LOGINเมื่อรถยนต์สีขาวคันเล็กแล่นมาได้สักพัก ก็มาจอดสนิทที่หน้าบ้านสองชั้นหลังหนึ่งสีขาวสะอาดตา ธาวินมองขึ้นไปด้วยความสนใจ
“บ้านคุณพิมพ์..น่าอยู่จังเลยนะครับ” เขาเอ่ยชมอย่างจริงใจ หลังจากสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวบ้าน
“อ๋อ!! ไม่ใช่บ้านของพิมพ์หรอกค่ะ” พิมพ์มาดารีบออกตัว พลางส่งยิ้มเจื่อน ๆ เล็กน้อยให้ธาวิน ก่อนจะรีบอธิบาย
“เป็นบ้านเพื่อนสนิทของพิมพ์เองค่ะ พอดีว่า...เธออยากรู้จักกับคุณวินน่ะค่ะ งั้น!!!..คุณวินเข้าไปทำความรู้จักกับเพื่อนพิมพ์หน่อยนะคะ” หญิงสาวรีบพูดเสริมให้ดูสมเหตุสมผล แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะความจริงแล้วเป็นเกรชต่างหากที่ออกคำสั่งแกมบังคับให้พิมพ์มาดาพาธาวินมาให้หล่อน ‘สแกน’ อย่างละเอียดเสียก่อน ถึงจะอนุมัติให้ทั้งคู่ไปเที่ยวด้วยกันได้
ธาวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ และไม่ได้แสดงความสงสัยใด ๆ ออกมา เพียงแต่ก้าวตามหญิงสาวเข้าไปในตัวบ้านไม้สักสองชั้นที่ทาด้วยสีขาวสะอาดตา สร้างบรรยากาศที่สว่างและเงียบสงบ พื้นไม้กระดานสีเข้มขัดเงาวาววับ สะท้อนให้เห็นถึงร่องรอยของกาลเวลาที่ผ่านมาอย่างยาวนาน ผนังไม้สักสีขาวประดับประดาด้วยภาพถ่ายเก่าๆ ที่ดูเรียบง่ายและแฝงไว้ด้วยเรื่องราว
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของการอบควันเทียนจางๆ ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ บ่งบอกว่าเจ้าของบ้านน่าจะกำลังพิถีพิถันทำขนมไทยโบราณบางอย่างอยู่ กลิ่นหอมหวานละมุนละไมนั้นอบอวลเคล้าคลอกับกลิ่นไม้สักเก่าแก่ที่คุ้นเคยได้อย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและชวนให้คิดถึงอดีต
บรรยากาศโดยรวมของบ้านให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ และเป็นกันเอง ราวกับเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันมาอย่างยาวนาน ธาวินกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างสนใจ สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของบ้านไม้เก่าแก่ที่แตกต่างจากสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่เขาคุ้นเคย พลางคิดในใจว่าเพื่อนสนิทของพิมพ์มาดาคงเป็นคนที่มีรสนิยมเรียบง่ายแต่มีสไตล์เป็นของตัวเอง
พิมพ์มาดาสูดลมหายใจลึกๆ และพยายามซ่อนความกังวลเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าเกรชเพื่อนรักนั้นปากร้ายแต่ใจดี และการ ‘ดูตัว’ ในครั้งนี้ก็มาจากความหวังดีของเพื่อนล้วน ๆ
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่น เกรชที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งเตือนจากพิมพ์มาดามาก่อนที่จะออกเดินทางจากสนามบินแล้ว หล่อนรีบลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีค่ะคุณธาวิน ยินดีต้อนรับกลับสู่เมืองไทยนะคะ” น้ำเสียงของเกรชสดใสและกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ผิดกับท่าทีจับผิดเล็กน้อยที่เธอแสดงออกเมื่อพูดถึงธาวินก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด พิมพ์มาดามองเพื่อนด้วยความโล่งใจอย่างเงียบๆ อย่างน้อยเกรชก็เริ่มต้นได้ดี
“สวัสดีครับ..”
“นี่เกรชค่ะ..คุณวิน เป็นเพื่อนสนิทของพิมพ์เอง” พิมพ์มาดารีบแนะนำเพื่อนสนิทให้เขารู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ..คุณเกรช” ธาวินยิ้มตอบอย่างไมตรี
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ออกรสออกชาติ เกรชช่างพูดช่างคุย ทำให้ธาวินรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองได้อย่างรวดเร็ว พิมพ์มาดานั่งมองเพื่อนรักและชายหนุ่มที่เธอเพิ่งได้เจอตัวจริงด้วยความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เธอหวังว่าการเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเป็นไปได้งดงามและยืนยาว เช่นความตั้งใจที่เธอเก็บไว้ลึกๆ ก่อนหน้าที่จะตัดสินใจคบหากับชายหนุ่ม
ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอย่างเพลิดเพลิน ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงชราที่เดินยิ้มแย้มเข้ามา หญิงชราใจดี ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มที่เมตตาอย่างเป็นกันเอง ในมือนั้นหอบตะกร้าจ่ายตลาดเข้ามาด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
“อ้าว! มาถึงกันแล้วรึ?” คุณยายสายหยุดเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงใจดี ก่อนหน้านี้หลานสาวแจ้งเอาไว้ว่าจะพาเพื่อนสนิทมาทานมื้อเช้าที่บ้าน ก่อนที่หญิงชราจะได้สังเกตอะไร ผู้เป็นหลานสาวก็รีบลุกขึ้นไปประคองคุณยาย ก่อนจะเอาตะกร้าออกมามือของคุณยายแล้ววางไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ
“คุณยายขา นี่!!..คุณธาวินค่ะ เพื่อน...เอ่อ...เพื่อนของพิมพ์ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกค่ะ นี่คุณยายสายหยุดนะคุณวิน คุณยายของเกรชเองค่ะ” ธาวินรีบลุกขึ้นยืน ยกมือไหว้คุณยายสายหยุดด้วยความเคารพ
“สวัสดีครับคุณยาย” คุณยายสายหยุดมองธาวินด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนจะยิ้มกว้างจนเห็นรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา
“สวัสดีจ้ะ ยังไง..อยู่ทานมื้อเช้ากับยายก่อนนะ อย่าเพิ่งรีบกลับกันล่ะ” คุณยายเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นจนธาวินไม่กล้าปฏิเสธ
“อ่อ ขอบคุณครับคุณยาย” ธาวินตอบด้วยความเกรงใจ คุณยายสายหยุดหยิบตะกร้าที่หลานสาววางเอาไว้ขึ้นมาถืออีกรอบ
“พอดีว่ายายซื้อของมาทำอาหารเช้าเยอะเลย” คุณยายหันไปมองพิมพ์มาดาและธาวินเหมือนจะรู้ว่าสองคนนี้คงเป็นแฟนกัน
“ขอบคุณนะครับคุณยาย” ธาวินตอบรับด้วยรอยยิ้มเกรงใจ พิมพ์มาดามองหน้าธาวินเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงความสุภาพและเกรงใจของเขา
หลังจากทานอาหารไทยรสจัดจ้านฝีมือคุณยายสายหยุดเข้าไปได้ไม่นาน นักศึกษาปริญญาโทจากเมืองนอกอย่างธาวินก็เริ่มรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นตามไรผม บ่งบอกว่าลิ้นของเขาได้ห่างหายจากรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยไปนานพอสมควร แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงยิ้มกว้างและเอ่ยชมคุณยายสายหยุดด้วยความจริงใจ
“อร่อยมากเลยครับคุณยาย รสชาติเข้มข้นถึงใจจริงๆ สงสัยผมคงต้องหาโอกาสมาฝากท้องที่บ้านคุณยายบ่อยๆ แล้วล่ะครับ” คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คำชมที่เอ่ยตามมารยาท แต่ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ และความประทับใจในรสชาติอาหารไทยฝีมือคุณยายอย่างแท้จริง
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลองนี่เลยจ้ะ กล้วยบวชชีกับลอดช่องน้ำกะทิหอมๆ รับรองว่าอร่อยถูกใจแน่” คุณยายสายหยุดรีบบอกด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะหันไปบอกหลานสาวอย่างอ่อนโยน
“เกรช!!! หนูตักขนมใส่ถ้วยให้เพื่อนกับแฟนเค้าทานหน่อยสิลูก” พิมพ์มาดาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า เมื่อคุณยายสายหยุดออกตัวเรียกธาวินว่า ‘แฟน’ ของเธอต่อหน้าต่อตา
แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังเริ่มต้นไปในทิศทางที่ดี แต่คำเรียกนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย เธอแอบเหลือบมองธาวิน และหวังว่าจะไม่สังเกตเห็นอาการของเธอ แต่ก็ต้องรีบหันกลับมามองถ้วยขนมในมือ เมื่อเกรชเอ่ยขอตัวลุกขึ้น
“พิมพ์!!..เดี๋ยวฉันช่วยคุณยายเอาจานไปเก็บในครัวนะ ตามสบายนะคะคุณวิน” พูดจบร่างเล็กก็เดินหายเข้าไปด้านใน ทิ้งให้พิมพ์มาดาและธาวินอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องนั่งเล่น
หลังทานมื้อเช้าจบลง เกรชก็เดินออกมาส่งเพื่อนสนิทและธาวินที่ระเบียงหน้าบ้าน ส่วนคุณยายก็ขอตัวไปทำขนมไทยต่อ เกรชช่างเจรจาและมีมุกตลกแพรวพราว ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ธาวินดูเข้ากับเกรชได้อย่างไม่น่าเชื่อ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขาทำให้พิมพ์มาดารู้สึกสบายใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
“คุณธาวินอยู่ที่อเมริกามานานแค่ไหนแล้วคะ?” เกรชถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ก็ประมาณเกือบสิบปีแล้วครับ ผมทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย” ธาวินตอบพลางยิ้มบางๆ
“พอดีผมไปเรียนต่อที่เมืองนอกตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลายแล้วครับ”
“แล้วทำไมถึงตัดสินใจกลับมาล่ะคะ?” เกรชถามออกไปด้วยความอยากรู้ลึกๆ ว่าอะไรคือเหตุผลที่แท้จริงในการกลับมาของเขา ทั้งที่ในตอนแรกพิมพ์มาดาเคยเล่าให้ฟังว่าธาวินตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างแดน
ธาวินหันมาสบตากับพิมพ์มาดา ดวงตาของเขาเป็นประกายอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เพราะเพื่อนของคุณไงครับ” เขาตอบเสียงนุ่มพลางเหลือบมองเกรชด้วยรอยยิ้มบางๆ
เกรชเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย มองธาวินอย่างสงสัย
ธาวินเว้นจังหวะเล็กน้อย ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนจะหันกลับมาทอดสายตาลึกซึ้งเข้าไปในดวงตาคู่สวยของพิมพ์มาดา จนเธอรู้สึกราวกับถูกตรึงอยู่กับสายตาคู่นั้น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นปราดขึ้นมาบนแก้ม พิมพ์มาดารีบหลบสายตาของเขาด้วยความเขินอาย แต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความสุข ความรู้สึกหวานซึ้งเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
“แล้วคุณธาวินตั้งใจจะอยู่ที่ไทยนานแค่ไหนคะ?” เกรชถามต่ออย่างรวดเร็ว โดยไม่ปล่อยให้บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ลึกซึ้งไปมากกว่านี้ ไหนๆ ทั้งคู่ก็จะไปเที่ยวด้วยกันแล้ว เธอมีหน้าที่ต้องสืบให้แน่ใจว่าผู้ชายคนนี้จริงจังกับเพื่อนของเธอแค่ไหน
“ผมตั้งใจว่าจะกลับมาอยู่ถาวรเลยครับ” ธาวินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่พิมพ์มาดา
“งั้นดีเลยค่ะ..ที่ถามก็เพราะเป็นห่วงคนแถวนี้” เกรชเสริมด้วยรอยยิ้มทะเล้น ก่อนจะส่งสายตาแซวเพื่อนอย่างรู้ทัน พิมพ์มาดาได้แต่ยิ้มเขินๆ ก่อนจะรีบหลบสายตาเพื่อนที่กำลังจ้องมองมาอย่างจับผิด
ตอนที่ 40 ตอนจบธาวินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบขอตัวลาพิมพ์ดาวอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจที่จะไม่รอช้าแม้แต่นาทีเดียว ธาวินรีบขับรถออกจากบ้านของพิมพ์ดาวไปด้วยความหวังครั้งใหม่ ปลายทางคือบ้านยายของเกรชที่กรุงเทพฯระหว่างทางที่รถแล่นฉิวอยู่บนถนนหลวง ธาวินนึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมพ์มาดาอยู่ในมือ ซึ่งผู้เป็นบิดาส่งให้เขามาเมื่อคืนนี้ ธาวินไม่รอช้า รีบใช้มันค้นหาเบอร์ของเกรชซึ่งน่าจะอยู่ในรายชื่อติดต่อ และรีบโทรออกทันทีเสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์เก่าที่หายไปของเพื่อนสนิท“เกรช ๆ !!! นี่ผมวินเอง ธาวินไงครับ” ธาวินกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรน“อ๋อค่ะ คุณธาวิน! มีอะไรเหรอคะ เกรชนึกว่าเบอร์ของยัยพิมพ์ซะอีก” เกรชถามกลับด้วยความประหลาดใจระหว่างทางที่ขับรถ ธาวินก็เล่าทุกอย่างให้เกรชฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่เรื่องราวความเข้าใจผิดที่เขามีต่อพิมพ์มาดา ปมปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากโทรศัพท์เครื่องนี้ การที่พิมพ์มาดาหนีไป พร้อม ๆ กับการที่เขากำลังตามหาเธออยู่ เกรชฟังเรื่องทั้งหมดด้วยความตกใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ก่อนจะรีบบอกว่าเธอจะให้ความช่
ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้ายอัครเดชถอนหายใจยาว มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถตู้ด้วยแววตาที่หนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เก็บงำเอาไว้"คือวันที่หนูพิมพ์เค้าหายตัวไปจากแกน่ะ..." อัครเดชเริ่มต้นเสียงแผ่วเบา"...แม่เค้าโทรมาบอกว่าพ่อเค้าเสีย...หนูพิมพ์ก็เลยรีบออกมาจากที่พักและก็พยายามจะโทรหาแก"อัครเดชนึกย้อนไปถึงภาพในความคิด เมื่อครั้งที่พิมพ์มาดากระวนกระวายใจอย่างหนัก พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองระหว่างที่เขากำลังขับรถไปส่งเธอ เพื่อไปรับศพผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล สีหน้าของหญิงสาวในความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความเศร้าโศก“แต่พอเกิดอุบัติเหตุที่รถเกือบชนกันน่ะ… หนูพิมพ์เค้าลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่รถ พ่อเป็นคนพาเธอไปรับศพของพ่อเธอที่โรงพยาบาล… ก็เลยให้นายสินอยู่เฝ้าในที่เกิดเหตุ… พอหนูพิมพ์หาโทรศัพท์ไม่เจอ พ่อก็เลยบอกให้นายสินเป็นคนช่วยหา” อัครเดชหยุดเล่า หันมาสบตากับธาวิน“นายสินโทรบอกพ่อว่าเจอโทรศัพท์ของหนูพิมพ์ แต่มีรูปของแกกับหนูพิมพ์อยู่ในหน้าจอของโทรศัพท์เครื่องนั้น…”“จนกระทั่งนายสินเอาโทรศัพท์มาให้ แล้วพอพ่อเห็นรูปแกถ่ายคู่กับหนูพิมพ์บนหน้าจอ โทรศัพท์เครื
ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลยณ ห้องอาหารของโรงแรมชื่อดัง ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดได้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากอัครเดชทานมื้อค่ำกับท่านรัฐมนตรีเสร็จ เขาก็รีบร้อนเดินทางกลับทันทีด้วยเป็นห่วงสิ่งที่คุยกับบุตรชายค้างเอาไว้ ทว่า..ในจังหวะนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ทำให้ชายสูงวัยต้องหยุดชะงัก อัครเดชเพิ่งนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาที่ตั้งใจจะเอาไปเฉลยความจริงทุกอย่าง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น กลับไม่ได้นำติดตัวมาด้วย แต่มันถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในตู้เซฟส่วนตัวของเขาที่ห้องทำงานในบริษัทความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความเร่งรีบอย่างฉับพลัน ราวกับเวลากำลังจะหมดลง คุณอัครเดชหันไปหานายสินที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล“สิน! ออกรถเร็ว ฉันต้องไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้!” อัครเดชสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ดวงตาฉายแววกระสับกระส่ายนายสินดูแปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายจะกลับไปที่บริษัทในกลางดึกเช่นนี้ แต่ก็รีบรับคำสั่งทันที“ครับนาย”ไม่ถึงสิบนาที รถยนต์คันเดิมก็แล่นฉิวออกจากโรงแรม มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมืองในยามวิกาล ท้องถนนยามค่ำคื
ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินยิ้มพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เปลี่ยนไปของพิมพ์มาดา หญิงสาวไม่ได้ต่อต้านเขาอีกต่อไปแล้ว ซีอีโอหนุ่มยกบั้นเอวขึ้นเล็กน้อย ถอนท่อนกายกำยำออกจากโพรงสวาทอุ่นร้อนของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการยื้อยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ให้นานที่สุด ปลายหัวยังคงเสียดสีอยู่บริเวณปากทาง ก่อนจะกระแทกกระทุ้งกลับเข้าไปในโพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงและจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้อง พร้อมกับแรงกระแทกที่ส่งให้ร่างบอบบางของพิมพ์มาดาสะท้านเฮือก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่จากนั้นเกมแห่งความสุขสำราญที่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนและอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่ธาวินเป็นผู้กำหนด ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเข้าออกด้วยจังหวะที่รวดเร็วและดุดัน ราวกับต้องการบุกรุกและยึดครองทุกพื้นที่ในกายสาว พิมพ์มาดารู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยในทุกครั้งที่เขาแทงลึกเข้ามาเธอแผดเสียงครางหวานปนสะอื้น ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงนอนด้วยความเสียวสะท้านที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ผสานกับความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอจึงตอบโต้ด้วยการยกสะโพกกระแทกส
ตอนที่ 36 บำเรอรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินโถมเข้าหาราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ความยับยั้งชั่งใจได้มลายหายไปพร้อมกับสติที่เลือนรางจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียว ๆ ทุกการสัมผัสของเขารุนแรงและเร่าร้อน ราวกับต้องการจะหลอมละลายร่างบางให้เป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์ปรารถนาอันพลุ่งพล่านของตนเองที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างยากจะควบคุมซีอีโอหนุ่มไล่ต้อนหญิงสาวให้จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความใคร่ที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่สนใจเสียงสะอื้นหรือดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดของเธอ ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นแปลบปลาบทั่วร่างของพิมพ์มาดา ไม่ว่าปลายนิ้วแกร่งจะแตะต้องส่วนไหนในร่างกาย ผิวเนื้อเนียนนุ่มของเธอก็พลันตอบสนองด้วยความเสียวสะท้านไปเสียทุกครั้งจนขนลุกชันไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่ได้ พร้อม ๆ กับเสียงครางแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก มันไม่ได้เสียงร้องขอแบบในครั้งแรก แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการตอบสนองของร่างกายที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ถึงแม้จิตใต้สำนึกจะยังคงต่อต้านก็ตาม“ขอดูดหน่อยนะ..ที่รัก โคตรคิดถึงเลย อื้มมม!!! นุ่มเหลือเกิน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างหู เสียงนั้
ตอนที่ 35 บทลงโทษ NCพิมพ์มาดานิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกมากมายตีรวนอยู่ในอก เธอไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไร หรือควรจะแก้ต่างหรือไม่ เมื่อความเข้าใจของเขาบิดเบี้ยวไปถึงขนาดนี้ และเหมือนเขาเองไม่ยอมรับฟังอะไรเลย“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” เธอตอบเสียงแผ่วเบา ยอมแพ้ที่จะอธิบายในตอนนี้คำตอบนั้นดูเหมือนจะยิ่งกระตุ้นความโกรธของธาวินให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับมองสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่เหมือนคมมีดเล่มใหญ่พุ่งตรงเข้าเสียดแทงกลางหัวใจของเธอ“ไม่คิดเลยนะครับว่าผู้หญิงที่ดูใสซื่ออย่างคุณ จะมีความสามารถถึงขนาดหลอกล่อคนแก่อย่างพ่อผมได้!”คำกล่าวหานั้นรุนแรงเกินกว่าที่พิมพ์มาดาจะรับไหว มันเหมือนคมมีดที่ปักลงกลางใจอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมองเธอในแง่ร้ายและดูถูกเธอได้ถึงขนาดนี้.ใบหน้าสวยของพิมพ์มาดาซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่รุนแรงและไม่ยุติธรรมนั้น หัวใจของเธอเจ็บปวดราวกับถูกบ







