Home / โรแมนติก / รักในเงาแค้น / ตอนที่ 8 ผู้ชายคนนี้...ผ่าน

Share

ตอนที่ 8 ผู้ชายคนนี้...ผ่าน

last update Huling Na-update: 2025-11-17 21:11:59

ตอนที่ 8 ผู้ชายคนนี้...ผ่าน

ก่อนจะกลับ พิมพ์มาดาเอ่ยลาเพื่อนด้วยความเกรงใจ เกรชส่งสายตาเป็นประกายมาให้เพื่อนเล็กน้อย เป็นสัญญาณที่บอกว่าเธอเห็นด้วยและรู้สึกดีที่เพื่อนกำลังจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับชายหนุ่มตรงหน้า หลังจากที่พิมพ์มาดาบอกลาเพื่อนธาวินเองก็กล่าวคำลาเกรชด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

“ฝากขอบคุณ คุณยายด้วยนะเกรช สำหรับมื้อเช้าที่แสนอร่อย” เขาเอ่ยด้วยความจริงใจและฝากคำขอบคุณไปถึงคุณยายสายหยุด เพราะไม่อยากเข้าไปรบกวนคุณยายอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่เกรชจะได้ตอบรับ คุณยายสายหยุดก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น 

“อ้าว! จะกลับกันแล้วเหรอจ้ะ?” คุณยายสายหยุดเดินออกมาตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงใจดีและมองมาทั้งคู่ด้วยความเอ็นดู ธาวินรีบหันกลับไปยกมือไหว้คุณยายอีกครั้ง

“ผมกลับก่อนนะครับคุณยาย สวัสดีครับ แล้วผมจะหาโอกาสแวะมาเยี่ยมอีกนะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนของธาวินและกริยาที่นอบน้อมนั้นบ่งบอกถึงความเคารพและจริงใจต่อหญิงชรา

 “ยินดีเสมอจ้ะ ว่างๆ ก็แวะมานะ” หญิงชราเอ่ยตอบก่อนจะหันไปมองพิมพ์มาดาเพื่อนของหลานสาวแล้วเอ่ยขึ้น

“หนูพิมพ์ ขับรถดี ๆ ล่ะ ถ้าง่วงก็เปลี่ยนแฟนขับบ้างก็ได้นะ” คำพูดของคุณยายทำให้พิมพ์มาดารู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มเล็กน้อย เธอแอบเหลือบมองธาวินที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาเองก็ดูเขินอายเล็กน้อยเช่นกัน เกรชยิ้มทะเล้นให้เพื่อน

“ไม่ต้องห่วงยัยพิมพ์หรอกค่ะ..คุณยาย” เกรชบอกคุณยายพร้อมส่งสายตาแซวเพื่อนรักอย่างรู้ทัน พิมพ์แอบมาดาตีแขนเพื่อนเบาๆ ด้วยความเขิน ก่อนจะหันไปบอกลาคุณยายและยกมือไหว้หญิงชราด้วยความเคารพคุ้นเคย

“จ้ะ งั้นก็ขอให้เดินทางปลอดภัยนะลูก” คุณยายสายหยุดโบกมือลาด้วยรอยยิ้มอย่างใจดี

หลังจากร่ำลากันเสร็จ พิมพ์มาดาและธาวินก็เดินไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบลงเล็กน้อย แต่เป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและความสุขที่เพิ่งผ่านมา

“คุณยายเกรชน่ารักมากเลยนะครับ” ธาวินเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังจะเปิดประตูรถ

“ค่ะ คุณยายท่านใจดี” พิมพ์มาดาตอบด้วยรอยยิ้ม

ทั้งคู่ขึ้นรถและออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป พิมพ์มาดามองกระจกหลัง เห็นเกรชและคุณยายสายหยุดยืนโบกมือลาอยู่หน้าบ้าน รอยยิ้มของยายหลานทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและมั่นใจในการเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งนี้มากยิ่งขึ้น...

พิมพ์มาดารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ความเกร็งในช่วงแรกของการพบกันจางหายไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกสบายใจและคุ้นเคย

“เราจะไปไหนกันดีคะ?” พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“แล้วแต่คุณเลยครับ ผมตามใจคุณ” ธาวินตอบกลับด้วยแววตาที่อ่อนโยน

ในใจของพิมพ์มาดาแอบคิดถึงการขับรถขึ้นเหนือไปยังเชียงใหม่ บ้านของธาวิน เธออยากทำความรู้จักกับโลกส่วนตัวและครอบครัวของเขาให้มากขึ้น แต่เมื่อเอ่ยปากชวน ธาวินกลับมีท่าทีลังเลเล็กน้อย

“เอ่อ...ผมว่าเราไปเที่ยวทะเล ที่มีวัดสวยๆ กันดีไหมครับ?” ธาวินเสนอด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงไว้ด้วยความเกรงใจ

“วัดที่อยู่กลางทะเลสวยๆ เหรอคะ?” พิมพ์มาดาทวนคำถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย เธอไม่คุ้นเคยกับวัดที่ตั้งอยู่กลางทะเลนัก

“อืม!!! พิมพ์ไม่ค่อยรู้จักวัดที่มีทะเลสวย ๆ เลยค่ะ นึกออกแค่หัวหิน ถ้าอย่างนั้นคุณเสนอมาเลยค่ะ จะไปทางใต้ก็ได้นะคะ” เธอตอบอย่างเปิดกว้าง

“ไม่ต้องลงไปถึงใต้หรอกครับ คุณจะขับรถเหนื่อยเปล่าๆ” ธาวินรีบตอบกลับด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

“ค่ะ งั้นพิมพ์แล้วแต่คุณวินก็แล้วกัน” พิมพ์มาดาตอบอย่างง่ายๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงความไว้ใจเขาอย่างเต็มที่

ธาวินคลี่ยิ้มบางๆ อย่างโล่งอกเมื่อพิมพ์มาดาคล้อยตามแผนการเที่ยววัดพร้อมทะเลของเขา นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนหน้าจอ GPS ในรถยนต์ของหญิงสาว แสงบนหน้าจอสว่างขึ้นก่อนจะปรากฏแผนที่นำพาพวกเขาออกจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก

รถยนต์คันเก่งเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนที่เริ่มทิ้งความหนาแน่นของเมืองหลวงไว้เบื้องหลัง สองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นทิวแถวของบ้านเรือน ร้านค้า และต้นไม้เขียวขจี แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านกระจกรถ สร้างบรรยากาศที่สดใสและมีชีวิตชีวา

“คุณจะหลับก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวถึงแล้วพิมพ์จะปลุก” พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่ก่อตัวขึ้นในรถยนต์ระหว่างเดินทาง

ธาวินหันมามองหญิงสาว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความขอบคุณ และความเสน่หาที่มีต่อเธออย่างท่วมท้น

“ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยคุณดูทางดีกว่า เพื่อว่า GPS จะพาเราหลง..” เขาเสริมด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาอบอุ่น

พิมพ์มาดายิ้มตอบ แก้มของเธอขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย เธอเองรู้สึกดีที่ได้อยู่เคียงข้างเขา รู้สึกปลอดภัยและสบายใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“ถ้าคุณวินไม่ง่วง ช่วยเล่าเรื่องของคุณให้พิมพ์ฟังบ้างสิคะ...เอาเรื่องครอบครัวก็ได้” พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความอยากรู้และความสงสัย เธอตัดสินใจถามถึงสิ่งที่ค้างคาในใจ ว่าเหตุใดธาวินถึงรีบร้อนปฏิเสธการไปเชียงใหม่ ทั้งๆ ที่เป็นบ้านเกิดของเขาแท้ๆ ความสงสัยเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจเธอ ราวกับเมฆฝนที่เริ่มก่อตัว

สีหน้าของธาวินเปลี่ยนไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยแต้มอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาจางลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาของเขาเศร้าลงจนพิมพ์มาดาที่หันมาเจอพอดีก็รู้สึกผิดเล็กน้อยที่ถามออกไป

“เรื่องครอบครัวของผม...มันค่อนข้างซับซ้อนครับ” เขาถอนหายใจแผ่วเบา พลางมองออกไปนอกหน้าต่างครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองพิมพ์มาดาด้วยแววตาที่ดูจะรวบรวมความกล้า

“ครอบครัวของผม...คุณพ่อทำธุรกิจโรงไฟฟ้าอยู่ที่เชียงใหม่ครับ...ท่านเป็นคนค่อนข้าง...เข้มงวดครับ ก็เลย...เข้ากับผมไม่ค่อยได้” น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความอึดอัด

“แล้วคุณแม่ล่ะคะ?” พิมพ์มาดาถามด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจ สัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา

“ท่านเสียไปนานแล้วครับ...ตั้งแต่ผมยังเด็กๆ” น้ำเสียงของธาวินแผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน ดวงตาของเขาหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด

พิมพ์มาดารู้สึกเสียใจที่ถามคำถามนั้นออกไป เธอเอื้อมมือไปแตะหลังมือของธาวินเบาๆ อย่างต้องการส่งผ่านความเข้าใจและให้กำลังใจชายหนุ่ม สัมผัสอบอุ่นนั้นราวกับสายใยเล็กๆ ที่เชื่อมโยงความรู้สึกของทั้งสองเข้าด้วยกัน

ธาวินหันมามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะจับมือของเธอกลับอย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นจากมือเล็กๆ ของพิมพ์มาดาทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของเขาทุเลาลงบ้าง

“ไม่เป็นไรครับ...” เขายิ้มบางๆ ให้เธอ อย่างไม่ถือสา ดวงตาของเขาจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธออย่างจริงจัง

“ถ้าไม่มีคุณ...ผมก็อาจจะยังอยู่ที่นั่นอีกนานเลยก็ได้ ตอนแรก..ผมกะว่าจะหางานทำที่นั่นเลยด้วยซ้ำ” คำบอกเล่าของธาวินทำให้พิมพ์มาดารู้สึกถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขา เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะพยายามควบคุมความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ภายใน

“คุณมั่นใจพิมพ์ขนาดนั้นเลยเหรอคะ...” น้ำเสียงของเธอแฝงไว้ด้วยความเคลือบแคลงสงสัย แต่ในหัวใจกลับซ่อนความหวังอันริบหรี่เอาไว้ลึก ๆ ธาวินแอบชำเลืองมองใบหน้าสวยหวานที่กำลังแดงระเรื่อของเธออย่างเอ็นดู

แสงแดดยามสายส่องกระทบผิวแก้มเนียนของเธอจนเป็นสีชมพูอ่อนๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นและจริงจัง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สื่อถึงความจริงใจออกมา

“มั่นใจสิครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ผมตั้งใจเดินทางกลับมาที่นี่... ก็เพื่ออยากเริ่มต้นใหม่กับคุณจริงๆ ถึงแม้ว่ามันจะเริ่มต้นจากศูนย์ก็ตาม...” ธาวินย้ำคำพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของเธอ ราวกับต้องการสลักทุกความรู้สึกของเขาไว้ในนั้น

“และความรู้สึกของผมมันก็ไม่ใช่แค่ตัวอักษรบนหน้าจอที่ผมส่งหาคุณเท่านั้น” เขาเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง ราวกับเป็นคำสารภาพที่มาจากส่วนลึกของหัวใจ ดวงตาของเขาเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่น ราวกับต้องการให้เธอรับรู้ถึงความรู้สึกที่เขามีอย่างหมดจดและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง...ความรู้สึกที่แท้จริง...ที่พร้อมจะเติบโตเคียงข้างเธอ

“แต่...” พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ความไม่มั่นใจยังคงฉายชัดในแววตา

“โลกออนไลน์มันก็...หลอกลวงกันตั้งมากมาย พิมพ์ไม่คิดว่าคุณจะเชื่อมั่นอะไรในตัวพิมพ์ได้ขนาดนั้น...และเราก็เพิ่งเจอกัน...”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 40 ตอนจบ

    ตอนที่ 40 ตอนจบธาวินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบขอตัวลาพิมพ์ดาวอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจที่จะไม่รอช้าแม้แต่นาทีเดียว ธาวินรีบขับรถออกจากบ้านของพิมพ์ดาวไปด้วยความหวังครั้งใหม่ ปลายทางคือบ้านยายของเกรชที่กรุงเทพฯระหว่างทางที่รถแล่นฉิวอยู่บนถนนหลวง ธาวินนึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมพ์มาดาอยู่ในมือ ซึ่งผู้เป็นบิดาส่งให้เขามาเมื่อคืนนี้ ธาวินไม่รอช้า รีบใช้มันค้นหาเบอร์ของเกรชซึ่งน่าจะอยู่ในรายชื่อติดต่อ และรีบโทรออกทันทีเสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์เก่าที่หายไปของเพื่อนสนิท“เกรช ๆ !!! นี่ผมวินเอง ธาวินไงครับ” ธาวินกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรน“อ๋อค่ะ คุณธาวิน! มีอะไรเหรอคะ เกรชนึกว่าเบอร์ของยัยพิมพ์ซะอีก” เกรชถามกลับด้วยความประหลาดใจระหว่างทางที่ขับรถ ธาวินก็เล่าทุกอย่างให้เกรชฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่เรื่องราวความเข้าใจผิดที่เขามีต่อพิมพ์มาดา ปมปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากโทรศัพท์เครื่องนี้ การที่พิมพ์มาดาหนีไป พร้อม ๆ กับการที่เขากำลังตามหาเธออยู่ เกรชฟังเรื่องทั้งหมดด้วยความตกใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ก่อนจะรีบบอกว่าเธอจะให้ความช่

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้าย

    ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้ายอัครเดชถอนหายใจยาว มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถตู้ด้วยแววตาที่หนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เก็บงำเอาไว้"คือวันที่หนูพิมพ์เค้าหายตัวไปจากแกน่ะ..." อัครเดชเริ่มต้นเสียงแผ่วเบา"...แม่เค้าโทรมาบอกว่าพ่อเค้าเสีย...หนูพิมพ์ก็เลยรีบออกมาจากที่พักและก็พยายามจะโทรหาแก"อัครเดชนึกย้อนไปถึงภาพในความคิด เมื่อครั้งที่พิมพ์มาดากระวนกระวายใจอย่างหนัก พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองระหว่างที่เขากำลังขับรถไปส่งเธอ เพื่อไปรับศพผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล สีหน้าของหญิงสาวในความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความเศร้าโศก“แต่พอเกิดอุบัติเหตุที่รถเกือบชนกันน่ะ… หนูพิมพ์เค้าลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่รถ พ่อเป็นคนพาเธอไปรับศพของพ่อเธอที่โรงพยาบาล… ก็เลยให้นายสินอยู่เฝ้าในที่เกิดเหตุ… พอหนูพิมพ์หาโทรศัพท์ไม่เจอ พ่อก็เลยบอกให้นายสินเป็นคนช่วยหา” อัครเดชหยุดเล่า หันมาสบตากับธาวิน“นายสินโทรบอกพ่อว่าเจอโทรศัพท์ของหนูพิมพ์ แต่มีรูปของแกกับหนูพิมพ์อยู่ในหน้าจอของโทรศัพท์เครื่องนั้น…”“จนกระทั่งนายสินเอาโทรศัพท์มาให้ แล้วพอพ่อเห็นรูปแกถ่ายคู่กับหนูพิมพ์บนหน้าจอ โทรศัพท์เครื

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลย

    ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลยณ ห้องอาหารของโรงแรมชื่อดัง ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดได้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากอัครเดชทานมื้อค่ำกับท่านรัฐมนตรีเสร็จ เขาก็รีบร้อนเดินทางกลับทันทีด้วยเป็นห่วงสิ่งที่คุยกับบุตรชายค้างเอาไว้ ทว่า..ในจังหวะนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ทำให้ชายสูงวัยต้องหยุดชะงัก อัครเดชเพิ่งนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาที่ตั้งใจจะเอาไปเฉลยความจริงทุกอย่าง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น กลับไม่ได้นำติดตัวมาด้วย แต่มันถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในตู้เซฟส่วนตัวของเขาที่ห้องทำงานในบริษัทความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความเร่งรีบอย่างฉับพลัน ราวกับเวลากำลังจะหมดลง คุณอัครเดชหันไปหานายสินที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล“สิน! ออกรถเร็ว ฉันต้องไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้!” อัครเดชสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ดวงตาฉายแววกระสับกระส่ายนายสินดูแปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายจะกลับไปที่บริษัทในกลางดึกเช่นนี้ แต่ก็รีบรับคำสั่งทันที“ครับนาย”ไม่ถึงสิบนาที รถยนต์คันเดิมก็แล่นฉิวออกจากโรงแรม มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมืองในยามวิกาล ท้องถนนยามค่ำคื

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NC

    ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินยิ้มพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เปลี่ยนไปของพิมพ์มาดา หญิงสาวไม่ได้ต่อต้านเขาอีกต่อไปแล้ว ซีอีโอหนุ่มยกบั้นเอวขึ้นเล็กน้อย ถอนท่อนกายกำยำออกจากโพรงสวาทอุ่นร้อนของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการยื้อยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ให้นานที่สุด ปลายหัวยังคงเสียดสีอยู่บริเวณปากทาง ก่อนจะกระแทกกระทุ้งกลับเข้าไปในโพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงและจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้อง พร้อมกับแรงกระแทกที่ส่งให้ร่างบอบบางของพิมพ์มาดาสะท้านเฮือก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่จากนั้นเกมแห่งความสุขสำราญที่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนและอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่ธาวินเป็นผู้กำหนด ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเข้าออกด้วยจังหวะที่รวดเร็วและดุดัน ราวกับต้องการบุกรุกและยึดครองทุกพื้นที่ในกายสาว พิมพ์มาดารู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยในทุกครั้งที่เขาแทงลึกเข้ามาเธอแผดเสียงครางหวานปนสะอื้น ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงนอนด้วยความเสียวสะท้านที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ผสานกับความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอจึงตอบโต้ด้วยการยกสะโพกกระแทกส

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 36 บำเรอรักแม่เลี้ยงสาว NC

    ตอนที่ 36 บำเรอรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินโถมเข้าหาราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ความยับยั้งชั่งใจได้มลายหายไปพร้อมกับสติที่เลือนรางจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียว ๆ ทุกการสัมผัสของเขารุนแรงและเร่าร้อน ราวกับต้องการจะหลอมละลายร่างบางให้เป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์ปรารถนาอันพลุ่งพล่านของตนเองที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างยากจะควบคุมซีอีโอหนุ่มไล่ต้อนหญิงสาวให้จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความใคร่ที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่สนใจเสียงสะอื้นหรือดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดของเธอ ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นแปลบปลาบทั่วร่างของพิมพ์มาดา ไม่ว่าปลายนิ้วแกร่งจะแตะต้องส่วนไหนในร่างกาย ผิวเนื้อเนียนนุ่มของเธอก็พลันตอบสนองด้วยความเสียวสะท้านไปเสียทุกครั้งจนขนลุกชันไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่ได้ พร้อม ๆ กับเสียงครางแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก มันไม่ได้เสียงร้องขอแบบในครั้งแรก แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการตอบสนองของร่างกายที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ถึงแม้จิตใต้สำนึกจะยังคงต่อต้านก็ตาม“ขอดูดหน่อยนะ..ที่รัก โคตรคิดถึงเลย อื้มมม!!! นุ่มเหลือเกิน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างหู เสียงนั้

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 35 บทลงโทษ NC

    ตอนที่ 35 บทลงโทษ NCพิมพ์มาดานิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกมากมายตีรวนอยู่ในอก เธอไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไร หรือควรจะแก้ต่างหรือไม่ เมื่อความเข้าใจของเขาบิดเบี้ยวไปถึงขนาดนี้ และเหมือนเขาเองไม่ยอมรับฟังอะไรเลย“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” เธอตอบเสียงแผ่วเบา ยอมแพ้ที่จะอธิบายในตอนนี้คำตอบนั้นดูเหมือนจะยิ่งกระตุ้นความโกรธของธาวินให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับมองสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่เหมือนคมมีดเล่มใหญ่พุ่งตรงเข้าเสียดแทงกลางหัวใจของเธอ“ไม่คิดเลยนะครับว่าผู้หญิงที่ดูใสซื่ออย่างคุณ จะมีความสามารถถึงขนาดหลอกล่อคนแก่อย่างพ่อผมได้!”คำกล่าวหานั้นรุนแรงเกินกว่าที่พิมพ์มาดาจะรับไหว มันเหมือนคมมีดที่ปักลงกลางใจอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมองเธอในแง่ร้ายและดูถูกเธอได้ถึงขนาดนี้.ใบหน้าสวยของพิมพ์มาดาซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่รุนแรงและไม่ยุติธรรมนั้น หัวใจของเธอเจ็บปวดราวกับถูกบ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status