Share

บทที่ 2

Author: เฟิ่งเสี่ยวอัน
หลังจากส่งเพื่อนสนิทกลับบ้านแล้ว สวี่หวันเอ่อร์ก็เหยียบคันกลับบ้าน

เพิ่งจะก้าวลงจากรถ เธอก็ได้รับข้อความจากอีกฝ่ายทันที

[อีกเจ็ดวัน เจอกันที่หน้าสำนักงานเขต]

เธอยิ้มพร้อมกับเก็บโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในคฤหาสน์ที่ใช้ชีวิตร่วมกับเจียงเหยี่ยนมาถึงห้าปี

หลังจากฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างที่นี่ก็ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ไม่เปลี่ยน

บนกำแพงยังคงแขวนรูปแต่งงานที่พวกเขาถ่ายไว้ตอนแต่งงานใหม่ ๆ เมื่อแปดปีก่อน

หญิงสาวในรูปนั้นยิ้มแย้มสดใส

ส่วนชายหนุ่มก็ดูสง่างามและหล่อเหลา

เธอกับเจียงเหยี่ยนแต่งงานกันเพราะความสัมพันธ์ระหว่างตระกูล ทั้งยังเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน

ความรู้สึกดี ๆ น่ะมีอยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่เข้าพิธีวิวาห์ ทั้งสองก็กลายเป็นคู่รักที่ถูกกล่าวขานถึงในแวดวงสังคม

เจียงเหยี่ยนเป็นคนหัวรั้น แต่เขากลับยอมลดความอารมณ์ร้อนลงเพื่อสวี่หวันเอ่อร์

จากเดิมที่มักจะเข้าออกสถานที่อโคจรบ่อย ๆ หลังแต่งงานเขาก็ไม่เคยไปเหยียบที่นั่นอีกเลย

สวี่หวันเอ่อร์ผู้ไม่เคยหยิบจับงานบ้านงานเรือน ก็ยอมเข้าครัวทำอาหารให้เจียงเหยี่ยนด้วยตัวเอง

ต่อให้มือจะถูกลวกจนพองเป็นตุ่มน้ำใสหลายจุด เธอก็ไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำ

หากไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนั้น จนทำให้เจียงเหยี่ยนคิดว่าเธอจะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว และสุดท้ายก็ไปหาผู้หญิงตัวแทนมาช่วยเยียวยาจิตใจ พวกเขาคงไม่เดินมาถึงจุดแตกหักในวันนี้หรอกมั้ง

เมื่อดึงสติกลับมา สวี่หวันเอ่อร์ก็รู้สึกว่าข้าวของในบ้านหลังนี้สมควรได้รับการเก็บกวาดเสียที

“ป้าหวัง เอารูปแต่งงานบนผนังลงมาทิ้งเถอะค่ะ”

“คุณนายคะ แต่นี่เป็นรูปที่คุณนายชอบที่สุดเลยนะคะ”

“ตอนนี้ไม่ชอบแล้วค่ะ” สวี่หวันเอ่อร์ชี้ไปยังจุดอื่น “แล้วก็ของประดับพวกนั้น เอาไปทิ้งให้หมดเลยนะคะ”

“คุณนายคะ ถึงช่วงที่คุณนายสลบไปคุณผู้ชายจะไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ตอนนี้คุณนายฟื้นแล้ว คุณนายควรจะรักษาชีวิตคู่นี้เอาไว้นะคะ”

สวี่หวันเอ่อร์ส่ายหน้า “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ”

คนรับใช้หมดหนทาง จึงทำได้เพียงก้มหน้าทำตามคำสั่ง

สวี่หวันเอ่อร์รู้สึกเหนื่อย ๆ ขณะที่กำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบน เจียงเหยี่ยนก็กลับมาพอดี

เขาก้าวฉับ ๆ เข้ามาอย่างดุดัน ดูท่าแล้วคงไม่ได้มีเรื่องดีแน่

และก็เป็นอย่างที่คิด วินาทีต่อมา เขากระชากแขนเธอมาถาม “สวี่หวันเอ่อร์ ร้ายนักนะ ฉันอุตส่าห์คิดว่าหลังจากเธอสลบไปสามปีนิสัยใจคอจะเปลี่ยนไปบ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังเลวร้ายเหมือนเดิม!”

“เธอรู้ว่าผิงอันแพ้เกสรดอกไม้ เธอก็เลยแอบใส่กลีบดอกไม้ลงไปในซองอั่งเปานั่นใช่ไหม! ผิงอันเพิ่งจะอายุได้แค่เดือนเดียว เธอถึงกับจะให้เขาตายเลยเหรอ เธอบ้าไปแล้วหรือไง”

“แพ้อะไร กลีบดอกไม้อะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง!”

สวี่หวันเอ่อร์สะบัดมือเขาออก ทว่าน้ำเสียงยังคงราบเรียบเช่นเดิม

“เจียงเหยี่ยน คนอย่างสวี่หวันเอ่อร์กล้าทำกล้ารับมาแต่ไหนแต่ไร วันนี้ฉันเพิ่งเคยเจอเด็กคนนั้นเป็นครั้งแรก ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาแพ้เกสรดอกไม้ ต่อให้รู้ แล้วฉันจะบ้าใส่กลีบดอกไม้ไว้ในซองอั่งเปาเพื่อรอให้นายถือหลักฐานมาเอาเรื่องฉันทำไม”

“นี่แหละลูกไม้ของเธอ ทำเป็นอวดฉลาดนักนะ!”

แน่นอนว่าเจียงเหยี่ยนไม่มีทางเชื่อ ทว่าหัวใจของสวี่หวันเอ่อร์กลับเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มทิ่มแทง

“จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่นาย ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ”

เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินหนี แต่บอดี้การ์ดของเจียงเหยี่ยนกลับเข้ามาขวางเอาไว้

สวี่หวันเอ่อร์ชะงักไป “นายจะทำอะไร”

น้ำเสียงของเจียงเหยี่ยนเยียบเย็น ราวกับปีศาจร้ายที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรก

“ฉันจำได้นะว่าเธอแพ้เนยถั่ว”

เลือดในกายพลันจับตัวแข็งทื่อในชั่วอึดใจนั้น สวี่หวันเอ่อร์จ้องมองเขาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

เธอแพ้ถั่วลิสงมาตั้งแต่เด็ก แค่สัมผัสนิดเดียว ตามร่างกายก็จะเกิดผื่นแดงเห่อขึ้นมา และมีอาการคอตีบตัน

หากรุนแรงกว่านั้น อาจถึงขั้นขาดอากาศหายใจจนหมดสติไปเลยด้วยซ้ำ

เรื่องนี้เจียงเหยี่ยนย่อมรู้ดีกว่าใคร

ดังนั้นทุกครั้งที่ออกไปกินข้าวข้างนอก เจียงเหยี่ยนจึงมักจะกำชับกับพนักงานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าในอาหารไม่มีส่วนผสมของเนยถั่ว

“หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ถึงหลีหลีจะบอกว่าไม่ได้สนใจ แต่ยังไงเธอเป็นคนทำผิด เธอก็สมควรลิ้มรสความทรมานของการแพ้ดูบ้าง”

สิ้นคำพูด บอดี้การ์ดทั้งสองคนก็พุ่งเข้ามากดตัวเธอเอาไว้แน่น

คนรับใช้หยิบเนยถั่วขึ้นมายัดใส่ปากเธอช้อนแล้วช้อนเล่า

ถึงเธอจะพยายามเม้มปากและเกร็งคอเอาไว้แน่นแค่ไหน แต่เนยถั่วที่ทั้งเย็นและเหนียวหนืดก็ยังคงไหลลื่นลงคอไปอยู่ดี

อาการแพ้กำเริบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว บริเวณมุมปากของเธอเต็มไปด้วยผื่นแดงเม็ดเล็ก ๆ

ลำคอเริ่มตีบตัน กระทั่งการหายใจก็เริ่มยากลำบาก

เธอทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความทรมาน ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแขนของเจียงเหยี่ยนไว้อย่างไร้เรี่ยวแรง “พาฉันไปโรงพยาบาลที...ฉันทรมาน...”

เจียงเหยี่ยนไม่ขยับ ทำเพียงมองเธออย่างเย็นชา

“รู้รสชาติของความทรมานแล้วใช่ไหม ตอนเธอใช้กลีบดอกไม้ไปกระตุ้นอาการผิงอัน เธอเคยคิดบ้างไหมว่าเขาจะทรมานแค่ไหน แค่เธอยอมรับผิด ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”

สวี่หวันเอ่อร์นอนขดตัวงอ ทั้งทรมานและสิ้นหวัง

แต่เธอก็ยังคงพูดอย่างดื้อดึงว่า “ฉันบอกแล้วไง...ไม่ใช่ฉัน...”

“เจียนตายแล้วก็ยังไม่สำนึก! สวี่หวันเอ่อร์ ฉันอุตส่าห์คิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปแล้ว! คิดไม่ถึงเลยว่าจะยิ่งได้ใจหนักกว่าเดิม!”

เขาโกรธจัดจนหันหลังเตรียมจะเดินจากไป ทว่าจู่ ๆ คนรับใช้ก็กรีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ “คุณผู้ชายคะ คุณนายหมดสติไปแล้วค่ะ!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักใกล้สุดขอบฟ้า   บทที่ 18

    เจียงเหยี่ยนเอาแต่ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู ราวกับว่าขอแค่เขาส่งเสียงตะโกนออกมา ก็จะหยุดสวี่หวันเอ่อร์ไม่ให้แต่งงานกับคนอื่นได้ทว่าสวี่หวันเอ่อร์กลับทำเป็นหูทวนลมต่อเสียงตะโกนเรียกของเขา เธอมองบาทหลวง แล้วค่อย ๆ เอ่ยคำตอบออกมา“ฉันยินดีค่ะ”น้ำเสียงหนักแน่นไร้ซึ่งความลังเลในวินาทีนี้ หัวใจของเจียงเหยี่ยนแตกสลายลงอย่างสมบูรณ์เขาคุกเข่าทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หยาดน้ำตาใสไหลรินออกจากหางตา“ทำไม ทำไมต้องแต่งงานกับเขาด้วย!”“ตอนนี้เจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวได้แล้วครับ”บาทหลวงเอ่ยปาก กู้หลิ่นจึงก้มหน้าลงประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอันอ่อนนุ่มของสวี่หวันเอ่อร์ทุกคนพากันปรบมือเกรียวกราวอีกครั้ง ทั้งสองคนสวมกอดกันแน่นท่ามกลางคำอวยพรของทุกคนเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เจียงเหยี่ยนก็พยายามจะพุ่งพรวดเข้าไปด้านในราวกับคนเสียสติ “หวันเอ่อร์!”“คุณเจียง เชิญออกไปเถอะครับ ไม่งั้นอย่าหาว่าเราไม่เกรงใจนะครับ”บอดี้การ์ดพยายามจะดึงตัวเขา ทว่าดึงยังไงก็ดึงไม่ออกพวกเขาจึงต้องลงไม้ลงมือกับเจียงเหยี่ยนด้วยความจนใจตอนที่บอดี้การ์ดรัวหมัดใส่ร่างของเจียงเหยี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า สวี่หวันเอ่อร์ก็กำลังควงแขน

  • รักใกล้สุดขอบฟ้า   บทที่ 17

    “วันนี้เธอแต่งงานกับคุณกู้ ข่าวใหญ่ไปทั่วทั้งเมือง...ผมไม่เข้าใจเลย เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วัน คุณนายก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เดิมทีเธอรักคุณมากขนาดนั้นแท้ ๆ ...”“อย่าไปโทษเธอเลย”เจียงเหยี่ยนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น “เป็นความผิดฉันเอง ฉันไม่ควรไปหาตัวแทนตอนเธอไม่ได้สติ อุบัติเหตุครั้งนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเธอพุ่งเข้ามาผลักฉันออกไป คนที่ต้องนอนไม่ได้สติก็คงจะเป็นฉัน เธอช่วยชีวิตฉันไว้ แต่ฉันกลับไปมั่วสุมกับผู้หญิงคนอื่นข้างนอก หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมา ฉันเคยสัญญากับเธอว่าจะตัดขาดกับผู้หญิงคนนั้น แต่พอเห็นว่าเธอไม่ได้สนใจอะไร ฉันถึงได้ทำตัวเหมือนเดิม แต่ฉันคิดไม่ถึงเลย ว่าความจริงแล้วเธอคิดจะไปจากฉันตั้งนานแล้ว!”“หวันเอ่อร์เป็นคนที่ไม่ยอมให้มีเรื่องด่างพร้อยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉันมันโง่เอง”“หลี่เจี๋ย นายไปเถอะ บริษัทปิดตัวแล้ว นายไม่ต้องคอยตามรับใช้ฉันอีกต่อไปแล้วละ”ผู้ช่วยมองเขาด้วยความเป็นห่วง “คุณอยู่คนเดียวจะไม่เป็นอะไรเหรอครับ หรือว่าจะให้ผมไปส่งคุณที่บ้านดี”“ไม่ต้องหรอก มีที่ที่ฉันต้องไปสักหน่อย”ผู้ช่วยรู้ดีว่าเจียงเหยี่ยนกำลังจะไปที่ไหน จึงไม่ได้เอ่ยห้าม“ผมเข้าใจครับ อ้อ ประธานเจียง

  • รักใกล้สุดขอบฟ้า   บทที่ 16

    สวี่หวันเอ่อร์ครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ให้คนรับใช้เรียกเจียงเหยี่ยนเข้ามาในบ้านเขาเปียกไปทั้งตัว ทันทีที่ก้าวเข้ามา ก็ทำเอาพื้นบ้านเปียกแฉะไปหมดสวี่หวันเอ่อร์สั่งให้คนรับใช้มาถูพื้นด้วยสีหน้ารังเกียจ พลางยื่นผ้าขนหนูให้เจียงเหยี่ยนผืนหนึ่งแบบลวก ๆ แต่กลับไม่เคยคิดจะให้เขาเข้ามาอาบน้ำอุ่นหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เลย“ฉันจำได้ว่า ฉันยังมีเสื้อผ้าอยู่ที่นี่อีกสองสามชุด ไม่รู้ว่าจะขอยืมที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยได้ไหม”“เสื้อผ้าพวกนั้นฉันเอาไปทิ้งตั้งนานแล้ว” สวี่หวันเอ่อร์คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกล้าพูดประโยคนี้ออกมา “อีกอย่าง ฉันกำลังจะแต่งงานแล้ว จะให้ยืมที่อาบน้ำมันก็คงไม่สะดวกหรอกนะ!”เจียงเหยี่ยนยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนอยู่นานจำได้ว่าเมื่อก่อน เธอไม่ได้เป็นแบบนี้เมื่อก่อนขอแค่เขาตากฝนมานิดหน่อย เธอก็ร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูกแล้วแต่ตอนนี้ ในสายตาของเธอกลับมีเพียงความรังเกียจ“ฉันไม่รู้ว่าฉันทำอะไรเธอถึงได้เกลียดฉันขนาดนี้ หวันเอ่อร์ ฉันบอกไปแล้วไงว่าเรื่องของเซี่ยเทียนมันเป็นอุบัติเหตุ ทำไมเธอถึงต้องไร้เยื่อใยขนาดนี้ด้วย”“เจียงเหยี่ยน มาถึงขั้นนี้แล้ว นายยังจะกล้าถา

  • รักใกล้สุดขอบฟ้า   บทที่ 15

    “หวันเอ่อร์ เธอไม่ต้องมาเยี่ยมฉันทุกวันก็ได้นะ ฉันดีขึ้นมากแล้ว ไม่เป็นไรแล้วละ”เซี่ยเทียนอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เอาแต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยไม่ยอมขยับเขยื้อนครอบครัวของเซี่ยเทียนไม่รู้ว่าที่แขนของเธอขาดไปนั้นเป็นเพราะช่วยสวี่หวันเอ่อร์ ทุกครั้งที่เห็นสวี่หวันเอ่อร์ก็มักจะเอ่ยชมอยู่เสมอว่าดีใจที่ลูกสาวมีเพื่อนที่ดีแบบนี้แต่ทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดนั้น และมองดูแขนเสื้ออันว่างเปล่าของเซี่ยเทียน สวี่หวันเอ่อร์ก็อดน้ำตาร่วงไม่ได้“ขอโทษนะเซี่ยเทียน ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน...”“ยัยโง่ ไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย” เซี่ยเทียนฝืนยิ้มให้เธอ “ได้ยินมาว่าฟางหลีกำลังจะติดคุกเหรอ ดีจัง ถือว่าได้แก้แค้นให้ฉัน แล้วก็แก้แค้นให้ตัวเธอเองด้วย”“ติดคุกแค่ห้าปี สำหรับผู้หญิงคนนั้น มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ!”สวี่หวันเอ่อร์มีแววตาเคียดแค้นพาดผ่านดวงตา “ส่วนเจียงเหยี่ยน ฉันก็ไม่มีทางปล่อยเขาไว้เหมือนกัน กู้หลิ่นกำลังหาทางกว้านซื้อบริษัทของพวกเขาอยู่ เซี่ยเทียน ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้พวกมันลอยนวลไปง่าย ๆ หรอก!”“อย่าโทษตัวเองเลย เธอจำไม่ได้เหรอว่าฉันเป็นคนถนัดซ้ายน่ะ โชคดีนะที่คราวนี้แขนท

  • รักใกล้สุดขอบฟ้า   บทที่ 14

    หลังจากไปเยี่ยมแม่แล้ว สวี่หวันเอ่อร์ก็เตรียมตัวไปเยี่ยมเซี่ยเทียนที่โรงพยาบาลกู้หลิ่นเสนอตัวขับรถไปส่งตอนพวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย ก็บังเอิญเจอเจียงเหยี่ยนที่มาเยี่ยมเซี่ยเทียนพอดีเขาเพิ่งออกมาจากสถานีตำรวจ หลังจากเมื่อคืนถูกจับไปขังไว้ทั้งคืน กว่าจะได้รับอนุญาตให้ประกันตัวออกมาได้ส่วนฟางหลีนั้น เกรงว่าคงหนีไม่พ้นต้องนอนคุกแน่ภายในโถงทางเดินอันสลัว เจียงเหยี่ยนมองปราดเดียวก็เห็นสวี่หวันเอ่อร์กำลังควงแขนผู้ชายคนอื่นอยู่ภาพบาดตานั้นทำให้เขารีบสาวเท้าเข้าไปหา แล้วกระชากเธอจากข้างกายของกู้หลิ่นมาอยู่ตรงหน้าตัวเองทันที“สวี่หวันเอ่อร์ เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ เธอไปควงแขนผู้ชายคนอื่นกลางวันแสก ๆ มันหมายความว่ายังไง”“ผู้ชายคนอื่นเหรอ”สีหน้าของกู้หลิ่นเปลี่ยนไป เขายื่นมือไปดึงสวี่หวันเอ่อร์กลับมาไว้ในอ้อมแขนของตัวเองทันที“คุณเจียงกำลังหมายถึงผมเหรอครับ ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าคุณหย่ากับหวันเอ่อร์แล้ว ตอนนี้หวันเอ่อร์คือภรรยาของผม! ภรรยาจะควงแขนสามีตัวเอง มันก็เป็นเรื่องปกติที่สุดไม่ใช่หรือไงครับ”เจียงเหยี่ยนตวัดสายตามองเขาอย่างรำคาญใจ “หุบปากไปเลย! ฉันกำลั

  • รักใกล้สุดขอบฟ้า   บทที่ 13

    วันรุ่งขึ้น ณ บ้านตระกูลสวี่สวี่หวันเอ่อร์นั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา โดยมีสายตาของผู้เป็นแม่จับจ้องมาที่เธออยู่ตลอดเวลาเมื่อถูกจ้องจนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว สวี่หวันเอ่อร์จึงปิดโทรทัศน์แล้วหันไปมองหน้าแม่“แม่คะ มีเรื่องอะไรอยากพูดกับหนูหรือเปล่าคะ”ผู้เป็นแม่ลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยปากถาม “แม่ได้ยินมาว่าลูกแจ้งความจับเจียงเหยี่ยนเหรอ แล้วข้อความที่ลูกโพสต์นั่นมันยังไงกันแน่ ลูกหย่ากับเจียงเหยี่ยนแล้วจริง ๆ เหรอ ลูกจะแต่งงานกับกู้หลิ่นจริง ๆ ใช่ไหม”ตอนที่เห็นโพสต์นั้น คุณนายสวี่ตกใจไม่น้อยเลยยังไงสวี่หวันเอ่อร์กับเจียงเหยี่ยนก็แต่งงานกันมาหลายปีแล้ว จู่ ๆ ก็มาแตกหักกันรุนแรงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเรื่องจริงไหม“หนูเป็นคนแจ้งความเองค่ะ แต่เขาก็มีเส้นสายพอตัว ไม่ได้ติดคุกสักหน่อยไม่ใช่เหรอคะ”สวี่หวันเอ่อร์หรี่ตาลง แววตาเย็นชาพาดผ่านดวงตาไปในชั่วอึดใจ“หนูไม่บีบให้เขากับฟางหลีต้องชดใช้ให้เซี่ยเทียนด้วยชีวิตก็ดีแค่ไหนแล้ว!”“แขนของเซี่ยเทียนโดนหมากัดขาดจริง ๆ เหรอ เจียงเหยี่ยนทำเรื่องหน้ามืดตามัวแบบนั้นลงไปได้ยังไงกัน” คุณนายสวี่ถอนหายใจ “ยังไงแม่ก็เห็นเขามาตั้งแต่เด็ก แถมพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status