LOGINผู้คนมากมายที่หลั่งไหลเข้าออกภายในสนามบินในวันหยุด ทำให้การสอดส่ายสายตาเพื่อมองหาใครบางคนนั้นเป็นเรื่องยากเย็นเต็มที จนในที่สุดความประหม่าก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของพิมพ์มาดาอย่างชัดเจน เธอเริ่มกังวลและกลัวว่าจะจำเขาไม่ได้ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือการที่เธออาจจะหน้าแตกเพราะทักคนผิด
จากนั้นคำพูดของเกรช ที่คอยเตือนสติเธออยู่เสมอ ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับเสียงกระซิบข้างหู...ความกังวลที่กลัวว่าเขาจะไม่ตรงปก ไม่เหมือนกับที่เธอเห็นจากรูปโปรไฟล์หรือการที่เพิ่งวิดีโอคอลคุยกันเมื่อเร็วๆ นี้ มันเป็นเงาเล็กๆ ที่คอยฉุดรั้งความตื่นเต้นและความคาดหวังอันล้นปรี่ในใจเธอ
“คงไม่หรอกมั้ง!!!...” พิมพ์มาดาพึมพำและพยายามให้กำลังใจตัวเอง โดยหวังว่าเธอคงจะไม่ถูกหลอกให้มารอเก้อเป็นแน่ แต่ความไม่มั่นใจเล็กๆ ก็ยังคงวนเวียนอยู่ภายในใจไม่หยุดหย่อน
พิมพ์มาดานั่งลงก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ และพยายามควบคุมความตื่นเต้นที่ถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง เธอเชื่อมั่นในความรู้สึกของตนเองที่มีต่อธาวิน และเชื่อมั่นในบทสนทนาและความผูกพันที่สร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือน
แล้วในที่สุด สายตาของพิมพ์มาดาก็ต้องหยุดชะงัก ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งที่กำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมา
สายตาของเธอไม่อาจหลีกเลี่ยง แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าเริ่มสาดส่องลงมาจับต้องใบหน้าอันหล่อเหลาที่ดูอ่อนล้าจากการเดินทาง แต่ยังคงฉายชัดซึ่งความคมคายเอาไว้อย่างโดดเด่น
โครงหน้าของเขาสันกรามคมชัดรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมเข้มที่กวาดมองไปรอบๆ นั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนอย่างที่เธอสัมผัสได้ผ่านการวิดีโอคลอเมื่อสองวันที่แล้ว
ริมฝีปากหยักได้รูปดูมีเสน่ห์น่าค้นหา เรือนผมสีดำสนิทถูกจัดทรงมาอย่างดีถึงแม้จะดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเดินทาง เสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่เขาสวมใส่ดูเรียบง่ายแต่กลับขับเน้นรูปร่างสูงสง่าของเขาให้โดดเด่น
พิมพ์มาดารู้สึกราวกับมีแรงดึงดูดอันทรงพลังที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกลองศึกที่ถูกตีรัว ๆ อย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า และความรู้สึกหลงใหลในตัวเขาอย่างน่าประหลาด
ชายหนุ่มชะลอฝีเท้าลง ราวกับกำลังมองหาใครบางคนเช่นกัน แล้วสายตาของเขาก็ประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยที่กำลังจับจ้องมองมาอย่างไม่วางตาของหญิงสาวผู้รอคอย ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านไปทั่วร่างกายของเธอ พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนและไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลย...เขาคือธาวิน...ผู้ชายคนที่เธอรอคอยอย่างไม่มีข้อสงสัย!
ธาวินยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่พิมพ์มาดาคุ้นเคยแต่ไม่เคยเห็นแบบเต็มๆ ตามาก่อน มันอบอุ่นและจริงใจอย่างที่เธอจินตนาการเอาไว้ เขาเดินตรงมาหาเธออย่างไม่ลังเล
“คุณพิมพ์...ใช่ไหมครับ?” เสียงทุ้มนุ่มที่เธอคุ้นเคยดังอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่ยืนตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก เขาสูงกว่าเธอไปมากทีเดียว มากกว่าที่เธอเคยจินตนาการเอาไว้ซะอีก พิมพ์มาดาพยักหน้าเบาๆ ด้วยความตื่นเต้นจนแทบพูดไม่ออก
“ผมธาวินครับ...” น้ำเสียงของเขาเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน จนเธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนั้นทำให้พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนทุกอย่างเป็นจริง ไม่ใช่แค่ความฝัน
“ยินดีต้อนรับกลับไทยค่ะ...คุณวิน” พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงสั่นเครือ เป็นคำพูดแรกที่ออกจากปากเธอหลังจากได้เจอตัวจริงของเขา
“ขอบคุณครับ...” ธาวินยิ้มกว้าง
รอยยิ้มและสายตาที่ทั้งคู่ส่งให้กันในวินาทีนั้น บอกเล่าเรื่องราวมากมายที่ถูกถักทอผ่านตัวอักษรและความรู้สึกในโลกออนไลน์ ความตื่นเต้น ความดีใจ และความรู้สึกผูกพันที่ลึกซึ้ง...ทุกอย่างรวมกันอยู่ในโมเมนต์นี้
โมเมนต์ที่พิมพ์มาดารู้ว่า การรอคอยของเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว และบทใหม่ของความสัมพันธ์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้...
สนามบินที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน แต่สำหรับพวกเขาสองคนแล้ว กลับมีเพียงกันและกันเท่านั้น
ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอ ราวกับต้องการเก็บรายละเอียดทุกอณูไว้ในความทรงจำ พิมพ์มาดาก็เช่นกัน เธอจ้องมองเขาอย่างไม่อาจละสายตา ความรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าผสมปนเปจนทำอะไรไม่ถูก
“เดินทางเหนื่อยไหมคะ” ในที่สุดพิมพ์มาดาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ก็นิดหน่อยครับ แต่พอเห็นหน้าคุณพิมพ์แล้ว...ผมก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ” ธาวินตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวานจนแก้มของพิมพ์มาดาร้อนผ่าว
“เอากระเป๋าไปที่รถกันเถอะค่ะ แล้วค่อยไปหาอะไรทานกัน” พิมพ์มาดาชวนพลางผายมือไปยังทางออก
“ครับ” ธาวินพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้มละมุน ก่อนจะลากกระเป๋าใบใหญ่ตามเธอไปอย่างเงียบๆ สองร่างเดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินในสนามบิน แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ ทอประกายอบอุ่น
ความเงียบระหว่างทั้งสองคนไม่ได้ทำให้อึดอัด แต่กลับเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง ราวกับความผูกพันที่สั่งสมมาตลอดหลายเดือนตั้งแต่บทสนทนาแรกบนโลกออนไลน์ ซึ่งมันได้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่มั่นคงและหนักแน่นในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ววันนี้
ทั้งคู่เดินออกมาสู่ลานจอดรถ แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมากระทบกับพื้นคอนกรีตสีเทา ดูสดใสและเจิดจ้าขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีของวันที่แสนพิเศษ พิมพ์มาดาเดินนำไปที่รถยนต์สีขาวสะอาดตาของเธอ ก่อนจะยื่นมือไปเปิดประตูให้ธาวินด้วยรอยยิ้มหวาน
“ขอบคุณครับ” น้ำเสียงของธาวินเอ่ยขึ้นเพื่อตอบรับความมีน้ำใจของหญิงสาว
เขานั่งเคียงข้างมากับเธอ ดวงตาคมของเขามองหันมายังพิมพ์มาดาอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบนั้น
“ถึงแม้การเดินทางมันยาวนานและก็เหนื่อยเอามากๆ แต่พอผมรู้ว่า..มีคุณพิมพ์รออยู่ที่นี่...มันก็ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ” เขาเอ่ยคำพูดออกมาอย่างตั้งใจ ราวกับต้องการให้เธอรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริง พิมพ์มาดายิ้มตอบอย่างอ่อนโยน หัวใจของเธอพองโตกับคำพูดนั้น ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้เขายิ่งทวีคูณ
“อุ๊ย!!..ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ พิมพ์เต็มใจ...และก็ดีใจด้วยซ้ำที่ได้มารับคุณ” พิมพ์มาดาเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มหวานดวงตาคู่สวยของเธอทอประกายออกมาด้วยความจริงใจ แต่ในห้วงความคิดลึกๆ นั้น กลับมีความสงสัยเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาในใจ
“คุณวินคะ พิมพ์อยู่ที่นี่ค่ะ” ธาวินซึ่งกำลังจอดรถนั่งรออยู่แถว ๆ ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ด้วยความกระวนกระวายใจ เขารู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอกเมื่อได้ยินข่าวนี้ ซีอีโอหนุ่มไม่รอช้า รีบบึ่งรถไปยังบ้านของเกรชทันทีเมื่อธาวินมาถึง เกรชเปิดประตูต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้ม เกรชบอกเขาว่าพิมพ์มาดากำลังหลับอยู่ และเล่าถึงสภาพของพิมพ์มาดาและความรู้สึกของเพื่อนให้เขาฟัง ธาวินรับฟังด้วยความรู้สึกผิด จนเขาอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขทุกอย่างเกรชปล่อยให้ธาวินเข้าไปหาพิมพ์มาดาในห้องนอน ธาวินเดินเข้าไปใกล้เตียง มองใบหน้าซีดเซียวของพิมพ์มาดาที่กำลังหลับใหล เขาค่อยๆ นั่งลงข้างเตียง ยื่นมือไปปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าเธอเบาๆ ด้วยความอ่อนโยนที่สุดพิมพ์มาดารู้สึกถึงสัมผัสที่คุ้นเคยและอบอุ่น ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ และภาพแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าของธาวินที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและอ่อนโยน ดวงตาคมกริบคู่นั้นที่เคยฉายแววโกรธเกรี้ยว บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรักและความเสียใจ“พิมพ์!!!…” เสียงของธาวินแผ่วเบาและสั่นเครือ“ผมขอโทษ…” เขายื่นโทรศัพท์คืนให้เธอ พิมพ์มาดาค่อย ๆ ลุกขึ้น ยังไม่ได้ถามถึงเรื่องราวทั้งหมด เธอก็น้ำตาคลอขึ้นมาเ
ระหว่างทางที่รถแล่นฉิวอยู่บนถนนหลวง ธาวินนึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมพ์มาดาอยู่ในมือ ซึ่งผู้เป็นบิดาส่งให้เขามาเมื่อคืนนี้ ธาวินไม่รอช้า รีบใช้มันค้นหาเบอร์ของเกรชซึ่งน่าจะอยู่ในรายชื่อติดต่อ และรีบโทรออกทันทีเสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์เก่าที่หายไปของเพื่อนสนิท“เกรช ๆ !!! นี่ผมวินเอง ธาวินไงครับ” ธาวินกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรน“อ๋อค่ะ คุณธาวิน! มีอะไรเหรอคะ เกรชนึกว่าเบอร์ของยัยพิมพ์ซะอีก” เกรชถามกลับด้วยความประหลาดใจระหว่างทางที่ขับรถ ธาวินก็เล่าทุกอย่างให้เกรชฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่เรื่องราวความเข้าใจผิดที่เขามีต่อพิมพ์มาดา ปมปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากโทรศัพท์เครื่องนี้ การที่พิมพ์มาดาหนีไป พร้อม ๆ กับการที่เขากำลังตามหาเธออยู่ เกรชฟังเรื่องทั้งหมดด้วยความตกใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ก่อนจะรีบบอกว่าเธอจะให้ความช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่ หากว่าพิมพ์มาดามาหาเธอ“ขอบคุณมากครับคุณเกรช” ธาวินกล่าวขอบคุณ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวัง“ถ้าหากพิมพ์ไปหาคุณจริงๆ ช่วยบอกผมด้วยนะครับ แล้วก็… พยายามรั้งตัวเธอเอาไว้นะครับ ผมอยา
อัครเดชถอนหายใจยาว มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถตู้ด้วยแววตาที่หนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เก็บงำเอาไว้“คือวันที่หนูพิมพ์เค้าหายตัวไปจากแกน่ะ...” อัครเดชเริ่มต้นเสียงแผ่วเบา“แม่เค้าโทรมาบอกว่าพ่อเค้าเสีย...หนูพิมพ์ก็เลยรีบออกมาจากที่พักและก็พยายามจะโทรหาแก” อัครเดชนึกย้อนไปถึงภาพในความคิด เมื่อครั้งที่พิมพ์มาดากระวนกระวายใจอย่างหนัก พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองระหว่างที่เขากำลังขับรถไปส่งเธอ เพื่อไปรับศพผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล สีหน้าของหญิงสาวในความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความเศร้าโศก“แต่พอเกิดอุบัติเหตุที่รถเกือบชนกันน่ะ… หนูพิมพ์เค้าลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่รถ พ่อเป็นคนพาเธอไปรับศพของพ่อเธอที่โรงพยาบาล ก็เลยเรียกให้ชัยมาอยู่เฝ้าในที่เกิดเหตุ พอหนูพิมพ์หาโทรศัพท์ไม่เจอ พ่อก็เลยบอกให้นายชัยเป็นคนช่วยหา” อัครเดชหยุดเล่า หันมาสบตากับธาวิน“จนเกือบเย็นวันต่อมา ชัยถึงได้เอาโทรศัพท์มาคืนพ่อ ถ้าก่อนหน้านี้พ่อรู้ความจริง พ่อจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด วิน ยกโทษให้พ่อเถอะนะ”“แล้วพ่อต้องขอโทษแกด้วย…ที่ทำให้แกต้องเข้าใจผิดกับหนูพิมพ์เค้าถึงขนาดนี้ หนูพิมพ์คงลำบากใจมา
รถตู้คันหรูแล่นตัดผ่านความมืดมิดของค่ำคืนไปอย่างรวดเร็ว ความหวังเดียวของอัครเดชในตอนนี้คือการไปนำโทรศัพท์เครื่องนั้นมาให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความวู่วามและความเข้าใจผิดจะนำพาไปสู่เรื่องที่เลวร้ายเกินกว่าจะแก้ไขได้อัครเดชเป็นห่วงความปลอดภัยของพิมพ์มาดา... เขาไม่รู้เลยว่าในตอนนี้ ธาวินและพิมพ์มาดา… กำลังอยู่ในสภาพเช่นไร หลังจากที่เขาไม่ได้อยู่ควบคุมสถานการณ์อัครเดชกลับมาถึงคฤหาสน์ในเวลาเกือบตีหนึ่ง แสงไฟในบ้านยังคงสว่างไสวบ่งบอกว่ายังมีคนที่ไม่หลับไม่นอน เขามีโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาอยู่ในมือแล้ว และพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมดเพื่อคลี่คลายปมปัญหาที่เขาสร้างขึ้นมาผู้เป็นบิดาตรงขึ้นไปที่ห้องนอนของบุตรชายด้วยความกังวลใจ หวังจะพูดคุยปรับความเข้าใจกัน แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของธาวินอยู่ในนั้น อัครเดชขมวดคิ้วแน่น กำลังจะลงไปตามหาข้างล่าง ก็สวนทางกับแม่บ้านบริเวณบันใด ก่อนที่แม่บ้านจะรายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“นายคะ …คุณพิมพ์มาดา!!!” แม่บ้านกำลังจะรายงานแต่ยังไม่ทันได้พูดจบ อัครเดชก็พูดสวนขึ้นมาก่อนด้วยความร้อนใจ“เจ้าวินไปไหน!!!”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เห็นครั้งสุดท้ายเมื่อตอนหัวค่ำ...ตอนน
พิมพ์มาดาไม่มีเรียวแรงแม้แต่จะขัดขืน เขาเสร็จสมแล้ว แต่ก็ไม่ยอมปล่อยร่างของเธอให้เป็นอิสระ ก่อนที่ริมฝีปากหยักของเขาประทับจูบลงมาบนริมฝีปากของเธอครั้ง มือหน้าบีบคางของเธอให้เผยอเปิดทางให้เขาได้ใช้ลิ้นตามความต้องการ เธอได้แต่ยอมจำนนต่อความรุนแรงและความปรารถนาของเขาในคืนอันเลวร้ายนี้ความรู้สึกผิดที่จะต้องทรยศกับผู้มีพระคุณอย่างอัครเดชถาโถมเข้ามาในใจ เธอไม่รู้หรอกว่าเขายังต้องการตัวเธออยู่หรือไม่ แต่พิมพ์มาดาไม่อยากให้ใครเสียใจเลยในบ้านหลังนี้ ไม่อยากให้พ่อลูกต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องของเธออีกต่อไปแล้วหญิงสาวค่อยๆ ใช้เรี่ยวแรงที่ยังหลงเหลือยันกายขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของธาวินเป็นครั้งสุดท้าย เขาหลับไปในที่สุด ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว บัดนี้ดูสงบนิ่ง แววตาที่เคยมีชีวิตชีวาดับลงสนิท ปรากฏร่องรอยของความสับสนและความว่างเปล่าเข้ามาแทนที่ในใจของหญิงสาวผู้บอบช้ำพิมพ์มาดาค่อยๆ พยุงตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดปกติ สัมผัสของเนื้อผ้าคุ้นเคยทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง ก่อนจะมองสำรวจตัวเอง เธอเห็นรอยแดงช้ำที่ปรากฏอยู่ทั่วเนินอก ร่องรอยจากกา
ธาวินยิ้มพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เปลี่ยนไปของพิมพ์มาดา หญิงสาวไม่ได้ต่อต้านเขาอีกต่อไปแล้ว ซีอีโอหนุ่มยกบั้นเอวขึ้นเล็กน้อย ถอนท่อนกายกำยำออกจากโพรงสวาทอุ่นร้อนของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการยื้อยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ให้นานที่สุด ปลายหัวยังคงเสียดสีอยู่บริเวณปากทาง ก่อนจะกระแทกกระทุ้งกลับเข้าไปในโพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงและจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้อง พร้อมกับแรงกระแทกที่ส่งให้ร่างบอบบางของพิมพ์มาดาสะท้านเฮือก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่จากนั้นเกมแห่งความสุขสำราญที่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนและอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่ธาวินเป็นผู้กำหนด ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเข้าออกด้วยจังหวะที่รวดเร็วและดุดัน ราวกับต้องการบุกรุกและยึดครองทุกพื้นที่ในกายสาว พิมพ์มาดารู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยในทุกครั้งที่เขาแทงลึกเข้ามาเธอแผดเสียงครางหวานปนสะอื้น ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงนอนด้วยความเสียวสะท้านที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ผสานกับความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอจึงตอบโต้ด้วยการยกสะโพกกระแทกสวนกลับไปอย่างไม่ยอมจำนน ราวกับร่าง







