวงนั่งเคียงกัน

เย่หว่านซวงสวมชุดชาววังสีแดงสดปักลายหงส์ร่อนผ่านหมู่โบตั๋น ศีรษะสวมมงกุฎเก้าหงส์คาบไข่มุก แต่งหน้าอย่างประณีต รอยยิ้มเจิดจ้า

แม้เซี่ยเสวียนโจวยังคงมีท่าทีเย็นชาสูงศักดิ์ดังเช่นเคย แต่ยามอยู่ต่อหน้าเย่หว่านซวง สีหน้าของเขามักเจือความอ่อนโยนและเอาอกเอาใจอย่างที่ผู้ใดก็สังเกตเห็นได้ง่าย

เขาคีบอาหารให้นางด้วยตนเอง ยามกระซิบข้างหูก็เอนกายเข้าไปเล็กน้อย เมื่อนางกระเง้ากระงอด เขาเพียงส่ายหน้าอย่างจนใจ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู ครั้นข้ารับใช้ในวังนำของขวัญมาถวาย เขาจะมองนางก่อน เมื่อเห็นนางเผยสีหน้ายินดีจึงพยักหน้าเบา ๆ

บรรดาพระสนมและฮูหยินขุนนางในงานต่างชื่นชมแกมอิจฉา พากันกล่าวยกยอว่าฮ่องเต้กับฮองเฮาทรงรักใคร่ผูกพันกันลึกซึ้ง

หากเป็นเมื่อก่อน ทุกภาพล้วนทำให้อกของเฉิงรั่วอวี๋เจ็บแปลบ จนแทบหายใจไม่ออก

แต่บัดนี้ นางเพียงมองดูอย่างเงียบงัน ภายในใจไร้ความรู้สึกราวกับตายด้าน ไม่เกิดความหวั่นไหวแม้แต่น้อย

เมื่องานเลี้ยงดำเนินมาเกินครึ่ง การขับร้องและร่ายรำกำลังคึกคัก เหตุไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้นในพริบตา!

จู่ ๆ นักฆ่าชุดดำปิดหน้าสิบกว่าคนก็พุ่งออกมาจากที่ใดไม่ทราบ ในมือถืออาวุธมีคม มุ่งตรงเข้าหาที่นั่งประธาน!

“มีนักฆ่า! คุ้มกันฝ่าบาท—!”

เสียงกรีดร้อง เสียงอุทาน เสียงถ้วยจานแตก และเสียงอาวุธปะทะกันดังระงมในพริบตา!

งานเลี้ยงที่เคยเป็นระเบียบพลันโกลาหล องครักษ์รีบเข้าต้านศัตรู ทุกสิ่งวุ่นวายไปหมด

เฉิงรั่วอวี๋นั่งอยู่มุมหนึ่งและตอบสนองช้ากว่าผู้อื่นไปเล็กน้อย ท่ามกลางความชุลมุน นางถูกนางกำนัลที่กรีดร้องพลางวิ่งหนีชนเข้าอย่างแรง ร่างที่อ่อนแออยู่แล้วจึงเสียหลัก เซล้มไปด้านหลัง!

ในทิศที่นางกำลังล้มลง นักฆ่าผู้หนึ่งซึ่งถูกองครักษ์เข้าพัวพันต่อสู้จนต้องถอย บังเอิญหันกลับมา ดาบยาวในมือวาววับเย็นเยียบ ก่อนแทงตรงเข้าหานาง!

เฉิงรั่วอวี๋ไม่ทันแม้แต่จะหวาดกลัว เพียงคิดอย่างเฉยเมยว่า ตายเสียเช่นนี้ก็ดี

ทว่า ความเจ็บปวดรุนแรงที่คาดไว้กลับไม่มาถึง

ร่างในฉลองพระองค์สีเหลืองอร่ามพุ่งเข้ามาขวางหน้านางด้วยความเร็วเหลือเชื่อ!

“ฉึก—”

เสียงคมดาบแทงเข้าเนื้อดังชัดเจนท่ามกลางความโกลาหล

เฉิงรั่วอวี๋ทรุดนั่งกับพื้น มองแผ่นหลังสูงสง่าของเซี่ยเสวียนโจวที่ขวางอยู่ตรงหน้านางอย่างเหม่อลอย

เขายกมือขวาที่ยังไม่บาดเจ็บขึ้น ซัดฝ่ามือเดียวจนนักฆ่ากระเด็นออกไป ท่วงท่าเด็ดขาดฉับไว แฝงบารมีของฮ่องเต้ที่มิอาจล่วงเกิน

แต่แขนเสื้อสีเหลืองอร่ามข้างซ้ายของเขาถูกกรีดเป็นรอยยาว เลือดซึมออกมาอย่างรวดเร็ว ย้อมแดงไปทั้งแถบ

“ฝ่าบาท!” เสียงร้องด้วยความตกใจของเย่หว่านซวงดังขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร่ำไห้

องครักษ์กรูกันเข้ามา ไม่นานก็ปราบนักฆ่าที่เหลือได้ทั้งหมด

เซี่ยเสวียนโจวขมวดคิ้ว เหลือบมองแขนที่มีเลือดไหลของตน ราวกับไม่ใส่ใจ

เขาหันกลับมา สายตาหยุดอยู่ที่เฉิงรั่วอวี๋ซึ่งยังนั่งอยู่กับพื้น “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”

เฉิงรั่วอวี๋มองบาดแผลที่แขนของเขา ก่อนมองแววร้อนรนและความหวาดกลัวที่ยังหลงเหลือจากเหตุการณ์เมื่อครู่ซึ่งเขาปกปิดไม่ทัน นางส่ายหน้า เอ่ยเสียงแหบแห้งว่า “หม่อมฉันไม่เป็นไร”

ไม่นาน องครักษ์และหมอหลวงก็เข้ามาห้อมล้อมเซี่ยเสวียนโจว เตรียมพาเขากลับตำหนักเฉียนหยวนเพื่อทำแผล

เฉิงรั่วอวี๋ลุกขึ้นเงียบ ๆ หมายจะจากไปเช่นกัน แต่จู่ ๆ ก็มีคนเรียกนางไว้

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

เฉิงรั่วอวี๋ชะงักฝีเท้า หันกลับมา

เย่หว่านซวงเดินมาหยุดตรงหน้านาง ก่อนยกมือตบหน้านางฉาดหนึ่งทันที!

เฉิงรั่วอวี๋ถูกตบจนหน้าหัน แก้มแดงบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว นางค่อย ๆ หันกลับมา สีหน้ายังคงไร้อารมณ์

“เฉิงรั่วอวี๋! ฟังให้ชัด! ที่ฝ่าบาทช่วยเจ้า ก็เพราะเจ้าเป็นพระสนมของพระองค์ ในฐานะฮ่องเต้ ย่อมมิอาจปล่อยให้พระสนมตายต่อหน้า! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าพระองค์รักเจ้าหรือไม่แม้แต่น้อย! อย่าได้เพ้อฝันว่าจากนี้เจ้าจะเหนือกว่าข้า และได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท!”

เฉิงรั่วอวี๋ฟังอย่างเงียบงัน รอจนเย่หว่านซวงกล่าวจบ จึงถวายคำนับตามพิธีในวังอย่างถูกต้องครบถ้วน

“หม่อมฉันจะจดจำคำสั่งสอนของฮองเฮาไว้ให้ขึ้นใจ”

พูดจบ นางก็ยืดกายตรง ไม่มองเย่หว่านซวงอีกแม้แต่แวบเดียว ก่อนหันหลังจากไป

เย่หว่านซวงมองแผ่นหลังของนางที่ไม่ยอมรับฟังสิ่งใด ราวกับไม่มีเรื่องใดติดค้างอยู่ในใจ เพลิงโทสะอันขุ่นเคืองในอกจึงยิ่งลุกโชน ทว่ากลับไร้ที่ระบาย

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 32

    กาลเวลาผ่านไปดุจสายน้ำ ไหลล่วงอย่างเงียบงันรัชทายาทน้อยเซี่ยเนี่ยนอวี๋ในวันนั้น บัดนี้เติบใหญ่ เชี่ยวชาญทั้งบุ๋นและบู๊ มีเมตตาและปรีชาสามารถ บารมีในราชสำนักเพิ่มพูนขึ้นทุกวันส่วนเซี่ยเสวียนโจวกลับชราลงอย่างเห็นได้ชัดความทุกข์ที่สั่งสมมานานและการตรากตรำเกินกำลัง บั่นทอนร่างกายของเขาจนแทบหมดสิ้นอายุยังไม่ถึงห้าสิบ แต่ผมบริเวณขมับทั้งสองกลับหงอกขาว ใบหน้าซูบเซียว มักไอไม่หยุด และบางครั้งถึงกับมีเลือดปนออกมากับเสมหะหมอหลวงจนปัญญา ได้แต่บอกว่าเป็นโรคใจ ต่อให้ใช้ยาใดก็ไร้ผลฤดูหนาวอันหนาวเหน็บมาเยือนอีกครั้งเซี่ยเสวียนโจวล้มป่วย คราวนี้อาการรุนแรง จนแทบลุกจากเตียงไม่ได้เขารู้ว่าชีวิตของตน...ใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้วแต่กลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ยังรู้สึกสงบนิ่งราวกับกำลังจะหลุดพ้นเขาเรียกเซี่ยเนี่ยนอวี๋ผู้เป็นรัชทายาทมายังข้างเตียง เพื่อสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย“เนี่ยนอวี๋...” เสียงของเขาอ่อนแรงจนแทบไม่ได้ยิน “หลัง...ข้าจากไป...ไม่ต้องสร้างสุสานใหญ่โต...ไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงราษฎร”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนฝืนกล่าวต่ออย่างยากลำบาก“ให้...เผาร่างข

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   ]บทที่ 31

    เฉิงรั่วอวี๋จากไปแล้วนางนำเอกสารแสดงตัวตนฉบับใหม่กับตั๋วเงินที่มากพอให้นางใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยได้หลายชั่วชีวิตติดตัวไป ก่อนหายลับออกนอกกำแพงวัง และหายไปจากชีวิตของเซี่ยเสวียนโจวโดยสิ้นเชิงตำหนักเฉียนหยวนกลายเป็นสุสานอันหรูหราอย่างแท้จริงเซี่ยเสวียนโจวกลายเป็นฮ่องเต้ผู้โดดเดี่ยวไร้ผู้ใดเคียงข้างอย่างแท้จริงเขาราวกับกลายเป็นคนละคน แต่ก็คล้ายกลับไปเป็นฮ่องเต้ผู้ทุ่มเทกับราชกิจเช่นในอดีต เพียงเงียบขรึมและเย็นชากว่าเดิมทุกวัน เขาตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อออกว่าราชการ ตรวจฎีกาจนดึกดื่น ลงมือจัดการทุกเรื่องด้วยตนเอง บริหารบ้านเมืองอย่างเป็นระเบียบ ใต้หล้าสงบสุข และกำลังของแผ่นดินก็เข้มแข็งขึ้นทุกวันเหล่าขุนนางต่างยำเกรงเขา ราษฎรต่างเคารพรักแต่บนใบหน้าของเขา ไม่ปรากฏรอยยิ้มอีกเลยดวงตาลึกล้ำคู่นั้นราวกับบ่อน้ำร้างอันแห้งเหือดสองบ่อ ลึกจนมิอาจหยั่งถึง และปราศจากระลอกไหวใด ๆเขาไม่เคยก้าวเข้าสู่วังหลังอีกแม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องคัดเลือกนางสนมหรือรับพระสนมอีกตำหนักฉางเล่อถูกปิดผนึกอย่างสิ้นเชิง ทุกสิ่งยังคงสภาพเดิมดังวันที่เฉิงรั่วอวี๋จากไป มีเพียงผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะที

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 30

    เฉิงรั่วอวี๋ยืนอยู่กับที่ มองเอกสารแสดงตัวตนและตั๋วเงินที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนมองบุรุษผู้หันหลังให้นาง หัวไหล่ของเขาสั่นสะท้านเบา ๆ แต่นางยังคงยืนนิ่งอยู่นานโดยไม่เคลื่อนไหวสายลมพัดปอยผมบนหน้าผากของนางให้ปลิว เผยหน้าผากเกลี้ยงเกลาและดวงตาที่สงบนิ่งเกินไปคู่นั้นภายในใจของนางกลับมีคลื่นมหึมาโหมกระหน่ำอิสรภาพหรือ?อิสรภาพที่นางโหยหามานาน ดิ้นรนมานาน กระทั่งไม่ลังเลที่จะใช้ความตายบีบบังคับ บัดนี้กลับถูกวางไว้ตรงหน้าอย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ?เซี่ยเสวียนโจว...เขายอมปล่อยนางไปจริง ๆ หรือ?ด้วยวิธีที่...แทบตัดทางถอยของตนเองจนหมดสิ้นเช่นนี้หรือ?นางมองเขาที่พยายามฝืนสงบ ทว่าแม้เพียงแผ่นหลังก็ยังเผยความเศร้าโศกมหาศาล ภาพมากมายพลันผุดขึ้นในความคิดอย่างห้ามไม่อยู่—แววตาเด็ดเดี่ยวตอนที่เขาพุ่งเข้ามารับคมดาบแทนนาง...คือคำละเมอและคำสำนึกผิดที่เขาพร่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่ายามมีไข้สูง...ร่างที่ฝืนยืนอยู่กลางหิมะทั้งที่ขาบาดเจ็บ...ภาพที่เขาวางตราพยัคฆ์และตราหยกตรงหน้านาง พลางกล่าวอย่างบ้าคลั่งว่า “แผ่นดินหมื่นลี้ยังไม่อาจเทียบรอยยิ้มของเจ้า”...และในยามนี้ มือที่สั่นเทาขณะยื่นเอกสารแสดงตัวตนให้น

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 29

    เฉิงรั่วอวี๋ปิดม้วนหนังสือ เงยหน้ามองเขา แววตาเจือคำถามบางเบาเซี่ยเสวียนโจวฝืนลุกขึ้นนั่ง จนกระเทือนบาดแผลที่ท้อง คิ้วขมวดเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น เหงื่อเย็นเม็ดละเอียดซึมออกมาตามขมับแต่เขายังคงฝืนกาย โดยมีขันทีคอยประคอง แล้วสวมเสื้อคลุมสีดำหนาหนัก“ไม่ต้องใช้เกี้ยว...ข้าอยากเดิน”เขาปฏิเสธการประคองจากขันที แม้ฝีเท้าจะโซเซ แต่ยังยืนกรานเดินด้วยตนเองทีละก้าว มุ่งหน้าไปยังจุดสูงสุดของวังหลวง—หอดูดาวเฉิงรั่วอวี๋เดินตามหลังเขาห่างออกไปไม่กี่ก้าวอย่างเงียบงัน มองแผ่นหลังที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังค้อมเล็กน้อย ดูบอบบางและเปลี่ยวร้างเป็นพิเศษท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ร่วงเส้นทางนี้เขาเดินอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก เป็นระยะยังต้องหยุดพักหายใจแต่เขาไม่หันกลับมา และไม่เร่งนางในที่สุด ทั้งสองก็ขึ้นมาถึงหอดูดาวที่นี่คือจุดสูงสุดของวังหลวง สามารถมองลงไปเห็นหลังคาทองของตำหนักน้อยใหญ่เรียงซ้อนกันอย่างหนาแน่น ตลอดจนบ้านเรือนและแนวขุนเขาอันเลือนรางในที่ไกล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลกเสรีนอกกำแพงวังสายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชก ชายอาภรณ์ของทั้งสองปลิวสะบัดเซี่ยเสวียนโจวประคองกายกับราวกั้

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 28

    เซี่ยเสวียนโจวบาดเจ็บสาหัส หมดสติ ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายราชกิจจึงอยู่ในการดูแลของเหล่าเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่เป็นการชั่วคราว แต่บรรยากาศภายในวังหลวงกลับหนักอึ้งราวกับจับตัวเป็นน้ำแข็งเฉิงรั่วอวี๋ถูกจัดให้อยู่ในตำหนักด้านข้างของตำหนักเฉียนหยวนเดิมทีนางจะมองดูอย่างเย็นชา หรืออาศัยโอกาสนี้จากไปก็ย่อมได้แต่เมื่อเห็นสีหน้าหวาดหวั่นของเหล่าข้ารับใช้ในวัง และได้ยินหมอหลวงส่ายหน้าถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายนางก็...ไม่อาจใจแข็งได้อย่างสิ้นเชิงบุรุษผู้นั้นต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะช่วยนางนางเดินไปข้างเตียงมังกรอย่างเงียบ ๆ รับผ้าเปื้อนเลือดและน้ำอุ่นจากมือข้ารับใช้ในวังจากนั้นจึงเริ่มดูแลเซี่ยเสวียนโจวที่ยังไม่ได้สติด้วยตนเองนางเช็ดคราบเลือดและเหงื่อเย็นบนใบหน้าและร่างกายของเขา เปลี่ยนผ้าพันแผลที่ชุ่มโชกด้วยเลือด แล้วค่อย ๆ ทายาให้บาดแผลอย่างระมัดระวังแม้ท่าทางจะไม่คล่องนัก แต่กลับละเอียดอ่อนและเบามือเป็นพิเศษเมื่อนางถอดเสื้อตัวบนของเขาออก เห็นรอยแส้สลับไขว้เต็มแผ่นหลังซึ่งยังไม่หายดี รวมถึงแผลเหวอะน่าสะพรึงที่สีข้าง นิ้วของนางก็สั่นไหวเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นบาดแผลทั้ง

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 27

    ทว่าหลังความตกตะลึงผ่านพ้น สิ่งที่เอ่อท้นขึ้นในใจกลับเป็นความน่าขันและความแดกดันที่ยิ่งลึกซึ้งกว่าเดิมนางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตาเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งยามสารท จับจ้องใบหน้าของเซี่ยเสวียนโจวที่เปี่ยมด้วยความคาดหวัง“ฝ่าบาท”นางเอ่ยเบา ๆ น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าและแฝงแววเย้ยหยัน“ท่านไม่มีวันเรียนรู้หรอกว่า ความเคารพที่แท้จริงคืออะไร”“สิ่งที่ข้าต้องการ ไม่เคยเป็นของพวกนี้”“ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งฮองเฮา หรือ ‘อิสรภาพ’ ที่ท่านยอมแลกมาด้วยการสละแผ่นดิน”สิ่งที่ข้าต้องการ มีเพียงความรักอันบริสุทธิ์ ปราศจากการคำนวณผลประโยชน์ ปราศจากการบีบบังคับ และคนผู้หนึ่ง...ที่รู้จักถนอม และเป็นคนที่ข้าสามารถฝากชีวิตไว้ได้“น่าเสียดาย...ท่านไม่ใช่”“เมื่อก่อนก็ไม่ใช่ ตอนนี้...ก็ยังไม่ใช่”ประกายในดวงตาของเซี่ยเสวียนโจวค่อย ๆ เลือนหายไปตามคำพูดของนาง จนสุดท้ายเหลือเพียงความหม่นหมองอันไร้ชีวิตเขาเซถอยหลังหนึ่งก้าว มองตราพยัคฆ์และตราหยกบนโต๊ะที่ราวกับกลายเป็นเรื่องน่าขัน ก่อนหันไปสบดวงตาเย็นชาของเฉิงรั่วอวี๋ที่มองทะลุทุกสิ่ง ความหนาวเย็นอันบาดลึกแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ศีรษะในพริบตาเขาเคยคิดว่า ก

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status