Masukผู้คนมากมายที่หลั่งไหลเข้าออกภายในสนามบินในวันหยุด ทำให้การสอดส่ายสายตาเพื่อมองหาใครบางคนนั้นเป็นเรื่องยากเย็นเต็มที จนในที่สุดความประหม่าก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของพิมพ์มาดาอย่างชัดเจน เธอเริ่มกังวลและกลัวว่าจะจำเขาไม่ได้ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือการที่เธออาจจะหน้าแตกเพราะทักคนผิด
จากนั้นคำพูดของเกรช ที่คอยเตือนสติเธออยู่เสมอ ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับเสียงกระซิบข้างหู...ความกังวลที่กลัวว่าเขาจะไม่ตรงปก ไม่เหมือนกับที่เธอเห็นจากรูปโปรไฟล์หรือการที่เพิ่งวิดีโอคอลคุยกันเมื่อเร็วๆ นี้ มันเป็นเงาเล็กๆ ที่คอยฉุดรั้งความตื่นเต้นและความคาดหวังอันล้นปรี่ในใจเธอ
“คงไม่หรอกมั้ง!!!...” พิมพ์มาดาพึมพำและพยายามให้กำลังใจตัวเอง โดยหวังว่าเธอคงจะไม่ถูกหลอกให้มารอเก้อเป็นแน่ แต่ความไม่มั่นใจเล็กๆ ก็ยังคงวนเวียนอยู่ภายในใจไม่หยุดหย่อน
พิมพ์มาดานั่งลงก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ และพยายามควบคุมความตื่นเต้นที่ถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง เธอเชื่อมั่นในความรู้สึกของตนเองที่มีต่อธาวิน และเชื่อมั่นในบทสนทนาและความผูกพันที่สร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือน
แล้วในที่สุด สายตาของพิมพ์มาดาก็ต้องหยุดชะงัก ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งที่กำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมา
สายตาของเธอไม่อาจหลีกเลี่ยง แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าเริ่มสาดส่องลงมาจับต้องใบหน้าอันหล่อเหลาที่ดูอ่อนล้าจากการเดินทาง แต่ยังคงฉายชัดซึ่งความคมคายเอาไว้อย่างโดดเด่น
โครงหน้าของเขาสันกรามคมชัดรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมเข้มที่กวาดมองไปรอบๆ นั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนอย่างที่เธอสัมผัสได้ผ่านการวิดีโอคลอเมื่อสองวันที่แล้ว
ริมฝีปากหยักได้รูปดูมีเสน่ห์น่าค้นหา เรือนผมสีดำสนิทถูกจัดทรงมาอย่างดีถึงแม้จะดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเดินทาง เสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่เขาสวมใส่ดูเรียบง่ายแต่กลับขับเน้นรูปร่างสูงสง่าของเขาให้โดดเด่น
พิมพ์มาดารู้สึกราวกับมีแรงดึงดูดอันทรงพลังที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกลองศึกที่ถูกตีรัว ๆ อย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า และความรู้สึกหลงใหลในตัวเขาอย่างน่าประหลาด
ชายหนุ่มชะลอฝีเท้าลง ราวกับกำลังมองหาใครบางคนเช่นกัน แล้วสายตาของเขาก็ประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยที่กำลังจับจ้องมองมาอย่างไม่วางตาของหญิงสาวผู้รอคอย ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านไปทั่วร่างกายของเธอ พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนและไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลย...เขาคือธาวิน...ผู้ชายคนที่เธอรอคอยอย่างไม่มีข้อสงสัย!
ธาวินยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่พิมพ์มาดาคุ้นเคยแต่ไม่เคยเห็นแบบเต็มๆ ตามาก่อน มันอบอุ่นและจริงใจอย่างที่เธอจินตนาการเอาไว้ เขาเดินตรงมาหาเธออย่างไม่ลังเล
“คุณพิมพ์...ใช่ไหมครับ?” เสียงทุ้มนุ่มที่เธอคุ้นเคยดังอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่ยืนตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก เขาสูงกว่าเธอไปมากทีเดียว มากกว่าที่เธอเคยจินตนาการเอาไว้ซะอีก พิมพ์มาดาพยักหน้าเบาๆ ด้วยความตื่นเต้นจนแทบพูดไม่ออก
“ผมธาวินครับ...” น้ำเสียงของเขาเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน จนเธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนั้นทำให้พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนทุกอย่างเป็นจริง ไม่ใช่แค่ความฝัน
“ยินดีต้อนรับกลับไทยค่ะ...คุณวิน” พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงสั่นเครือ เป็นคำพูดแรกที่ออกจากปากเธอหลังจากได้เจอตัวจริงของเขา
“ขอบคุณครับ...” ธาวินยิ้มกว้าง
รอยยิ้มและสายตาที่ทั้งคู่ส่งให้กันในวินาทีนั้น บอกเล่าเรื่องราวมากมายที่ถูกถักทอผ่านตัวอักษรและความรู้สึกในโลกออนไลน์ ความตื่นเต้น ความดีใจ และความรู้สึกผูกพันที่ลึกซึ้ง...ทุกอย่างรวมกันอยู่ในโมเมนต์นี้
โมเมนต์ที่พิมพ์มาดารู้ว่า การรอคอยของเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว และบทใหม่ของความสัมพันธ์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้...
สนามบินที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน แต่สำหรับพวกเขาสองคนแล้ว กลับมีเพียงกันและกันเท่านั้น
ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอ ราวกับต้องการเก็บรายละเอียดทุกอณูไว้ในความทรงจำ พิมพ์มาดาก็เช่นกัน เธอจ้องมองเขาอย่างไม่อาจละสายตา ความรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าผสมปนเปจนทำอะไรไม่ถูก
“เดินทางเหนื่อยไหมคะ?” ในที่สุดพิมพ์มาดาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ก็นิดหน่อยครับ แต่พอเห็นหน้าคุณพิมพ์แล้ว...ผมก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ” ธาวินตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวานจนแก้มของพิมพ์มาดาร้อนผ่าว
“เอากระเป๋าไปที่รถกันเถอะค่ะ แล้วค่อยไปหาอะไรทานกัน” พิมพ์มาดาชวนพลางผายมือไปยังทางออก
“ครับ” ธาวินพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้มละมุน ก่อนจะลากกระเป๋าใบใหญ่ตามเธอไปอย่างเงียบๆ สองร่างเดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินในสนามบิน แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ ทอประกายอบอุ่น
ความเงียบระหว่างทั้งสองคนไม่ได้ทำให้อึดอัด แต่กลับเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง ราวกับความผูกพันที่สั่งสมมาตลอดหลายเดือนตั้งแต่บทสนทนาแรกบนโลกออนไลน์ ซึ่งมันได้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่มั่นคงและหนักแน่นในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ววันนี้
ทั้งคู่เดินออกมาสู่ลานจอดรถ แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมากระทบกับพื้นคอนกรีตสีเทา ดูสดใสและเจิดจ้าขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีของวันที่แสนพิเศษ พิมพ์มาดาเดินนำไปที่รถยนต์สีขาวสะอาดตาของเธอ ก่อนจะยื่นมือไปเปิดประตูให้ธาวินด้วยรอยยิ้มหวาน
“ขอบคุณครับ” น้ำเสียงของธาวินเอ่ยขึ้นเพื่อตอบรับความมีน้ำใจของหญิงสาว
เขานั่งเคียงข้างมากับเธอ ดวงตาคมของเขามองหันมายังพิมพ์มาดาอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบนั้น
“ถึงแม้การเดินทางมันยาวนานและก็เหนื่อยเอามากๆ แต่พอผมรู้ว่า..มีคุณพิมพ์รออยู่ที่นี่...มันก็ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ” เขาเอ่ยคำพูดออกมาอย่างตั้งใจ ราวกับต้องการให้เธอรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริง พิมพ์มาดายิ้มตอบอย่างอ่อนโยน หัวใจของเธอพองโตกับคำพูดนั้น ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้เขายิ่งทวีคูณ
“อุ๊ย!!..ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ พิมพ์เต็มใจ...และก็ดีใจด้วยซ้ำที่ได้มารับคุณ” พิมพ์มาดาเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มหวานดวงตาคู่สวยของเธอทอประกายออกมาด้วยความจริงใจ แต่ในห้วงความคิดลึกๆ นั้น กลับมีความสงสัยเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาในใจ
เธอสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีสมาชิกในครอบครัวมารับเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ หรือญาติสนิทคนอื่นๆ ความแปลกใจนี้แล่นผ่านความคิดวูบหนึ่ง แต่เธอก็ยังไม่กล้าเอ่ยถามออกไป เกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาท หรืออาจจะไปสะกิดแผลในใจเขาโดยไม่ตั้งใจ หรือบางที...เขาอาจจะตั้งใจให้เธอเป็นคนแรกที่เจอเขาในวันนี้ก็เป็นได้
ความคิดนั้นทำให้แก้มของพิมพ์มาดาร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย ทว่า...เมื่อเธอนึกขึ้นได้ถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้ที่ธาวินเคยบอกว่าครอบครัวของเขาอยู่ที่เชียงใหม่ ความสงสัยก็เริ่มคลายลง เธอเข้าใจว่าเขาคงอยากใช้เวลาเที่ยวต่อกับเธอ ก่อนที่จะเดินทางกลับไปหาครอบครัวที่เชียงใหม่ในภายหลัง
“มื้อเช้า...คุณวินชอบทานอะไรเป็นพิเศษคะ?” พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส ขณะที่ทั้งคู่เดินเคียงกันออกจากสนามบิน
“อะไรก็ได้ครับที่คุณพิมพ์อยากให้ผมทาน ผมทานได้ทุกอย่างครับ” ธาวินตอบด้วยรอยยิ้มทะเล้นอย่างอารมณ์ดี ดวงตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร
“งั้น!!!...ไปทานร้านอาหารไทยอร่อยๆ แถวๆ นี้ไหมคะ?” พิมพ์มาดาเสนอด้วยความกระตือรือร้น
“เยี่ยมไปเลยครับ! ผมน่ะ...คิดถึงอาหารไทยจะแย่อยู่แล้ว ทานที่ไหนก็ไม่เหมือนนั่งทานอยู่ที่บ้านเราจริงๆ” ธาวินตอบรับทันทีด้วยน้ำเสียงดีใจ
“ได้เลยค่ะ...แต่พิมพ์ขอแวะไปหาเพื่อนแป๊บนะคะ” พิมพ์มาดาบอกพลางหันไปยิ้มให้ธาวินอย่างเกรงใจเล็กน้อย
“อ๋อ...ได้เลยครับไม่มีปัญหา ผมยังไม่ค่อยหิวเลยครับ คุณพิมพ์ไปหาเพื่อนก่อนก็ได้ครับ” เขาตอบกลับด้วยความสุภาพและเจือไปด้วยความเกรงใจ
บทสนทนาของทั้งคู่ไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งสองผลัดกันเล่าเรื่องราวในชีวิตและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน ความประหม่าในตอนแรกค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกสบายใจและเป็นกันเอง
ตอนที่ 40 ตอนจบธาวินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบขอตัวลาพิมพ์ดาวอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจที่จะไม่รอช้าแม้แต่นาทีเดียว ธาวินรีบขับรถออกจากบ้านของพิมพ์ดาวไปด้วยความหวังครั้งใหม่ ปลายทางคือบ้านยายของเกรชที่กรุงเทพฯระหว่างทางที่รถแล่นฉิวอยู่บนถนนหลวง ธาวินนึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมพ์มาดาอยู่ในมือ ซึ่งผู้เป็นบิดาส่งให้เขามาเมื่อคืนนี้ ธาวินไม่รอช้า รีบใช้มันค้นหาเบอร์ของเกรชซึ่งน่าจะอยู่ในรายชื่อติดต่อ และรีบโทรออกทันทีเสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์เก่าที่หายไปของเพื่อนสนิท“เกรช ๆ !!! นี่ผมวินเอง ธาวินไงครับ” ธาวินกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรน“อ๋อค่ะ คุณธาวิน! มีอะไรเหรอคะ เกรชนึกว่าเบอร์ของยัยพิมพ์ซะอีก” เกรชถามกลับด้วยความประหลาดใจระหว่างทางที่ขับรถ ธาวินก็เล่าทุกอย่างให้เกรชฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่เรื่องราวความเข้าใจผิดที่เขามีต่อพิมพ์มาดา ปมปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากโทรศัพท์เครื่องนี้ การที่พิมพ์มาดาหนีไป พร้อม ๆ กับการที่เขากำลังตามหาเธออยู่ เกรชฟังเรื่องทั้งหมดด้วยความตกใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ก่อนจะรีบบอกว่าเธอจะให้ความช่
ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้ายอัครเดชถอนหายใจยาว มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถตู้ด้วยแววตาที่หนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เก็บงำเอาไว้"คือวันที่หนูพิมพ์เค้าหายตัวไปจากแกน่ะ..." อัครเดชเริ่มต้นเสียงแผ่วเบา"...แม่เค้าโทรมาบอกว่าพ่อเค้าเสีย...หนูพิมพ์ก็เลยรีบออกมาจากที่พักและก็พยายามจะโทรหาแก"อัครเดชนึกย้อนไปถึงภาพในความคิด เมื่อครั้งที่พิมพ์มาดากระวนกระวายใจอย่างหนัก พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองระหว่างที่เขากำลังขับรถไปส่งเธอ เพื่อไปรับศพผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล สีหน้าของหญิงสาวในความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความเศร้าโศก“แต่พอเกิดอุบัติเหตุที่รถเกือบชนกันน่ะ… หนูพิมพ์เค้าลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่รถ พ่อเป็นคนพาเธอไปรับศพของพ่อเธอที่โรงพยาบาล… ก็เลยให้นายสินอยู่เฝ้าในที่เกิดเหตุ… พอหนูพิมพ์หาโทรศัพท์ไม่เจอ พ่อก็เลยบอกให้นายสินเป็นคนช่วยหา” อัครเดชหยุดเล่า หันมาสบตากับธาวิน“นายสินโทรบอกพ่อว่าเจอโทรศัพท์ของหนูพิมพ์ แต่มีรูปของแกกับหนูพิมพ์อยู่ในหน้าจอของโทรศัพท์เครื่องนั้น…”“จนกระทั่งนายสินเอาโทรศัพท์มาให้ แล้วพอพ่อเห็นรูปแกถ่ายคู่กับหนูพิมพ์บนหน้าจอ โทรศัพท์เครื
ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลยณ ห้องอาหารของโรงแรมชื่อดัง ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดได้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากอัครเดชทานมื้อค่ำกับท่านรัฐมนตรีเสร็จ เขาก็รีบร้อนเดินทางกลับทันทีด้วยเป็นห่วงสิ่งที่คุยกับบุตรชายค้างเอาไว้ ทว่า..ในจังหวะนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ทำให้ชายสูงวัยต้องหยุดชะงัก อัครเดชเพิ่งนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาที่ตั้งใจจะเอาไปเฉลยความจริงทุกอย่าง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น กลับไม่ได้นำติดตัวมาด้วย แต่มันถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในตู้เซฟส่วนตัวของเขาที่ห้องทำงานในบริษัทความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความเร่งรีบอย่างฉับพลัน ราวกับเวลากำลังจะหมดลง คุณอัครเดชหันไปหานายสินที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล“สิน! ออกรถเร็ว ฉันต้องไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้!” อัครเดชสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ดวงตาฉายแววกระสับกระส่ายนายสินดูแปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายจะกลับไปที่บริษัทในกลางดึกเช่นนี้ แต่ก็รีบรับคำสั่งทันที“ครับนาย”ไม่ถึงสิบนาที รถยนต์คันเดิมก็แล่นฉิวออกจากโรงแรม มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมืองในยามวิกาล ท้องถนนยามค่ำคื
ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินยิ้มพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เปลี่ยนไปของพิมพ์มาดา หญิงสาวไม่ได้ต่อต้านเขาอีกต่อไปแล้ว ซีอีโอหนุ่มยกบั้นเอวขึ้นเล็กน้อย ถอนท่อนกายกำยำออกจากโพรงสวาทอุ่นร้อนของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการยื้อยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ให้นานที่สุด ปลายหัวยังคงเสียดสีอยู่บริเวณปากทาง ก่อนจะกระแทกกระทุ้งกลับเข้าไปในโพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงและจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้อง พร้อมกับแรงกระแทกที่ส่งให้ร่างบอบบางของพิมพ์มาดาสะท้านเฮือก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่จากนั้นเกมแห่งความสุขสำราญที่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนและอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่ธาวินเป็นผู้กำหนด ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเข้าออกด้วยจังหวะที่รวดเร็วและดุดัน ราวกับต้องการบุกรุกและยึดครองทุกพื้นที่ในกายสาว พิมพ์มาดารู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยในทุกครั้งที่เขาแทงลึกเข้ามาเธอแผดเสียงครางหวานปนสะอื้น ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงนอนด้วยความเสียวสะท้านที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ผสานกับความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอจึงตอบโต้ด้วยการยกสะโพกกระแทกส
ตอนที่ 36 บำเรอรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินโถมเข้าหาราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ความยับยั้งชั่งใจได้มลายหายไปพร้อมกับสติที่เลือนรางจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียว ๆ ทุกการสัมผัสของเขารุนแรงและเร่าร้อน ราวกับต้องการจะหลอมละลายร่างบางให้เป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์ปรารถนาอันพลุ่งพล่านของตนเองที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างยากจะควบคุมซีอีโอหนุ่มไล่ต้อนหญิงสาวให้จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความใคร่ที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่สนใจเสียงสะอื้นหรือดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดของเธอ ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นแปลบปลาบทั่วร่างของพิมพ์มาดา ไม่ว่าปลายนิ้วแกร่งจะแตะต้องส่วนไหนในร่างกาย ผิวเนื้อเนียนนุ่มของเธอก็พลันตอบสนองด้วยความเสียวสะท้านไปเสียทุกครั้งจนขนลุกชันไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่ได้ พร้อม ๆ กับเสียงครางแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก มันไม่ได้เสียงร้องขอแบบในครั้งแรก แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการตอบสนองของร่างกายที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ถึงแม้จิตใต้สำนึกจะยังคงต่อต้านก็ตาม“ขอดูดหน่อยนะ..ที่รัก โคตรคิดถึงเลย อื้มมม!!! นุ่มเหลือเกิน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างหู เสียงนั้
ตอนที่ 35 บทลงโทษ NCพิมพ์มาดานิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกมากมายตีรวนอยู่ในอก เธอไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไร หรือควรจะแก้ต่างหรือไม่ เมื่อความเข้าใจของเขาบิดเบี้ยวไปถึงขนาดนี้ และเหมือนเขาเองไม่ยอมรับฟังอะไรเลย“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” เธอตอบเสียงแผ่วเบา ยอมแพ้ที่จะอธิบายในตอนนี้คำตอบนั้นดูเหมือนจะยิ่งกระตุ้นความโกรธของธาวินให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับมองสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่เหมือนคมมีดเล่มใหญ่พุ่งตรงเข้าเสียดแทงกลางหัวใจของเธอ“ไม่คิดเลยนะครับว่าผู้หญิงที่ดูใสซื่ออย่างคุณ จะมีความสามารถถึงขนาดหลอกล่อคนแก่อย่างพ่อผมได้!”คำกล่าวหานั้นรุนแรงเกินกว่าที่พิมพ์มาดาจะรับไหว มันเหมือนคมมีดที่ปักลงกลางใจอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมองเธอในแง่ร้ายและดูถูกเธอได้ถึงขนาดนี้.ใบหน้าสวยของพิมพ์มาดาซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่รุนแรงและไม่ยุติธรรมนั้น หัวใจของเธอเจ็บปวดราวกับถูกบ







